เอ้ามาแล้ว...ข่าวม็อบหมอ...!
   ม็อบหมอ-พยาบาลบุก สธ. ทวงค่าเบี้ยเลี้ยง “วิทยา” เผยกำลังหาทางออก

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
1 กรกฎาคม 2552 12:46 น.

https://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9520000074281


ม็อบหมอ-พยาบาลบุก สธ.วอนเป็นธรรม ให้ค่าตอบแทนเบี้ยเพิ่มเหมาจ่ายอัตราเท่ากับ รพ.ชุมชน พร้อมให้ค่าตอบแทนนอกเวลาราชการเหมือนหมอในสังกัด กทม.ปฏิรูประบบบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ให้ประชาชนร่วมจ่ายค่ารักษา ห่วงโรงพยาบาลตำบลสร้างปัญหาฟ้องร้องแพทย์เพิ่ม ด้าน “วิทยา” ระบุกำลังหาทางออก พร้อมเผย “อภิสิทธิ์” สั่งกรมบัญชีกลางทบทวนการจ่ายค่ารักษาพยาบาลจากการรักษาด้วยยาสมุนไพรให้เหมือนเดิม

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 1 กรกฎาคม พญ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา ประธานสมาพันธุ์ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมแห่งประเทศไทย พร้อมแพทย์และพยาบาลจากโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์/โรงพยาบาลทั่วไป เช่น โรงพยาบาลปทุมธานี โรงพยาบาลสงขลา โรงพยาบาลนครปฐมฯลฯ จำนวนกว่า 300 คน เดินทางมายังกระทรวงสาธารณสุขเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม กรณีขอเพิ่มค่าตอบแทนเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายแก่บุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป

พญ.เชิดชู กล่าวว่า การเดินทางมาวันนี้ เพื่อมาทวงคำตอบจากนายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งได้เรียกร้องให้มีคำสั่งจ่ายเบี้ยเลี้ยงแก่แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป ในอัตราที่เท่ากับโรงพยาบาลชุมชน โดยให้มีผลทันทีในวันที่ 1 กรกฎาคม 2552 แต่เมื่อเลยกำหนดวันที่ได้หารือกันก่อนหน้านี้แล้วแต่ไม่มีการดำเนินการใดๆ จึงต้องรวมตัวกันเพื่อให้ได้รับความเป็นธรรม

นอกจากนี้ ขอให้เพิ่มค่าตอบแทนการปฏิบัติราชการในเวลาวิกาล และนอกเวลาราชการ ให้มีอัตราเท่ากับของราชการท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร ซึ่งขณะนี้โรงพยาบาลของ กทม.ไม่มีปัญหาการขาดแคลนแพทย์แล้ว และให้ปรับอัตราเงินเดือนของบุคลากรทางการแพทย์ ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ที่กำหนดให้มีการพิจารณาจ่ายค่าตอบแทนแพทย์ตามภาระงานที่ต้องรับผิดชอบ ทั้งนี้ ค่าตอบแทนเบี้ยเลี้ยงสามารถนำเงินบำรุงของโรงพยาบาลมาจ่ายให้บุคลกรทั้งแพทย์และพยาบาลได้ ไม่ใช่ไม่มี

“แพทย์ในโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป ถือว่ามีภาระงานหนัก ทุกคนต้องอดทนทำงาน สัปดาห์ละ 120 ชั่วโมง ทั้งกลางวันกลางคืน ได้เงินเดือนน้อย ยิ่ง สธ.เพิ่มค่าตอบแทนเบี้ยเลี้ยงให้กับโรงพยาบาลชุมชน ยิ่งเพิ่มภาระงานเป็น 3 เท่า แต่ไม่ได้ค่าตอบแทนที่เป็นธรรมคิดจะบังคับให้ทำงาน แต่กลับไม่ได้รับความสนใจในการแก้ไขปัญหา ที่ผ่านมาได้มีการเรียกร้องให้ นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ลงนามคำสั่ง แต่กลับไม่ดำเนินการอะไรเลยแม้ว่าจะผ่านมาหลายรัฐมนตรีแล้ว”พญ.เชิดชู กล่าว

พญ.เชิดชู กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ในอนาคต สธ.จะต้องปฏิรูประบบบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยในการตรวจรักษาสุขภาพ เนื่องจากมีผู้ป่วยเข้ามารับบริการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่แพทย์ในระบบราชการลดลงและเกิดการขาดแคลนแพทย์ ซึ่งจะต้องมีการจัดสรรบุคลากรผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาให้มีความเหมาะสม รวมทั้งให้ประชาชนที่มีความสามารถจ่ายได้ ร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลเพื่อเป็นการรับผิดชอบต่อสุขภาพของตัวเอง ขณะที่คนที่ยากไร้ก็รับบริการทางการแพทย์โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมถึงให้มีระบบการนัดแพทย์ในการตรวจรักษาโรคกรณีที่ไม่ฉุกเฉินเร่งด่วนเหมือนในต่างประเทศเพื่อเป็นการลดอัตราการเข้ารับการรักษาพยาบาลที่ไม่จำเป็น ทั้งนี้ไม่เห็นด้วยกับนโยบายของรัฐบาลในการสร้างโรงพยาบาลตำบลโดยให้แพทย์ให้คำปรึกษาทางการรักษาผ่านระบบทางไกล ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาความผิดพลาดจากการรักษาและเกิดการฟ้องร้องเพิ่มมากขึ้น

ขณะที่นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ตนได้รับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มแพทย์และพยาบาลที่มาเรียกร้องขอเพิ่มค่าตอบแทนแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือร่วมกัน ในส่วนของข้อเรียกร้องที่ต้องการให้มีการบรรจุแพทย์และพยาบาลที่เป็นลูกจ้างของโรงพยาบาลให้เป็นข้าราชการนั้น สธ.ได้เสนอขออัตราบรรจุไปยังสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ.) แล้ว 11,000 อัตรา ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้มีการกำชับไปยัง กพ.ให้พิจารณาเรื่องนี้เป็นพิเศษ เนื่องจากแพทย์และพยาบาลเป็นสาขาที่มีความขาดแคลน

“ปัจจุบันแพทย์และพยาบาลที่เป็นลูกจ้างโรงพยาบาล โรงพยาบาลใช้งบประมาณจากรายได้ของโรงพยาบาลในการจ่ายค่าตอบแทน ซึ่งหาก ก.พ.อนุมัติอัตราบรรจุเป็นข้าราชการตามที่ สธ.เสนอ ก็จะไม่ไปสร้างภาระงบประมาณของภาครัฐ เพราะโรงพยาบาลสามารถเลี้ยงตัวเองได้ แต่ในบางโรงพยาบาลที่มีรายได้ไม่เพียงพอ ก็จะให้โรงพยาบาลที่อยู่ในเขตเดียวกันเกลี่ยรายได้กันเอง” นายวิทยากล่าว

ส่วนกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้เบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลจากการรักษาด้วยยาสมุนไพรที่มีชื่อในบัญชียาหลักแห่งชาติเพียง 19 ชนิดนั้น ยืนยันว่านายกรัฐมนตรีได้สั่งให้กรมบัญชีกลางกลับไปทบทวนอีกครั้ง เพื่อให้เบิกได้ครอบคลุมการสั่งยาอีกหลายชนิดเหมือนเดิม
โดย: เจ๊ชูอีกแล้ว [1 ก.ค. 52 14:56] ( IP A:61.90.87.237 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   สธ.ไฟเขียวเพิ่มค่าตอบแทนบุคลากรทางการแพทย์ เว้นพยาบาลวิชาชีพ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
1 กรกฎาคม 2552 19:08 น.


สธ.หารือเพิ่มค่าตอบแทนบุคลกรทางการแพทย์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปเคลียร์ ยกเว้นพยาบาลวิชาชีพ ยังไม่ยอมขอเพิ่มมากกว่าโรงพยาบาลชุมชน เตรียมนัดหารืออีกรอบสรุปให้จบ ก่อนประกาศมีผลบังคับใช้พร้อมกัน





เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 1 ก.ค. นายพิเชฐ พัฒนโชติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวภายหลังหารือร่วมกับกลุ่มแพทย์และพยาบาลที่มาชุมนุมเรียกร้องขอเพิ่มค่าตอบแทน ว่า บุคลากรทุกสาขาวิชาชีพในโรงพยาบาลศูนย์/ทั่วไป ยอมรับตามข้อสรุปของ สธ.ที่ นพ.ปราชญ์ บุณยวงค์วิโรจน์ ลงนามเห็นชอบในหลักการเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2552 โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มที่ทำงาน 1-3 ปี แพทย์/ทันตแพทย์ รับค่าตอบแทน 10,000 บาทต่อเดือน เภสัชกร 3,000 บาทต่อเดือน สาขาปริญญาตรี เช่น เทคนิคการแพทย์ สาธารณสุข 1,200 บาทต่อเดือน และสาขาต่ำกว่าปริญญาตรีใน 600 บาทต่อเดือน และ 2.กลุ่มที่ทำงาน 4 ปีขึ้นไป แพทย์/ทันตแพทย์ รับค่าตอบแทน 15,000 บาทต่อเดือน เภสัชกร 4,500 บาทต่อเดือน สาขาปริญญาตรี เช่น เทคนิคการแพทย์ สาธารณสุข 1,800 บาทต่อเดือน และสาขาต่ำกว่าปริญญาตรีใน 900 บาทต่อเดือน

“ทุกกลุ่มวิชาชีพยอมรับตามข้อสรุปของ สธ. ซึ่งค่าตอบแทบที่จะได้รับมีอัตราเดียวเทียบเท่ากับอัตราต่ำสุด ที่จ่ายให้กับบุคลากรวิชาชีพในโรงพยาบาลชุมชน ยกเว้นกลุ่มพยาบาลวิชาชีพที่ยังต้องการให้ สธ.จ่ายค่าตอบแทนให้มากกว่าที่จ่ายให้พยาบาลวิชาชีพในโรงพยาบาลชุมชน โดย สธ.สรุปให้จ่ายให้ในอัตรา 1,200 บาท หรือ 2,000 บาท และ 1,800 บาท หรือ 3,000 บาท แต่พยาบาลวิชาชีพบางกลุ่มต้องการให้เพิ่มเป็น 4,000 และ 6,000 บาททำให้ สธ.ต้องทบทวนใหม่”นายพิเชฐ กล่าว

นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า สธ.จำเป็นต้องหารือร่วมกับพยาบาลวิชาชีพในทุกกลุ่ม รวมถึงพยาบาลในโรงพยาบาลชุมชนอีกครั้งหนึ่ง เพราะหากเพิ่มให้พยาบาลโรงพยาบาลศูนย์/ทั่วไป พยาบาลใน รพ.ชุมชนก็จะมาเรียกร้องขอเพิ่มอีก ปัญหาก็จะไม่จบ ซึ่งหากได้ข้อสรุปในส่วนของพยาบาลแล้วจึงจะสามารถออกเป็นประกาศ สธ.เรื่องค่าตอบแทนสำหรับโรงพยาบาลศูนย์/ทั่วไปได้ เนื่องจากประกาศต้องออกพร้อมกันทุกสาขาวิชาชีพ แต่จะมีผลย้อนหลังให้ถึงวันที่ 1 ก.ค.2552

นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สำหรับเงินค่าตอบแทนบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไป ให้ใช้เงินบำรุงของโรงพยาบาลโดยให้คณะทำงานผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขในแต่ละพื้นที่เป็นผู้ดำเนินการเกลี่ยเงินบำรุงโรงพยาบาลในแต่ละเขตพื้นที่จัดสรรไปยังโรงพยาบาลต่างในพื้นที่ดูแล เพื่อไม่ให้กระทบกับงบประมาณของภาครัฐ ซึ่งเงินบำรุงของโรงพยาบาลแต่ละแห่งถือว่ามีเพียงพอในการจ่ายค่าตอบแทนให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ส่วนที่เกรงว่าหากนำเงินบำรุงมาจ่ายค่าตอบแทนจะส่งผลกระทบกับงบการก่อสร้างพัฒนาและปรับปรุงโรงพยาบาลนั้น รัฐบาลได้เตรียมงบประมาณจาก พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาทในโครงการไทยเข็มแข็ง ซึ่งสธ.ได้ของบประมาณ 8 หมื่นล้านบาท ในจำนวนนี้มีงบในการก่อสร้างและปรับปรุงอาคารที่สามารถนำมาชดเชยได้อยู่แล้ว

“ก่อนหน้านี้ ได้หารือทบทวนค่าตอบแทนบุลคากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป 3 ครั้ง แต่ไม่ได้ข้อสรุป คุยแต่ละครั้งข้อสรุปยังไม่ตรงกัน เพราะกลุ่มยังไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ให้ไปรวมกลุ่มให้เป็นเอกภาพก่อนค่อยนัดหารือกันอีกครั้งให้จบไปเลย โดยได้มอบหมายให้ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานคณะกรรมการทบทวนค่าตอบแทน” นายวิทยา กล่าว
โดย: หมอขออะไรก็ง่าย..ผู้เสียหายตายไปหลายรอบก็ขอไม่ได้ [1 ก.ค. 52 21:59] ( IP A:58.9.196.129 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   เอาไปทำไมเศษตังค์
โดย: เอกชนให้เยอะกว่า [1 ก.ค. 52 22:40] ( IP A:125.26.113.3 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   คนเรากินได้อย่างมากก็แค่อิ่ม
รวยล้นฟ้าก็ใช่ว่าจะมีความสุข
มัวคิดแต่เรื่องเงินทอง ให้ระวังอีกหน่อย
แม้แต่ครอบครัวก็จะไม่เหลือ
โดย: คิดแต่เรื่องเงิน [2 ก.ค. 52 10:53] ( IP A:58.9.221.15 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   เอาใจช่วย

ขอให้พยาบาล+บุคคลากรข้างเคียงอื่นๆที่ยังมีรายได้ไม่สมน้ำสมเนื้อกับภาระงาน

ได้เพิ่มกันทั่วหน้า

การมีรายได้น้อยกว่าพวกที่ทำงานในกลุ่ม "เมดิคอลฮับ" ก็ใช่ว่าจะมีความสุขน้อยกว่านะ

บางที กลุ่มหมอในเมดิคอลฮับ เขาก็ต้องทุรนทุรายหารายได้เข้ามาทุกวิถีทาง จนบางครั้งก็ต้อง "โกงชีวิตและเลือดเนื้อคนไข้" เพียงเพื่อให้ได้ "เงินก้อน" ที่ใหญ่มากพอ แล้วก็มา "เหยียดเศษเงิน" ที่น้อยกว่าของรายได้หมอหรือบุคคลากรภาครัฐ

การมีรายได้สูงๆนั้น ไม่มีใครว่าหรอก อยู่ที่ว่า รายได้เหล่านั้นชอบ
ธรรมหรือเปล่า??? แล้วอยากกำไรเยอะๆเป็น 5 เท่า 10 เท่าน่ะ เวลาทำเขาเสียหายแล้วยอมรับชดใช้คนที่จ่ายเงินแพงๆตรง 5 เท่า 10 เท่านั้น

หรือเปล่าต่างหากล่ะ จริงไหม??? ท่านหัวหน้าโครงการเมดิคอลฮับ
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง [8 ก.ค. 52 9:10] ( IP A:58.8.104.216 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ขอให้บรรจุจริงๆเถอะจะไม่ลืมบุญคุณเลย กลัวจะพูดแต่ปากนะฃิ
โดย: ลูกจ้างผู้น่าสงสาร [4 ต.ค. 52 11:01] ( IP A:118.173.179.178 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน