ลูกแพ้ยา หมอไม่รู้เรื่อง
   เรื่องมีอยู่ว่า ลูกไม่สบายมีไข้สูง จึงพาเข้า รพ.ชลบุรี เวลา 02.00 น. มีการซักถามประวัติคนไข้ว่าเป็นอะไรมา จึงได้บอกรายละเอียดเบื้องต้นไป และได้บอกถึงการแพ้ยาที่ลูกเป็น ว่าได้แพ้ยา อะม็อกซีซิลลิน (Amoxicillin) กลุ่ม เพนิซิลิน หลังจากทำประวัติ จึงนำเข้าห้องฉุกเฉิน พบหมอเวร ทำการตรวจเบื้องต้น หมอได้ซักถามอาการ และประวัติการแพ้ยา จึงได้ให้รายละเอียดตามเบื้องต้น หมอจึงไห้เข้านอน รพ. พอถึงตึก กุมารเวช หมอฝึกงาน จำนวน 2-3 คน ก็ซักถามประวัติและอาการเบื้องต้น เราก็ให้ข้อมูลต่างๆ และประวัติการแพ้ยา หมอจึงทำการรักษาโดย ให้นำเกลือ และให้ยาลดไข้ แก้ไอ ยาขยายหลอดลม ทางผมซึ่งเป็น พ่อของน้องจึงขอย้ายน้อง เข้าห้องพิเศษ เพราะอยากดูแลน้องอย่างใกล้ชิด และอยากให้หมอรักษาน้องได้อย่างเต็มที่ (เพราะห้องพิเศษ จะมีหมอใหญ่คอยดูแล) จึงได้ย้ายขึ้นไป วันแรกหมอเข้ามาตรวจอาการได้ถามอาการของลูก และได้ให้คำปรึกษาว่าเด็กอาจติดเชื้อไวรัส หรือแบคทีเรีย หมอจะสั่งให้ ยาฆ่าเชื้อให้ (ยาปฏิชีวณะ) หลังจากนั้นหมอก็ออกไป โดยไม่ได้ถามถึงการแพ้ยาของเด็ก จากนั้นพยาบาลได้ฉีดยาฆ่าเชื้อ เป็นเวลา 3 วัน จำนวน 10 เข็ม ช่วงเวลาที่ลูกผมรับยาผม สังเกตุมีผื่นลมพิษขึ้นที่ตัวน้อง และมีอาการซึม ปากแห้งแตก ความดันตำ และอาการก็ไม่ดีขึ้น จึงลองถามพยาบาลว่า ยาฆ่าเชื้อที่ให้คือยา อะไร พยาบาลจึงบอกว่าเป็นยา แอมพิซิลิน ผมและแฟนจึงตกใจ จึงได้บอกกับพยาบาลว่า ลูกมีประวัติการ แพ้ยา กลุ่ม เพนิซิลิน พยาบาลจึงบอกว่าจะแจ้งให้หมอมาดู สักพักมีหมอมาดู แต่ไม่ใช่หมอที่เป็นคนรักษา เป็นหมอคนอื่น ลักษณะเป็นหมอฝึกงาน 2-3 คน และหมอเภสัช อีก 1 คน มาตรวจดู หมอสรุปกันว่าไม่เป็นไร พอวันรุ่งขึ้น หมอเจ้าของไข้มาตรวจดูอาการ แล้วได้พูดว่า เด็กแพ้ยาหรอ งั้นก็หยุดยาตัวนี้ไป โดยไม่รู้สึกตกใจอะไรเลย และยังมาบอกว่า ตอนที่ถามไม่เห็นได้บอกว่าเด็กแพ้ยาเลย (ซึ่งไม่เคยถามเราเลยซักครั้งว่าเด็ก แพ้ยามั้ยถามแค่อาการทั่วไปแล้วก็ไป) แล้วยังจะมาโยนความผิดให้เราทั้งๆที่ คนเป็นหมอน่าจะรอบคอบ ในเรื่องนี้โดยการซักถามให้แน่ใจจากปากพ่อ และแม่ของเด็ก และควรดูประวัติการให้ข้อมูลเบื้องต้นในแบบฟอร์ม รวมทั้งข้อมูลจากหมอที่ส่งต่อมาให้ เสียก่อน กลับเป็นว่าหมอไม่รู้เรื่องการแพ้ยาเลย เป็นความผิดของเราไปเลย ผมเสียใจมากในใจผมคงไว้ใจหมอต่อไปไม่ได้อีกแล้ว หลังจากนั้น 2 วันลูกผมไข้ลดลง หมอจึงให้ออก รพ.ได้ ผมจึงพาลูกกลับ มาถึงบ้าน 3 ทุ่ม ผมไม่หายสงสัยในเรื่องที่ลูกผมแพ้ยา ผมจึงหาข้อมูลในอินเตอร์เนต จนถึง ตี03.30 น. ผมเจอเรื่องการแพ้ยา ขั้นรุนแรง สตีเวน จอรน์สัน ซึ่งมีอาการขั้นรุนแรง ผมเป็นกังวลมาก ผมกับแฟนนั่งร้องไห้กันทั้งคืน เพราะอาการนำของโรคนี้คล้ายกับน้อง และอาการของโรคนี้ต้องคอยดู ถึง 3-4 อาทิตย์ของการหยุดยา ตอนนี้ก็พึ่งผ่าน ไป 3 วัน กลุ้มใจมากครับ ถ้าลูกผมเป็นอะไรขึ้นมา ผมจะทำยังไง ( เป็นหมอผู้หญิง ตึกกุมารเวช ชั้น5 )
โดย: wasan_airton@hotmail.com [4 พ.ค. 52 23:05] ( IP A:125.26.179.20 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   หมอส่วนใหญ่ก็อย่างนี้แหละ ไม่เคยดูแลคนไข้จริงจัง คิดว่าเป็นเรื่องง่าย พอเกิดเรื่องทีก็หาช่องทาง โยนความผิดให้ครอบครัวคนไข้ หรือไม่มีทางแก้จริง ก็เอาเงินฟาดหัวแล้วปิดเป็นความลับ ยิ่งตาสีตาสา ยิ่งแล้วโดนด่ากลับไปอีก อนิจัง....
โดย: nong@hotmail.com [4 พ.ค. 52 23:53] ( IP A:125.26.179.20 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   คอยดู อาการน้องไปก่อนแล้วกัน ในช่วงนี้ บางทีอาจไม่เป็นอย่างที่คิดก็ได้ ถ้าแพ้ยาจริงคงต้องรุนแรง ตอนที่ได้ยาครั้งแรก อาจถึงช็อก หรือไม่ก็อาการ คงเริ่มเกิด ภายใน 24 ชม. (โรคสตีเวน จอรน์สัน) ผ่านมา 3 วันแล้ว น่าจะแพ้อ่อนๆ หรือไม่ ก็อาการที่ว่านำอาจเป็นผลข้างเคียงจากยา คอยดูอาการไปก่อนนะในช่วงนี้ แต่ถ้ามีผื่นขึ้น ภายใน 1-4 อาทิตย์ ให้รีบพบ แพทย์ และบอกอาการด้วยนะ อย่าเพิ่งตกใจ ตั้งสติให้ดี ทำใจให้เข้มแข็ง ต่อสู้ต่อไป เพื่อคนที่เรารัก (เรื่องของเรื่อง เป็นความบกพร่องของแพทย์ จึงทำให้เกิดรอยร้าวแบบนี้)
โดย: oooo@hotmail.com [5 พ.ค. 52] ( IP A:125.26.179.20 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ในคดีดอกรัก มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนังชื่อดัง พญ ป เบิกความว่า ควรรีบให้ยาสเตียรอยด์ เพราะจะหยุดยั้งความรุนแรงของโรคได้ ตอนนี้ก็ดูจะช้าไปหน่อย ถ้าต่อมามีปัญหา ตาบอด ปอดพิการ ฯลฯ จะทำอย่างไร
ผมแนะนำนะครับ ผมมีคนไข้เป็นคดีกันอยู่ อยู่ที่ระยอง กำลังฟ้องกระทรวงเรื่องแพ้ยา ตาพัง ไตพัง แบบสตีเว่นส์ จอห์นสัน ซินโดรมนี่แหละ ชื่อ เสนาะ เขาไปรักษาที่สมิติเวชศรีราชา ผมว่าหมอเขาดูแลได้ดีที่เดียว คุณลองติดต่อไปดีไหม อยู่ไม่ไกลเท่าไหร
ถ้ายังไงรีบหน่อยก็ดี อย่าประมาท หรือถ้าไม่แน่ใจ รีบมาศิริราชก็ดี เพราะตำราที่เขียนมาจากศิริราช ยังแนะนำให้รียให้สเตียรอยด์
ผมเคยมีคดี พ่อเป็นแพ้ยาตายแบบนี้แหละ และลูกสาวเล็กๆไปหาหมอ หมอให้ยาแก้ไขบูเฟ่น ปากพองมา แต่หมอก็ให้กินแค่ยาแก้แพ้ซีพีเอ็มมา แม่กังวลมาก ผมรีบให้สเตียรอยด์ ก็ยุบอย่างรวดเร็ว (ผมกลัวมาก เพราะรู้เรื่องว่าพ่อเขาแพ้ยาตายแบบ สตีเว่นส์ฯ ก็เลยรียให้ยา)
โดย: อย่าชะล่าใจ รีบหาหมอ [5 พ.ค. 52 8:59] ( IP A:58.8.7.126 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   เท่าที่อ่าน ได้แต่บอกว่า "รักษากันเอาเองละกัน... "
โดย: หมอก้อนหิน [5 พ.ค. 52 12:40] ( IP A:114.128.134.131 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ความเห็น 4
คงเป็นได้แค่ก้อนหินจริง ๆ นั่นแหละ
โดย: เฮ้อ.. [5 พ.ค. 52 15:52] ( IP A:58.9.217.6 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   สรุปว่า รักษาหายแล้ว กลับบ้านแล้ว สินะครับ
ยินดีด้วยครับ

ส่วนเรื่อง Stevens-Johnson Syndrome ถ้าเป็นจริงมันรุนแรงมากกว่าที่ว่ามาเยอะครับ ไม่เป็นหรอก
โดย: 000 [5 พ.ค. 52 16:19] ( IP A:61.90.5.69 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ขอบคุณที่ช่วยนำข้อมูลมาเล่าสู่กันครับ ดีใจที่น้องไม่เป็นอะไรมาก
โดย: เจ้าบ้าน [6 พ.ค. 52 10:38] ( IP A:210.86.181.20 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   แพ้ยาแล้วหาย ถือว่าโชคดี

แต่แพ้คดีแบบไม่น่าแพ้นี่สิ
มันแทบกระอักเลือดไม่มีวันหายด้วย
โดย: คุณโชคดีแล้ว [6 พ.ค. 52 13:20] ( IP A:58.9.185.41 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   เห็นใจจริงๆ คะ
โดย: เดเด [14 พ.ค. 52 21:13] ( IP A:125.26.174.4 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   กระอักเลือดลองมาแล้วค่ะ จากการแพ้ยา
แต่ยังไม่เคยแพ้คดี ไม่รู้จะหนักกว่าตอนกระอักเลือดหรือเปล่า


จากกระทู้น่าจะมีอาการดีขึ้นนะคะ เมื่อหยุดยา
หมอดีดีก็มีค่ะ หมอแย่ ๆ มันก็มีค่ะ ....เรื่องจริง
โดย: จีเอ็น [22 พ.ค. 52 21:52] ( IP A:61.19.65.47 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   หมอไม่ใช่เทวดา จะได้รู้ทุกเรื่อง
แต่บางคนเวลาไม่รู้เรื่อง ไม่ยอมรับว่าไม่รู้เรื่อง
ตะแบงว่ารู้เก่งไปหมดทุกเรื่อง เหมือนแพทยสภาไม่มีผิด
โดย: แพทยสภา ไอ้พวกเทวดาแตะต้องไม่ได้ [25 พ.ค. 52 14:44] ( IP A:58.9.190.93 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   บทเรียนที่ดีค่ะ ขอบคุณนะคะที่เอามาเผื่อแผ่คนอื่นด้วย
คงต้องเป็นหน้าที่ของพ่อแม่อ่ะค่ะ เดินพูดกรอกหูหมอเลยว่าแพ้ยาตัวนี้นะ ไม่ต้องกลัวโดนด่าหรืออะไร ใครเข้ามาก็บอกโดยเฉพาะเวลาที่หมอหรือพยาบาลให้ยา ถามเลยค่ะก่อนที่เค้าจะให้
ตัวเองก็เคยโดน แต่แฟนเป็นคนเอาลูกไป เพราะตัวเองก็เป็นไข้ ก่อนไปก็ย้ำแล้วนะว่าลูกแพ้ยาอะไร แต่สุดท้ายลูกกลับมากินยาตัวบวมไปหมด สุดเจ็บปวดเลยค่ะ เลยพาลูกไปโรงบาลเอง แม่ก็ป่วย ลูกก็แย่ นอนเฝ้ากันและกันอยู่เป็นอาทิตย์ อย่าไปแค้นหรือโทษหมอเลยค่ะ หมอก็เบลอเป็น โทษตัวเองดีกว่า เพราะเราเป็นคนที่รู้ดีที่สุดนะคะ ขออย่าให้เกิดอีกละกันนะคะ
โดย: โชคดีค่ะ [11 ก.ค. 52 19:22] ( IP A:123.221.90.94 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   เป็นมาแล้วค่ะ70-30(รอด30นะ)ทรมานมาก1ปีแล้วยังไม่หาย
โดย: sirwan.pichai@gmail.com [2 พ.ย. 52 12:06] ( IP A:124.122.164.158 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน