มาโหวตกันหน่อยครับ แพทยสภา&เครือข่าย
   มาโหวตกันหน่อยครับ

ตามนี้เลย https://www.yimwhan.com/board/show.php?user=thaidocscandal&topic=29&Cate=1
โดย: หมอจอมจุ้น [24 ก.ย. 52 2:45] ( IP A:124.121.95.44 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   ก่อนอื่น ผมขอออกความเห็นว่า ไม่ออกเสียงเรื่องนี้ เพราะไม่เห็นความจำเป็นหรือประโยขน์ที่จะได้จากการหาเสียงส่วนใหญ่เพื่อลงมติในการจัดการกับ สอง หน่วยทางสังคมนี้ ซึ่งจะใส่ความเห็นโต้แย้งคำเสนอแต่ละประเด็น อย่างนี้ครับ

จัดเสวนาหาทางออกร่วมกัน
เรื่องจัดเสวนานี่ เครือข่ายฯไม่เคยปฏิเสธที่จะเข้าร่วมกิจกรรมใดๆทำนองนี้มาก่อน ไม่ว่าวันนี้ หรือเมื่อก่อนๆที่ผ่านๆมา ที่เป็นมาโดยตลอดก็คือ การจัดกิจกรรมประเภทนี้ที่แพทยสภาหรือ หน่วยงานภายใต้ สธ. ใดๆก็ตามเคยทำมา จะออกมาใน 2 แนวด้วยกัน หนึ่งคือ จัดโดยให้ประธานเครือข่ายฯเข้าร่วมคนเดียวโดดๆและเปิดโอกาสให้พูดได้น้อยๆท่ามกลางฝ่ายหมอที่มากกว่าด้วยจำนวนคน และเปิดโอกาสให้พูดแบบไม่จำกัดหรือแสดงข้อมูลด้านเดียวที่แฝงการปั้นแต่งเองด้วย หรือสอง ปิดบังหรือไม่เชิญให้เครือข่ายฯ (ซึ่งก็คือท่านประธานเครือข่ายฯคนเดียวเท่าที่มีอยู่) ไปแสดงความเห็น แต่หาตัวแทนอุปโลกที่ใกล้เคียงไปรับฟังแทน เช่น บรรดามูลนิธิ หรือ เอ็นจีโอที่ไม่รู้และไม่มีประสบการณ์เป็นผู้เสียหายทางการแพทย์มาก่อนแต่อย่างใด

ปัญหาข้อนี้ จึงไม่ใช่อยู่ที่เครือข่ายฯ แต่อยู่ที่แพทยสภา และ/หรือ สธ. ไม่จริงใจหรือไม่กล้าที่จะให้โอกาสเครือข่ายฯได้พูดหรือแสดงข้อมูลออกมา เพราะข้อมูลของเครือข่าย ส่วนมากจะหมายถึง การฉ้อฉลและ/หรือการไร้ประสิทธิภาพหรือไม่รู้สำนึกหรือรับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเอง

เอาสององค์กรนี้รวมกันเป็นหนึ่งเลย

เป็นไปไม่ได้ เพราะตราบเท่าที่ แพทยสภา และ/หรือ สธ. ยังมีพฤติการณ์ฉ้อฉล ปกปิดความจริง และโกหกผู้เสียหายทางการแพทย์อย่างที่ผ่านๆมา สองหน่วยทางชุมชนนี้ยังต้องอยู่ต่อไป เพื่อตรวจสอบการทำงานของฝ่ายแพทย์ ทั้งนี้ เพราะฝ่ายแพทย์จะเป็นผู้กระทำและฝ่ายผู้เสียหายเป็น "ผู้ถูกกระทำ" และเรื่องขัดแย้งใดก็ตามที่เกิดขึ้นมาเท่าที่ผ่านๆมาเกือบทั้งหมด เกิดจากความไม่สุดจริตของฝ่ายแพทย์โดยเฉพาะแพทยสภาแทบทั้งสิ้น โดยมีฝ่ายผู้เสียหายทางการแพทย์จะเป็นผู้ได้รับผลตรงๆของการกระทำที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเหตุสุดวิสัยหรือไม่ก็ตาม

เปลี่ยนบุคคลากรของเครือข่ายฯใหม่
ไม่มีความจำเป็นเลย เพราะบุคคลากรของเครือข่าย เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา ส่วนที่เข้ามาเป็นสมาชิกในเครือข่ายอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ก็ไม่มีใครอยากเป็นสมาชิกถาวรตลอดการ (ยกเว้นประธานเครือข่ายฯ และผม+จ้าวบ้าน+คนอิ่นๆไม่กี่คน) ต่างก็อยากและพร้อมเลิกได้ทุกเมื่อเมื่อ ระบบการตรวจสอบและเยียวยา ผู้เสียหายทางการแพทย์ทำงานได้ถูกต้อง เป็นธรรม ตรงไปตรงมาและมีประสิทธิภาพแล้ว ซึ่งสังเกตได้จาก มีผู้เสียหายออกมาเป็นข่าวน้อยลง และเรื่องที่เป็นข่าวแต่ละเรื่องจบลงโดยผู้เสียหายได้รับการเยียวยาอย่างชอบธรรมและผลการตรวจสอบเรื่องโปร่งใสโดยตลอด

เปลี่ยนบุคคลากรของแพทยสภาใหม่

เป็นเรื่องสมควรทำนานมาแล้ว พร้อมกับต้องมีระบบคัดกรองบุคคลากรก่อนที่จะเข้ามา และตรวจสอบระหว่างที่ยังทำงานรับผิดชอบอยู่ ให้เข้มข้นและต่อเนื่อง และ ต้องมีระบบลงโทษการประพฤติปฏิบัติที่ฉ้อฉล/ทุจริตตามกฎหมายเฉกเช่นกับเจ้าหน้าที่ของรัฐทั่วไป ไม่ให้มีอภิสิทธิ์ใดๆทั้งสิ้น และไม่ว่าจะเป็นหมอหรือไม่ ไม่เว้นแม้กระทั่งจะเป็นกรรมการแพทยสภาคนหนึ่งคนใด เรื่อยตลอดไปถึงนายกฯหรือเลขาธิการแพทยสภา ก็ต้องไม่มียกเว้น

ยุบทิ้งทั้งสององค์กร ไม่ต้องมีเลย

สำหรับแพทยสภา ทำได้ยาก ในทางเทคนิคผมว่าทำได้ เพราะแพทยสภามาจากการมีกฎหมายตั้งขึ้น การยุบก็ต้องตรากฎหมายยุบ แล้วก็ต้องหาหน่วยงานอื่นมาทำหน้าที่แทน เพราะแม้ว่าแพทย์ส่วนใหญ่จะดีๆกันทั้งนั้น แต่เราก็ต้องไม่มองข้ามว่า แพทย์โจรก็มีอยู่มากพอควรยุคนี้ และยังคงจะมีต่อไปตลอด สำคัญคือต้องมีกลไกหรือระบบตรวจสอบที่เข้มแข็งและเข้มงวด ไม่เล่นพรรคเล่นพวกและไม่เลือกปฏิบัติ

ส่วนเครือข่ายฯผู้เสียหายนี้ ไม่มีวันที่จะยุบทิ้งได้ เพราะเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญทั้งของประเทศนี้และทุกประเทศในโลก ที่จะมีเครือข่ายภาคประชาชนทำนองนี้เกิดขึ้นได้ไม่จำกัด แม้ประธานเครือข่ายฯ เอย ท่านจ้าวบ้านเอย แม้แต่ผมเองจะหมดลมหยุดหายใจไปเฉยๆ แต่ผู้เสียหายทางการแพทย์จากความผิดพลาดทางการแพทย์ที่ป้องกันได้ รายใหม่ๆจะเกิดขึ้นทุกๆวันอยู่แล้ว หากปัญหาความขัดแย้งระหว่างสองฟากของแพทย์และคนไข้ ยังปล่อยให้มีการฉ้อฉล ทุจริตหรือแม้แต่ถึงขนาดคุกคามชีวิตคนไข้ผู้เสียหายอย่างที่เป็นอยู่ ยิ่งทำกันอย่างนี้ต่อไป เรื่องไม่จบ ไอ้จะอธิบายต่อไปก็จะยาวแล้วผมก็เมื่อยแล้ว เอาเป็นว่า ตายสิบแต่เกิดขึ้นอีกแสน เพียงแต่เท่าที่ผ่านๆมา มีแต่ระวิวรรณ ๑ แล้วก็ มี ๒ แล้วด้วย แต่ไม่มีใครประกันได้ว่า เรื่องแบบนี้จะไม่เกิดกับหมอ โดยเฉพาะหมอที่ฉ้อฉลต่อการปฏิบัติหน้าที่อย่างกรรมการแพทยสภา
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง [24 ก.ย. 52 8:23] ( IP A:58.8.103.53 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   เท่าที่ผ่านๆมา มีแต่ระวิวรรณ ๑ แล้วก็ มี ๒ แล้วด้วย แต่ไม่มีใครประกันได้ว่า เรื่องแบบนี้จะไม่เกิดกับหมอ โดยเฉพาะหมอที่ฉ้อฉลต่อการปฏิบัติหน้าที่อย่างกรรมการแพทยสภา
อันนี้เรื่องจริงครับ เมื่อต้นเดือนผมเพิ่งจะไปกล่อมผู้สูญเสียภรรยาสุดที่รักรายหนึ่งให้เลิกปฏิบัติการทำนองนี้
โดย: เจ้าบ้าน [24 ก.ย. 52 9:01] ( IP A:210.86.181.20 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   เอามาเทียบกันได้ไง
ขาวกับดำ
ดีกับเลว

ปล.เครือข่ายฯเป็นขาวกับดี
โดย: จบข่าว [24 ก.ย. 52 9:30] ( IP A:58.9.187.138 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ...ห้า ห้า ห้า...
...สิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค อำนาจ หน้าที่ ความรับผิดชอบ...เป็น หก คำ ที่คนไทยทุกคนทุกท่าน"ต้องมี"...
...ผมเคยย้ำเสมอว่า...หาก"ใคร"ก็ตาม ไม่รู้ ไม่เข้าใจ ไม่เข้าถึง ความหมายของคำ หก คำ ดังกล่าวข้างต้น...แม้น"ใคร"คนนั้นมีสถานะแค่เป็นเพียง"ประชาชนคนไทยธรรมดาสามัญ" ก็อาจ คิด พูด ทำ ให้ประเทศไทยและคนไทยลำบาก วุ่นวาย เดือดร้อน หายนะ ได้...
...เพราะฉะนั้น...ผมย้ำว่า...ผู้ที่อยู่ใน"แพทยสภา" และ ผู้ที่อยู่ใน"เครือข่ายฯ"...จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรู้"นิติธรรมและนิติรัฐ"...โดยเคร่งครัดและถูกต้องครบถ้วน...
...ผมเริ่มต้นด้วย..."ความจริง"...ที่ทั้งผู้ที่อยู่ในแพทยสภาและผู้ที่อยู่ในเครือข่ายฯ...ต้องยอมรับ...คือ...

...ความจริงอันที่หนึ่ง..."คำประกาศสิทธิผู้ป่วย"...
เพื่อให้ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพกับผู้ป่วย ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจอันดีและเป็นที่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน แพทยสภา สภาการพยาบาล สภาเภสัชกรรม ทันตแพทยสภา คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ จึงได้ร่วมกันออกประกาศรับรองสิทธิของผู้ป่วยไว้ดังต่อไปนี้

1. ผู้ป่วยทุกคนมีสิทธิพื้นฐานที่จะได้รับบริการด้านสุขภาพ ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
2. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับการบริการจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดยไม่มี การเลือกปฏิบัติ เนื่องจากความแตกต่างด้านฐานะ เชื้อชาติ ศาสนา สังคม ลัทธิการเมือง เพศ อายุ และลักษณะของความเจ็บป่วย
3. ผู้ป่วยที่ขอรับบริการด้านสุขภาพมีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลอย่างเพียงพอ และเข้าใจชัดเจน จากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเลือกตัดสินใจในการยินยอม หรือไม่ยินยอมให้ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพปฏิบัติต่อตน เว้นแต่เป็นการช่วยเหลือรีบด่วนหรือจำเป็น
4. ผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต มีสิทธิที่จะได้รับการช่วยเหลือรีบด่วนจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดยทันทีตามความจำเป็นแก่กรณี โดยไม่คำนึงถึงว่าผู้ป่วยจะร้องขอความช่วยเหลือหรือไม่
5. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับทราบชื่อ-สกุล และประเภทของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพที่เป็นผู้ให้บริการแก่ตน
6. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะขอความเห็นจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพอื่น ที่มิได้เป็นผู้ให้บริการแก่ตนและมีสิทธิในการขอเปลี่ยน ผู้ให้บริการ และสถานบริการได้
7. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับการปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง จากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดยเคร่งครัด เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากผู้ป่วยหรือการปฏิบัติหน้าที่ตามกฏหมาย
8. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลอย่างครบถ้วน ในการตัดสินใจเข้าร่วมหรือถอนตัวจากการเป็นผู้ถูกทดลองในการทำวิจัยของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ
9. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลเฉพาะของตนเองที่ปรากฎในเวชระเบียน เมื่อร้องขอทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าวต้องไม่เป็นการละเมินสิทธิส่วนตัวของบุคคลอื่น
10. บิดา มารดา หรือผู้แทนโดยชอบธรรม อาจใช้สิทธิแทนผู้ป่วยที่เป็นเด็กอายุยังไม่เกินสิบแปดปีบริบูรณ์ ผู้บกพร่องทางร่างกายหรือจิต ซึ่งไม่สามารถใช้สิทธิด้วยตนเองได้

...ความจริงอันที่สอง.แพทยสภาออกประกาศ "ข้อเท็จจริงทางการแพทย์" ฉบับที่ 46/2549 มีสาระสำคัญคือ

ข้อ 1 "การแพทย์" ในที่นี้หมายถึงการแพทย์แผนปัจจุบันซึ่งคือการแพทย์ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วทางวิทยาศาสตร์ว่ามีประโยชน์

ข้อ 2 การแพทย์ยังไม่สามารถให้การวินิจฉัย ป้องกัน และ/หรือบำบัดให้หายได้ทุกโรคหรือทุกสภาวะ บางครั้งอาจทำให้เพียงบรรเทาอาการ หรือประคับประคองเท่านั้น ยิ่งกว่านั้นบางโรคยังมิอาจให้การวินิจฉัยได้ในระยะเริ่มแรก

ข้อ 3 ในกระบวนการดำเนินการทางการแพทย์อาจเกิดสภาวะอันไม่พึงประสงค์ได้ แม้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมจะใช้ความระมัดระวังอย่างเพียงพอแล้วก็ตาม ซึ่งถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัย

ข้อ 4 ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมย่อมใช้ดุลพินิจในการเลือกกระบวนการดำเนินการทางการแพทย์ รวมทั้งการปรึกษาหารือส่วนตัว โดยคำนึงถึงสิทธิและประโยชน์โดยรวมของผู้ป่วย

ข้อ 5 เพื่อประโยชน์ต่อตัวผู้ป่วยเอง ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมอาจปฏิเสธการรักษาผู้ป่วยที่ไม่อยู่ในสภาวะฉุกเฉิน อันจำเป็นเร่งด่วน และเป็นอันตรายต่อชีวิต โดยต้องให้คำแนะนำหรือส่งต่อผู้ป่วยตามความเหมาะสม

ข้อ 6 ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐาน และจริยธรรมวิชาชีพย่อมมีสิทธิ และได้รับความคุ้มครองที่จะไม่ถูกกล่าวหาโดยไม่เป็นธรรม

ข้อ 7 ภาระงาน ข้อจำกัดของสถานพยาบาล ความพร้อมทางร่างกายจิตใจและสภาพแวดล้อม ของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ย่อมมีผลต่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดำเนินการทางการแพทย์

ข้อ 8 การปกปิดข้อมูลด้านสุขภาพและข้อเท็จจริงต่างๆ ทางการแพทย์ของผู้ป่วย ต่อผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่ทำการวินิจฉัย และรักษา ย่อมมีผลเสียต่อการวินิจฉัยและการรักษา

ข้อ 9 การไม่ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือบุคลากรทางการแพทย์ ย่อมมีผลเสียต่อการรักษาและการพยากรณ์โรค
...แค่"ความจริง สอง อย่าง"นี้ แพทยสภาและเครือข่ายฯตกลงยอมรับร่วมกันหรือยัง...และคนไทยทุกคนทุกท่าน"ตกลงยอมรับ"ร่วมกันหรือยัง...ในฐานะที่ยังประกอบอาชีพ"แพทย์"...ผมมีความเชื่อโดยส่วนตัวว่า...แพทย์ทุกคนทุกท่านตกลงและยอมรับในความจริงสองอย่างนี้อย่างแน่นอน...
โดย: pimsen/policemajor@hotmail.com [24 ก.ย. 52 12:55] ( IP A:58.10.128.79 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ๕๕๕๕๕๕๕๕!!!!!!!!!!!!!!!!

ทั้งหมดที่ว่ามาข้างบน เครือข่ายฯตกลงได้ทันที ผมฟันธงตอบแทนได้เลย

มีข้อแม้อยู่ข้อเดียว แพทยสภา โดย นายกฯ + เลขา+ กรรมการแพทยสภาหลายๆคนในปัจจุบัน+ ปลัดอีกหลายคนใน สธ. หัดพูดความจริง และ หัดประพฤติตัวสุดจริตก่อน (ตรงไปตรงมาน่ะ ข้าวจ๋าย?)

เท่านี้เอง ว่าแต่ ยากที่จะทำไหมเนี่ย ???!!!??? ๕๕๕๕๕๕๕

ท่านประพันธ์ คูณมี เคยเอ่ยไว้ว่า

ความยุติธรรมไม่มี ความจริงไม่ปรากฏ แล้ว โค ตะ ระ บรรพบุรุษพวกท่านจะให้ ตรู สมานฉันท์ ยังไงวะ????
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง [24 ก.ย. 52 15:09] ( IP A:58.8.103.53 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   บางคน บางกลุ่มในแพทยสภา + กองประกอบ + สำนักปลัดฯ มานเป็นพวกปากว่า ตาขยิบ ลับหลังให้ร้ายเครือข่ายฯ ตลอด หน้าตัวเมียมาก ๆ โละพวกนี้ออกให้หมด เอาคนดี ๆ มาบริหาร เครือข่ายฯ ไม่ต้องเปลี่ยนอะไร เพราะไม่เคยคิดร้ายอะไร จะด่าก็ด่าตรง ๆ ไม่เคยให้ร้าย เพราะมันร้ายกันจริง ๆ
โดย: มันเลวจริง มันเวลจริง [24 ก.ย. 52 22:05] ( IP A:58.9.199.195 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ต้นตอปัญหาก็มาจากพวกที่สุมหัวหากินกับความเจ็บไข้กันอยู่ในกระทรวงทั้งนั้น หาใช่ใครอื่นไม่
โดย: เจ้าบ้าน [25 ก.ย. 52 9:12] ( IP A:210.86.181.20 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   ฮึ! ฮึ!

ท่าน pimsen/policemajor@hotmail.com เอ๋ย

หลักการของท่าน ฟังดูดี น่านับถือจริงๆ ว่า แต่

อยากถามท่านว่า ไอ้ที่ ส.ต.ช. โดย ท่านอดีด ผบ.ตช. โกวิทย์ วรรธนะ ออก หนังสือเวียนไป ส.น. ทั่วประเทศไม่ให้รับแจ้งความดำเนินคดีใดๆที่เกี่ยวกับหมอก่อนได้รับความเห็นจากแพทยสภา(โจร) น่ะ

ท่านช่วยแสดงความเห็นด้วยว่า การกระทำนี้ ชอบด้วยข้อปฏิบัติเพื่อความเสมอภาคทางกฎหมายของมหาชนชาวสยาม หรือไม่?

ขอบอกล่วงหน้าว่า นี่เป็นคำถามแบบ "โยนก้อนหินถามทางนะครับ" ขอให้ท่านตอบแค่ "ชอบหรือไม่ชอบ" เท่านั้น!!!!!
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง [25 ก.ย. 52 9:46] ( IP A:58.8.103.40 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   ...ผมมีความเชื่อโดยส่วนตัวอย่างหนึ่งว่า...ในฐานะที่เราเป็นคนไทยด้วยกัน จึงน่าจะ...อ่าน เขียน ฟัง พูด ภาษาไทยกันรู้เรื่อง...ไม่น่าจะและหรือไม่สมควรจะต้องถึง"กระบวนการยุติธรรม"(ถ้าเป็นไปได้)...และต้องใช้กระบวนการวิธีการแก้ไขจัดการปัญหาอย่าง"มนุษย์"...ห้ามเด็ดขาดที่จะใช้อำนาจมืด อิทธิพลเลวๆ ใช้กำลัง ใช้เครื่องทุ่นแรง(ไม่ว่า ปืน ระเบิด มีด ไม้ อาวุธต่างๆ) หรือ วิธีการที่เรียกว่า"สุนัขหมู่" หรือ ลอบกัด หรือ ใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย...
...ผมย้ำเสมอว่า...สิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค อำนาจ หน้าที่ ความรับผิดชอบ...เป็น หก คำ ที่คนไทยทุกคนทุกท่าน"ต้องมี"...
...คนไทยแต่ละคนแต่ละท่านต้องพิจารณาตัวตนของท่านเองว่า...ท่านเข้าใจเข้าถึงรับรู้รับทราบความหมายของ"คำ หก คำ"ดังกล่าวข้างต้นแค่ไหนอย่างไร...เพราะนั่นคือหลักสำคัญเบื้องต้นพื้นฐาน...หากคนไทยคนไหนรู้ได้ด้วยตนเองว่า ยังไม่เข้าใจเข้าถึงรับรู้รับทราบความหมายของ"คำ หก คำ"ดังกล่าวข้างต้น...ขอความกรุณาได้โปรด...คงสถานะของท่าน ไว้แค่เป็นเพียง..."ประชาชนคนไทยธรรมดาสามัญ"...เท่านั้นพอ อย่าได้"บังอาจ"เพิ่มเติมเรียกร้อง"สถานะ"ให้มากกว่านี้เป็นเด็ดขาด เพราะจะก่อให้เกิดความลำบาก วุ่นวาย เดือดร้อย หายนะ ต่อประเทศไทยและคนไทยโดยรวมได้...
...ผมเคยเป็นข้าราชการ สธ. เคยเป็นข้าราชการ ตร. แต่เมื่อบุญน้อยวาสนาต่ำ จึงมีอายุราชการได้ไม่ถึง สิบ ปี...
...สุจริต เที่ยงธรรม รวดเร็ว โปร่งใส...เป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนทุกท่านปรารถนาและต้องการ...ย้ำ...เมื่อท่านต้องการ...ท่านต้องไม่ลืมว่า...ผู้อืนก็ต้องการเหมียนท่าน...
...ใครก็ตามที่บังอาจต้องการและหรือเรียกร้องให้ตนเองมี"สถานะมากกว่าและหรือสูงกว่าประชาชนคนไทยธรรมดาสามัญ"...ต้องเข้าใจเข้าถึงรับรู้รับทราบในเรื่อง"สิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค อำนาจ หน้าที่ ความรับผิดชอบ"เป็นอย่างดีถูกต้องครบถ้วน...
...ขออนุญาตยกตัวอย่าง..."พลตำรวจเอกพัชรวาท หงษ์สุวรรณ"...ผบ.ตร.คนปัจจุบันที่ขณะนี้ถูกคำสั่งให้มาช่วยราชการ...
......หนึ่ง.เมื่อ"พัชรวาท"เกิดมา ต้องเรียนรู้"สิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค อำนาจ หน้าที่ ความรับผิดชอบ"เบื้องต้นเลย คือ...ในสถานะประชาชนคนไทยธรรมดาสามัญ...ดังนั้นหาก"พัชรวาท"ยังไม่เข้าใจเข้าถึงรับรู้รับทราบความหมายของ"คำ หก คำ ในฐานะประชาชนคนไทยธรรมดาสามัญ"..."พัชรวาท"ต้องไม่บังอาจต้องการและหรือเรียกร้องสถานะอะไรที่มากไปกว่า"สถานะและหรือฐานะประชาชนคนไทยธรรมดาสามัญ"เท่านั้น เว้นแต่ว่ามี"นิติธรรมและนิติรัฐ"กำหนดไว้ แต่ถ้า"พัชรวาท"รู้ได้ด้วยตนเอง(หรือมีผู้อื่นทำให้"พัชรวาท"รู้ได้และ"พัชรวาท"ยอมรับ)...เป็นสิ่งที่ดียิ่งหาก"พัชรวาท"จะเสียสละยินยอมที่จะ"ปฏิเสธสถานะและหรือฐานะ"ด้วยตัวของ"พัชรวาท"เอง...
......และสิ่งเดียวที่จะทำให้"พัชรวาท"เข้าใจเข้าถึงรับรู้รับทราบความหมายของ"คำ หก คำ"นั้น...ก็คือ...การศึกษาและต้องเป็นการศึกษาที่ประกอบทั้งวิชาการทางโลกและวิชาการทางธรรมด้วย...ย้ำ...ต้องทั้งวิชาการทางโลกและวิชาการทางธรรม...เพราะฉะนั้น...การศึกษา จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เป็นสิ่งเดียงที่สามารถแยกแยะสิ่งต่างๆในโลกออกเป็น...สิ่งมีชีวิต และ สิ่งไม่มีชีวิต...แยกสิ่งมีชีวิตเป็น พืช และ สัตว์...แยกสัตว์เป็น สัตว์ชั้นสูง และ สัตว์ชั้นต่ำ...แยกสัตว์ชั้นสูงเป็น คน และ มนุษย์...เป็นต้น...
..."พัชรวาท" มีสถานะฐานะติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด...คือ...
......หนึ่ง."คนไทย" ดังนั้น"พัชรวาท"ต้องเข้าใจเข้าถึงรับรู้รับทราบ"สิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค อำนาจ หน้าที่ ความรับผิดชอบ"ในสถานะฐานะ"คนไทย"...หากคนไทยคนไหนยังไม่เข้าใจเข้าถึงรับรู้รับทราบ"คำ หก คำ"นั้น...ขอความกรุณาได้โปรด...ศึกษารัฐธรรมนูญ 2550 และ ศีลห้า(หากเป็นคนไทยที่นับถือศาสนาพุทธ)...ย้ำ...ต้องศึกษารัฐธรรมนูญ 2550 และ ศีลห้า(กรณีนับถือศาสนาพุทธ)...
...ผมย้ำนะครับว่า...หากแต่ละคนแต่ละท่านปฏิเสธ"คำ หก คำ"นั้นในสถานะฐานะประชาชนคนไทยธรรมดาสามัญ...ท่านเองสามารถ"สละความเป็นคนไทย"ได้...อย่าได้บังอาจเรียกตนเองว่า..."เป็นคนไทย"...โดยเด็ดขาด เพราะท่านอาจทำให้ประเทศไทยและคนไทยโดยรวมต้องลำบาก วุ่นวาย เดือดร้อน หายนะ ได้...
......สอง.นอกจากนั้น"พัชรวาท"ยังมีสถานะฐานะติดตัวมาตั้งแต่เกิดอีกหลายอย่าง เช่น ...สถานะฐานะ"ลูก"...สถานะฐานะ"ผู้ชาย"...สถานะฐานะ"น้องชาย"...สถานะฐานะ"พี่ชาย"...เป็นต้น จะเห็นได้ว่า"พัชรวาท"ต้องเข้าใจเข้าถึงรับรู้รับทราบความหมายของ"คำ หก คำ"ในอีกหลายๆสถานะฐานะ...ผมถึงย้ำเสมอว่า..."คำ หก คำ"นี้ คนไทยแต่ละคนแต่ละท่านไม่มีทางได้และมีเท่ากัน...
...และยังมี...สถานะฐานะที่"พัชรวาท"ต้องการเรียกร้องเพิ่มเติม..."พัชรวาท"ต้องตอบและพิจารณาด้วยตัวของ"พัชรวาท"เองก่อนว่า..."ตนเองเข้าใจเข้าถึงรับรู้รับทราบความหมายของ คำ หก คำ ดังกล่าว ที่เพิ่มขึ้นมามากน้อยแค่ไหนและเหมาะสมสมควรหรือไม่...ยกตัวอย่างเช่น...
......หนึ่ง.สถานะฐานะ"สามี" เข้าใจเข้าถึงรับรู้รับทราบความหมายของ คำ หก คำ ในสถานะฐานะ"สามี"หรือไม่อย่างไร...
......สอง.สถานะฐานะ"พ่อ" หรือไม่อย่างไร...
......สาม.สถานะฐานะ"ข้าราชการตำรวจ" หรือไม่อย่างไร...
......สี่.สถานะฐานะ"ผบ.ตร." หรือไม่อย่างไร...
......และยังมี"สถานะฐานะอื่นๆอีกมากมาย"...แต่ที่สำคัญ"พัชรวาท"ต้องคิดพิจารณาด้วยตัวของ"พัชรวาท"เองก่อนว่า...เข้าใจเข้าถึงรับรู้รับทราบความหมายของ"คำ หก คำ"ในแต่ละสถานะฐานะที่เพิ่มเติมเข้ามาแล้วหรือ...เพราะถ้าไม่เข้าใจไม่เข้าถึงไม่รับรู้ไม่รับทราบความหมายของ"คำ หก คำ"ดังกล่าว...สิ่งที่"พัชรวาท"คิด พูด ทำ อาจทำให้ประเทศไทยและคนไทยโดยรวมลำบาก วุ่นวาย เดือดร้อน หายนะได้...และเช่นเดียวกัน...หาก"พัชรวาท"ไม่สามารถคิดพิจราณาพิพากษาตัดสิน"ตัวตนของตนเองได้"ด้วยตนเอง เมื่อมีผู้อื่นคิดพิจารณาพิพากษาตัดสิน"โดยนิติธรรมและนิติรัฐ"แทน"พัชรวาท" ต้องเป็นสิ่งที่"พัชรวาท"ต้องยอมรับด้วย...
...ผมย้ำเสมอว่า...ผมมีความเชื่อโดยส่วนตัวว่า...คนไทยทุกคนทุกท่านมีความรัก มีความเมตตา มีความกรุณาปราณี พร้อมที่จะยกโทษ พร้อมที่จะให้อภัย...ขอเพียงหาก"คนไทย"คนไหนไม่ดื้อด้าน ไม่ตะแบง ไม่เตะถ่วงเวลา ไม่ทำตนเป็นศรีธนญชัย ยอมรับผิดแต่โดยดีอย่างรวดเร็ว และ แสดงความรับผิดชอบโดยพลัน และ ไม่เข้ามาเกี่ยวข้องวุ่นวายกับอำนาจอธิปไตยทั้งสาม เพื่อให้ประเทศไทยและคนไทยโดยรวมสงบ ร่มเย็น เป็นสุข พัฒนา เจริญรุ่งเรือง ก้าวหน้า...คนไทยก็พร้อมให้อภัย...ไม่จำเป็นต้องถึงขนาดติดคุกติดตาราง...

...ส่วนเรื่องคำสั่งหนังสือเวียนของ ผบ.ตร....เดี๋ยวกลับมาอธิบาย"ครับ...
โดย: pimsen/policemajor@hotmail.com [26 ก.ย. 52 10:57] ( IP A:58.10.128.131 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   ผมย้ำเสมอว่า...ผมมีความเชื่อโดยส่วนตัวว่า...คนไทยทุกคนทุกท่านมีความรัก มีความเมตตา มีความกรุณาปราณี พร้อมที่จะยกโทษ พร้อมที่จะให้อภัย...ขอเพียงหาก"คนไทย"คนไหนไม่ดื้อด้าน ไม่ตะแบง ไม่เตะถ่วงเวลา ไม่ทำตนเป็นศรีธนญชัย ยอมรับผิดแต่โดยดีอย่างรวดเร็ว และ แสดงความรับผิดชอบโดยพลัน และ ไม่เข้ามาเกี่ยวข้องวุ่นวายกับอำนาจอธิปไตยทั้งสาม เพื่อให้ประเทศไทยและคนไทยโดยรวมสงบ ร่มเย็น เป็นสุข พัฒนา เจริญรุ่งเรือง ก้าวหน้า...คนไทยก็พร้อมให้อภัย...ไม่จำเป็นต้องถึงขนาดติดคุกติดตาราง

ประเทศไทยวุ่นวายมีปัญหาเพราะบางคนที่มีอำนาจใน แพทยสภา + กองประกอบ + สำนักปลัดฯสธ. เขาไม่คิดแบบคุณ คุณไปเตือนเขาให้ทีได้ไหม เพราะสังคมที่นี่เราไม่ได้ดื้อด้านอะไร เราคือกลุ่มคนที่เดือดร้อน และเรียกร้องตามสิทธิที่เรามี ไม่ได้เกินเลย ไม่ได้ละเมิดสิทธิใคร เราถูกละเมิด แถมยังถูกหน่วยงานเหล่านี้ละเมิด เราทำได้อย่างมากก็ด่ามัน เราผิดอะไร ยิ่งด่ามันก็ยิ่งแกล้ง ไม่ด่ามันก็ได้ใจทำร้ายคนไม่สิ้นสุด
โดย: หาทางออกให้หน่อยสิ ที่ดีกว่ามาเตือนเรา [26 ก.ย. 52 14:48] ( IP A:58.11.27.164 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   เชียร์ คห ที่ 12 เต็มๆเลยครับ

แล้วขอแถมว่า ความสงบ นิติรัฐ นิติธรรม ไม่เกิดหลอก ลองนึกดูทีซิครับ

คดีกล้ายางสดๆไม่กี่วันมานี้ คดีเก่าของท่านประธานเครือข่ายฯ ฟ้อง โรงพยาบาลพญาไท๑ คดีที่ท่านประธานเครือข่ายฯฟ้องแพทยสภาจนศาลยกฟ้องทั้งสองคดี นั่นกระบวนการยุติธรรม "ไม่ฉ้อฉลหรือ????" โดยเฉพาะคดี "กล้ายาง" นี่ ศาลท่านตัดสินยกฟ้อง แต่มีเรื่องฉ้อฉลตลกๆแพลมออกมาล่วงหน้าเป็นเดือน ที่เจ๋งๆ ก็ตัวเลข 8 ต่อ 1 แบบหวยออกตรงเผง อย่างที่คุณสนธิบอกไว้เลย แล้วยังเรื่องอัยการสูงสุด อสส. มีเรื่องขัดแย้ง ดึงเรื่องบืดบาดที่จะฟ้องจน คตส ต้องแต่งทนายฟ้องเองตามกฎหมาย แล้วมาโอละพ่อเอาไม่กี่วันก่อนนี้เอง ที่โฆษก อสส. ท่านไม่รู้ว่าของขึ้น หรือ เซ่อก็ไม่รู้ได้ ดั๋นออกมาให้ข่าวเยาะเย้ย คตส. เท่ากับเป็นการ "เรียกแขก" ดึงความสนใจสาธารณะ จนเจอ "ลูกสวนกลับ" แบบหมัดเดียวอัพเปอร์คัตจอดสนิท ที่ทำให้ชาวบ้านอย่างเราๆท่านๆมาถึงบางอ้อว่า อ๋อ คดีนเป็นหยั่งงี้นี่เอง เจอ อสส. ชกใต้เข็มขัด เล่นดอดไป "ให้การเป็นพยานจำเลยในคดี" ทั้งๆที่ตัวเองมีตำแหน่งโดยหน้าที่ต้องเป็นทนายของแผ่นดิน และทั้งๆที่เป็นผู้ซึ่งเห็นสำนวนคดีของ คตส.ก่อนฟ้องอยู่ด้วย ทำให้ฝ่ายจำเลยรู้แนวทางที่ถูกกล่าวหา เท่ากับรู้โจทย์ข้อสอบล่วงหน้า แล้วก็จริงๆที่ในศาล ฝ่ายจำเลยโต้แย้งในศาลตามแนวนั้นเป๊ะๆ

แล้วที่เลวร้ายยิ่งกว่า หนึ่งในกรรมการ คตส. ผู้ซึ่งเป็นผู้ทำสำนวนฟ้องคดี ก็ผสมโรงเ้ข้าไปเป็นพยานจำเลยให้ด้วยอีกคน

อย่างนี้แล้ว ศาลท่านไม่ยกฟ้องจำเลยคดีนี้ ก็ไม่รู้จะไปยกคดีอื่นที่ไหนในโลกนี้ได้อีกแล้ว

แล้วลองเปรียบเทียบกับคดีที่ พวกเราในเครือข่ายฯ ฟ้องหมอ ในระยะหลังๆ ที่ศาลท่านยกฟ้องเกือบทั้งหมด ซึ่งมีทั้ง นายกฯ แพทยสภา เอย ทั้งอาจารย์หมอจากบรรดาราชวิทยาลัยแพทย์ต่างๆเอย มาเบิกความเป็นพยานให้ฝ่ายหมอ

แทนที่และทั้งๆที่ หน้าที่ของ หมา (เอ๊ย ขอโทษนะท่านจ้าวบ้าน จะว่าไม่ตั้งใจก็กลัวว่าท่านจะหาว่ากะพ้มโกหก ก็แล้วแต่ท่านคิดเอาละกัน)เอาใหม่

แทนที่และทั้งๆที่ หน้าที่ของ หมอเหล่านี้ ควรจะตรวจสอบตามหลักวิชาชีพแล้วรายงานให้สาธารณชนรับทราบ แต่ดันไปช่วยฝ่ายหมอมาสู้ความกับ ฝ่ายคนไข้ซึ่งเป็นผู้เสียหาย

เรื่องทำนองนี้ คำไทยแท้แบบเชยๆ ที่ผมเคยอ่านเจอในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน
เค้าเรียกเรื่องแบบนี้ว่า เรื่องบัดซบ เฮ้อ โว้ยๆๆๆๆ

ทำไมประเทศไทยเรานี้ โชคดีมหาศาลที่ได้ "้ในหลวง" องค์นี้มาเป็นองค์กษัตริย์ของประเทศ องค์สมมติเทพผู้ซึ่ง "ครองแผ่นดินโดยธรรมมาตลอดรัชสมัย???

แล้วทำไม

*
**
***
****
*****

เราถึงได้มีเรื่อง "บัดซบเลวทราม" เกิดขึ้นแบบนี้ในประเทศนี้ด้วย

แล้วจะเอานิติธรรม เอย นิติรัฐ เอย จะไปฝันเอามาจากสวรรค์วิมานชั้นไหนไม่ทราบครับ คุณ pimsen/policemajor@hotmail.com ?????
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง [29 ก.ย. 52 8:51] ( IP A:58.8.100.187 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   ท่านจ้าวบ้าน ช่วยลบ คห ที่ 13 + 14 ด้วยครับ
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง [29 ก.ย. 52 9:18] ( IP A:58.8.100.187 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   เบื่อด้านมืดวงการแพทย์
เบื่อที่ใครก็ไม่กล้าแตะแพทยสภา (ซ่องกระโจน)
เบื่อที่กองการประกอบโรคศิลปะ มีกลุ่มกระโจนอยู่หลายคน
เบื่อสำนักปลัดยังมีพวกชะเลียร์ลิ้นยาวมือถือมีดคอยแทงผู้เสียหาย
ลับหลัง
โดย: เบื่อกระทรวงสาธารณสุขเต็มไปด้วยคนทำมาหากินบนความทุกข์คนไข้ [1 ต.ค. 52 9:22] ( IP A:58.9.183.172 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน