ราชวิทยาลัยจักษุฯ ลงพื้นที่ รพ.ขอนแก่น คาดรู้สาเหตุผู้ป่วยติดเชื้อสัปดาห์นี้
   ราชวิทยาลัยจักษุฯ ลงพื้นที่ รพ.ขอนแก่น คาดรู้สาเหตุผู้ป่วยติดเชื้อสัปดาห์นี้

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
12 มกราคม 2553 07:54 น.

https://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9530000003799[/b>


สธ.ส่งผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมโรคติดเชื้อฯ-ราชวิทยาลัยจักษุฯลงพื้นที่ ค้นหาสาเหตุผู้ป่วยติดเชื้อจนตาบอด คาดรู้ผลในสัปดาห์นี้ ราชวิทยาลัยจักษุฯพอใจกระบวนการตรวจสอบของ รพศ.ขอนแก่น ไม่ติดใจทดสอบซ้ำ สรุปไม่ทราบสาเหตุ

วันนี้ (11 มกราคม) นพ.สุพรรณ ศรีธรรมา ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขต 12 ในฐานะโฆษกกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า ในการตรวจสอบหาสาเหตุของการที่ทำให้ผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดต้อกระจกที่โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นสูญเสียการมองเห็นจำนวนหลายรายนั้น สธ.ได้ส่งเจ้าหน้าที่ของสำนักระบาดวิทยา ลงพื้นที่โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น สอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงร่วมกับคณะผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยและราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย เนื่องจากขณะนี้ทราบเพียงชื่อเชื้อโรคที่ทำให้เกิดการติดเชื้อเท่านั้น แต่สาเหตุที่ทำให้ติดเชื้ออาจจะเป็นไปได้มีหลายทาง คาดว่าจะทราบผลภายในสัปดาห์นี้

ด้าน รศ.พญ.สุดารัตน์ ใหญ่สว่าง ประธานราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากการรับทราบรายงานการตรวจสอบสาเหตุที่ผู้ป่วยติดเชื้อของโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น ราชวิทยาลัยฯมีความพอใจอย่างมาก และไม่จำเป็นต้องเข้าไปดำเนินการตรวจสอบซ้ำจากของโรงพยาบาลอีก เพราะโรงพยาบาลดำเนินการตรวจสอบทุกสิ่งที่น่าจะเป็นสาเหตุหมดแล้ว ด้วยความถูกต้องตามขั้นตอนของหลักวิชาการในการตรวจสอบสาเหตุทุกอย่างอย่างดีมาก ซึ่งจากผลตรวจสอบของโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นที่ตรวจสอบจากสิ่งต้องสงสัยที่อาจทำให้ติดเชื้อได้หมดแล้ว ไม่พบเชื้อ ก็อาจสรุปได้ว่าไม่ทราบสาเหตุ

“ราชวิทยาลัยฯไม่ได้ติดใจสงสัยในประเด็นใดที่เกี่ยวกับขั้นตอนการตรวจสอบหาสาเหตุของโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น เมื่อตรวจหมดทุกปัจจัยเสี่ยงแล้ว ไม่เจอเชื้อที่ผู้ป่วยติดเชื้อก็คือไม่เจอ เพราะการติดเชื้อจากการผ่าตัดตาเกิดขึ้นได้อยู่แล้ว และส่วนใหญ่ก็จะไม่สามารถบอกได้ว่าสาเหตุเกิดจากสิ่งใด เหมือนกับเราถูกขโมยของแล้วไม่สามารถจับขโมยได้ ซึ่งทั่วโลกก็เป็นเช่นนี้เหมือนกันหมด เพียงแต่หลังจากเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้ว โรงพยาบาลจะต้องดำเนินการปิดห้องผ่าตัด ทำความสะอาดและสอบสวนสาเหตุถ้าไม่เจอสาเหตุก็ไม่เจอ”รศ.พญ.สุดารัตน์กล่าว

รศ.พญ.สุดารัตน์ กล่าวอีกว่า ลักษณะเกิดการติดเชื้อในผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดตาพร้อมกันหลายๆคน ในต่างประเทศก็เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้เช่นกันแต่นานๆครั้ง ซึ่งบางแห่งก็ไม่สามารถหาสาเหตุได้ ขณะที่บางแห่งก็ตรวจสอบสาเหตุได้ เช่น ในประเทศหนึ่งมีรายงานว่าสาเหตุที่ผู้ป่วยติดเชื้อพร้อมกันจำนวนมากหลังการผ่าตัด เกิดจากน้ำยาที่ใช้ในการผ่าตัด ทั้งนี้ ในส่วนของโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นมีการตรวจสอบแล้วไม่ได้เกิดจากน้ำยาที่ใช้ล้างลูกตาเวลาผ่าตัดแต่อย่างใด ซึ่งน้ำยาที่โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นใช้ก็เหมือนกับที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ใช้และน้ำยาก็เปลี่ยนทุกครั้งเมื่อเปลี่ยนผู้ป่วย
โดย: ถ้าไม่เจอก็คือไม่เจอ.มีไรป่าว? [12 ม.ค. 53 18:06] ( IP A:61.90.110.104 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   ไม่มีหรอกครับ ระวังอย่าเน่าต่อก็แล้วกัน
โดย: ไม่มีหรอกครับ อย่าเน่าซ้ำๆ [12 ม.ค. 53 18:34] ( IP A:58.8.11.161 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   นี่ก็ตรวจแล้ว ไม่มีอะไร

https://www.fda.moph.go.th/fda-net/HTML/PRODUCT/APR/ref3.htm

อย. เผยผลคืบหน้าการตรวจสอบยาบล็อกหลังมาร์เคน
อย.เผยผลการตรวจวิเคราะห์ยาชาเฉพาะที่ฉีดเข้าไขสันหลังมาร์เคนเพิ่มเติม ไม่พบความ ผิดปกติแต่อย่างใด โดยยาเข้ามาตรฐานตามที่ขึ้นทะเบียน และไม่พบสารแปลกปลอมหรือสารพิษอื่น ๆ พร้อมให้ความมั่นใจมีการเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนจากการใช้ยาอย่างใกล้ชิดต่อเนื่องอีก 1 ปี

น.พ.ศุภชัย คุณารัตนพฤกษ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้สั่งอายัดยาชาเฉพาะที่ฉีดเข้าไขสันหลังยี่ห้อ มาร์เคน สไปนอล เฮฟวี่ รวม 3 รุ่นการผลิต และส่งตรวจสอบคุณภาพยาเบื้องต้น พร้อมทั้งแจ้งให้โรงพยาบาลต่าง ๆ ทราบ และระมัดระวังการใช้ยาดังกล่าวนั้น ขณะนี้ อย.ได้รับผลการตรวจสอบคุณภาพยา ซึ่งวิเคราะห์โดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในหัวข้อปริมาณสารสำคัญ ปริมาณสารเสื่อมสลาย ภาวะความเป็นกรด-ด่าง ภาวะปลอดเชื้อ ปริมาณน้ำยาที่อยู่ในหลอดยา ตลอดจนปริมาณอนุภาคแปลกปลอม พบว่าได้มาตรฐานใน ทุกรายการ และยังตรวจไม่พบสารพิษและสารก่อไข้ด้วย นอกจากนี้ ยังได้ตรวจสอบผลของอุณหภูมิที่อาจมีผลต่อคุณภาพและปริมาณของยา อันเนื่องมาจากการขนส่งและการเก็บรักษาที่อุณหภูมิแตกต่างกัน พบว่า ยายังคงมีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด และหน่วยงานที่กำกับดูแลยาในประเทศออสเตรเลียได้ ตรวจสอบกระบวนการผลิตของโรงงาน และยารุ่นที่สงสัยที่เก็บ ณ แหล่งผลิต รวมถึงยาที่ส่งคืนจากประเทศ สิงคโปร์และประเทศไทยก็พบว่าเข้ามาตรฐานเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม อย. ขอเตือนให้แพทย์ใช้ยาดังกล่าวด้วยความระมัดระวังภายใต้ข้อบ่งชี้และการเฝ้าระวัง เตรียมพร้อมตามข้อกำหนดของราชวิทยาลัยวิสัญญีแพทย์แห่งประเทศไทยโดยเคร่งครัด เนื่องจากการตรวจสอบข้อมูลจากต่างประเทศ เช่นประเทศฝรั่งเศสมีภาวะหัวใจหยุดเต้นถึง 2-7 คน ต่อผู้ป่วยที่ใช้ ยาบล็อคหลัง 1 หมื่นราย

เลขาธิการฯ กล่าวต่อไปว่า แม้จะยังตรวจไม่พบว่ายาบล็อคหลังในประเทศไทยจะมีอะไรที่ ผิดมาตรฐานที่กำหนด อย.และราชวิทยาลัยวิสัญญีแพทย์แห่งประเทศไทย จะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อ ตรวจสอบข้อมูลความปลอดภัยของการใช้ยานี้ต่อไป ขอให้แพทย์ หรือผู้ป่วย และญาติ ที่พบปัญหาความ- ผิดปกติซึ่งอาจสัมพันธ์กับการใช้ยามาร์เคนบล็อคหลังแจ้งไปยังศูนย์ติดตามอาการอันไม่พึงประสงค์จากการใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โทร 0 2590 7261 โทรสาร 0 2590 7253 และ 0 2591 8457

{{{ {{ {{ {{{

กองพัฒนาศักยภาพผู้บริโภค เดือนมิถุนายน ข่าวแจก 52 / ปีงบประมาณ 2547
โดย: ประเทศไทยอะไรก็ดีหมด คนมันเลวเท่านั้น [12 ม.ค. 53 18:35] ( IP A:58.8.11.161 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   Weekly


June 14, 1996 / 45(23);491-494




Outbreaks of Postoperative Bacterial Endophthalmitis Caused by Intrinsically Contaminated Ophthalmic Solutions -- Thailand, 1992, and Canada, 1993
Endophthalmitis is the syndrome of inflammation or infection of the ocular cavity and its adjacent structures and can result in severe sequelae, such as visual loss. Although most postoperative endophthalmitis following intraocular surgery is caused by infection with normal skin flora, cases associated with the intraoperative use of contaminated eye solutions or materials have been reported (1-3). This report summarizes outbreaks of postoperative bacterial (Pseudomonas aeruginosa or Bacillus spp.) endophthalmitis in Thailand and Canada; the outbreaks were associated with the intraoperative use of intrinsically contaminated basal salt solution (BSS) and hyaluronic acid. Thailand patients who had undergone extracapsular cataract extraction (ECCE) and intraocular lens implantation (IOL) in a hospital in Tak Province, Thailand, developed endophthalmitis less than or equal to 30 hours following surgery. P. aeruginosa, sensitive to gentamicin, amikacin, and piperacillin but resistant to kanamycin, ampicillin, tetracycline, chloramphenicol, and co-trimoxazole was isolated from intraocular fluid cultures from two of the patients. Because treatment with systemic and intravitreal antimicrobials failed, the infected eyes of all three patients were eviscerated.

An epidemiologic investigation by the Thai Field Epidemiology Training Program included a retrospective review of hospital records of all patients who had had cataract operations (predominantly ECCEs) in 1992, a case-control study to determine risk factors for infection, and environmental studies. No other patients with postoperative endophthalmitis were identified, and postoperative infections had not occurred in any of the six patients who had undergone other invasive ophthalmologic surgical procedures (scleral repair, evisceration, or eyelid operations) during September 29-October 2.

A case was defined as endophthalmitis in any patient who had had ophthalmic surgery at the hospital during September 29-October 2. Control patients were those who had had ophthalmic surgery performed by the surgeon who operated on the case-patient(s) on the same day. Risk for endophthalmitis was associated only with cataract surgery with IOL and the use of a BSS (three of four versus none of six; odds ratio {OR}=infinity, p=0.03, Fisher's exact test). P. aeruginosa with an antibiogram identical to that from cases was isolated from three of five unopened 100-mL bottles of BSS. P. aeruginosa was not isolated from cultures of other specimens, including specimens from hands of personnel, other ophthalmic medications and solutions, surgical instruments, or dressings.

During the year before this outbreak, BSS used in this hospital had been prepared in the hospital pharmacy. The contaminated bottles of BSS were from one batch prepared in the pharmacy on September 24 and had been distributed a few days later for use in the hospital operating room. A review of the procedures for production of BSS indicated that 100-cc bottles, their caps, and the tubes used for transferring the prepared BSS from the batch-container to the 100-cc bottles were routinely cleaned and placed under ultraviolet light overnight before use. After the 100-cc bottles were filled and capped, they were sterilized by autoclaving.

P. aeruginosa was isolated from swabs obtained from the inner surface of the solution-transfer tube. Solution from unused bottles was not cultured. In addition, on the day the implicated batch of BSS was autoclaved, the pressure in the steam autoclave was recorded to have been 10-12 pounds per square inch (psi) -- lower than the recommended standard of 15 psi. The inadequate sterilization, based on central supply records of the implicated batch of BSS, was detected only after the outbreak because the steam sterilizer was not monitored routinely with an indicator microorganism, and random samples of the implicated batch of BSS were distributed from the pharmacy. Canada

During July 19-23, 1993, of 42 patients who had undergone ECCE and IOL at a hospital in Montreal, Quebec, Canada, 14 had onset of endophthalmitis within 24-64 hours after surgery. Eleven of the 14 patients required vitrectomy and intravitreal administration of antimicrobial agents. Bacillus spp. (B. circulans {13 isolates} and B. brevis {one isolate}) were isolated from cultures of 32 intraocular fluid aspirates obtained from the 11 patients who underwent vitrectomy.

An epidemiologic investigation conducted by the hospital included a case-control study to determine risk and environmental factors for infection. A case (n=14) was defined as endophthalmitis in any patient who had had ophthalmic surgery at the hospital during July 19-23. Controls (n=28) were all other patients who had ophthalmic surgery performed at the same hospital during the same time period. Risk for endophthalmitis was not associated with any of the assessed potential risk factors, including exposure to specific surgical team members, medications, or solutions.

Cultures were obtained from samples of all solutions and ointments used pre-operatively; a random sample of all unidose or presterilized solutions used intraoperatively; other ophthalmic medications and solutions; surgical instruments; dressings; and operating-room air. Bacillus spp. (heavy growth) was isolated only from four previously unopened syringes containing commercially prepared hyaluronic acid solution from the same lot. The unopened syringes of hyaluronic acid were manufactured in Sweden and had been used at the hospital for approximately 5 months. A review of product-storage procedures in the hospital indicated that the commercially prepared hyaluronic acid syringes were stored at 64 F (18 C) in the hospital; the storage temperature recommended by the manufacturer was 36-46 F (2-8 C). Cultures of specimens obtained from the commercially prepared hyaluronic acid (labeled "sterile") yielded B. circulans (five isolates) and B. licheniformis (one isolate) by phenotypic methods at the Bureau of Microbiology, Laboratory Center for Disease Control, Health Canada, Ottawa.

Cataract surgery was suspended temporarily when the first case of postoperative endophthalmitis was recognized in a patient who had had surgery on July 19 and 64 hours later sought care in an emergency department for eye pain and blurred vision. Surgery was resumed after identification of the source of the infection. The hospital discontinued use of the implicated brand of hyaluronic acid on July 23; no additional cases of Bacillus spp. postoperative endophthalmitis have been detected.

Reported by: W Swaddiwudhipong, MD, T Tangkitchot, MD, N Silarug, MD, Dept of Community and Social Medicine, Dept of Ophthalmology, Mae Sot General Hospital, Tak; Field Epidemiology Training Program, Div of Epidemiology, Ministry of Public Health, Bangkok, Thailand. MA Miller, MD, Dept of Microbiology, Sir Mortimer B. Davis-Jewish General Hospital, J Chen, MD, Dept of Ophthalmology, Royal Victoria Hospital, Montreal, Quebec, Canada. Health and Welfare, Canada. Center for Drug Evaluation and Research, Food and Drug Administration. Hospital Infections Program, National Center for

Editorial Note
Editorial Note: Postoperative endophthalmitis is a rare complication of ECCE with IOL: in recent years in the United States, the incidence of endophthalmitis after ECCE with IOL has been less than 0.2% (4,5). Infection with gram-positive bacteria accounts for most such cases of endophthalmitis following ECCE with IOL, suggesting that exposure usually occurs during surgery as the result of introduction of organisms from the patient's skin or ocular surface tissues (6). However, infection with the same microorganism in multiple patients can result from a common source, such as contaminated saline, lens, or lens solution (1-3).

The outbreaks of postoperative endophthalmitis described in this report resulted from the intraoperative use of solutions believed to have been sterile. The microorganisms that caused these outbreaks -- P. aeruginosa and Bacillus spp. -- have been reported rarely as etiologic agents of postoperative endophthalmitis (4,7,8). In the outbreak in Thailand, inadequate sterilization may have allowed contaminants to survive in the containers and solution. In the outbreak in Canada, failure to maintain the commercially prepared hyaluronic acid at the manufacturer's recommended storage temperature may have facilitated proliferation of microbial contaminants to achieve concentrations exceeding minimum infectious doses for the eye.

In the United States, although the proportion of hospitals that produce their own ophthalmic solutions is unknown, most ophthalmic solutions used intraoperatively probably are commercially prepared. However, in 1990, an outbreak of postoperative endophthalmitis caused by P. aeruginosa was associated with exposure to or use of an intrinsically contaminated indomethacin ophthalmic preparation prepared in a community pharmacy (Food and Drug Administration {FDA}, unpublished data, 1990). Following this outbreak, on November 29, 1990, FDA issued a letter of alert to pharmacists regarding pharmacists' compounding of sterile drug products. Recognition of the potential for this problem also has been addressed in various guidelines for the preparation of sterile ophthalmic products (9,10).

Although outbreaks of postoperative endophthalmitis caused by microorganisms present in intrinsically contaminated solutions occur infrequently, such outbreaks underscore the needs for 1) strict quality control by the producers of such solutions, 2) strict adherence by the users of commercial products to product-storage procedures specified by manufacturers' instructions, and 3) heightened surveillance by ophthalmologists, hospital epidemiologists, and other infection-control personnel for cases of postoperative endophthalmitis associated with invasive ocular operations.


References

Ayliffe GA, Barry DR, Lowbury EJ, Roper-Hall MJ, Walker WM. Postoperative infection with Pseudomonas aeruginosa in an eye hospital. Lancet 1966;1:1113-7.

O'Day DM. Fungal endophthalmitis caused by Paecilomyces lilacinus after intraocular lens implantation. Am J Ophthal 1977;83:130-1.

McCray E, Rampell N, Solomon SL, Bond WW, Martone WJ, O'Day D. extraction and intraocular lens implantation. J Clin Microbiol 1986;24:625-8.

Kattan HM, Flynn HW, Pflugfelder SC, Robertson C, Forster RK. Nosocomial endophthalmitis survey: current incidence of infection after intraocular surgery. Ophthalmology 1991;98:227-38.

Menikoff JA, Speaker MG, Marmor M, Raskin EM. A case-control study of risk factors for postoperative endophthalmitis. Ophthalmology 1991;98:1761-8.

Sherwood DR, Rich WJ, Jacob JS, Hart RJ, Fairchild YL. Bacterial contamination of intraocular and extraocular fluids during extracapsular cataract extraction. Eye 1989;3:308-12.

Hemady R, Zaltas M, Paton B, Foster CS, Baker AS. Bacillus-induced endophthalmitis: new series of 10 cases and review of the literature. Brit J Ophthal 1990;74:26-9.

Weber DJ, Hoffman KL, Thoft RA, Baker AS. Endophthalmitis following intraocular lens implantation: report of 30 cases and review of literature. Rev Infect Dis 1986;8:12-20.

<1206>Sterile products for home use. In: United State Pharmacopeia. 23rd revision. Rockville, Maryland: United States Pharmacopeial Convention, Inc., 1995:1963-75.

Reynolds LA, Closson. Extemporaneous ophthalmic preparations. Vancouver, Washington: Applied Therapeutics, Inc, 1993.

+------------------------------------------------------------------- -------+ | | | Erratum and Addendum: Vol. 45, No. 23 | | | | SOURCE: MMWR 45(24);516 DATE: Jun 21, 1996 | | | | In the article "Outbreak of Postoperative Endophthalmitis | | Caused by Intrinsically Contaminated Ophthalmic Solutions -- | | Thailand, 1992, and Canada, 1993" on page 492, in the second | | paragraph, the fourth line should read "... was recorded to have | | been 12 pounds per square inch (psi)...." | | Additional information regarding the outbreak in Thailand is | | available in: Swaddiwudhipong W, Tangkitchot T, Silarug N. An | | outbreak of Pseudomonas aeruginosa postoperative endophthalmitis | | caused by contaminated intraocular irrigating solution. Trans R Soc | | Trop Med Hyg 1995;89:288. | | | +------------------------------------------------------------------- -------+



Disclaimer All MMWR HTML versions of articles are electronic conversions from ASCII text into HTML. This conversion may have resulted in character translation or format errors in the HTML version. Users should not rely on this HTML document, but are referred to the electronic PDF version and/or the original MMWR paper copy for the official text, figures, and tables. An original paper copy of this issue can be obtained from the Superintendent of Documents, U.S. Government Printing Office (GPO), Washington, DC 20402-9371; telephone: (202) 512-1800. Contact GPO for current prices.

**Questions or messages regarding errors in formatting should be addressed to mmwrq@cdc.gov.

Page converted: 09/19/98

https://www.cdc.gov/mmwr/preview/mmwrhtml/00042645.htm
โดย: ไม่ใช่ครั้งแรกในไทย เพื่อนเอ๋ย [12 ม.ค. 53 18:59] ( IP A:58.8.11.161 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   มิน่าหุบปากเงียบ
ชาวบ้านก็ซวยต่อ
โดย: ฟฟ [12 ม.ค. 53 19:01] ( IP A:58.8.11.161 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ทุกสิ่งที่เกิดต้องมีสาเหตุของมันเสมอ ใครที่ปฏิเสธคือโกหก
โดย: เจ้าบ้าน [13 ม.ค. 53 14:12] ( IP A:210.86.181.20 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน