.ชาวบ้านประท้วงแพทย์รพ.ระนองประมาททำคนไข้ตาย
   .ชาวบ้านประท้วงแพทย์รพ.ระนองประมาททำคนไข้ตาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่11 มี.ค.52 ชาวบ้านหมู่ที่ 3 ต.บางหิน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง นำโดยนายพล ชัยฉิม อายุ 65 ปี และนางรัตนศิริ ชัยฉิม อายุ 40 ปี สะใภ้ พร้อมด้วยญาติพี่น้อง และเพื่อนบ้าน ประมาณ 70 คน ได้รวมตัวกันประท้วงแพทย์โรงพยาบาลระนอง เพื่อขอความเป็นธรรมและรับทราบข้อเท็จจริงหลังจากที่ทำการผ่าตัดนายสุรพร ชัยฉิม อายุ 42 ปี บุตรชายนายพล และเป็นสามีนางรัตนศิริ ที่ประสบอุบัติเหตุขับรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถยนต์ได้รับบาดเจ็บ แล้วเสียชีวิตหลังการผ่าตัด โดยทางโรงพยาบาลให้ส่งตัวแทนจำนวน 5 คน เข้าไปเจรจาพูดคุยกับนายแพทย์อธิศักดิ์ ตันสุเมธ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการโรงพยาบาลระนอง และแพทย์เจ้าของคนไข้ แต่ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้ารับฟัง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงได้ข้อยุติเบื้องต้นซึ่งทางโรงพยาบาลจะตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จ โดยให้ญาติมาฟังผลการสอบในวันจันทร์ที่ 16 มีนาคม เวลา 14.00 น.



นางรัตนศิริ กล่าวว่า สามีประสบอุบัติเหตุขับรถจักรยานยนต์ไปชนท้ายรถยนต์ ขณะกลับจากงานแต่งงานของเพื่อนบ้านที่ตำบลบางหิน เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 6 มีนาคม หลังเกิดเหตุได้นำตัวสามีไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลกะเปอร์ จากนั้นในวันที่ 7 มีนาคม ได้มีการส่งตัวสามีไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลระนอง หลังเอกซเรย์แพทย์บอกว่าสามีไม่เป็นอะไรมาก มีเพียงกระดูกสะโพกร้าว จากนั้นแพทย์ได้ให้พักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลเพื่อรอดูอาการโดยให้อดอาหารแต่ให้น้ำเกลือ กระทั่งวันที่ 9 มีนาคม สามีปวดท้องอย่างรุนแรง แพทย์จึงพาเข้าห้องผ่าตัด ซึ่งหลังจากผ่าตัดแล้วก็ย้ายคนไข้มาพักฟื้นที่ตึกศัลยกรรมชาย



นางรัตนศิริ กล่าวอีกว่า ช่วงแรกแพทย์ให้คนไข้พักอยู่ที่เตียงด้านหลัง คนไข้รู้สึกตัวดีแต่พูดไม่ได้ มีเครื่องช่วยหายใจสวมอยู่ แต่ต่อมาได้เปลี่ยนให้มาพักที่เตียงด้านหน้าซึ่งจะอยู่ใกล้กับห้องพักของพยาบาล ซึ่งในระหว่างเคลื่อนย้ายแพทย์ พยาบาลได้ถอดเครื่องช่วยหายใจออกเป็นเวลานานประมาณ 1-2 นาที จนทำให้สามีของตนนอนแน่นิ่งไปต่อหน้าต่อตา ตนเอง พ่อสามี และญาติพี่น้อง จึงรู้สึกตกใจมาก จากนั้นแพทย์ พยาบาลจึงได้พยายามปั๊มหัวใจ แต่ก็ไม่เป็นผล จึงได้นำกลับเข้าห้องไอซียู อีกครั้งหนึ่ง กระทั่งเวลาประมาณ 01.00 น.เมื่อคืนที่ผ่านมา(10 มี.ค.) ได้รับแจ้งว่าสามีตนเสียชีวิตแล้ว จึงต้องมาขอความเป็นธรรมดังกล่าว



นายแพทย์อธิศักดิ์ กล่าวว่า คนไข้ถูกส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลระนองเมื่อวันที่ 7 มีนาคม สังเกตดูอาการ 2 วัน จึงได้ผ่าตัดเมื่อวันที่ 9 มีนาคม ซึ่งหลังจากออกจากห้องผ่าตัดแล้ว คนไข้หัวใจหยุดเต้น ซึ่งก็ได้ช่วยเหลือฟื้นคืนชีพอยู่ 5-6 ครั้ง ซึ่งก็มาก็เสียชีวิตเมื่อตีหนึ่งคืนวันที่ 10 มีนาคม แพทย์ผ่าตัดทราบว่าคนไข้ลำไส้แตก และติดเชื้อในกระแสเลือด แพทย์ได้พยายามรักษาคนไข้อย่างสุดความสามารถ เป็นเหตุสุดวิสัย ซึ่งได้ตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว จะทราบผลได้ในวันที่ 16 มีนาคมนี้



นายพล กล่าวว่า ตนไม่มั่นใจกรรมการที่ทางโรงพยาบาลแต่งตั้งขึ้น เพราะเป็นคนของโรงพยาบาลเอง แต่จะรอฟังผลในวันจันทร์ที่จะถึงก่อน หากไม่ได้รับความเป็นธรรมก็จะร้องเรียนไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธรณสุข แต่วันนี้(11 มี.ค.) จะเอาศพลูกชายไปประกอบพิธีทางศาสนาก่อน.
วันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2552 เวลา 14:26:08 น. มติชนออนไลน์
โดย: มติชนออนไลน์ [11 มี.ค. 52 16:54] ( IP A:58.8.10.13 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   หึๆๆ... ถ้าชนเสร็จแล้วนอนที่บ้าน คงไม่ตาย
มาส่ง รพ. ก็เลย ตาย ไม่น่าเลย
อีกอย่าง เมาแล้วขับ ด้วยหรือเปล่า ก็ไม่รุ้
โดย: หมอก้อนหิน [11 มี.ค. 52 17:32] ( IP A:124.157.230.190 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   แบบเดียวกัน
ความผิดพลาดควรนำไปเป็นบทเรียน


แนวหน้า
2/5/52

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ศาลจังหวัดนนทบุรี พิพากษาในคดีที่นายยงยุทธ ปันนินา หรือน้องโจ้ โดยนางดวงนภา ปันนินา ผู้อนุบาล เป็นโจทก์ยื่นฟ้องกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ฐานละเมิด ทำให้นายยงยุทธ พิการกลายเป็นเจ้าชายนิทรา และเรียกค่าเสียหาย 10,187,000 บาท โดยศาลสั่งให้สธ. ชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เป็นจำนวนเงินรวม 3.9 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าอาหาร 4 แสนบาท ค่าทำให้ทุพพลภาพถาวร 2 ล้านบาท ค่าเสียโอกาสในการประกอบอาชีพในอนาคต 1.5 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี

นางดวงนภา มารดา ของนายยงยุทธ กล่าวว่า ยื่นฟ้องต่อ สธ. เนื่องจากเห็นว่าแพทย์และพยาบาลรักษาลูกชายด้วยความประมาทเลินเล่อ ไม่ระมัดระวัง โดยเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2547 ขณะที่ลูกชายอายุ 19 ปี ได้ประสบอุบัติเหตุขับรถจักรยานยนต์เสียหลักล้มลง และหมดสติ และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลร้องกวาง และถูกส่งตัวต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลแพร่ ซึ่งแพทย์ได้รักษาโดยการให้ยาและเครื่องช่วยหายใจ เนื่องจากมีสมองบวมและมีเลือดออกในสมอง

นางดวงนภา กล่าวต่อว่า จากนั้น 1 สัปดาห์แพทย์ได้เจาะคอ ให้อาหารทางสายยางและให้ออกซิเจนทางท่อเจาะคอ ประมาณ 2 สัปดาห์ ลูกชายมีอาการดีขึ้น สมองเริ่มตอบสนอง ยกแขนขาและสื่อสารกับแม่และแพทย์ได้บ้าง แม้ยังพูดไม่ได้ และรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูเป็นเวลา 27 วัน เริ่มหายใจเองได้ จึงนำตัวมารักษาต่อที่ตึกผู้ป่วยธรรมดา ลูกชายเริ่มเดินได้ ทานอาหารทางปาก พูดคำสั้นๆ ได้ เขียนหนังสือได้ นับเลขได้ และแยกสีลูกบอลได้

ต่อมาวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2548 แพทย์ได้แจ้งให้พยาบาลเวรถอดท่อเหล็กที่คอออก แต่พยาบาลเวรบอกว่าคนไข้หายใจเองไม่ได้ จึงเอาท่อเหล็กใส่กลับคืนเข้าไปที่เดิม วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2548 แพทย์มาตรวจลูกชายและสั่งให้เอาท่อเหล็กที่คอออกอีก จากนั้นแพทย์และพยาบาลก็ออกไป หลังจากเอาท่อที่คอออก แต่เพราะความประมาท และไม่ระมัดระวัง แพทย์และพยาบาลไม่ได้อยู่ดูว่าลูกชายตนหายใจเองได้หรือไม่ ซึ่งลูกชายตนหายใจไม่ออกดิ้นรนกระเสือกกระสนอยู่นาน ตนจึงวิ่งไปตามพยาบาล แต่พยาบาลยืนดูโดยไม่ได้ให้ความช่วยเหลือ โดยบอกว่าปล่อยไว้สักพักเดี๋ยวก็ดีเอง จนลูกชายหัวใจหยุดเต้น ต้องปั๊มหัวใจ แต่สมองขาดออกซิเจนเสียหายใช้การไม่ได้ ไม่ได้สติและหายใจเองไม่ได้ จึงได้รับการรักษาโดยใช้เครื่องช่วยหายใจและเจาะคอเช่นเดิม กระทั่งกลายเป็นผู้สมองพิการทุพพลภาพตลอดชีวิต

"ค่าเสียหายที่ศาลสั่งให้ สธ.ชดใช้ให้ คงไม่คุ้มเพราะทุกวันนี้เหมือนตายทั้งเป็น ลูกชายที่เป็นความหวังของครอบครัว ซึ่งสอบเข้าเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พะเยาได้ แต่กลับต้องมาอยู่ในสภาพคนพิการช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องคอยดูแล ไม่มีอาชีพ ส่วนสามีทำงานก่อสร้างมีรายได้วันละ 200 บาท แต่ต้องเสียค่าอุปกรณ์การรักษาลูกเดือนละเป็นหมื่น จึงอยากให้สธ.เมตตาและเห็นใจ โดยไม่ยื่นอุทธรณ์ จะขอบคุณมาก" นางดวงนภากล่าว

จากนั้นเวลา 12.30 น. นางปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ ได้นำนางดวงนภา เข้าพบนายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.สาธารณสุข ที่กระทรวงสาธารณสุข เพื่อเรียกร้องไม่ให้สธ.ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาล โดยนายไชยา ได้ออกมารับเรื่อง และมอบเงินสดช่วยเหลือให้กับนายดวงนภา 5,000 บาท และให้นายนฤพนธ์ ประคุณวงศ์ ผู้เสียหายทางการแพทย์อีกราย ที่มีปัญหาฟ้องร้องกับโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง กรณีประมาทในการทำคลอด ทำให้บุตรสาวขาดอากาศหายใจเพราะติดอยู่ระหว่างช่องคลอดนาน 10 นาที ซึ่งศาลอนาถา นัดไกล่เกลี่ยในวันที่ 12 พฤษภาคมนี้ อีก 10,000 บาท

นายไชยา กล่าวว่า จะสั่งการให้ สธ.ไม่อุทรณ์คำสั่งศาล และจะชดใช้ค่าเสียหายโดยเร็ว เพราะวงเงิน 3.9 ล้านบาท อยู่ในอำนาจของ สธ. โดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง ทั้งนี้จะหารือกับอัยการเพื่อดำเนินการตามที่ศาลสั่งทันที ซึ่งขณะนี้ สธ.ได้เร่งผลักดัน พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ.... เพื่อให้ลดปัญหาการฟ้องร้องแพทย์ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ทั้งนี้ ตนเห็นใจทั้งฝ่ายแพทย์ ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่หนัก และคนไข้ที่ได้รับความเสียหายจากการรักษาของแพทย์
โดย: แบบเดียวกัน [11 มี.ค. 52 18:25] ( IP A:58.9.203.168 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   เมาแล้วขับ ไม่ใช่ประเด็น
ประเด็นคือถอดท่อแล้วขาดออกซิเจน
โดย: หมอก้อนอิฐ [11 มี.ค. 52 18:26] ( IP A:58.9.203.168 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ^
^
อ่านตรงไหนบอกถอดท่อ???
โดย: หมอก้อนหิน [11 มี.ค. 52 18:35] ( IP A:124.157.230.190 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ตอนย้ายเตียง จะต้องถอดเครื่องช่วยหายใจ แล้วระหว่างนั้นก็ใช้มือบีบถุงลมช่วยหายใจไปก่อน พอถึงเตียงแล้วก็ค่อยต่อกับเครื่องช่วยหายใจ แต่บังเอิญ คนไข้หัวใจหยุดเต้นตอนนั้น หมอก็เลยซวย
ซึ่งการที่หัวใจหยุดเต้น คิดว่า เกิดจากการติดเชื้อในกระแสเลือด อีกอย่าง หัวใจก็ไม่แข็งแรงอยู่แล้ว (เคยมีประวัติหัวใจหยุดเต้นมา 5-6 ครั้ง)
ข้อความข้างบน เป็นข้อความความรู้ แต่ถ้าใครมีอคติบังตา ไม่อยากจะรับรู้ความรู้ ก็ไม่ต้องอ่านก็ได้ครับ
โดย: หมอก้อนหิน [11 มี.ค. 52 18:44] ( IP A:124.157.230.190 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   มาเพิ่มเติม...
ถ้าใครไม่ยอมรับรู้อะไรนอกกะลา
คิดแต่ในใจว่าหมอผิดๆๆๆ ก็ไม่ต้องอ่านที่ผมเขียนก็ได้ครับ
โดย: หมอก้อนหิน [11 มี.ค. 52 19:49] ( IP A:124.157.230.190 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   รายนี้ถือว่าคดีมีมูล
โดย: รับรอง 100 % [11 มี.ค. 52 23:11] ( IP A:58.8.10.13 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   ทุกคนจำเป็นต้องเชื่อคุณก้อนหินหรือ
ถึงจะเป็นคนดี
โดย: เห็นอย่างไรว่าไปอย่างนั้น [12 มี.ค. 52 11:06] ( IP A:58.9.205.209 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   คห.8
คนที่คิดเองเออเอง... จะสรุปอย่างนั้นก็ไม่แปลก...???
ก็ผมบอกแล้วไง ใครใจกว้างพอ ที่จะรับรู้ข้อมูลที่มันขัดจากความเชื่อ ความรู้สึก มันเป็นการเปิดโลกทัศน์ แต่ใครอยากจะอยู่แต่ในกะลาก็ตามใจ ไม่ได้บังคับ
โดย: หมอก้อนหิน [12 มี.ค. 52 14:08] ( IP A:114.128.131.116 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
    หมอก็มองคนไข้ว่าอยู่ในกะลา
คนไข้ก็มองหมอว่าอยู่ในกะลา

เว้นแต่ว่า
กะลาของใครมันใบใหญ่กว่ากัน
โดย: เหอ ๆ ๆ ๆ [12 มี.ค. 52 19:43] ( IP A:61.90.86.102 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   คนไข้ไม่ได้อยู่ในกะลาทุกคน คนไข้ส่วนใหญ่อยู่นอกกะลา จะมีที่อยู่ใกลามากหน่อยก็แถวแถวเครือข่ายนี่แหละ ขนาดมีคนจะเอากะลาออกให้ยังไม่อยากออก ชอบอยู่ในกะลาอยู่ได้
โดย: คนเก่า [12 มี.ค. 52 20:09] ( IP A:125.26.70.36 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   ปากดีกันแบบนี้ ฟ้องพวกมันทีไรเห็นหน้าซีดกันทุกคน พูดครับ ค่ะ เป็นขึ้นมาทันที
โดย: ถุย [12 มี.ค. 52 21:17] ( IP A:124.157.237.20 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   "มัน" ในที่นี้หมายถึงใครกัน
หมอ หรือคนไข้

อย่างไรก็ตามไม่อยากให้ใช้คำว่า "มัน" เหมือนอย่างที่
นายกแพทยสภาชอบใช้เรียกผู้เสียหายเลย
โดย: no body perfect [13 มี.ค. 52] ( IP A:58.9.196.107 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   มันคือเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์
โดย: อ่านแล้วไม่รู้เหรอ [13 มี.ค. 52 3:53] ( IP A:124.157.235.44 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   ใครอยากฟ้องเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ในข้อหาหมิ่นประมาทเพราะ "พูดโกหก"

มา ผมรับเอง เชิญฟ้องผมได้

นัดมาเลยนะ เอาศาลไหน จังหวัดไหน? นัดมาเลยนะ รอมาเป็นสิบปีแล้ว ฟ้องเสียทีน่า รออยู่นะ รออยู่
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง [13 มี.ค. 52 8:34] ( IP A:58.8.101.182 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   อ้อ ขอท้าเพิ่มเติมหน่อย

ถ้าจะฟ้อง เอาที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้นะ จังหวัดไหนก็ได้

ถ้าเป็นที่นั่น ขอเตือนว่า คนใต้น่ะ จริงจัง จริงใจ ไม่จิงโจ้ และเกลียด "คนโกหก" เข้าไส้เลยนะ ถ้าเราไปฉะกันตรงนั้น ฝ่ายที่โกหกรับรองว่า "ไม่รอด" กลับมาครบชิ้นนะ
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง [13 มี.ค. 52 8:41] ( IP A:58.8.101.182 X: )
ความคิดเห็นที่ 17
   ไม่เห็นจะมีผู้เสียหายคนไหนกลัวการถูกฟ้องกลับเลย
ที่เห็น ๆ คือฟ้องแก้เกี้ยว ซึ่งไม่เคยมีใครกลัว
ฟ้องได้ ก็ฟ้องไป ทีผู้เสียหายฟ้องอย่ามาโอดครวญ
โดย: ไม่เห็นมีใครหน้าซีด [13 มี.ค. 52 10:09] ( IP A:58.9.221.52 X: )
ความคิดเห็นที่ 18
   เรื่องนี้ก็คงเจรจาไกล่เกลี่ยกันจบแล้วเรียบร้อย
เพราะเงียบไปแล้ว ถ้าจบกันด้วยดีก็ดีใจด้วย
อย่าให้ต้องไปฟ้องร้องกันเลย แต่ควรจบด้วย
ความเป็นธรรมต่อชีวิตคนด้วยนะ
โดย: เอวัง [18 มี.ค. 52 7:38] ( IP A:58.9.193.126 X: )
ความคิดเห็นที่ 19
   สมควรโดนฟ้องแล้ว
โดย: ... [19 มี.ค. 52 1:05] ( IP A:124.157.237.22 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน