ขอคำปรึกษาและคำแนะนำกรณีแพทย์วินิฉัยโรค (วัณโรค) เรียกร้องกับใครได้บ้างกรณีนี้
   เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อประมาณปี 2546 ดิฉันได้ตรวจสุขภาพประจำปีกับบริษัทที่ทำงานโดยบริษัทเป็นคนจัดหาและตรวจโคยหน่วยรถเคลี่อนที่ปรากฏว่าพบ จุดที่ปอดบริเวณด้านขวา แพทย์ให้ไปตรวจสำที่โรงพยาบาลไหนก็ได้ ดิฉันจริงได้ไปตรวจตามที่หมอบอก โรงพยาบาลที่ดิฉันสะดวกและเป็นโรงพยบาลใหญ่ในระแวกนั้นคะ และดิฉันก็แจ้งกับคุณหมอว่าดิฉันตรวจสุขภาพประจำปีที่บริษัทพบจุดที่ปอดคุณหมอสงสัยเป็นวัณโรคจึงให้มาตรวจซ้ำ

แล้วคุณหมอก็ทำการตรวจโดยการ x-ray ปอดก็พบจุดที่ปอดบริเวณด้านขวาเหมือนเดิม คุณหมอจึงนัดกับดิฉันไว้อีกหนึ่งเดือนให้มาหาคุณหมอใหม่ และเมื่อครบ 1 เดือนตามที่คุณหมอนัด ดิฉันจึงได้ไปหาหมออีกครั้ง คุณหมอก็ทำการ x-ray ปอดให้กับดิฉันเพื่อเปรียบกับผล x-ray ครั้งก่อนก็ยังพบจุดที่ปอดบริเวณด้านขวา

คุณหมอแจ้งผลตรวจให้กับดิฉันทราบว่า เป็นแผลเป็นที่ปอดไม่อันตราย พร้อมกับออกใบรับรองแพทย์ให้กับดิฉันว่าได้มาตรวจตามที่แพทย์นัดและผลการ x-ray ครั้งก่อนกับครั้งนี้มีขนาดไม่แตกต่างกันสรุปเป็นแผลเป็นที่ปอดและไม่อันตราย ดิฉันจึงกับไปทำงานตามปกติ

และปี 2547ฉันก็ได้ตรวจสุขภาพประจำปีที่โรงพยาบาลใหม่ผล x-ray ก็ยังพบจุดที่ปอดบริเวณด้านขวาเหมือนเดิม ดิฉันจึงกลับไปเอาผลตรวจและฟิมล์ x-ray เมื่อปี 2546 ที่ตรวจของปีที่แล้วให้คุณหมอเรียบเทียบ (ดิฉันขอแผ่นฟิมล์x-rayและใบรับรองแพทย์ปี 2546มาเก็บไว้ที่บ้าน) เมื่อคุณดูและเปรียบเทียบแล้วก็ให้ใบรับรองแพทย์กับดิฉีนว่าผลตรวจปอดปกติ

และปี2548 ที่โรงพยาบาลเดิมดิฉันได้ไปตรวจสุขภาพประจำปีทำทุกอย่างเหมือนกันหมดและครั้งนี้ได้เอาผลตรวจและแผ่นฟิมล์x-ray ของปี 2546 และปี 2547 ปีด้วยเพื่อให้คุณหมอเปรียบเทียบ คุณหมอตรวจเสร็จและให้ใบรับรองแพทย์ผลตรวจปอดปกติ

และปี 2549 ที่โรงพยาบาลเดิมดิฉันได้ไปตรวจสุขภาพประจำปีทำทุกอย่างเหมือนกันหมดและครั้งนี้ได้เอาผลตรวจและแผ่นฟิมล์x-ray ของปี 2546 และปี 2547และ 2548 ปีด้วยเพื่อให้คุณหมอเปรียบเทียบ คุณหมอตรวจเสร็จและให้ใบรับรองแพทย์ผลตรวจปอดปกติ

และปี 2550 ก็ไปตรวจสุขภาพประจำปีตามปกติทุกปีแต่ครั้งนี้ตั้งใจไป x-ray ปอดอย่างเดียวที่โรงพยาบาลเดิมและไม่ได้เอาแผ่นฟิมล์x-rayของปี 2546-2549 ที่เก็บไว้ไปไห้คุณหมอดูแต่คุณหมอแจ้งผลตรวจปกติ x-ray ปกติ ดิฉันก็ขอผลตรวจและแผ่นฟิมล์มาเก็บไว้เหมือนเดิม

และปี 2551 นี้ดิฉันได้ลาออกจากงานเพื่อที่จะทำ visa ไปต่างประเทศและต้องไปตรวจสุขภาพเพื่อเตรียมยื่นเรื่องและเดินทางไปต่างประเทศ(ซึ่งเป็นคุณหมอจากทางสถานฑูตเป็นคนกำหนด คุณหมอเป็นชาวต่างชาติ ) ผลx-ray ปอดปรากฎว่าพบจุดที่ปอดบิเวณด้านขวา คุณหมอชาวต่างชาติแจ้งว่าสงสัยเป็นวัณโรคปอด

คุณหมอชาวต่างชาติจึงขอเก็บเสมหะตรวจ3 วันและเพาะเชื้ออีก 2 เดือน ดิฉันแจ้งกับคุณหมอว่าฉันเคยตรวจสุขภาพประจำปีทุกและทุกปีผลตรวจก็ปกติ ดิฉันจึงกลับมาที่บ้านเพื่อเอาแผ่นฟิมล์และใบรับรองแพทย์ไปให้คุณหมอดู คุณหมอบอกว่ายังไงก็ต้องเก็บเสมหะตรวจและเพาะเชื้ออีก 2 เดือน

และหลังจากนั้นไม่ถึง 2 เดือนคุณหมอก็แจ้งให้เข้าไปฟังผลตรวจคุณหมอบอกว่าดิฉันเป็นวัณโรคต้องรักษาให้หายก่อนประมาณ 8 เดือนถึงจะสามารถเดินทางไปต่างประเทศได้และคุณหมอบอกว่าจากที่ดูแผ่นฟิมล์เก่าตั้งแต่ปี 2546-2547 คุณหมอบอกว่าดิฉันเป็นวัณโรคมาตั้งแต่แผ่นฟิมล์แผ่นแรก

คุณหมอต่างชาติถามว่าทำไมหมอไม่ตรวจเก็บเสมหะถ้ารักษาตั้งแต่ตอนโน้นป่านนี้ก็คงหายและ ดิฉันไม่รู้จริงๆตอนนี้เศร้ามาก

ปัญหาทุกอย่างรุมเร้าไปหมดตอนนี้คิดไม่ตก บางครั้งเครียดมากอยากตายไปเลยปัญหาทุกอย่างจะได้จบๆๆ ไป ดิฉันขอแยกปัญหาเป็นข้อๆๆ

1. ดิฉันต้องกินยาทุกวันๆเยอะมากประมาณ 6-8 เดือน
2 . ตอนนี้ดิฉันลาออกจากงานและไม่สามารถกลับไปทำงานได้อีกเพราะกลัวจะเอาวัณโรคไปติดคนอี่น ต้องใช้เงินรักษาตัวเองประกันสังคมก็ไม่มี
3. ดิฉันไม่สามารถเดินทางไปหาแฟนที่ต่างประเทศได้และก็ไม่แน่ใจว่าเขายังจะรักและรอผู้หญิงที่เป็นวัณโรคหรือเปล่าเพราะรักษาตัวนานมากประมาณ 8 เดือน
4. ดิฉันก็มีค่าใช้จ่ายต้องกินต้องใช้ต้องไปหาหมอทุกเดือน ดิฉันไม่ได้ทำงานก็ไม่มีเงินเลยไม่รู้จะทำยังไงตอนนี้ หนี้สินเจ้านี้ก็ตามทวง แฟนก็ไม่สามารถช่วยเราได้เนื่องจากเราแค่เป็นแฟนกันยังไม่ได้แต่งงานกัน
5. กลัวทุกคนในครอบครัวจะติดวัณโรคด้วยและกลัวถ้ามีคนรู้เขาจะรังเกียจ

อยากรบกวนถามว่าทำไม คุณหมอเมื่อพบจุดที่ปอดตั้งแต่ครั้งแรกทำไมไม่ทำการตรวจเสมหะเพื่อหาเชื้อ และทำไมทุกๆๆปีทีตรวจก็ไม่เคยมีคุณหมอท่านใดขอตรวจเสมหะเลย คุณหมอกำลังฆ่าดิฉันให้ตายทั้งเป็นอยู่รู้ไม่คะ ถ้าคุณหมอแต่ละปีตรวจละเอียดมากกว่านี้และทำการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่ต้องปล่อยเวลามาเนิ่นนานจนถึง 5-6 ปี ถ้าดิฉันไม่เดินเรื่องไปต่างประเทศก็เลยจะไม่รู้ว่าตัวเองเป็นวัณโรคมา 5 ปีแล้วและจุดปอดของดิฉันก็ขยายเพี่มขึ้นๆ ในแต่ละปี และที่ผ่านมาคุณหมอคนเก่าๆ วินิฉัยปอดของดิฉันปกติได้อย่างไร ไม่รู้ว่าดิฉันเอาวัณโรคไปติดใครต่อใครบ้างเพราะไม่เคยรักษ่าเลย

ดิฉันมีหลักฐานครบทุกอย่างตั้งแต่ปี 2546-2550 ที่ดิฉันได้ไปตรวจกับคุณหมอทุกครั้งทั้งแผ่นฟิมล์และผลการตรวจและใบรับรองแพทย์ที่แจ้งว่าดิฉันสุขภาพปกติแข็งแรงและปอดปกติ

ดิฉันจะสามารถร้องเรียนใครได้บ้าง และอย่างให้เป็นกรณีตัวอย่าง แก่ทุกคนและอย่างให้คุณหมอตรวจโรคระเอียดมากกว่านี้

ขอบคุณทุกคนมากนะคะ

( คนสิ้นหวัง )
โดย: sweety.1978@hotmail.com [9 ม.ค. 52 12:08] ( IP A:202.149.25.235 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   ตอนนี้ดิฉันกำลังรักษาตัวอยู่พึ่งกินยามาได้ประมาณ 2 อาทิตย์ และก็เครียดมาก อยากหางานทำแต่ไม่รู้ว่าจะมีที่ไหนรับหรือเปล่า และไม่อยากเอาวัณโรคไปติดคนอื่น เครียดมากๆเลยตอนนี้
โดย: คนสิ้นหวัง [9 ม.ค. 52 17:13] ( IP A:202.149.24.161 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ...มาตอบเท่าที่ทำได้นะครับ...

วัณโรคปอด...ในความเป็นจริงแล้ว...โอกาสย้อมเสมหะเจอเชื้อ..มีเพียง30-40%เท่านั้น

ขนาดว่าฟิล์มX ray เปรอะไปหมด....(ปกติวัณโรคชอบอยู่แถวๆกลีบบนขวานะครับ...เว้นแต่เป็นชนิดแพร่กระจาย)..หลายๆที..ก็ยังย้อมเชื้อไม่เจอ..

บางครั้ง..หมอยังต้องรักษา...จากผลX rayไปก่อน..หากเหมือนมากๆ...แม้ว่าเสมหะจะไม่พบเชื้อก็ตาม..

แต่ปัญหาของจขกท.คือ.....เหตุใด..แพทย์จึงไม่ตรวจเสมหะให้..

เป็นเหตุให้ได้รับการรักษาล่าช้า...เสียโอกาส..และอาจเป็นอันตรายแก่กาย...

ผมยังไม่อาจฟันธงให้กับจขกท.ได้ครับ....

เพราะขาดข้อมูลอีกสองอย่าง

1 จุดในปอดที่ว่านั่นอยู่บริเวณใดของปอดด้านขวา...ลักษณะอื่นที่พบร่วม..จำนวน..

เพราะหลายๆครั้ง...จุดขนาดเล็กไม่เข้ากับวัณโรค...คนไข้ไม่มีอาการ...แพทย์ก็จะนัดมาตรวจX rayซ้ำ..

ในเมื่อคนไข้...ไม่ไอ..ไม่มีเสมหะ...ก็ไม่รู้จะเอาอะไรไปย้อม???

2. ตกลง..ผลเสมหะจากแพทย์ต่างชาติ...พบเชื้อวัณโรคจริงหรือไม่..(Sputum AFB + จริงหรือเปล่า) เพราะตามที่คุณเขียนมา...บอกแค่ว่า แพทย์คนนั้น..บอกว่าคุณเป็นวัณโรคเท่านั้น..

ส่วนเรื่องยาที่คุณกิน....ยาต้านวัณโรครักษานานราว6เดือน 2เดือนแรกยาเยอะหน่อย...หลังจากนั้น...ปริมาณยาจะลดลง...หากว่าตรวจเสมหะคุณไม่พบเชื้อแล้ว..

ถ้าถามผมว่าจะเรียกร้องกับใครได้..

ผมคงไม่พูดว่าเห็นใจ...หรือความเสียหายไม่มีใครอยากให้เกิดหรอกนะ...เพราะคงได้ยินกันมานาน..

คุณเรียกร้องเอากับแพทย์ผู้รักษาก่อนได้...หากคุณพิสูจน์ได้2อย่าง..

1 ลักษณะX rayปอด...มีความโน้มเอียงเป็นวัณโรคปอด...หรือมีขนาดใหญ่มากขึ้น

2 คุณต้องมีผลเสมหะ..พร้อมX rayปอด..จากแพทย์ต่างชาติ..

ทั้งนี้ทั้งนั้น...ต้องคำนึงถึงระยะห่างระหว่างการวินิจฉัยว่าคุณติดเชื้อวัณโรค...กับครั้งล่าสุด(เท่าที่อ่าน..ก็ราว1ปี)

ส่วนความเสียหายที่คุณได้รับ...หากเกิดการรักษาที่ต่ำกว่ามาตรฐานจริง..ก็สมควรได้รับการเยียวยา..

วัณโรค...ว่าง่ายก็ง่าย...ยากก็ยาก..

ผมเคยเจอที่ไอเป็นเลือดเป็นพักๆ ย้อมเสมหะเท่าไรก็ไม่เจอ...X ray ก็ดันปกติ..

สุดท้ายแพทย์ต้องส่องกล้อง...เอาน้ำล้างหลอดลม..

เพราะเชื้อ...ดันเจอวัณโรคเฉย..

ก็เอาใจช่วยละกัน...ขอให้หายไวๆนะครับ

จะลองเอาฟิล์มไปปรึกษาแพทย์คนไหนดูก็ได้..ที่เราไว้ใจ..

หรือมาที่เครือข่าย...หาแพทย์ที่ปรึกษาดู..

หรือจะไปที่แพทยสภาก็ได้..

แต่....ฟิล์มมีแผ่นเดียว...อย่าปล่อยให้หลุดมือเป็นอันขาด...ใบอ่านฟิล์มก็ถ่ายสำเนาไว้ด้วย...

ความจริง...มีเพียงหนึ่งเสมอครับ
โดย: ก็แค่...หมอคนนึง [9 ม.ค. 52 19:46] ( IP A:124.121.70.15 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ขอบคุณมากนะคะ คุณหมอคนหนึ่ง

ดิฉันมีข้อมูลเพิ่มเติมคะ อยากรบกวนปรึกษาเพิ่ม
1. คือผล x-ray ปอด พบจุดบริเวณที่ปอดกลีบบนขวา
2. ผลตรวจเสมหะ 3 วันจากคุณหมอต่างชาติไม่พบเชื้อ และคุณหมอต่างชาติบอกต้องเพาะเชื้ออีก 2 เดือนดิฉันก็รอคะ แต่ยังไม่ถึง 2 เดือนเลยแค่ประมาณ 2 อาทิตย์คุณหมอก็โทรมาแจ้งให้เข้าไปฟังผลเพาะเชื้อ และคุณหมอชาวต่างชาติแจ้งกับดิฉันว่าผลการเพาะเชื้อของดิฉันพบเชื้อวัณโรคต้องทำการรักษาประมาณ 6 เดือน และดูจากแผ่นฟิมล์เก่าที่จุดที่ปอดก็อยู่ตรงที่วัณโรคชอบเป็นคุณหมอบอกแบบนั้น
3. ดิฉันได้เก็บผลตรวจจากหมอชาวต่างชาติทั้งผลตรวจเสมหะและผลเพาะเชื้อที่สรุปว่าดิฉันเป็นวัณโรคพร้อมทั้งแผ่นฟิมล์ไว้แล้ว

ถ้าคุณหมอคนหนึ่งมีคำแนะนำเพิ่มเติมช่วยเหลือดิฉันด้วยนะคะ หรือใครก็ได้ที่มีความรู้หรือมีประสบการณ์คล้ายกับดิฉันช่วยให้คำปรึกษากับดิฉันหน่อยว่าจะต้องทำอย่างไรได้บ้างคะ

เพราะตอนนี้ดิฉันรุ้สึกท้อแท้และหมดกำลังใจแบบบอกไม่ถูกไม่จะทำยังไงจะแก้ไขปัญหาอย่างไร และเมื่อนึกถึงระยะเวลาที่ต้องกินยานานๆๆ งานก็ยังไม่มีทำ รายได้อะไรก็ไม่มี มีแต่รายจ่าย อยากทำงานแต่ก็ไม่รู้จะไปหาที่ไหนเพราะทุกที่ถ้าเริ่มงานก็ต้องมีตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานทั้งนั้น และถ้าเขารู้ว่าเป็นวัณโรคก็คงไม่มีที่ไหนเขารับเข้าทำงานหรอก

ขอบคุณทุกคนมากนะคะ โดยเฉพาะ คุณหมอคนหนึ่ง ที่เข้ามาตอบกระทู้ให้ดิฉันเป็นคนแรก

(คนสิ้นหวัง)
โดย: คนสิ้นหวัง [9 ม.ค. 52 21:25] ( IP A:202.149.25.241 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ครับ...

หากรายละเอียดเป็นตามที่คุณว่ามา..

ก็มีแนวโน้ม..ที่จะเกิดการวินิจฉัยล่าช้า..

ส่วนจะสามารถเอาผิดแพทย์คนก่อนหน้าได้หรือไม่..คงต้องลงลึกในรายละเอียด

ทีนี้..ในส่วนของการเยียวยา..

สมมติว่าแพทย์มีส่วนกระทำผิดจริง..

กรณีนี้..สิ่งที่คุณค้องการได้รับคืออะไรบ้างครับ.

ในส่วนค่ารักษาที่ต้องเสียไป...อันนี้ผมว่าไม่น่าจะมีปัญหา..

ส่วนค่าเสียโอกาสอื่นๆ...ผมเกรงว่าน่าจะลำบาก.

เพราะวัณโรคปีนี้..หรือ5ปีก่อน..อย่างไรเสีย..ก็ยังเป็นโรคอยู่วันยังค่ำ..

หรือแม้จะกล่าวว่า..เป็นการให้บริการที่ต่ำกว่ามาตรฐาน..

ก็ไม่ปรากฎว่ามีผลเสียต่อร่างกายคุณใดๆ..

ซ้ำร้าย..ผลX rays ดันไม่เปลี่ยนแปลงเสียอีก

ทั้งหมดนี้...คงต้องมาพิสูจน์กันล่ะครับ..

แพทย์ต่างชาติย้อมเสมหะไม่พบเชื้อ...แต่เพราะเชื้อขึ้นใน2อาทิตย์...ประเด็นนี้ก็น่าสงสัยอยู่..

ถ้าอย่างไร..รอพี่เทพ..หรือท่านอื่นๆมาตอบมั่งละกันครับ

ปล...ผมอยากเห็นฟิล์มจัง
โดย: หมอคนนึง..(อีกแล้ว) [9 ม.ค. 52 23:01] ( IP A:124.121.70.15 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   สวัสดีปีใหม่ 2552

หมอ Tum
โดย: ก็แค่ผู้เสียหาย...คนหนึ่ง [9 ม.ค. 52 23:29] ( IP A:58.9.206.92 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   ถึง คุณหมอคนหนึ่ง ดิฉันก็อยากจะให้คุณหมอคนหนึ่งได้เห็นและช่วยอ่านแผ่นฟิมล์ให้กับดิฉันเหมือนกันคะ

ดิฉันมีแผ่นฟิมล์ x-ray ทั้งหมด 6 แผ่นตั้งแต่ปี 2546-ปี2551 และผลตรวจ

ที่คุณหมอคนหนึ่งถามดิฉันว่า....
สมมติว่าแพทย์มีส่วนกระทำผิดจริง...
กรณีนี้..สิ่งที่คุณค้องการได้รับคืออะไรบ้างครับ.

1. ดิฉันต้องการให้แพทย์รับผิดชอบในส่วนของค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดตลอดระยะเวลา 6 เดือนที่ทำการรักษา หรือจนกว่าดิฉันจะหายเป็นปกติ
2. ช่วงระยะเวลา 6 เดือนที่ดิฉันทำการรักษาตัว อยากให้ทางแพทย์ชดเชยค่าเสียหาย... ค่าเสียโอกาส.. ค่าเสียเวลา ที่ดิฉันไม่สามารถทำงานได้เนื่องจากเป็นโรคติดต่อ เท่ากับเงินเดือนที่ดิฉันเคยทำงานได้ในแต่ละเดือนเพื่อมาเป็นค่าใช้จ่ายประจำวัน ช่วงที่ดิฉันยังไม่สามารถทำงานได้เป็นระยะเวลา 6 เดือนเท่านั้น

นี้คือสิ่งที่คนสิ้นหวังอย่างดิฉันต้องการ เมื่อดิฉันหายดีเป็นปกติก็จะไปหางานทำจะได้ไม่เป็นภาระของใคร มันแย่มากเลยนะคะสำหรับดิฉัน
1. ตกงาน
2. เป็นโรคติดต่อ
3. มีภาระต้องใช้จ่ายทุกวัน
** ถ้าดิฉันรู้และทำการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆตั้งแต่ตอนที่ดิฉันยังไม่ได้ลาออกจากงานยังมีรายได้อยู่ดิฉันจะไม่เครียดขนาดนี้ และตอนที่ดิฉันทำงานอยู่ก็สามารถใช้สิทธิประกันสังคมได้ แต่นี้ดิฉันลาออกมาก็นานแล้วประกันสังคมก็ขาด อะไรที่ตั้งใจไว้ทุกอย่างล้มเหลวต่างประเทศก็ไปไม่ได้

ขอบคุณมากนะคะ คุณหมอคนหนึ่งสำหรับคำแนะนำและคำปรึกษา

(คนสิ้นหวัง)
โดย: คนสิ้นหวัง [9 ม.ค. 52 23:55] ( IP A:202.149.24.161 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ง่า...โดนคห 6แฉซะแย้ว..

สวัสดีปีใหม่เช่นกันครับ..คุณผู้เสียหายคนนึง^_^

ตอบจขกท....สำหรับสิ่งที่คุณต้องการได้รับหากเกิดจากการได้รับการรักษาต่ำกว่ามาตรฐานจริง ก็ถือว่าสมเหตุสมผล...คิดว่า..น่าจะช่วยกันได้ครับ..

หากคุณยังพอเชื่อว่า..แพทยสภาเชื่อถือได้..ผมจะช่วยประสานงานให้(แต่หลายๆท่านในนี้คงไม่เชื่ออะครับ แหะๆ)..ก็ขอE mailติดต่อด้วยครับ..

ผมdoctor_tum@hotmail.com

แต่หากมีเหตุปัจจัยบางอย่าง..เป็นเหตุให้ไม่เชื่อมั่นในแนวทางของแพทยสภา...ก็ในเครือข่ายนี้..น่าจะมีแนวทางอื่นให้เลือก..

ปล....ผมไม่มีเอี่ยวอะไรกะใครทั้งนั้น...ไม่ว่าแพทยสภา...หรือเครือข่าย..

ถ้าข้อเท็จจริงน่าเชื่อว่าแพทย์ผิดจริง...ก็จะช่วยดันครับ..

แต่ถ้าไม่ใช่...หรือคลุมเครือ..ผมก็ว่าตามนั้นนะครับ

(หุๆ...ร้อนตัว...ขอออกตัวไว้ก่อน)...

อ้อ...สุดท้ายนี้...อย่าขาดยา...และไปพบแพทย์ตามนัดด้วย...และสวมหน้ากากด้วยนะครับ
โดย: ^_^Dr.Tum (ฟามแตกแย้ว) [10 ม.ค. 52 20:11] ( IP A:124.121.234.118 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   ผมว่าวัณโรคนี่ แยกตัว หยุดงานแค่ประมาณ 2 สัปดาห์ ก็ไปทำงานได้แล้วนี่คับ
โดย: คนผ่านมา [11 ม.ค. 52 1:18] ( IP A:61.19.199.147 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   ไม่ต้องสิ้นหวังหรอกครับ วัณโรคมันไม่ได้ร้ายแรงอะไรเลย รักษาง่ายจะตาย หมอพยาบาลเป็นกันตรึมในแต่ละปี ยิ่งของคุณเจอจากการตรวจร่างกาย แปลว่าบังเอิญเจอ ไม่ใช่เจอจากการโจมที่ของโรคทำให้คุณไม่สบาย

ดังนั้น ห้าปีที่แล้วกะตอนนี้ก้ไม่มีไรแตกต่างมากนัก

คำถามคือ เป็นโรคนี้ทำไมต้องลาออกด้วยครับ ไม่เข้าใจครับ บอกแล้วโรคนี้รักษาง่ายมาก ถ้าไม่ขาดยา แต่ต้องกินยานานเท่านั้นเอง แค่ สองสัปดาห์ก็หยุดการแพร่กระจายได้แล้ว แต่เพื่อความชัวร์ก็ต้องหยุดงานสองเดือน รอให้เสมหะเป็นลบก่อน แล้วก็มาใช้ชีวิตตามปกติได้

ค่าชดเชยทีควรได้อยากมากก็ คงซัก สองเดือน หรือจนกว่าเสมหะเป็นลบครับ ส่วนเรื่องถ้าแฟนบอกเลิกนี่ ไม่รู้จะต้องชดเชยโดยการหาแฟนไหม่ให้รึป่าวนะ

อย่าห่วงอย่าสิ้นวัง วัณโรคกระจอกมาก ถ้าุคุณสิ้นหวัง แล้วใครมันจะมาอยากเป็นหมอ พยาบาล เพราะบุคคลากร สา'สุข 100% มีวัณโรคอยู่ในตัวครับ รอวันแสดงอาการ ซึ่งแต่ละปีๆ ก็มีหมอ พยบ แสดงอาการของวัณโรค ไม่น้อยเลยครับ

อ้อ ยาวัณโรคกินแล้วจะอาเจียนมากนะครับ(ในบางคน) ต้องอดทนหน่อย พอครบสองเดือนแรกก็สบายลดยาลงแล้ว
โดย: Mr TB [11 ม.ค. 52 7:22] ( IP A:125.26.111.170 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   ทำไมมาเรียกร้องเอากับหมอล่ะ งงจริงๆ
หมอเป็นคนเอาเชื้อมาปล่อยให้คุณเหรอก็ไม่
หมอเป็นนายจ้างคุณเหรอก็ไม่
คุณเป็นโรคมันก็เป็นหน้าที่ของคุณเองที่ต้องรักษาตัวเองหมอเป็นแค่คนช่วย
คุณเป็นโรคติดต่อมันก็เป็นหน้าที่คุณที่ต้องหยุดงานเพื่อไม่ให้ติดต่อคนอื่น หมอมีหน้าที่แค่แนะนำ
ส่วนเรื่องการวินิจฉัยโรคไม่ได้นี่มันก็ไม่แปลกเพราะกรณีของคุณมันเป็นกรณีที่ไม่ค่อยเหมือนคนอื่นเขา หรือบางทีหมอที่ให้คุณกินยามีหลักฐานแน่ชัด 100 เปอร์เซนว่าเป็นโรคหรือปล่าวก็ไม่รู้ หรืออาจจะแค่หลักฐานบางอย่างเข้าได้ก็รักษาไว้ก่อน
คุณเป็นโรคทุกคนเห็นใจ แต่คุณเรียกร้องนี่สิ ผมไม่เห็นด้วย กินยารักษาต่อไปเถอะอย่าเรียกร้องอะไรมากมายดีที่สุด
โดย: คนเก่า [11 ม.ค. 52 9:41] ( IP A:125.26.71.214 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   ถ้า เจอเมื่อห้าปีก่อนคุณก็ต้องกินยา หกเดือน คุณก็คงจะหยุดงานเหมือนกัน แต่เมื่อห้าปีก่อนไม่เจอหรือเจอแต่ไม่ไดรักษา คุณก็ไม่ได้หยุดงาน ห้าปีต่อมาคุณเจอ คคุณก็จะหุดงานหกเดือน มันก็เหมือนเมื่อห้าปีก่อน เพียงแต่เวลามันเลื่อนขึ้นมาเท่านั้นเอง แล้วไมมาเรียกเอากะหมอ เพราะของคุเป็นแบบไม่แสดงอาการ
อีกอย่าง สองเดือนก็พอ ไมคุณขอ หกเดือน และที่สำคัญทำไมไม่ใช้บัตรทองครับ
โดย: Mr TB [11 ม.ค. 52 9:56] ( IP A:125.26.111.170 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   ตอบคุณหมอ Tum.
ขอบคุณมากนะคะสำหรับคำแนะนำและความช่วยเหลือ ดิฉันจะติดต่อกลับไปยัง E-mail ที่คุณหมอ Tum ให้ไว้คะ ไม่ว่าผลจะออกมายังไง ดิฉันก็ต้องขอขอบคุณ คุณหมอ Tum ที่ให้คำแนะนำที่ดี (อย่าขาดยา...และไปพบแพทย์ตามนัดด้วย...และสวมหน้ากากด้วยนะครับ )


ตอบคุณ (คนผ่านมา)
ขอบคุณนะคะที่เข้ามาทักทาย และมาแนะนำ แต่ที่คุณคนผ่านมาบอกกินยา 2 อาทิตย์ก็กลับไปทำงานได้ตามปกติ ดิฉันไม่ค่อยมั่นใจคะกลัวจะเอาโรคไปติดคนอื่นดิฉันขอรักษาให้หายชัวร์ๆ และดิฉันพึ่งจะเริ่มกินยายังมีอาการแพ้ยาอยู่บ้าง แต่ยังไงก็ขอบคุณมากนะคะ

ตอบคุณ (คนเก่า)
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำและความคิดเห็นนะคะ ดิฉันเข้าใจที่คุณคนเก่าบอก วัณโรคเกิดจากตัวดิฉันเอง คุณหมอไม่ได้เป็นคนเอาเชื้อมาปล่อย คุณหมอไม่ได้เป็นนายจ้าง ดิฉันเข้าใจที่คุณคนเก่ากล่าวมา แต่ไม่เข้าใจตรงที่คุณคนเก่าบอกใน ความเห็นที่ 11 ว่า (ส่วนเรื่องการวินิจฉัยโรคไม่ได้นี่มันก็ไม่แปลกเพราะกรณีของคุณมันเป็นกรณีที่ไม่ค่อยเหมือนคนอื่นเขา หรือบางทีหมอที่ให้คุณกินยามีหลักฐานแน่ชัด 100 เปอร์เซนว่าเป็นโรคหรือปล่าวก็ไม่รู้ หรืออาจจะแค่หลักฐานบางอย่างเข้าได้ก็รักษาไว้ก่อน ) ทำไมคุณคนเก่าถึงได้ดูถูกคนหมอแบบนี้คะ ทำไมช่วงที่คุณคนเก่าตอบตอนแรกๆๆเหมือนคุณคนเก่าเข้าข้างคุณหมอ (และประโยคที่คุณคนเก่ากล่าวมานี้หมายความว่ายังไงคะ)

ดิฉันได้ตรวจและทราบผลว่าเป็นวัณโรค โดยแพทย์ชาวต่างชาติจริง แต่แพทย์ชาวต่างชาติไม่ได้ทำการรักษาและจ่ายยาให้กับดิฉันเนื่องจากเป็น(สำนักองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่น หรือ IOM)ตรวจหาเชื้อวันโรคเท่านั้นทางคุณหมอต่างชาติส่งตัวให้ดิฉันไปพบแพทย์ที่สำนักวัณโรค กรมควบคุมโรคติดต่อ บางโคล่

โดยดิฉันได้เอาผลตรวจและแผ่นฟิมล์ที่แจ้งว่าดิฉันเป็นวัณโรคให้กับคุณหมอที่สำนักวัณโรคได้อ่านผลฟิมล์และผลการตรวจ จากนั้นคุณหมอที่สำนักวัณโรคก็จ่ายยาให้ดิฉันมากินเพื่อรักษาวัณโรค ดิฉันคิดว่าคุณหมอตรวจระเอียดและแน่นอนแล้วในครั้งนี้

แต่คำบอกกล่าวของคุณคนเก่าทำให้ดิฉันเสียกำลังใจมาก คุณคนเก่าไม่เข้าใจหรอกคะ และดิฉันก็ไม่หวังให้คุณคนเก่าเข้าใจอยู่แล้ว ดิฉันคิดไว้อยู่แล้วถ้าคิดจะโพสในนี้ก็ต้องทำใจไว้ เพราะจะมีทั้งคนที่รับฟังเราและคนที่ไม่รับฟ้งเรา

ตอบ Mr. TB
ขอบคุณมากนะคะสำหรับกำลังใจและคำแนะนำ ที่ถามว่าทำไมดิฉันถึงลาออกจากงานคือเรื่องมันยาวคะ เอาคร่าวๆนะคะ คือดิฉันตั้งใจจะไปต่างประเทศจึงลาออกจากงานเพื่อเตรียมตัวเดินเรื่องขอ visa เอกสารทุกอย่างเตรียมได้ประมาณ 95 %รอแค่ผลตรวจสุขภาพปรากฏว่าไม่ผ่านและพบเชื้อวัณโรคต้องรักษาให้หายก่อนประมาณ 6 เดือน

ทุกอย่างที่หวังและตั้งใจไว้พังหมดเพราะตรวจสุขภาพไม่ผ่าน ต่างประเทศก็ไม่ได้ไป งานก็ลาออกมาแล้ว ถ้าจะกลับเข้าไปทำอีกก็คงได้ถ้าดิฉันไม่เป็นวัณโรค แต่ดิฉันเป็นวัณโรคจึงไม่กล้ากลับไปและผ่านมาเป็นเดือนแล้วบริษัทคงหาพนักงานใหม่แทนได้แล้ว

และอีกอย่างที่ว่าดิฉันเรียกร้อง 6 เดือนนั้นมากไป เงินเดือนของพนักงานโรงงานคนหนึ่งที่ทำงานโรงงานมันไม่ได้เยอะหรือมากมายหรอกคะ เอาไว้ให้ทางผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นผู้พิจารณาว่าดิฉันสมควรที่จะได้รับค่าชดเชยเท่าไร หรืออาจจะไม่ได้รับก็ได้ อันนี้ดิฉันก็เตรียมใจไว้แล้ว

เพราะทุกอย่างทุกคนในโลกนี้ล้วนแต่เคยทำผิดพลาดด้วยกันทั้งนั้นไม่มากก็น้อย (คนที่ไม่เคยทำผิดพลาดคือคนที่ไม่เคยทำอะไรเลยหรืออยู่เฉยๆ) ซึ่งคนๆนั้นก็คือคนที่ไร้ค่า ไม่มีค่าให้ควรจดจำ

จากกรณีของดิฉัน ตอนนี้อาจยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าใครถูกหรือผิด( แต่ความจริง...มีเพียงหนึ่งเสมอคะ) เหมือนที่คุณหมอคนหนึ้งเคยบอกไว้

ขอบคุณทุกคนมากนะคะที่เข้ามาช่วยตอบและแสดงความคิดห็น

(คนสิ้นหวัง )
โดย: คนสิ้นหวัง [11 ม.ค. 52 17:43] ( IP A:202.149.25.241 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   ตกลงว่า... ทำไมถึงไม่ใช้สิทธิ์บัตรทองเหรอครับ ประหยัดเงินไปได้เยอะ
โดย: 000 [11 ม.ค. 52 18:15] ( IP A:202.28.183.10 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   ตอบคุณ (000 )
ดิฉันไม่ได้ใช้บัตรทองหรือบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้าเนื่องจากตอนนี้ดิฉันอยู่กรุงเทพฯ แต่ชื่อตามสำเนาทะเบียนบ้านอยู่ที่ต่างจังหวัด จึงมีชื่อระบุอยู่ในบัตรโรงพยาบาลที่สามารถทำการรักษาได้คือที่ต่างจังหวัด ดิฉันอยู่เคลียร์ปัญหาสักระยะท่าเข้าที่ แล้วก็คงจะต้องกลับไปรักษาที่ต่างจังหวัดเเพราะดิฉันไม่มีค่าใช้จ่ายมากพอ

ขอบคุณมากนะคะ
โดย: คนสิ้นหวัง [11 ม.ค. 52 19:20] ( IP A:202.149.24.161 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   ผ่านมาอีกคน ถึงคุณคนสิ้นหวัง
ดิฉันอยากให้คุณลองไปหาความรู้เกี่ยวกับโรคนี้ดูค่ะ ตอนแรกดิฉันก็คิดว่ามันเป็นโรคที่น่ากลัวเอามากๆๆๆๆๆๆ แต่หลังจากเข้ามาอยู่ในวงการการแพทย์ถึงได้รู้ว่า มันพบบ่อยมากๆในบ้านเรา คนรอบตัวคุณอาจจะเป็นได้โดยที่ไม่ต้องมีอาการ คุณก็ไม่รู้หรอกค่ะ ปัจจุบันก็มียารักษาหาย ก็เข้าใจนะคะว่าคุณต้องเครียดเป็นธรรมดากับการที่ต้องหยุดพักงานแล้วแถมไปเมืองนอกก็ยังไม่ได้ไป แต่ขั้นตอนการตรวจสุขภาพในบ้านเรานี่จะให้คนธรรมดาที่ไม่มีอาการ ไปตรวจเสมหะก็คงแปลก ในกรณีของคุณ มีจุดที่ปอด ถ้าสงสัยว่าทำไมถึงไม่ตรวจเสมหะตั้งแต่แรก ที่อ่านมา หมอชาวต่างชาติก็ตรวจไม่เจอ ขนาด5-6ปีแล้ว ส่วนการเพาะเชื้อนี่ บ้านเราก็ไม่ได้ทำกันทุกราย โดยเฉพาะคนที่ตรวจเชื้อในเสมหะเบื้องต้น ไอ้เจ้าafb เป็นลบน่ะค่ะ เพราะไม่งั้นมันจะเป็นภาระของคนไข้ไปโดยไม่จำเป็น ในกรณีอย่างนี้ก็ต้องมาดูฟิล์มกันน่ะค่ะ ดูกันหลายๆคนให้ลึกซึ้ง เพราะมีจุดในปอดมันบอกได้หลายอย่างเลยทีเดียว

หมอเค้าคงไม่เจตนาจะรักษาชุ่ยๆหรอกมี้งคะ มันเป็นguildline ในการรักษาของบ้านเรามากกว่า โรคอย่างนี้บางทีมันเป็นวิจารณญาณของหมอน่ะค่ะ หมอไม่ใช่เทวดา

ขอให้คุณคนสิ้นหวังหายไวไวค่ะ ถ้าสงสัยอะไร แนะนำว่าให้หาความรู้เพิ่มเตมด้วยตนเองให้มากๆ อย่าเพิ่งไปฟังใครเค้าอย่างเดียว และเลือกที่จะเชื่อจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ คุณจะได้ไม่ต้องเครียด อยากให้คุณกลายเป็นคนมีหวังเร็วๆค่ะ โชคดีค่ะ
โดย: กินยาเหมือนกัน 555 [11 ม.ค. 52 22:58] ( IP A:203.131.212.75 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   ตอบ คุณ (กินยาเหมือนกัน)
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำและกำลังใจคะ ดิฉันเริ่มจะเข้าใจอะไรมากขึ้นและโลกนี้มากขึ้น ว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตน จริงแล้วการเป็นวัณโรคมันไม่ได้น่ากลัวเหมือนอย่างที่(คุณกินยาเหมือนกัน)บอกดิฉันเข้าใจ แต่กินยานานมาก 6 เดือน ตรงนี้แหละที่ดิฉันรู้สึกท้อคะ แต่ก็จะดูแลรักษาสุขภาพตัวเองให้ดี และจะกินยาทุกวันคะ

ขอบคุณมากคะ
โดย: คนสิ้นหวัง [12 ม.ค. 52] ( IP A:202.149.25.234 X: )
ความคิดเห็นที่ 17
   แล้วถ้ากินยาครบ 6 เดือนแล้ว ยังมีจุดในปอดอยู่เหมือนเดิม

คุณจะฟ้องหมอต่างชาติที่รักษาคุณมั๊ยครับ

ข้อหาทำให้คุณต้องมาทนกินยา+ผลข้างเคียง 6 เดือน+ไม่ได้ทำงาน
โดย: หมอคนหนึ่ง [13 ม.ค. 52 7:36] ( IP A:203.155.165.35 X: )
ความคิดเห็นที่ 18
   สมมุตินะครับสมมุติว่า จริงๆแล้วจุดในปอดกลีบขวาบนน่ะเป็นแผลเป็น(วัณโรค)เก่า อย่างที่คุณหมอคนแรกบอกจริง ซึ่งก็มีเหตุผลสนับสนุนคือ รอยโรคไม่มีการเปลี่ยนแปลงในการเอ็กสเรย์ในปีถัดๆมา แต่คุณเพิ่งไปรับเชื้อหลังจากการตรวจครั้งหลังสุด และติดเชื้อทำให้คุณหมอชาวต่างชาติตรวจพบ ซึ่งก็อาจเป็นไปได้เพราะโดยทั่วไปคนที่เป็นวัณโรคมักมีปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคนี้อยู่แล้ว และโอกาสที่จะตืดเชื้อในบ้านเราก็ไม่ต่ำนัก ในกรณีนี้คงจับมือใครดมไม่ได้

อีกด้านหนึ่งคนที่ทำงานต่างหน้าที่กันย่อมมีมุมมองที่แตกต่างกัน การวินิจฉัยว่าใครป่วยเป็นอะไร แพทย์ผู้รักษาย่อมจะต้องแน่ใจว่าคนไข้เป็นโรคนั้นจริงๆ โดยเฉพาะวัณโรค ซึ่งยาที่รักษามีผลข้างเคียงเยอะและคนไข้อาจแพ้ยาได้ แต่สำหรับแพทย์ที่ทำหน้าป้องกันโรค(ไม่ให้ไประบาดในบ้านเขา เช่น ในรายของคุณหมอต่างชาตินี้) หน้าที่หลักคือป้องกันไม่ให้คนที่ติดเชื้อเอาเชื้อไปแพร่ระบาดในบ้านเขา ถ้าสงสัยให้ยาไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย เพราะเขาไม่ได้เป็นคนรักษา และไม่ได้เดือดร้อนอะไร (แต่ถ้ามีผู้ติดเชื้อหลุดไป เขาเดือดร้อนแน่)

ผมมีข้อสงสัยอีกข้อหนึ่งคือ ตามปกติ เชื้อวัณโรคเป็นเชื้อโตช้า ใช้เวลาเพาะเชื้อเป็นเดือน ถ้าคุณหมอคนแรกๆของคุณวินิจฉัยพลาดไปจริง เชื้อนี้ก็ต้องเป็นเชื้อที่โตช้ามากๆเลย เพราะรอยโรคในปอดไม่เปลี่ยนแปลงเลย แต่ทำไมคุณหมอต่างชาติเพาะเชื้อได้ใน 2 สัปดาห์ ปัจจุบันมีวิธีการตรวจที่เร็วจริง แต่มีไม่กี่ที่ในประเทศไทยและก็ไม่น่าจะเร็วขนาดที่จะแจ้งผลได้ในสองสัปดาห์

ขอนอกเรื่องแถมนะครับ คนไทยนิยมของต่างชาติมาตั้งแต่โบราณ ตัวอย่างคือ พระพุทธสิหิงส์ ซึ่งมีพุทธลักษณะและศิลปการสร้างแบบไทยแท้ๆ แต่เราก็สร้งตำนานกันว่าพระสงฆ์จากลังการเป็นผู้สร้าง คงฟังแล้วขลังกว่าที่จะบอกว่าบรรพบุรุษของเราสร้างมั๊งครับ
โดย: หมอไมโคร [14 ม.ค. 52 10:52] ( IP A:203.152.22.56 X: )
ความคิดเห็นที่ 19
   เธฃเธฑเธเธฉเธฒเนเธ„เนˆ 6 เน€เธ”เธทเธญเธ™เธเน‡เธซเธฒเธขเธ„เธฃเธฑเธš เธ–เน‰เธฒเน„เธกเนˆเธ‚เธฒเธ”เธขเธฒเธ•เน‰เธญเธ‡เธเธดเธ™เธขเธฒเธ—เธธเธเธงเธฑเธ™เธ™เธฐเธ„เธฃเธฑเธšเน€เธ”เธตเน‹เธขเธงเน€เธŠเธทเน‰เธญเธ”เธทเน‰เธญเธขเธฒ เธ–เน‰เธฒเธ”เธทเน‰เธญเธ‚เธถเธ™เธกเธฒเธ—เธตเธ™เธตเน‰เน„เธ”เน‰ เธ‰เธตเธ”เธขเธฒ เน€เธ›เน‡เธ™เธ›เธตเน€เธฅเธข
เธ‚เธญเธ‡เธœเธกเน€เธ›เน‡เธ™เธ–เธถเธ‡เธ‚เธฑเน‰เธ™เธกเธต เน€เธฅเธทเธญเธ”เธ—เธฐเธฅเธฑเธเธญเธญเธเธกเธฒเน€เธ•เน‡เธกเธกเธทเธญ เธขเธฑเธ‡เธเธฑเธšเธซเธ™เธฑเธ‡เธˆเธตเธ™เน€เธฅเธข เธ•เธญเธ™เธ™เธตเน‰เธเน‡เธ”เธตเธ‚เธถเน‰เธ™เน€เธ›เน‡เธ™เธ›เธเธ•เธดเธ” เนเธ•เนˆเธเน‡เธขเธฑเธ‡เธกเธตเน€เธฅเธทเธญเธ”เธ™เธดเธ”เธซเธ™เนˆเธญเธขเธซเธกเธญเธšเธญเธเธงเนˆเธฒเธญเธฒเธˆเน€เธ›เน‡เธ™เนเธœเธฅเน€เธ›เน‡เธ™เนƒเธ™เธ›เธญเธ” (เธˆเธฐเธกเธตเน€เธฅเธทเธญเธ”เธ›เธ™เธญเธญเธเธกเธฒเธ™เธดเธ”เธซเธ™เนˆเธญเธขเธ•เธฅเธญเธ”เธŠเธตเธงเธดเธ•) เธœเธกเธเน‡เธ•เน‰เธญเธ‡เธ—เธณเนƒเธˆเธฅเธฐเธ„เธฃเธฑเธš เนเธ•เนˆเธเน‡เน„เธกเนˆเน„เธ”เน‰เน€เธ„เธฃเธตเธขเธ”เธ™เธฐ เธ„เนˆเธฒเธขเธฒเธเน‡เน„เธกเนˆเน„เธ”เน‰เนเธžเธ‡เธญเธขเนˆเธฒเธ‡เธ—เธตเนˆ เธ„เธดเธ”เธ™เธฐเธ„เธฃเธฑเธš เธ•เธเธกเธฒเธชเธธเธ”เธเน‡เน€เธ”เธทเธญเธ™เธฅเธฐเธžเธฑเธ™เธเธงเนˆเธฒ เนเธ•เนˆเธžเธญ 2 เน€เธ”เธทเธญเธ™เธ–เน‰เธฒเธ•เธฃเธงเธˆเน„เธกเนˆเธžเธšเน€เธŠเธทเน‰เธญ เธซเธกเธญเธˆเธฐเธฅเธ”เธขเธฒ เธเน‡เน€เธซเธฅเธทเธญ เน€เธ”เธทเธญเธ™เธฅเธฐ400 เธเธงเนˆเธฒเน€เธญเธ‡
โดย: เน‚เธ„เธ•เธฃเธˆเธฐเนเธกเธ™ [23 ม.ค. 52 20:32] ( IP A:114.128.25.69 X: )
ความคิดเห็นที่ 20
   ครับ ประหลาดมาก
ปกติเชื้อวัณโรคจะโตช้า

แต่ขึ้นในเวลาแค่สองสัปดาห์นี่น่าสงสัยมาก
เป็นแบบที่เชื้อโตเร็วหรือเปล่า

ควรไปโรงเรียนแพทย์ตรวจให้ทราบชนิดของเชื้อให้ชัดเจน
ตรวจอีกรอบให้แน่ใจ
จะคอยฟังผลด้วยคน
โดย: ZtahC [23 ม.ค. 52 22:18] ( IP A:202.12.97.119 X: )
ความคิดเห็นที่ 21
   ผมมีความคิดเช่นเดียวกับหมอไมโคร คห.19 นะครับ รอยโรคแบบนี้ ไม่มีหลักฐานว่ามันจะเป็นมากขึ้น หรือ active ก็ต้องเฝ้าดูกันต่อไป เพราะบ้านเรา เป็นกันมาก ฟิล์มแบบนี้ มีให้เห็นบ่อยๆไป
ส่วนถ้าใครเป็นหมอแบบหมอชาวต่างชาติที่คุณพูดถึงนั้น สถานะการณ์เขาไม่เหมือนหมอคนแรก คือมีอะไรที่น่าสงสัย เขาจะ eradicate ไว้ก่อน เรียกว่าสาดยาคลุมไปเลย ผมเชื่อว่า ผลเพาะเชื้อ ไม่ขึ้นหรอก เขาคงหลอกคุณว่าเพาะเชื้อขึ้น จะได้ให้คุณไปรักษา ถ้าหลุดเข้าไปในประเทศเขา คุณจะเป็นตัวอันตรายมากๆ สำหรับประเทศเขา เพราะเขาไม่มีการฉีดวัคซีน ป้องกันวัณโรคกันแล้ว ต่างกับอยู่ประเทศเรา คุณคือคนธรรมดาๆ เหมือนๆ กันคนอีกมากมายมหาศาล
โรคนี้กินยาตอนแรกเยอะ 3-4 ชนิด แต่หลัง 2 เดือนไปแล้ว ยากินเหลือแค่ 2 ชนิด โรคจะหยุดแพร่หลังจากทานยาไป 2 สัปดาห์ คุณอาจมีความจำเป็นจะต้องหยุดงานจริง ก็หยุดแค่ 2 สัปดาห์เท่านั้น
ก่อนจะไปหาหมอคุณก็ลาออกจากงานเสียแล้วทำงานโรงงานปกติเขาจะบังคับให้คุณทำปกส.นะครับไม่ทำก็ผิดกฏหมายทั้งคุณและนายจ้าง ถ้าไม่มีปกส.แสดงว่าคุณไม่ได้ทำงานจริงข้อมูลที่ post มา เป็นเท็จ คุณตกงานก็ไปสมัครงาน ทำงานได้นะครับ เรื่องหนี้สินของคุณนั้น ไม่มีหมอคนไหนในโลกเขาไปรับผิดชอบได้หรอก ถ้าแฟนคุณรักคุณจริงถึงแม้ไม่ได้แต่งงานกันเขาก็คงช่วย แต่ถ้าไม่รักถึงแม้แต่งงานแล้วเขาก็ไม่ช่วยหรอกครับ และโรคที่คุณเป็นกับแฟนไม่รักนั้นคงอ้างยากเพราะไกลเกินเหตุครับ ไม่ต้องกลัวจะติดใครหรอกครับ ถ้าจะติดก็คงติดไปนานแล้ว
ประเด็นที่ว่า อยากให้หมอมีส่วนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษานั้น ถ้าคุณบอกว่าคุณจะไปต่างประเทศตั้งแต่คราวแรก ก็คงพอฟังได้ แต่มาบอกตอนหลัง คงไม่มีน้ำหนักครับ
ช่วงระยะเวลา 6 เดือนที่คุณทำการรักษาตัว อยากให้ทางแพทย์ชดเชยค่าเสียหาย... ค่าเสียโอกาส.. ค่าเสียเวลา ที่คุณไม่สามารถทำงานได้เนื่องจากเป็นโรคติดต่อ เท่ากับเงินเดือนที่ดิฉันเคยทำงานได้ในแต่ละเดือนเพื่อมาเป็นค่าใช้จ่ายประจำวัน ช่วงที่คุณยังไม่สามารถทำงานได้เป็นระยะเวลา 6 เดือนเท่านั้น............ประเด็นนี้คงเหมือนกับคำตอบแรกครับ ถ้าคุณบอกหมอว่าจะไป ต่างประเทศตั้งแต่คราวแรกที่พบรอย (โดยเฉพาะในยุโรปและอเมริกา) หมอก็ไม่ยอมรักษาให้ นั่นว่าไปอย่าง แต่ในกรณีแบบของคุณ เป็นผม ผมก็ไม่รักษาหรอกครับ เพราะลักษณะเป็นรอยโรคเก่าและไม่ progressive และ ถ้าแพ้ยาขึ้นมา ตาบอด ก็ไปกันใหญ่เลย

สรุป
เป็นเรื่องมาตราฐานทางการแพทย์ของประเทศที่เจริญแล้ว กับประเทศเรา ซึ่งต่างกันมาก คุณคงตกงาน แฟนทิ้ง มีรายจ่าย แล้วเอาเรื่องนี้มาโทษหมอ จะหากินกับเรื่องนี้ ผมดูยังไงๆ ก็มองไม่เห็นทางชนะหรอกครับ มองด้วยสายตาเป็นกลางนะครับ ผมแนะนำว่าคุณควรกินยาให้ครบ และไปตามแพทย์นัดสม่ำเสมอ ที่สำคัญคือ หางานทำซะ ซึ่งอาจจะยากหน่อย ในภาวะเช่นนี้ ที่สำคัญ ตอนเด็กๆไม่เคยฉีด วัคซีนที่ไหล่จนเป็นตุ่มหนองเล็กๆ เลยเหรอ bcg vaccine เอ หรือว่าคลอดที่บ้าน
โดย: หมอ สมชาย [6 ก.พ. 52 22:07] ( IP A:125.25.225.166 X: )
ความคิดเห็นที่ 22
   ตอนนี้เราก็เป็นวัณโรคกำลังรักษาที่รพ.วชิระ ยาฟรี หมอเก่งดีชำนาญ พยาบาลก็ใจดี ค่อยยังชั่วหน่อยเพราะเราต้องออกจากงาน รู้สึกชีวิตแย่มากแพ้ยา แต่ก็อดทน ไม่ทราบว่าคุณพักที่ไหนควรจะตรวจที่รพ.รัฐบาลเช่นรพ.จุฬา รพ.ราชวิถี รพ.ศิริราชฯลฯหรือสถานีอนามัยฟรีหมด ถ้าตอนนี้เราต้องจ่ายค่ายาละก็แย่แน่ๆเลย
โดย: สุวิชา [11 ก.พ. 52 18:30] ( IP A:58.9.158.185 X: )
ความคิดเห็นที่ 23
   ถ้าคุณสุวิชาแพ้ยา ต้องแจ้งอาการให้แพทย์ และให้เปลี่ยนยา
เว้นแต่ว่าคุณสุวิชาจะเข้าใจผิดระหว่างอาการแพ้ยากับผลค้างเคียงของยา
โดย: +++ [11 ก.พ. 52 23:22] ( IP A:58.8.93.129 X: )
ความคิดเห็นที่ 24
   ขอบคุณมากสำหรับคุณคห.24 ป้าเองมีอายุมากเกือบ60 ปกติเป็นหลอดลมพองตั้งแต่อายุ40 เพราะมลภาวะท่อไอเสียหน้าบ้าน และเมื่อปีใหม่ที่ผ่านมาไม่ทราบว่าเป็นวัณโรคขึ้นมาได้อย่างไรครั้งแรกมีอาการ จุกแน่นหน้าท้องเป็นไข้ปวดหัวช่วงบ่ายเย็นทุกวันทานยาพาราก็ดีขึ้น ตกดึกมึนหัวนิดๆเป็นเดือน และความดันสูง ไขมันสูงผิดปกติ มีอาการไอมากเสมหะเหลืองอ่อน หมอท่านวินีจฉัยว่าเป็นวัณโรค จ่ายยามาให้อาทิตย์แรกที่ทานยาอาจจะเป็นผลข้างเคียง จึงทำให้ปวดเสียดแน่นที่ศรีษะ+ท้องมากเสียดแน่นปวดที่บริเวณปอดด้านขวามาก เหนื่อยหมดแรงเสียดชารอบใบหน้า หายใจแทบไม่ได้ ไม่สามารถพยุงตัวเดินได้แม้แต่พูด ต้องให้อ๊อกซิเจน ที่รพ.แต่ป้าก็อดทน เพราะกลัวจะทานยาไม่ต่อเนื่อง เดี๋ยวจะดื้อยากลัวมาก เป็นอยู่2อาทิตย์ จนวันที่14ก็เกิดผื่นขึ้นเต็มตัวแต่อาการดังกล่าวก็ค่อยๆดีขึ้น ซึ่งคุณหมอก็สั่งให้หยุดยา4วันและให้ทีละตัว ก็เลยดีขึ้นแต่ป้ายังคงไม่เข้าใจว่า อาการดังกล่าวจะทำให้ป้า จะหายจากวัณโรคหรือไม่ใครรู้ช่วยบอกให้หน่อย เพราะทุกวันนี้กล้มใจมากวิตกมาก แต่อาการดีขึ้นมาก ป้าเริ่มทานยารักษาตั้งแต่วันที่8มกราคม2552
โดย: สุวิชา [13 ก.พ. 52 18:54] ( IP A:58.9.245.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 25
   ทานยาวัณโรคมาเกือบสามเดือนแล้วว เพิ่งมีอาการแพ้ เริ่มจากมือเท้าบวม ปากบวมเจ็บ ม่วงๆๆ มีผื่นขึ้น จะเป็นไรมากมั้ยค่ะ
ใครเคยทานยามานานแล้วเพิ่งมีอาการแพ้บ้าง
โดย: เจ [25 มี.ค. 52 16:54] ( IP A:87.56.207.71 X: )
ความคิดเห็นที่ 26
   ทานยาวัณโรคมาเกือบสามเดือนแล้วว เพิ่งมีอาการแพ้ เริ่มจากมือเท้าบวม ปากบวมเจ็บ ม่วงๆๆ มีผื่นขึ้น จะเป็นไรมากมั้ยค่ะ
ใครเคยทานยามานานแล้วเพิ่งมีอาการแพ้บ้าง
โดย: เจ [25 มี.ค. 52 16:56] ( IP A:87.56.207.71 X: )
ความคิดเห็นที่ 27
   อยากทราบว่าการสูบบุนหรี่ เป็นเวลานานๆ ทำให้เกิดโรคอะไรบ้าง และการรักษารักษาอย่างไร
โดย: yingying@2540hotmail.com [29 ส.ค. 52 16:16] ( IP A:125.24.60.5 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน