โรงพยาบาลไม่ยอมให้ประวัติการรักษา จะฟ้องร้องได้มั้ย
   พอดีว่าเอาลูกไปรักษาที่โรงพยาบาลราชเวช แล้วไม่พอใจกับบริการของโรงพยาบาลนี้มาก เลยตั้งใจว่าจะย้ายโรงพยาบาล แต่ทางโรงพยาบาลไม่ยอมให้ประวัติการรักษา อ้างว่า เป็นกฎของโรงพยาบาล ถ้าอยากได้ ต้องมีหมายแจ้งจากตำรวจ หรือมีคำสั่งศาลมา ซึ่งปรกติแล้วโรงพยาบาลที่เราเคยไปรักษามาส่วนใหญ่ให้แต่โดยดี ไม่เคยเจอที่อ้างแบบนี้ เราเลยย้ายลูกไปรักษาที่โรงพยาบาลอื่นไม่ได้ เพราะกลัวลูกเราเป็นไรไป อยากรู้ว่า กรณีแบบนี้ ฟ้องโรงพยาบาลได้ไหม มีกฎหมายตัวไหนให้ความคุ้มครองเราบ้าง
โดย: Miniryu [14 ม.ค. 53 21:12] ( IP A:58.8.133.94 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   ทำไมต้องยุ่งยาก ?? ทำไมต้องเรื่องมาก ไม่เข้าใจ ก็ให้ ๆ ไปสิ บริสุทธิ์ใจจะกลัวอะไร ไม่แปลกนี่นา ทำไมต้องมีปัญหา???? ไม่เข้าใจ (ไม่ชอบอะไรที่ยุ่งยากเหมือนกันดูวุ่นวาย)
โดย: อะไร? [15 ม.ค. 53 9:43] ( IP A:111.84.110.102 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   เครือข่ายฯ มีคำถามถึงเจ้าของกระทู้

1. ลูกเป็นอะไร และใช้สิทธิอะไร (บัตรทอง, ประกันสังคม, ข้า
ราชการ, จ่ายเอง)

2. ไม่พอใจแบบไหน หากเห็นว่าขืนอยู่ไปแล้วเป็นอันตรายต่อชีวิตลูก
ควรเข้าหาผอ.รพ.เสียก่อน อย่าเพิ่งไปขอประวัติการรักษา

3. ถ้าต้องการย้ายจริง ๆ และประสงค์ออกเงินเอง หรือใช้สิทธิได้ ก็
ขอให้เขาทำใบส่งตัว หรือขอให้เขาเขียนสรุปอาการของลูกให้ก็
น่าจะเป็นทางออก หากโรคที่เป็นไม่ได้ร้ายแรงจนถึงกับต้องใช้
ประวัติการรักษาทั้งหมด แต่ถ้าร้ายแรงแล้วไม่ยอมให้ถ่ายสำเนา
ก็ต้องใช้สิทธิของเราให้เป็น

4. คิดรักษาลูกให้หายเสียก่อน อย่าเพิ่งคิดเรื่องการฟ้องร้อง

5. สิทธิในเวชระเบียน (ลองค้นดูใน google ได้)
- คำประกาศสิทธิผู้ป่วยข้อที่ 9
- พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540
- พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550
- พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 (รพ.เอกชน)
- กฎหมายรัฐธรรมนูญ ก็มีนะ
โดย: เครือข่ายฯ [15 ม.ค. 53 10:34] ( IP A:58.9.224.245 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ปัญหาเรื่องการถูกละเมิดสิทธิในเวชระเบียน( ประวัติการรักษาพยาบาล)

เมื่อเกิดความเสียหายขึ้น ผู้เสียหายฯ 99.99% ไม่สามารถขอคัดถ่ายสำเนาเวชระเบียนเพื่อนำไปตรวจสอบหาสาเหตุได้อย่างทันท่วงที ทั้งที่มีสิทธิตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ, พรบ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550, พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการพ.ศ.2540, พรบ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541, และตามคำประกาศสิทธิของผู้ป่วยข้อที่ 9 แต่กฎหมายต่าง ๆ เหล่านั้นกลับไม่มีประสิทธิภาพในการบังคับใช้ อุปสรรคในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารมีดังต่อไปนี้
1.สถานพยาบาลมักอ้างคำพูดของนายกแพทยสภาว่า เวชระเบียนเป็นสมบัติของโรงพยาบาลให้ไม่ได้ ทั้งที่ผู้เสียหายต้องการเพียงคัดถ่ายสำเนา ไม่ได้ต้องการตัวจริง

2.สถานพยาบาลมักทำรายงานสรุปให้ ซึ่งมักเป็นเท็จขัดต่อข้อเท็จจริง

3.สถานพยาบาลมักให้เพียงบางส่วน แต่ไม่ครบ ดึงส่วนสำคัญออก กว่าจะร้องเรียนผ่านหน่วยงานก็ใช้เวลานาน เอื้อให้มีการแก้ไขต้นฉบับ ยากแก่การตรวจสอบ

4.เมื่อผู้เสียหายฯ แจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกสำเนาเวชระเบียนให้ แต่หากสถานีตำรวจมักรู้จักคุ้นเคยกับโรงพยาบาล การรับแจ้งความมักเป็นไปด้วยความลำบาก

5.สถานพยาบาลมักมักอ้างว่าเวชระเบียนหาย การเช่นกรณีของนส.ศิริรัตน์ จั่นเพชร ผู้เสียหายที่พิการจากการรักษาพยาบาล โรงพยาบาลอ้างว่าเวชระเบียนส่วนที่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัดหายไป ทั้งที่ส่วนอื่นอยู่ครบถ้วน และมีการให้นิติกรของโรงพยาบาลไปแจ้งความย้อนหลังอีกด้วย

6.สถานพยาบาลมักท้าให้ผู้เสียหายเอาหมายศาลไปขอ ซึ่งสถานพยาบาลทราบดีว่าการนำหมายศาลไปขอหมายถึงการนำคดีไปฟ้องศาล ซึ่งการไม่มีข้อมูลก็ฟ้องไม่ได้ อีกทั้งการไปฟ้องศาลปกครองเพื่อให้ได้มาซึ่งเวชระเบียนนั้นใช้เวลานาน เอื้อให้มีการแก้ไขได้

7.ปัจจุบันหลายสถานพยาบาลมักตั้งเงื่อนไขให้ผู้เสียหายฯ พาแพทย์ที่รู้จักไปพบ แล้วจะอธิบายให้ฟังว่าแพทย์ไม่ผิดอย่างไร ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ผู้เสียหายไม่มีทางทำได้ อีกทั้งไม่เคยมีแพทย์ท่านใดไปรับฟังการอธิบายให้ผู้เสียหาย แบบที่สถานพยาบาลตั้งเงื่อนไข

8.คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารฯ เคยประชุมร่วมกับเครือข่ายฯ ยอมรับว่าไม่มีอำนาจบังคับ และไม่มีอำนาจลงโทษแพทย์ที่ไม่ยอมให้เวชระเบียนแก่ผู้ป่วย

9.คดีผู้เสียหายจากอ.พิบูลย์รักษ์ จ.อุดรธานี ภรรยาเข้ารับการผ่าตัดไส้ติ่งแล้วช็อคจากการบล็อคหลังแต่ออกซิเจนเหลือแต่ถังเปล่า ภรรยากลายเป็นพิการทางสมองระดับรุนแรงเนื่องจากขาดออกซิเจน โรงพักไม่รับแจ้งความเนื่องจากมีความสัมพันธ์อันดีกับโรงพยาบาล นายบุญชูนำเวชระเบียนออกจากโรงพยาบาล ไปให้แพทย์ของเครือข่ายฯ ช่วยตรวจสอบ ทางโรงพยาบาลได้แจ้งความจับหลายข้อหา อัยการสั่งฟ้อง ศาลสั่งลงโทษจำคุกนายบุญชู 3 ปี โดยไม่รอลงอาญา ผู้เสียหายรายนี้ถูกข่มขู่คุกคามจากอิทธิพลท้องถิ่นอย่างหนัก

10.ปัจจุบันมีการบันทึกเวชระเบียนด้วยคอมพิวเตอร์อย่างแพร่หลาย ซึ่งง่ายต่อการแก้ไข

11.แพทยสภา, แพทยสมาคม และสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ร่วมมือกันตั้งทีมทนาย, ทีมแพทย์ที่จบกฎหมาย รวมทั้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากราชวิทยาลัยฯ เอาไว้ช่วยแพทย์ที่ถูกฟ้องโดยตรง ส่งเสริมให้แพทย์ที่มีวี่แววว่าจะถูกฟ้อง ส่งเวชระเบียนให้ทีมกฎหมายของแพทยสภาที่ตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือแพทย์เพื่อตรวจสอบ สอนให้นำบันทึกพยาบาล และบันทึกของแพทย์ไปไว้ในหน้าเดียวกัน เพื่อง่ายแก่การตรวจสอบว่าสอดคล้องกันหรือไม่ เนื่องจากหลายคดีที่แพทย์แพ้คดี เพราะรายงานพยาบาลขัดกับรายงานแพทย์ และมีการจัดอบรมวิธีเขียนเวชระเบียนเพื่อป้องกันการฟ้องร้องด้วย

12.เมื่อผู้เสียหายพบทางตัน จึงหันไปพึ่งสื่อเปิดโปงความไม่ชอบมาพากลของแพทยสภาและหน่วยงานในกระทรวงสาธารณสุข เรื่องถูกละเมิดสิทธิเรื่องเวชระเบียน ผ่านรายการโทรทัศน์ “ขบวนการแก้โกง” ช่อง 9 อสมท. มีการอัดเทปไว้ 2 ตอน เมื่อตอนที่หนึ่งออกอากาศ แพทยสภาจัดทีมไปล็อบบี้ช่อง 9 อสมท.(สมัยนายวสันต์ ภัยหลีกลี้ เป็นผู้อำนวยการอสมท.)ไม่ให้มีการออกอากาศตอนที่ 2 ให้สังคมได้รับรู้ และได้นำคณะกรรมการแพทยสภาไปออกรายการสดแทน แม้เราจะพยายามชี้แจงกับทางผอ.ช่อง 9 อสมท.แต่ก็ไม่ได้ผล ขณะเดียวกันทางโรงพยาบาลก็ไปยื่นคำร้อง ขอให้ศาลปกครองออกคำสั่งปิดปากนส.ศิริรัตน์ ผู้เสียหายที่ไปร่วมออกรายการ ซึ่งศาลปกครองได้มีคำพิพากษายกคำร้อง ว่าตลอดรายการมิได้มีการกล่าวถ้อยคำระบุชื่อโรงพยาบาลให้ปรากฏ จึงไม่มีความจำเป็นที่ศาลจะต้องใช้อำนาจในการออกข้อกำหนดใด ๆ จึงให้ยกคำร้อง แต่ทุกอย่างก็สายเกินไปเพราะมีการปลดรายการ “ขบวนการแก้โกง” ออกจากผังรายการของช่อง 9 เป็นเรื่องน่าเศร้าใจที่ชาวบ้านไม่สามารถต่อกรกับกลุ่มผลประโยชน์ได้ โดยเฉพาะกลุ่มแพทยสภาที่มีอำนาจเงินซื้อเวลาของสถานีโทรทัศน์ และเป็นผู้สปอนเซอร์บางรายการ เกี่ยวเนื่องกับเรื่องนี้ ต่อมา ”รายการตาสว่าง” ซึ่งเป็นรายการสด และออกอากาศทางช่อง 9 อสมท.เช่นกัน ติดต่อให้เครือข่ายฯ ไปออกรายการ ซึ่งนัดเวลากันแล้ว แต่ถูกแพทยสภาไปล็อบบี้ทางช่อง 9 ไม่ให้ได้ออกรายการอีก พวกเรารู้สึกว่าแพทยสภาคือมาเฟียวงการแพทย์ คือผู้มีอิทธิพลสามารถสั่งสื่อได้ ทั้งที่แพทยสภาควรทำหน้าให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายฯ แต่กลับละเมิดสิทธิผู้เสียหายฯ ทุกวิถีทาง
โดย: อ่านข้อมูลดูก่อน แล้วค่อยปลง [15 ม.ค. 53 10:40] ( IP A:58.9.224.245 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   แล้วนี่ก็กองการประกอบโรคศิลปะ ที่มีหน้าที่ควบคุมรพ.เอกชน แต่ละเมิดสิทธิในเวชระเบียนเสียเอง รวมถึงแพทยสภาก็ไม่ต่างกัน ลองไปอ่านดู

ลำดับเหตุการณ์
กรณีไตหาย - ของนางเกษร พุ่มแจ่ม


นางเกษร พุ่มแจ่ม ปัจจุบันอายุ 43 ปี ฟ้องรพ.กรุงธน 2 เป็นคดีแพ่ง อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์

ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 41 ปี ข้าพเจ้ามีสุขภาพที่แข็งแรงดี ทำงานประกอบอาชีพเย็บผ้าได้เป็นอย่างดีไม่เคยเจ็บป่วยอย่างรุนแรงจนต้องเข้าโรงพยาบาลมาก่อน

24 ธ.ค.48
ข้าพเจ้าประสบอุบัติเหตุจากการนั่งรถ 2 แถวเฉี่ยวชนกับรถบรรทุก 10 ล้อ แต่ไม่รุนแรง ข้าพเจ้าโดนข้อศอกของผู้โดยสารอื่นกระแทกท้อง มีอาการจุก เข้าตรวจร่างกายที่รพ.กรุงเทพ-พระประแดง ผลอัลตร้าซาวด์พบอวัยวะภายในปกติ ไตทั้ง 2 ข้างอยู่ครบปกติ ไม่มีเลือดออกตกค้างในช่องท้อง ไม่ต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล

ก.ค. 49
ข้าพเจ้ามีอาการปวดรุนแรงบริเวณท้องน้อยบ่อย ๆ จึงไปตรวจที่ รพ.กรุงธน 2 (สิทธิประกันสังคมอยู่ที่นี่) ผลการตรวจพบช็อคโกแล็ตซีสต์ บริเวณใต้รังไข่ด้านขวา

9 ส.ค. 49
แพทย์ รพ.กรุงธน 2 ทำการผ่าตัดเอาซีสต์และเลาะพังผืดในช่องท้องออก มีแผลผ่าตัดบริเวณท้องน้อยยาวประมาน 10 ซม. ใช้เวลาผ่าตัดประมาน 1 ชม. โดยการฉีดยาชาบริเวณไขสันหลัง ข้าพเจ้าพักฟื้นอยู่ในรพ. 5 วัน และกลับไปรักษาตัวต่อที่บ้านอีก 1 เดือน

ระหว่างพักฟื้น 1 เดือนกับ 5 วัน ข้าพเจ้ามีอาการปวดแผลผ่าตัด ปวดหลัง ปวดเอวเอวร้าวมาถึงขาตลอดเวลา หน้ามืดวูบเป็นระยะ ทุกข์ทรมานมาก แพทย์ให้ยาแก้อักเสบ, ยาแก้ปวด ยาลดไข้ ไปกินต่อที่บ้าน

หลังพักฟื้นครบ 1 เดือน อาการยังไม่ดีขึ้น ร่างกายอ่อนแอและผ่ายผอมลงอย่างผิดปกติ แต่ก็ต้องจำใจกลับเข้าทำงานเพราะกลัวถูกให้ออกจากงาน ระหว่างทำงานเดือนแรกมีประจำเดือนไหลออกทั้งเดือน ยังมีอาการเจ็บปวดเอวด้านหลัง ปวดร้าวมาจนถึงหน้าขา และหน้ามืดวูบเป็นระยะ ๆ แพทย์ให้ยาแก้ปวด, ยาแก้อักเสบ และยาลดไข้ กลับไปกินที่บ้าน

เมื่อกลับไปพบแพทย์ที่รพ.กรุงธน 2 แพทย์ตรวจแล้วบอกว่าอาจเป็นผลข้างเคียงของการผ่าตัด ให้ยาแก้ปวด, ยาแก้อักเสบ, ยาลดไข้ และยาบำรุงเลือดกลับไปกินต่อที่บ้านเหมือนเดิม บางครั้งที่ยาลดไข้ยังเหลือแพทย์ก็ไม่จ่ายให้ ให้ใช้ยาเดิม

(ต่อมาทางโรงงานยกเลิกประกันสังคมจากรพ.กรุงธน 2 เป็นรพ.บางปะกอก 3 )

หมายเหตุ
1. วันที่พบมีไตครบ 2 ข้าง - กับวันที่ผ่าตัด ห่างกัน 7 เดือน
2. หลังผ่าตัด ตรวจร่างกายประจำปีกับทางโรงงาน 2 ครั้ง (โดยรพ.บางกอก 9) ผลการตรวจพบโปรตีนกับเม็ดเลือดแดงรั่วทางปัสสาวะสูงทั้ง 2 ครั้ง ซึ่งการตรวจร่างกายประจำปีก่อนจะทำการผ่าตัดนั้น ผลไม่เคยพบว่ามีโปรตีนและเม็ดเลือดแดงรั่วทางปัสสาวะแต่อย่างใด)

ต่อมาข้าพเจ้าไปรักษาตัวที่รพ.บางปะกอก 3 หลายครั้ง โดยแจ้งให้แพทย์ทราบถึงผลการตรวจร่างกายประจำปีกับทางโรงงานด้วย แพทย์สงสัยว่าไตจะมีปัญหา นัดเจาะเลือด นัดตรวจปัสสาวะ หมอให้ยาขับปัสสาวะ, ยาแก้อักเสบ และยาลดความดันไปทานที่บ้าน แต่อาการของข้าพเจ้าไม่ดีขึ้นแย่ลงเรื่อย ๆ ร่างกายผ่ายผอม

กลางเดือนพฤษภาคม 51
มีอาการหน้ามืดและปวดร้าวไปทั้งตัว แพทย์รพ.บางปะกอก 3 นัดให้ไปทำอัลตร้าซาวด์

10 มิ.ย.51
รพ.บางปะกอก 3 ทำอัลตร้าซาวด์ ผลพบว่าไตข้างขวาไม่มี เหลือไตซ้ายข้างเดียวและเสื่อมมากทำงานได้ไม่เต็มที่ จึงส่งผลต่อร่างกายดังกล่าว

ข้าพเจ้าสงสัยว่าไตข้างขวาหายไปได้อย่างไร จึงไปขอดูประวัติ+ฟิล์มอัลตร้าซาวด์พร้อมผลอ่าน ที่รพ.กรุงเทพพระประแดง ซึ่งก็พบว่าไตทั้ง 2 ข้างอยู่ครบ ทางรพ.ได้ทำการอัลตร้าซาวด์ใหม่พบว่าไตข้างขวาได้หายไปจริง ๆ

การดำเนินการ

ร้องเรียน สส.
สส.แนะนำให้ร้องเรียนต่อสื่อมวลชน (สนพ.ไทยรัฐ)

4 ก.ค. 51
ข้าพเจ้าร้องเรียน “เครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์”

15 ก.ค.51
หลังจากนสพ.ไทยรัฐลงข่าว รพ.กรุงธน 2 พยายายามให้ข้าพเจ้ากลับไปตรวจร่างกาย แต่ข้าพเจ้ากลัวไม่กล้าไป จากนั้นอีกประมาน 10 นาที มีคนของกองการประกอบโรคศิลปะ โทรศัพท์แจ้งว่าจากกระทรวงสาธารณสุข จะมารับตัวไปตรวจที่ รพ.ราชวิถี เพื่อตรวจร่างกายและทำทีซีแสกน จะรู้ผลเลยทันที ข้าพเจ้ารู้สึกอุ่นใจจึงไปกับเขา พอไปถึงตรวจร่างกายและทำทีซีแสกนเสร็จ ทางกองประกอบฯ ก็ขอตัวกลับ ข้าพเจ้ารอ 1 ชั่วโมงมีพยาบาลบอกให้กลับบ้านได้ ข้าพเจ้าขอฟิล์มและผลอ่านฟิล์ม เขาบอกว่าผลยังไม่ออก เพราะคนอ่านผลกลับบ้านไปแล้ว (เวลานั้นประมานบ่าย 3 โมง) ขอสำเนาฟิล์มเขาก็ไม่ให้บอกว่าเป็นสมบัติของโรงพยาบาล อยากได้ไปตามเอากับนพ.ธารา ผอ.กองประกอบฯ

16 ก.ค.51
ข้าพเจ้าไปออกรายการ ”สถานีประชาชน” ทางช่อง TPBS พร้อมพี่อุ้ย-ปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ ซึ่งมีนพ.อำนาจ กุศลานันท์ เลขาธิการแพทยสภาเข้าสายร่วมรายการ นพ.อำนาจเชิญให้ข้าพเจ้าไปที่แพทยสภา ข้าพเจ้าเคยได้ยินกิตติศัพท์ของแพทยสภามาบ้างว่าเข้าข้างแพทย์ด้วยกัน แต่พี่อุ้ยบอกว่าเขาเชิญก็ต้องไป เผื่อจะจบเรื่องได้เร็ว และหาคนมาช่วยต่อชีวิตที่เหลือของข้าพเจ้าให้ยืนยาวได้ ต้องเอาชีวิตก่อนเป็นสำคัญ เรื่องสอบสวนมอบให้เป็นหน้าที่แพทยสภา

5 โมงเย็น พี่อุ้ยไพาข้าพเจ้าและญาติไปถีงแพทยสภา ในห้องประชุมมีนพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา-นายกแพทยสภา, นพ.อำนาจ กุศลานันท์-เลขาธิการแพทยสภา, นพ.ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย-รองเลขาธิการแพทยสภาฝ่ายกฎหมาย, นพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ รองเลาขาธิการแพทยสภา และคนอื่น ๆ อีกหลายคน พร้อมผู้สื่อข่าว

ในห้องประชุม แพทยสภาไม่ให้ความสำคัญกับสิ่งที่ข้าพเจ้าพูดถึงการผ่าตัด หรืออาการโปรตีนรั่วหลังการผ่าตัดที่รพ.กรุงธน 2 แม้แต่น้อย ข้าพเจ้าเป็นคนบ้านนอกความรู้เพียงป.4 พูดอะไรเขาก็ไม่ฟัง แล้วแพทยสภาก็แถลงข่าวว่า น่าจะเกิดจากสาเหตุ
1. ไม่มีไตข้างขวาตั้งแต่กำเนิด
2. มีการฝ่อไปของไตขวาเนื่องจากอาการไตวาย ซึ่งภายในระยะเวลา 2 ปี ก็สามารถฝ่อเล็กลงไปได้เช่นกัน
3. การอ่านผลการตรวจอัลตราซาวนด์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 ธ.ค.2548 ของโรงพยาบาลกรุงเทพพระประแดง เกิดการผิดพลาด ซึ่งหากผิดจริงถือว่า มีความผิดฐานรักษาไม่ได้มาตรฐานด้วย
4. ไตขวาของ นางเกษร ถูกขโมยและหายไปจริง ๆ

ทั้งที่..ข้าพเจ้าสงสัยว่าไตข้างขวาหายไปได้อย่างไร
เกี่ยวข้องกับการรักษาผ่าตัดที่รพ.กรุงธน 2 หรือไม่ ข้าพเจ้าไม่เคยพูดว่า “ไตถูกขโมย”

จากนั้นนพ.สมศักดิ์ สั่งให้นพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ ติดต่อไปที่รพ.รามา เพื่อนำข้าพเจ้าไปตรวจ MRI (เอกซ์เรย์คอมพิวเตอร์) แต่นพ.สัมพันธ์ ติดต่อศูนย์ MRI ประชาชื่น ซึ่งเป็นศูนย์ของเอกชนแทน

เวลาเดียวกัน
ผอ.กองการประกอบโรคศิลปะ - นพ.ธาราฯ จัดแถลงข่าวฝ่ายเดียว เนื้อหาสอดคล้องไปในทำนองเดียวกันกับที่แพทยสภาแถลงข่าว ทั้งที่ทางรพ.ราชวิถีแจ้งกับข้าพเจ้าเมื่อวานว่า ผลอ่านฟิล์มยังไม่ออก

เย็นวันเดียวกัน
หลังเป็นข่าว รองผบตร.สั่งให้สน.ราษฎร์บูรณะรับแจ้งความ(ก่อนหน้านั้นตำรวจทำเพียงลงบันทึกประจำวัน) ทางสน.จึงเรียกข้าพเจ้าไปสอบสวนเพิ่มเติม พี่อุ้ยแนะนำว่าให้ดูผลทางแพทยสภาก่อน จึงชะลอเรื่องการแจ้งความไว้เท่านั้น เนื่องจากข้าพเจ้าไม่ต้องการให้หมอติดคุก ต้องการรู้ว่าไตหายไปได้อย่างไรเท่านั้น

17 ก.ค. 51-เช้า
นพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ – รองเลขาธิการแพทยสภา ไปรับตัวข้าพเจ้าและญาติที่บ้าน พาไปทำ MRI ที่ศูนย์ประชาชื่น พี่อุ้ย-ปรียนันท์ไม่ได้ไปด้วย ระหว่างที่ข้าพเจ้าพักฟื้นอยู่ชั้นสอง นพ.สัมพันธ์ได้แถลงข่าวฝ่ายเดียวว่า “สันนิษฐานได้ว่า ไตข้างขวาของนางเกษร ไม่เจริญเติบโตมาตามปกติตั้งแต่กำเนิด และไม่มีการผ่าตัดเอาไตออกไป” โดยไม่ให้ข้าพเจ้ามีส่วนได้รับรู้ด้วย ข้าพเจ้าเสียใจมากที่นพ.สัมพันธ์ทำเช่นนั้น อีกทั้งยังบอกว่าการอ่านผลของรพ.กรุงเทพพระประแดงอาจผิดพลาดด้วย

เมื่อข้าพเจ้าขอฟิล์มและผลอ่านฟิล์ม นพ.สัมพันธ์มอบฟิล์มให้แผ่นเดียว แต่ผลอ่านนพ.สัมพันธ์บอกว่าผลอ่านยังไม่ออก อ่านยังไม่เสร็จ

มีการให้ข่าวว่าผล MRI ตรงกับผลทีซีแสกนของรพ.ราชวิถีด้วย (ทั้งที่ผลของทั้ง 2 ที่ก็ยังไม่ออก) ในเมื่อผลยังไม่ออกทำไมนพ.สัมพันธ์ถึงรีบแถลงข่าว ทำไมไม่แจ้งให้ข้าพเจ้าทราบก่อนจะแถลงข่าว ทำไมแถลงข่าวลับหลัง ทำไมแพทยสภา+กองการประกอบโรคศิลปะ ด่วนแถลงข่าวฝ่ายเดียว (เหมือนเขาเตรียมการกันมาแล้ว)

ระหว่างทางที่นั่งรถของนพ.สัมพันธ์กลับบ้าน ข้าพเจ้าได้ยินนพ.สัมพันธ์ พูดโทรศัพท์ตลอดเวลาว่า เคลียร์แล้ว ๆ เรียบร้อยแล้ว

17 ก.ค. 51-กลางคืน
รายการ “ตาสว่าง” ทางช่อง 9 อสมท. เชิญข้าพเจ้าไปออกรายการ ร่วมกับนพ.อำนาจ กุศลานันท์ เลขาธิการแพทยสภา เวลาสั้นมากข้าพเจ้าประหม่าพูดข้อเท็จจริงได้ไม่หมด สู้แพทยสภาไม่ได้เลย อีกทั้งทางรายการให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคไตจากจุฬาฯ ได้โทรศัพท์เข้าไป ข้าพเจ้ายังไม่ทันได้พูดเรื่องโปรตีนกับเม็ดเลือดแดงรั่วเลย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญท่านนั้นก็รีบสรุปว่าไม่น่าเกี่ยวกับการผ่าตัด ทั้งที่ยังไม่ได้ตรวจร่างกายและซักรายละเอียดครบถ้วนจากข้าพเจ้าเลย

นพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ บอกว่าจะพาข้าพเจ้าไปส่องกล้องเพื่อดูท่อไต ข้าพเจ้าไม่ไว้ใจนพ.สัมพันธ์แล้ว กลัวเขาจะทำแบบเดิม ๆ ให้ช้ำใจอีก จึงไม่ยอมไปกับแพทยสภาอีก

21 ก.ค. 51-เช้า
ข้าพเจ้าไปร้องเรียนกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อขอให้ตรวจสอบหาข้อเท็จจริงต่อไป

21 ก.ค.51-บ่าย
ข้าพเจ้าไปขอฟิล์ม+ผลอ่านฟิล์ม ที่รพ.ราชวิถี ไดรับคำตอบว่า นพ.ธาราฯ ผอ.กองการประกอบโรคศิลปะ เอาไปทั้งหมด ข้าพเจ้าโทรไปหานพ.ธาราฯ ท่านบอกว่าปรึกษาฝ่ายกฎหมายแล้วให้ไม่ได้ ข้าพเจ้าถามว่าข้าพเจ้าเป็นคนไข้ทำไมดูไม่ได้ ท่านเป็นใครยังขอดูได้ ท่านตอบว่าผมเป็นคนพาไปและเป็นเจ้าหน้าที่ผมมีสิทธิ์ดู

ขณะเดียวกันข้าพเจ้าโทรไปที่ศูนย์เอกซ์เรย์คอมพิวเตอร์ประชาชื่น เพื่อขอซีดีและผลอ่านฟิล์ม MRI เจ้าหน้าที่แจ้งว่าไม่ได้ save ข้อมูลไว้ ลบทิ้งหมดแล้ว



22 ก.ค.51
ข้าพเจ้า+พี่อุ้ย-ปรียนันท์+ญาติ ไปที่กองการประกอบโรคศิลปะ เพื่อขอฟิล์ม+ผลอ่านฟิล์ม นพ.ธาราฯ ไม่ยอมให้ บอกให้ข้าพเจ้าไปขอรับกับทางรพ.ราชวิถี ข้าพเจ้าถามว่าเมื่อไหร่ท่านจะนำไปคืนที่รพ.ราชวิถี นพ.ธาราฯ ตอบว่าว่างเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ข้าพเจ้าจึงไม่ยอมกลับ นพ.ธาราจึงบอกว่าให้ไปรอที่รพ.ราชวิถี เดี๋ยวจะให้รถตู้ของกระทรวงนำฟิล์มไปส่งคืน ข้าพเจ้าบอกว่าขอติดรถไปด้วยเพราะหมดค่าแท็กซึ่ไปมากแล้ว เขาก็ไม่ให้ไปด้วย

เมื่อสุดทน
พี่อุ้ย-ปรียนันท์ จึงพาข้าพเจ้าไปร้องคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติที่อยู่ในตึกเดียวกัน ทางสช.ได้ติดต่อผอ.รพ.ราชวิถี และ นพ.ธาราฯ ให้มอบฟิล์ม+ผลอ่านให้ข้าพเจ้า

23 ก.ค. 51
ข้าพเจ้าไปรับฟิล์ม+ผลอ่าน ที่รพ.ราชวิถี


คำถาม
1. ข้อเท็จจริงในตัวข้าพเจ้ากับผลอ่านฟิล์ม มีอะไรไม่ตรงกันกับการแถลงข่าวของแพทยสภา+กองประกอบฯ หรือไม่ ทั้ง 2 หน่วยงานจึงมีพฤติกรรมละเมิดสิทธิข้าพเจ้า และมีพฤติกรรมไม่ชอบมาพากลเช่นนี้
2. แพทยสภา+กองประกอบฯ มีสิทธิแถลงข่าวก่อนที่จะให้ผู้เสียหายได้ดูฟิล์ม+ผลอ่านก่อนหรือไม่
3. ทำไมแพทยสภา+กองประกอบฯ ไม่เรียกแพทย์ของรพ.กรุงเทพพระประแดง ผู้อ่านฟิล์มอัลตร้าซาวด์ครั้งแรกมาชี้แจง เพราะหนึ่งในทีมที่รักษาข้าพเจ้าคือนพ.วิสูตร ฟองศิริไพบูลย์ ซึ่งเป็นกรรมการแพทยสภาด้วย
4. ทำไมแพทยสภา+กองประกอบฯ ไม่ให้ทางรพ.กรุงธน 2-คู่กรณี เป็นผู้แถลงข่าว ทำไมแพทยสภา+กองประกอบฯ ทำหน้าที่เหมือนเป็นตัวแทนของรพ.คู่กรณี สิ่งที่แพทยสภา+กองประกอบฯ ทำนั้นเหมาะสมหรือไม่
5. จนถึงทุกวันนี้ทำไมทางรพ.กรุงธน-คู่กรณีของข้าพเจ้าถึงได้เงียบ
6. นพ.สัมพันธ์(แพทยสภา) +ผอ.กองการประกอบโรคศิลปะ ละเมิดสิทธิข้าพเจ้าใช่หรือไม่


(ระยะเวลาจากวันผ่าตัดถึงวันที่พบว่าไตขวาหายไป 9 ส.ค.49 – 10 มิ.ย. 51 รวม 1 ปี 6 เดือน)


ปัจจุบันข้าพเจ้าฟ้องรพ.กรุงธน 2 เป็นคดีผู้บริโภค คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ (แพ้คดีในศาลชั้นต้น) ทั้งที่ในตอนแรกข้าพเจ้าไม่ได้ต้องการที่จะฟ้องร้องใครแม้แต่คนเดียว แต่หน่วยงานแพทยสภา+กองประกอบฯ มีพฤติกรรมที่เข้าข้างแพทย์ด้วยกัน ร่วมมือกันละเมิดสิทธิในเวชระเบียนของผู้เสียหายเสียเอง อีกทั้งรพ.กรุงธน 2 ก็ไม่ได้แสดงความรับผิดชอบใด ๆ เงียบอย่างเดียว ในเมื่อหน่วยงานเป็นที่พึ่งให้ประชาชนที่ทุกข์ร้อนไม่ได้ ข้าพเจ้าจึงตัดสินใจ ขอเอาบารมีศาลเป็นที่พึ่ง
โดย: ตัวอย่างหน่วยงานละเมิดคนไข้ [20 ม.ค. 53 12:40] ( IP A:58.9.221.77 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ขอโทษที่หายไปนานค่ะ ตอนนั้นหมอที่ รพ. ราชเวชบอกว่าเป็นปอดบวม ซึ่งเกิดจากไซนัสอักเสบเรื้อรัง เบิกประกันของ AIA ค่ะ ระหว่างการรักษา ได้ให้ยาฆ่าเชื้อตัวนึง ฉีดเข้าเส้นโดยผ่านสายน้ำเกลือวันละ 4 ครั้ง ให้ยาไปประมาณ 4 วัน หมอบอกต้องเพิ่มยาอีกตัวเพราะยาทีีืให้ไปตอนแรกฆ่าเชื้อได้ไม่หมด โดยยาตัวที่สองฉีดตรงเข้าเส้นไม่ผ่านสายน้ำเกลือให้ยาวันละครั้ง กระบอกฉีดยาใหญ่มาก แล้วเด็กอายุแค่ 6 ขวบ ไม่มีวิธีอื่นทำแล้วรึไง แล้วหมอก็ดูแลประจำ ให้ยาไปทานที่บ้านอย่างต่อเนื่องทำไมไม่รู้ล่ะว่าควรใช้ยาฆ่าเชื้อกลุ่มไหน
พยาบาลเองก็ไม่ได้มีใจให้บริการเลย ดีแต่บังคับใช้กำลัง เวลาฉีดยา ก็เด็กมันเจ็บ มันก็ดิ้น ไม่มีการปลอบประโลมเลยมาถึงก็มัด กด ฉีด ดูแล้วทารุณ พอบอกหมอว่าจะย้ายโรงพยาบาล เลยอยากขอประวัติการรักษา หมอบอกว่า ให้ย้ายไปก่อน แล้วค่อยให้หมอคนใหม่โทรมาถามหมอเอง "เดี๋ยวหมอจะสรุปรายละเอียดให้หมอเขาฟังเอง โทรมาถามได้" ละทำไมต้องให้โทรมาถาม ทำไมไม่คัดลอกสำเนาแล้วให้เราไปเลย งง ตรงนี้ล่ะ เลยทำให้ไม่ค่อยแน่ใจว่า รพ. นี้ รักษาลูกเราด้วยความบริสุทธิ์ใจรึเปล่า เราไม่กล้าย้าย อยู่ที่รพ. นั้น 14 วัน ดูเขาทรมานลูกเราแบบนี้ทุกวัน วันละ 4 ครั้ง เราบอกเลยว่า ไม่ไปเหยียบที่นั่นอีกแน่นอน
โดย: Miniryu [21 ม.ค. 53 7:57] ( IP A:58.8.138.228 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   คล้ายๆ กันเลย...
เราขอที่ รพ. ภัทร-ธนบุรี(ปทุมธานี) ก็ไม่ให้เหมือนกัน
กรณีญาติของเราปวดข้อ เดินไม่ได้ ไปนอนอยู่ที่นั่น 7 วัน
หมอไม่พยายามที่จะรักษาเลย ปล่อยให้นอนปวดอยู่แบบนั้น
ไม่หาสาเหตุ ไม่ตรวจทางห้องปฏิบัติการ ให้แค่ยาแก้ปวด กินเพื่อระงับความปวด แต่ก็แค่ทุเลาช่วงยาออกฤทธิ์ แต่พอหมดฤทธิ์ยาก็ปวด บางครั้งปวดมากกว่าเดิม ไม่อยากจะพูด หมอเจ้าของไข้ เปิดประตูเข้ามาวันแรก ถามเราว่า จะอยู่ที่นี่หรือจะกลับไปอยู่บ้าน
เราก็แย้งกลับไปว่า จะกลับได้ยังไง ก็คนป่วย ปวดข้อมาก จนเดินไม่ได้ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ยังเดินได้ปกติ..หมอก็ยอ้นเรากลับว่า ถึงจะอยู่ที่ รพ. ญาติก็ต้องช่วยและดูแลคนไข้เองอยู่แล้ว...ดูสิ...ฟังมันพูด...
ด้วยจรรยาบรรณแพทย์ เขาน่าจะสอบถามอาการก่อน ว่าเป็นอะไร ยังไง ยังปวดหรือเปล่า จะรักษา หรือตรวจอะไร แต่ไม่เลย ทุกๆวันที่เขาเข้ามา เขาถามทุกวันว่าตกลงจกลับบ้านหรือยัง.....สุดท้าย เราก็เสียดายตังค์ที่จ่ายส่วนเกิน ค่าห้อง ก็เลยตัดสินใจกลับบ้าน โดยที่คิดอยู่ในใจว่า...จะไม่กลับมารักษาที่นี่อีก..และจะขอประวัติการรักษาที่แผนกเวชระเบียนเพื่อไปรักษาที่อื่นต่อ ซึ่งเราก็ระบุความจำนงไปแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ก็แย้งกลับมาว่า ต้องจ่ายเองนะ จะมาย้อนเบิกกับเขาไม่ได้นะ...เราก็ตอบว่า..ค่ะ...แต่สุดท้ายก็ไม่ให้แล้วเขาให้เหตุผลว่า...ก็คนป่วยมีประกันสังคมที่นี่...เขาจะให้ประวัติไปไม่ได้...
จริงๆ ถ้าเรายืนยันจะเอา เราก็เคลียร์ได้...แต่ ณ ตอนนั้นอารมณ์ปรี๊ดสุดๆ..ก็เลยปล่อยมันไป....ถ้าโรงพยาบาลหลายๆ แห่งมีหมอและเจ้าหน้าที่ห่วยๆ ไม่มีจรรยาบรรณแบบนี้ ขอให้มันบรรลัย..ดับไปกับสิ่งไม่ดีที่ทำไว้กับคนไข้ทั้งหมดทั้งปวง.....
และเราก็จะบอกเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ต่อกันไป ไม่ให้เขาเลือกสิทธิที่นี่ เพราะว่าเงินที่เขาได้รับจากประกันสังคมแต่ละปี..มันมากมายเหลือเกิน ซึ่งคนบางคนไม่เคยใช้บริการด้วยซ้ำ...
***นี่แหละหนา ชะตาชีวิตของ...สิทธิ...ประกันสังคม****
หากใครจะเลือกใช้บริการที่นี่ต่อไป.....โปรดใช้วิจารณญาณในการเลือกด้วย...เพราะสักวันคุณอาจจะเจอ Jackpot แตกก็ได้...
โดย: เจอหมอขาดจรรยาบรรณ... [19 ก.ค. 53 15:35] ( IP A:203.147.14.73 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ค่ะ รพ.โสธราเวช ฉะเชิงเทราก็เปนเช่นกันค่ะ ไม่มีจรรยาบรรณเลย

สามีของดิฉันก็เคยผ่าตัดหัวเข่าที่ รพ.โสธราเวช ผ่าแล้วแต่อาการก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย ค่ารักษาพยาบาลแสนกว่าบาท แต่ใช้สิทธิประกันร่วมกับประกันสังคม แต่ว่าอยู่มาหลายๆเเข่าหลวมและปวดบ่อยๆก็เข้า รพ.ที่ใกล้ที่สุดเวลาที่ปวด อยู่มาได้ 4 ปี ไปเจอกับเพื่อนที่เปนหมอ เพื่อนหมอบอกว่า รพ.โสธราเวช ผ่าให้แบบชุ่ยๆทำให้เข่ายังหลวมอยู่ แนะนำให้ไปผ่ากับอาจารย์หมอท่านนึงที่มีความชำนาญมากๆ เข่าจะได้หายเปนปกติ เล่นกีฬาได้เหมือนเดิม เราซึงเปนภรรยาก็ไปขอประวัติการรักษา และฟิลม์เอกซเรย์ แต่ไปพบกับพนักงานห่วยแตกมากๆ บอกให้ไปพบแพทย์อยู่นั่น เราก็เข้าใจ ....เออ มันคงต้องรักษาผลประโยชน์ของ รพ.ที่ทำงานอยู่ พูดๆไปพูดมา มันคงรำคาญเรา บอกว่าทำไมเราไม่เปลี่ยน รพ.ไปเลยหล่ะ เราก็ปรี๋ดแตกนะ แต่เก็บอารมณ์ไว้ รอให้ได้ประวัติการรักษาก่อน นี่ยังไม่รู้เลยว่าจะได้หรือป่าว ถ้าไม่ได้ต้องพูดอะไรบ้างแล้วหล่ะ ห่วยจัง!!! ถึงว่า รพ.เงียบเป็นป่าช้า สักวันก็คงต้องปิดไป
โดย: narak@hotmail.com [9 มี.ค. 54 16:27] ( IP A:222.123.3.233 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   หมดตรวจไม่ครบ คนไข้เสียชีวิต ขอปรึกษาด้วยครับว่าจะดำเนินการทาง กม. อย่างไร เมื่อปลายเดือน มค.ที่ผ่านมา บ่ายแก่ก่อนมืดเพื่อนขับมอเตอร์ไซด์เสียหลักล้มลง เพราะเหล็กกทม.ปิดหลุมก่อสร้างไม่เสมอกับพิ้น ไปตรวจ รพ.1 บอกว่า ใหล่เคลื่อนไม่เป็นไรมากให้ยาและกลับบ้านได้ ตกเที่ยงคืนก็เจ็บทั้งตัว จนนอนไม่ได้ เช้าก็ไปหา รพ2 เพราะใกล้บ้าน ทำการเอ็ซเรย์ใหม่หมด พบว่า กระดูกซี่โครงหักหลายซี่ เตรียมทำการผ่าตัดช่วย แต่คนไข้เสียชีวิตเสียก่อน ผลนิติเวชบอกว่า ซี่โครงขวา 9 ซี่ ซี่โครงซ้าย 5 ซี่ หักหมด สาเหตุเสียชีวิตคือ ซี่โครงหัก เสียเลือดมาก ครอบครัวเพื่อนยังตกใจอยู่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นเอาเป้นคดีความได้หรือไม่ ขอคำแนะนำด้วยครับ ว่าขั้นตอนมียังไง และทำอะไรบ้าง
โดย: ราตรี [26 มี.ค. 54 10:23] ( IP A:58.8.113.221 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   เพิ่มเติม คห.11 หมอตรวจไม่ครบ คนไช้เสียชีวิต
โดย: ราตรี [26 มี.ค. 54 10:28] ( IP A:58.8.113.221 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   

Pep Guardiola "terbuka" untuk menandatangani kontrak baru dengan Manchester City dan memperpanjang masa jabatannya menjadi tahun keenam. Kesepakatan manajer berakhir pada musim panas 2021 dan dia belum pernah memimpin klub selama lebih dari empat musim.

"Aku terbuka, ya," kata Guardiola ketika ditanya apakah dia akan mempertimbangkan kesepakatan baru. "Saya sangat nyaman bekerja dengan klub ini." Namun dia mengindikasikan tidak akan ada keputusan cepat dan bahwa hubungannya dengan para pemain akan menjadi kuncinya.

"Ketika saya merasa itu tidak lebih buruk, kami akan melihat dengan klub cara terbaik," katanya. “Itu tergantung hasil. Ketika Anda berusia lima tahun, itu tergantung pada hasilnya. Kami akan melihat apa yang terjadi musim ini dan musim depan https://ligabolainggriss.blogspot.com/2019/07/live-nobar-liga-inggris.html . Itu tidak sama untuk seorang manajer setelah lima tahun sebagai dua - semua orang baru setelah dua. Saya ingin melihat pemain saya dan lingkungan. Sesederhana melihat para pemain, bagaimana kami bekerja bersama. Itu hal yang paling penting. Kami harus merasa masih bisa melakukannya bersama, menikmatinya bersama. ”

Guardiola menjelaskan mengapa dia siap untuk melampaui empat tahun yang dia habiskan sebagai manajer Barcelona. "Saya lebih tua, saya sudah memiliki pengalaman tiga liga yang luar biasa," katanya, setelah juga mengelola Bayern Munich. "Ini berbeda. Sekarang saya lebih berpengalaman. Mungkin, dengan pengalaman yang saya miliki sekarang, saya akan tinggal.

“Masih saya punya 18 bulan. Itu banyak waktu di sepakbola; itu sebabnya klub dan saya setuju. Kami bermain besok [di Newcastle United], kami akan melakukan yang terbaik dan setelah itu kami melihat bagaimana semuanya berjalan. Saya sangat percaya pada klub dan mereka mempercayai saya. Sisanya akan memutuskan. "

โดย: Petunjuk Pep Guardiola untuk memperpanjang masa tinggal Manchester City di atas 2021 [30 พ.ย. 62 13:13] ( IP A:110.138.149.250 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   

Premier League 2019-2020 pekan ke-26 menyisakan dua laga lagi. Datu di antara big match pekan ini adalah Chelsea melawan Manchester United. Duel sengit Premier League ini akan digelar pada Senin (18/2/2020) dinihari WIB di Stamford Bridge.

https://www.startengine.com/kindkatie
https://www.startengine.com/cryptid
https://www.cafepedagogique.net/lexpresso/Pages/2016/12/13122016Article636172101966471723.aspx
https://www.cafepedagogique.net/lexpresso/Pages/2019/10/14102019Article637066346315720225.aspx
https://www.innerdesign.com/events/show/WHAT-DESIGN-CAN-DO1
https://www.innerdesign.com/events/show/100-Design1
https://www.innerdesign.com/events/show/EDIT-by-Designjuction
https://www.innerdesign.com/events/show/CARLO-MO.-DISEGNI-E-SCULTURE
https://www.innerdesign.com/events/show/Archives-by-NLXL-and-Studio-Job
https://atys.ryzom.com/news/489
https://atys.ryzom.com/news/488
https://atys.ryzom.com/news/485
https://atys.ryzom.com/news/477
https://www.cafepedagogique.net/lexpresso/Pages/2019/11/18112019Article637096590513154709.aspx
https://www.cafepedagogique.net/LEXPRESSO/Pages/2018/09/21092018Article636731020350522351.aspx
https://bodrogie.deja.hu/csaladi-oesszefogas
https://wheretonext.portauthority.org/ideas/soccer-live-stream
https://wheretonext.portauthority.org/ideas/watch-football-live-online
https://wheretonext.portauthority.org/ideas/live-football-stream
https://wheretonext.portauthority.org/ideas/how-to-watch-football-online
https://wheretonext.portauthority.org/ideas/live-football-streaming-free
https://wheretonext.portauthority.org/ideas/top-15-websites-that-can-be-alternatives-to-youtube
https://www.pantown.com/board.php?id=65383&area=&name=board1&topic=64&action=view
https://www.pantown.com/board.php?id=12163&area=4&name=board12&topic=1053&action=view
https://www.pantown.com/board.php?id=12163&area=4&name=board12&topic=931&action=view
https://www.pantown.com/board.php?id=42859&area=3&name=board1&topic=268&action=view

Kedua tim butuh kemenangan untuk menjaga Laga Tottenham vs Chelsea merupakan penentuan peringkat empat klasemen sementara Liga Inggris. Chelsea asuhan Frank Lampard saat ini berada di posisi empat dengan 29 poin, unggul tiga poin atas Tottenham. Jadwal Tottenham vs Chelsea akan berlangsung pada Minggu malam mulai pukul 23.30 WIB.

โดย: siaran chelsea [6 มี.ค. 63] ( IP A:139.99.68.204 X: )
รายละเอียด :
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)
รูปประกอบ :
.jpg .bmp .gif < 100K
จัดตำแหน่งรูป :
ชิดซ้าย
กึ่งกลาง
ชิดขวา
เสียงประกอบ : .wav .mp3 .wma .ogg < 300K
คลิปวีดีโอ (Youtube) :
ตัวอย่าง : http://www.youtube.com/watch?v=k_ufqno7NaE


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน