คดีหมอติดคุก...เอาอีกแล้ว..ไม่จบ
   หมอขยาดไม่กล้าผ่าตัดคนไข้ เหตุกลัวถูกฟ้อง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
9 มีนาคม 2552 08:38 น.


https://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9520000026446

ASTVผู้จัดการรายวัน - ผลสำรวจยืนยันแพทย์ไม่กล้าผ่าตัด เผย พบโรงพยาบาลชุมชนเหลือแค่ 30% ยังผ่าตัดไส้ติ่ง ระบุ ปี 2551 ผ่าตัดลดลงจากปี 2548 กว่า 20% กว่าครึ่งขยาดกลัวถูกฟ้อง ส่วน 23% ชี้ พ.ร.บ.ชดเชยความเสียหายฯ ช่วยได้ หวั่นคนไข้แออัดในโรงพยาบาลใหญ่ คนไข้ได้รับผลกระทบต่อสุขภาพ เล็งสำรวจใหญ่อีกรอบ หาทางแก้ปัญหา

นพ. พงษ์พิสุทธิ์ จงอุดมสุข ผู้อำนวยการสถานบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) กล่าวว่า จากการสำรวจการผ่าตัดไส้ติ่งของโรงพยาบาลชุมชน จำนวน 187 แห่ง ระหว่างปี 2548-2551 โดยนำมาเปรียบเทียบกัน พบว่า ในปี 2548 มีการผ่าตัด 55.4% ปี 2549 ลดลงเป็น 49% ปี 2550 ลดลงเป็น 43.3% และปี 2551 ลดลงเป็น 30.6% ดังนั้นเมื่อเปรียบเทียบการผ่าตัดในปี 2548 กับปี 2551 พบว่า ลดลงเกือบ 20% ส่วนเหตุผลที่แพทย์ไม่ทำการผ่าตัดไส้ติ่งแต่เลือกส่งต่อ โดยสามารถตอบได้มากกว่า 1 ข้อ พบว่า โรงพยาบาลชุมชนกว่าครึ่ง หรือ 94 แห่ง ระบุว่า กลัวการฟ้องร้องแล้วแพทย์ถูกตัดสินจำคุก ส่วนโรงพยาบาลชุมชน 87 แห่ง หรือ 46% ระบุว่า ระยะทางระหว่างโรงพยาบาลชุมชนใกล้กับโรงพยาบาลใหญ่สามารถส่งต่อได้ ในกรณีที่เกิดความเสี่ยงสูง และ โรงพยาบาล 80 แห่ง หรือ 42.8% ระบุว่าไม่มีวิสัญญีแพทย์ และไม่มีความพร้อมของเครื่องมือทางการแพทย์

นพ.พงษ์พิสุทธิ์ กล่าวต่อว่า เมื่อถามว่า หากมี พ.ร.บ.ชดเชยความเสียหายจากบริการทางการแพทย์ จะสามารถช่วยแก้ปัญหาได้หรือไม่ 23% บอกว่า ช่วยได้มาก 55% ช่วยได้บ้าง เพราะดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ขณะที่ 15.5% บอกว่า ไม่ช่วยเท่าใดนัก ซึ่งเห็นได้ชัดว่า มีแพทย์จำนวนมากที่เห็นว่า พ.ร.บ.ชดเชยความเสียหายฯ สามารถช่วยได้และเป็นมาตรการที่เป็นรูปธรรมมากกว่าการพูดคุยหรือสร้างความเข้าใจ ซึ่งเป็นหน้าที่ที่รัฐบาลควรจะเร่งผลักดันกฎหมายเพื่อบังคับใช้

“ข้อมูลดังกล่าว เป็นข้อมูลที่ใช้ยืนยันได้ในเบื้องต้น แต่อาจไม่ครอบคลุมความเห็นของโรงพยาบาลชุมชนทั้งหมดที่มีมากกว่า 1 พันแห่ง ดังนั้น สวรส.จะทำการสำรวจเพื่อเก็บข้อมูลเพิ่มเติมให้คลอบคลุมพื้นที่ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น รวมถึงศึกษาผลกระทบเมื่อแพทย์ไม่ทำการผ่าตัดแล้ว คนไข้ต้องไปแออัดที่โรงพยาบาลจังหวัดมากขึ้นหรือไม่ หรือได้รับผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง” นพ.พงษ์พิสุทธิ์ กล่าว

นพ.พงษ์พิสุทธิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาผลสำรวจพบว่า ได้เริ่มสำรวจขณะที่มีข่าวแพทย์ถูกตัดสินจำคุกเนื่องจากผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดไส้ติ่งเสียชีวิต การตัดสินใจไม่ผ่าตัดไส้ติ่งจึงอาจเกิดความตื่นตระหนกของแพทย์หรือไม่ อย่างไรก็ตามพบว่า แนวโน้มการผ่าตัดไส้ติ่งในโรงพยาบาลชุมชนลดลงเรื่อยๆ มาก่อนหน้านี้อยู่แล้ว จึงอาจไม่ใช่การตื่นตระหนก แต่ข่าวที่ออกมาเป็นการกระตุ้นความรู้สึกกังวลที่ฝังอยู่ในความรู้สึกของแพทย์มานาน ซึ่งการสำรวจซ้ำจะเป็นการทบทวนสาเหตุของการที่แพทย์ไม่ผ่าตัด รวมถึงจะทราบว่าสถานการณ์ขณะนี้ดีขึ้นหรือแย่ลง รวมถึงมีวิธีการจัดการอย่างไรกับคนไข้ เมื่อได้ผลสรุปจะนำไปสู่การพัฒนาข้อเสนอ เพื่อให้เกิดทางเลือกในการแก้ไขปัญหาต่อไป

“เมื่อก่อนโรงพยาบาลชุมชนให้บริการผ่าตัดไส้ติ่ง ดมยาได้เป็นปกติอยู่แล้ว แต่ขณะนี้การผ่าตัดลดลงเรื่อยๆ จะมีการศึกษาด้วยว่าการผ่าตัดที่ใกล้เคียงกันมีจำนวนลดน้อยลงด้วยหรือไม่ เช่น การผ่าตัดโรคไส้เลื่อน การทำหมัน เป็นต้น นอกจากนี้ อาจรวมถึงการคลอดบุตร ที่แม้ไม่ถือว่าเป็นการผ่าตัด แต่หากเป็นการผ่าคลอดถือว่ามีความยุ่งยากมากกว่าเพราะคนไข้ต้องเสียเลือดมาก จึงมีการส่งต่อในโรงพยาบาลใหญ่ แต่ไม่ใช่ทุกแห่ง เพราะโรงพยาบาลชุมชนในต่างจังหวัดส่วนใหญ่จะมีการทำคลอดโดยพยาบาล แต่หากมีความผิดปกติอาจรายงานแพทย์เวรแต่ในกรณีที่ยากมากจึงส่งให้สูตินรีแพทย์ เนื่องจากสูตินรีแพทย์เป็นสาขาที่มีไม่เพียงพอเช่นเดียวกัน ดังนั้น จะพิจารณาด้วยว่า การผ่าท้องคลอดลงลงด้วยหรือไม่” นพ.พงษ์พิสุทธิ์ กล่าว

นพ.พงษ์พิสุทธิ์ กล่าวว่า กรณีที่วิสัญญีแพทย์ไม่เพียงพอนั้นควรจะมีการทบทวนกันใหม่ว่ามีความจำเป็นที่ต้องใช้วิสัญญีแพทย์ในกรณีใดบ้าง เนื่องจากมาตรฐานการบริการด้านสาธารณสุขของไทยสภาพโดยทั่วไป คงไม่มีแพทย์เพียงพอสำหรับดูแลคนไข้ทุกราย ดังนั้น จึงอาจมีข้อผ่อนปรนให้กับแพทย์ทั่วไปสามารถที่จะปฏิบัติได้ โดยจะต้องมีการทำความเข้าใจกับทั้งฝ่ายผู้ให้บริการและผู้รับบริการเพื่อให้แพทย์ก็สามารถรักษาคนไข้ได้โดยไม่ต้องกลัวความผิดและคนไข้ไม่เสียประโยชน์
โดย: แพทยสภายุให้หมอสู้จนติดคุก [9 มี.ค. 52 11:00] ( IP A:58.9.222.61 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   สอนกันโกหก ก็ติดคุกเป็นธรรมดา
โดย: กรรม [9 มี.ค. 52 11:51] ( IP A:222.123.26.241 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ถ้าไม่มีแพทยสภาติดคุกมากกว่านี้แล้วนะจะบอกให้
โดย: คนเก่า [9 มี.ค. 52 12:43] ( IP A:125.26.72.216 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ก็มรึงช่วยกันสิ
โดย: แพทยสภา...เทวดาใครแตะต้องไม่ได้ [9 มี.ค. 52 13:16] ( IP A:58.9.198.114 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ซ๊อบบ๋อ

โดนด่าแฮ๋มแล้ว

ไปดีกั่ว !!!!!

แพทยสภาดี๊ดี โคตร ๆ
โดย: เห่อ ๆ [9 มี.ค. 52 16:13] ( IP A:222.123.26.241 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   กระแสฟ้องรุนแรงอย่างเดียวคงไม่ใช่ เพราะในสายตาของสังคมแล้ว กระแสหมอทำคนตายโดยไม่มีการรับผิดชอบเขามีมากกว่า

สังเกตว่าพวกหมอนี่เป็นสปีชี่ที่เห็นแก่ตัว เป็นส่วนใหญ่ ไม่ค่อยมีใครกล้าออกมาพูดว่าแล้วทำไมมีการฟ้อง เพราะมันมีการตายแล้วไม่มีใครรับผิดชอบใช่หรือเปล่า แล้วทำไมถึงเจ็บถึงตายมาก ก็เพราะหมอไม่มีประสบการณ์ ไอ้ที่มีประสบการณ์ก็หนีไปอยู่เอกชน

แล้วทำไมไม่มีใครบอกว่า ทำไมหนีไปรพ.เอกชน เพราะเงินดี อย่ามาอ้างว่ากลัวถูกฟ้อง นั่นเป็นเหตุผลรองลงมา

แล้วก็ต้องถามต่อว่า รพ.เอกชนนั่นเป็นของใคร ส่วนใหญ่ก็ของพวกกรรมการแพทยสภาและนักการเมือง ถ้าไม่มีชื่อโดยตรงก็มีลูกเมียญาติเป็นหุ้นส่วน แล้วทำการดูดหมอ+พยาบาลไปโดยไม่ได้ลงทุนผลิตแม้แต่บาทเดียว เขาเรียกชุบมือเปิบใช่หรือไม่

แล้วใครสร้างกระแสเรื่องหมอติดคุก ทำให้หมอกลัว ก็พวกแพทยสภาไง เดินสายกันให้ขวักตามต่างจังหวัด พอหมอกลัวแล้วใครได้ประโยชน์ ก็รพ.เอกชนไง ฟันกำไรปีละแสนล้าน ภาษีรัฐขอเก็บเพิ่มก็ไม่ยอมจ่าย

การสร้างกระแสที่ได้ผลคือออกนโยบายห้ามฟ้องอาญาหมอ เพราะซ่อนผลประโยชน์ทับซ้อนเอาไว้เบื้องหลัง

จริง ๆ แล้วใครทำให้หมอติดคุก ก็ไอ้เทวดาแพทยสภาไง หมอเขาจะขอโทษคนไข้กันอยู่แล้ว มันบอกว่าไม่ต้องขอโทษให้สู้จนหมอติดคุก ใครสอนให้พูดไม่จริง

ไอ้พวกเทวดาบางคนในแพทยสภา ใจปลาซิว ใจไม่ใช่ลูกผู้ชาย กล้าทำทำไมไม่กล้ารับ เขาเรียกว่าหน้าอะไร............
โดย: รู้ไส้รู้พุง [10 มี.ค. 52 7:42] ( IP A:58.9.192.205 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   ไปอยู่เอกชน เพราะ งานเบา เงินดีมาก มีเวลาพูดคุยตรวคนไข้แบบละเอียด อยู่ รพ รัฐ งานหนักเงินน้อย มีเวลาให้คนไข้ไม่เกิน คนละ 3 นาที

ให้ รัฐบาลจ้างหมอให้เท่าเอกชนดิ จะได้แข่งกับเอกชนได้ การเพิ่มเงินเดือนหมอ เงินเดือนมันไม่ได้ขึ้นกับแพทยสภาด้วยซิ มันขึ้นกับ ปลัด กพ รัฐมนตรีและสุดท้ายที่นายก

ถ้าหมอไม่หนีหายเยอะ งาน รพ รัฐคงไม่สาหัสขนาดนี้
โดย: กล้าป่ะ [10 มี.ค. 52 9:45] ( IP A:125.26.108.66 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ถามหน่อยว่า ถ้าขึ้นเงินเดือนให้หมอรพ.รัฐเท่ากับเอกชน
คิดว่าพวกรพ.เอกชนจะไม่ดิ้นหรือ อย่างน้อยกรรมการแพทยสภา
สายเอกชนก็ต้องล็อบบี้กันสุดชีวิตเพื่อให้ธุรกิจของตนเองอยู่ได้
คนเหล่านี้ไม่ยอมหรอกเสียอะไรเสียได้ แต่เสียผลประโยชน์นี่ไม่ยอม
ทำคนตาย 2 หมื่นบางรพ.ยังต่อรองแล้วต่อรองอีกจนศาลระอา
โดย: พวกนั้นไม่ยอมหรอก [10 มี.ค. 52 14:07] ( IP A:58.9.196.174 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน