ศิริราชแนะ อยากเป็นหมออย่าเรียนแบบท่องจำ
    ศิริราชเผยแพทย์พรีคลีนิคยังขาด แนะอยากเป็นหมออย่าเรียนแบบท่องจำ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
8 สิงหาคม 2552 14:42 น.


https://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9520000090112

คณบดีแพทยศาสตร์ศิริราช เผยนักศึกษาแพทย์รุ่นใหม่เป็นผู้ใหญ่เร็วขึ้น มีความคิดอ่านเป็นของตัวเอง ชี้ส่งผลดีต่อการเรียนแพทย์ ขณะที่แพทย์พรีคลินิกยังขาดแคลน เพราะไม่ค่อยมีใครอยากอยู่ในห้องแล็บ แนะพ่อแม่เตรียมลูกที่อยากเป็นแพทย์ให้เป็นผู้ให้ตั้งแต่เด็ก และอย่าให้เรียนโดยการท่องจำ

คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล จัดงาน “เปิดประตูสู่ศิริราช” มีผู้ปกครองและนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายเข้าร่วมรับฟังการแนะนำหลักสูตร การสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเป็นพื้นฐานก่อนตัดสินใจเข้าศึกษาต่อที่สถาบันแห่งนี้ ซึ่งมีนักเรียนสนใจสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสอบเข้าเรียน ชีวิตการเป็นนักศึกษาแพทย์ชั้นปีต่างๆ โดยมีครูและรุ่นพี่มาให้คำตอบ

ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า นักศึกษาแพทย์ในปัจจุบันมีความแตกต่างจากในอดีต มีพัฒนาการทั้งด้านพื้นฐานการเรียน คุณภาพชีวิต และองค์ความรู้ วิทยาการ เทคโนโลยีต่างๆ ส่วนเรื่องลักษณะนิสัย เด็กในปัจจุบันเป็นผู้ใหญ่เร็ว มีความคิดเป็นของตัวเอง ซึ่งส่งผลดีต่อการเรียนแพทย์ เพราะอาจารย์กับศิษย์ได้พูดคุยรู้จักกันมากขึ้น ทั้งนี้ ไม่มีค่านิยมใดของเด็กรุ่นใหม่ที่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนแพทย์ เพราะมั่นใจว่าโรงเรียนแพทย์สามารถปรับสร้างได้ ทั้งในแง่คุณธรรมจริยธรรม คุณภาพชีวิต และวิชาการ

คณบดีคณะแพทยศาสตร์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันยังมีแพทย์บางสาขาที่ขาดแคลน โดยเฉพาะสาขาพรีคลินิก ซึ่งนักศึกษาส่วนใหญ่ต่างต้องการไปเป็นแพทย์ให้การรักษาผู้ป่วย มากกว่าการเป็นครูแพทย์ หรือนั่งตรวจชิ้นเนื้ออยู่ในห้องปฏิบัติการ อย่างไรก็ตาม ต้องการให้รัฐบาลมีการวิจัยให้ชัดเจนว่าแพทย์สาขาใดขาดแคลนมากน้อยเท่าใด รวมทั้งการยกระดับแพทย์ทั่วประเทศทุกพื้นที่ให้มีคุณภาพชีวิตที่ทัดเทียมใกล้เคียงกันมากขึ้น

รศ.ดร.พญ.นิศารัตน์ โอภาสเกียรติกุล รองคณบดีฝ่ายการศึกษาก่อนปริญญา กล่าวว่า นักเรียนที่ต้องการสอบเข้าแพทย์ ต้องเตรียมตัวด้านวิชาการเป็นสำคัญ และทำสอบให้ได้ทุกวิชา รวมไปถึงวิชาสังคมศาสตร์หรือภาษาไทย เรียนด้วยความเข้าใจเตรียมตัวแต่เนิ่น ๆ ส่วนคุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครอง ที่มีลูกอยากเป็นแพทย์ ต้องสอนให้ลูกเป็นผู้ให้ตั้งแต่เด็ก ในการเรียนให้มีเหตุผล อย่าใช้เรียนแบบท่องจำ ที่ผ่านมามีนักศึกษาแพทย์ที่เรียนจบแล้วไม่เป็นแพทย์อยู่บ้าง แต่น้อยมาก เพราะระบบการสอบได้คัดกรองเหลือแต่ผู้ที่สนใจตั้งใจจริงอยู่แล้ว

น.ส.จันจิรา จิวะเจริญชัย ผู้ที่มาร่วมรับฟังคนหนึ่ง กล่าวว่า มีความตั้งใจอยากเป็นแพทย์เพราะถือเป็นอาชีพที่เสียสละ เป็นผู้ให้ แม้ที่ผ่านมาจะสอบเข้าในสถาบันที่ต้องการไม่ได้ แต่ก็ยังมุ่งมั่นอ่านหนังสือต่อ โดยปรับแก้ในวิชาคณิตศาสตร์ที่ตนเองทำข้อสอบไม่ได้ และระหว่างนี้ได้ไปลงทะเบียนเรียนคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหงไว้ เพราะเห็นว่าเป็นสาขาวิชาที่เสริมกัน โดยตั้งใจจะพยายามสอบจนกว่าจะได้เข้าเรียนแพทย์เชื่อว่าไม่สายเกินไป โดยอนาคตอยากเป็นอายุรแพทย์ในโรงพยาบาลของรัฐ
โดย: ผู้จัดการออนไลน์ [9 ส.ค. 52 7:41] ( IP A:58.11.29.67 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   ผมเคยเรียนโดยคิดว่าไม่ต้องท่องจำ
สมัยก่อน ผมทำคณิตศาสตร์ เต็มตลอด
ทำฟิสิกส์ เคมี 80-90 อัพ
เกลียดการท่องจำมาก คิดว่าเป็นวิชาของคนไม่เก่งทำกัน
ถูกสอนไม่ให้ท่องจำมาตลอด
ภาษาอังกฤษห่วยแตก ได้ 55-65 เปอร์เซ็นต์ตลอด
สอบไม่เคยได้ที่หนึ่งเลย เพราะคนที่ 1 เขาเรียนมาจาก 7 เดย์แอดเวนติสภาษาอังกฤษมันไม่เคยต่ำกว่า 80
เทอมสุดท้ายกัดฟันท่องหนังสือเรียนภาษาอังกฤษสองเล่ม
(เซเว่นอินเว้นเตอร์ และโอลิเว่อร์ทวิส)
ภาษาอังกฤษผมได้ 75 เปอร์เซ็นต์ สอบได้ที่ 1 ห้อง ที่ 5 ของโรงเรียน
ก็เลยรู้ว่าการท่องไม่ใช่เรื่องยากและเป็นเรื่องของคนเก่งเช่นกัน
ใครบอกเรียนหนังสือไม่ต้องท่องโกหก อย่าไปเชื่อมัน
ต้องเรียนรู้ คิดเป็น และต้องท่องด้วย
ไม่ท่องจะจำได้ยังไง พวกโกหกกลางวันแสกๆ
โดย: อย่าไปเชื่อมัน [9 ส.ค. 52 9:12] ( IP A:58.8.17.184 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   อ้อ ลืมบอกไป เทอมสุดท้าย คณิตศาสตร์ผมได้ 95 เปอร์เซ็นต์
ฟิสิกส์ ผมได้ 93 เปอร์เซ็นต์
เคมีผมได้ 85
นักเรียนทั้งโรงเรียนมี 2000 กว่าคนเกือบ 3000
ตอนเรียนกฎหมาย เขาบอกเลขมาตราไม่ต้องใส่ ใส่มาก็ไม่ได้คะแนนเพิ่ม ใส่ผิดนี่คะแนน 0
ผมใส่ให้ตลอดทุกครั้งที่ตอบ เลขมาตรา จะไปจำยากอะไร
ชอบลองของ
เดี๋ยวนี้ผมบอกทุกคนว่าเรียนหนังสือ คิดเหนื่อยวะ ท่องเอาดีกว่า
ส่วนคิดนี่ คิดก็ได้ ไม่คิดก็ได้ แค่ท่องก็พอกิน
คิดมากคนหาว่าเพี้ยนเปล่าๆ
โดย: ฟฟ [9 ส.ค. 52 9:19] ( IP A:58.8.17.184 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   อยากเป็นหมอช่างกลก็ท่องเอา อยากเป็นหมอวิศวะก็ต้องท่องบวกทำความเข้าใจ
โดย: คนไข้ไม่ได้เดินออกจากตำรา [9 ส.ค. 52 21:31] ( IP A:125.26.106.57 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   แต่วิชาที่ท่องจำมันก็มี..
Anatomy ถ้าไม่ท่องจำ มันจะไปรอดเหรอ
โดย: หมอก้อนหิน [9 ส.ค. 52 23:46] ( IP A:124.157.148.178 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ต้องเสริมด้วย "กิจกรรมภาคปฏิบัติ" ที่สอนให้

ผู้ที่จะจบการศึกษาไปเป็นแพทย์ "รู้จักคำว่าจริยธรรมและมนุษยธรรม" ให้เข้าใจ พร้อมๆกันกับ "การรู้จักพูดเรื่องจริง ยอมรับความจริงและเรียนรู้การแก้ปัญหาอย่างตรงไปตรงมา" โดยยึดเอากรณีตัวอย่างของคดีในเครือข่ายฯ กับแพทยสภา เป็นอุทาหรณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นไป "ภาพใหญ่" ในปัจจุบันของวงการแพทย์ไทย ที่บิดเบี้ยวฉ้อฉลไปจากความเป็นจริง และโดยเฉพาะที่ผิดไปจาก แนวทางของ "ครอบครัวมหิดล" ที่ได้ทรงวางไว้ให้มาตั้งแต่ 2 ชั่วอายุคนที่แล้ว
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง [10 ส.ค. 52 11:26] ( IP A:58.8.107.187 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   เผอิญประเทศไทยได้ผู้นำวงการแพทย์ที่เตี้ย
และมีจริยธรรมต่ำ
มันเลยตกต่ำ
โดย: ตกต่ำ [10 ส.ค. 52 17:43] ( IP A:58.11.28.211 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   อันหนึ่งถ้าจะพัฒนาตัวเอง ไม่เกี่ยวกับสังคมนะ ผมจะแนะนำให้
คุณสมบัติของหมอที่ดีคือต้องขยันอ่านหนังสือ
คุณต้องหัดอ่านหนังสือให้ได้ โดยเฉพาะตำราภาษาอังกฤษ ปีละเล่มสองเล่มก็ยังดี (อ่านหมดเล่ม)
ถ้ายังไม่เข้ามหาวิทยลัยก็อ่านเคมี ชีวะ สักสองเล่ม ซื้อได้ราคาไม่แพงเดียวนี้
จากนั้นคุณต้องขยันออกกำลังด้วย หัดเล่นกีฬาบ้าง
สมองที่ดีจะอยู่ในร่างกายที่แข็งแรง
ส่วนที่เหลือก็แล้วแต่ดวง และสวรรค์ บันดาล
ชีวิตไม่แน่นอนหรอก
ถ้าสอบไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร ตั้งใจจะเป็นหมอ ไปเรียนเอกชนก็ได้ อย่าท้อ
โดย: ฟฟ [11 ส.ค. 52 10:27] ( IP A:58.8.8.169 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   อยากร้ว่าไม่เก่งนี้จร้าเรียนด้ายไหม แต่ว่าขยันนร้าพยายามเรียนหั้ยเก่งอย่แต่ทามไมด้ายอะแต่ว่าเราขยันจิงงงนร้า

โดย: gama_hgf@hotmail.com [5 พ.ย. 52 20:53] ( IP A:222.123.161.44 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   หนูก็เป็นคนนึงนะคะที่อยากเรียนหมอ
เเต่ก็ไม่รู้ว่าจะสอบติดหรือป่าววว ววว
เเต่ก็พยายามเต็ม ที่ค่ะ

ถ้ามีข่าวคราวอะไรก็รบกวนส่งมาให้หน่อยนะคะ

โดย: puy_nono@hotmail.com [28 ม.ค. 53 10:26] ( IP A:203.172.201.4 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   หนูเป็นเด็กภาษาแต่อยากเป็นหมอ

พอมาอ่านบทความสงสัยต้องเร่งอ่านซ่ะหน่อยแล้วเนี่ย
นั่งเล่นไฮไฟ ล่องลอยวัน ๆ

ไม่รอดแน่ ๆ YY"
โดย: stay9_vip.z@hotmail.com [26 มี.ค. 53 23:28] ( IP A:118.174.19.136 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   อยากเป็นหมอเหมือนกันนะคะเคยเรียนเก่งตอนเด็กๆๆเพราะตอนนั้นยังเที่ยวไม่เปนและแม่บอกว่าอยากเป็นหมอต้องเรียนเก่งเลยตั้งใจตั้งใจ เรียนตั้งแต่ตอนนั้นแต่ไมรู้เพราะไรพอขึ้นมอปลายมันขี้เกียจเกรดตกเอาตกเอาเราก็ยังไม่ตกจชักทีพึงมารู้ตัวตอนม.6 ไม่รู้ว่าสายไปไหมเพราะอ่อนคณิตช่วยแนะนำด้วยนะคะ
โดย: noknoiy55@hotmail.com [23 ก.ค. 53 17:30] ( IP A:114.128.134.186 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน