ทำไมคนไข้เขาชอบร้องเรียนสื่อหรือ
   https://www.thaiclinic.com/cgi-bin/wb_xp/YaBB.pl?board=doctorroom;action=display;num=1252822150
เท่าที่ผมเจอมา คนไข้อายที่จะออกสื่อมากเลย
ร้อยรายออกสื่อสักราย นอกนั้นอาย
แต่ที่เจอๆมักจะเป็นว่าร้องเรียนรัฐแล้วไม่ได้รับความเป็นธรรม เขาก็เลยไปขอออกสื่อ
จะไปว่าแพทยสภาอย่างนั้นก็ไม่ถูก เขาไม่มีหน้าที่ห้ามคนไข้ไปออกสื่อ
แต่ความเป็นจริงทุกวันนี้ ถ้าคนไข้ไปร้องเรียนสื่อ บางทีก็มีคนไประงับข่าวไม่ให้ออกสื่อ (ไม่ใช่แพทยสภาและรัฐมนตรี อย่าไปว่าเขา) ส่วนใหญ่พวกนักธุรกิจและนักการเมืองที่เสียประโยชน์เป็นคนทำ
ไอ้ที่หลุดมานี่เป็นส่วนน้อย ก็ตายแบบป้องกันได้วันละ 76 คน หลุดมาร้องนานๆที น่าจะดี เป็นอุทธาหรณ์จะได้ระวัง
ดูคดีร่อนพิบูลย์ แทงหลังผ่าไส้ติ่งดับ
คดีอุดร แทงหลังผ่าไส้ติ่งเป็นปัญญาอ่อน
ทั้งสองคดี ทั้งออกสื่อทั้งฟ้อง
แต่ก็ยังมีคดีที่ประจวบอีก สงสัยจะไม่เคยอ่านหนังสือพิมพ์หรือฟังข่าว หรือดูทีวี
ความคิดเห็นที่ 3
== ปลัดสธ.สั่งสอบแม่ลูกอ่อนทำหมันตาย(8/3/48) ===
สลด! แม่ลูกอ่อนทำหมัน “ตาย” ปลัด สธ.สั่งสอบด่วน

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 7 มีนาคม 2548 15:44 น.


ปลัดสธ. สั่งสอบหาสาเหตุการเสียชีวิตของคนไข้หญิงหลังคลอดและทำหมัน ที่รพ.ประจวบคีรีขันธ์ ระบุต้องรายงานผลภายใน 15 วัน เบื้องต้นแพทย์ชี้เหตุอาจมาจากภาวะแทรกซ้อนของการฉีดยาชา ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้ 2-5 คน ต่อ 10,000 คน ชี้เป็นเหตุสุดวิสัย ไม่สามารถป้องกันได้ พร้อมรับผิดชอบเหตุการณ์

ตามที่ปรากฏข่าวการเสียชีวิตของนางรุ้งลาวัลย์ พันธ์เจริญ อายุ 22 ปี หลังผ่าตัดทำหมันหลังคลอดที่ รพ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2548 นั้น เกี่ยวกับความคืบหน้าเรื่องนี้ นายแพทย์วิชัย เทียนถาวร ปลัดสธ. ให้สัมภาษณ์ว่า ได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนสาเหตุอย่างเร่งด่วน และรายงานผลภายใน 15 วัน โดยมีนายแพทย์พิภพ เจนสุทธิเวชกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธาน เพื่อให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย

นายแพทย์วิชัย กล่าวว่า ในเบื้องต้นได้รับรายงานจากนายแพทย์สนิท อาชีพสมุทร ผู้อำนวยการ รพ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า ในวันเกิดเหตุวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา 09.30 น. แพทย์ที่ทำการผ่าตัดทำหมันคือ นายแพทย์ ช. วิทวัส เพ็ชญไพศิษฎ์ เป็นแพทย์เฉพาะทางสูตินรีเวช และเป็นผู้ฉีดยาชาชื่อ เฮฟวี่มาร์เคน ความเข้มข้น 0.5% (0.5% heavy marcaine) จำนวน 3 ซี.ซี. ซึ่งเป็นขนาดปกติทั่วไปที่ใช้กัน ฉีดเข้าทางไขสันหลังเพื่อระงับความเจ็บปวด ซึ่งผู้ป่วยจะรู้สึกตัวและมีอาการชาเฉพาะท่อนล่าง

อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตรวจสอบวิเคราะห์คุณภาพและพิษปนเปื้อน โดยให้เก็บตัวอย่างยาชาที่เหลือและยาในล็อตเดียวกัน ส่งตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นการด่วน พร้อมทั้งกำชับให้สถานบริการในสังกัดทั่วประเทศใช้ยาชาด้วยความระมัดระวังที่สุด

ด้านนายแพทย์สนิท อาชีพสมุทร ผู้อำนวยการ รพ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า นางรุ้งลาวัลย์ พันธ์เจริญ อายุ 22 ปี ตั้งครรภ์ที่ 2 และเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา 05.16 น. ได้คลอดบุตรด้วยวิธีปกติ เป็นเพศหญิง น้ำหนัก 3,700 กรัม สุขภาพแข็งแรง นอนพักฟื้นอยู่ในห้องพักฟื้นหลังคลอด และส่งตัวเข้าห้องผ่าตัดทำหมัน เวลา 09.00 น.

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้เรียกประชุมคณะแพทย์ของ ร.พ.ประจวบฯ และลงความเห็นว่าสาเหตุน่าจะเกิดมาจากการแพ้ยาชา โดยยาชาดังกล่าวเป็นยาชาสำหรับฉีดเข้าช่องไขสันหลังเพื่อทำการผ่าตัดมา ซึ่งมีใช้นานแล้วและใช้ทั่วไปทั้งในและต่างประเทศ จากการติดตามอาการที่ไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาดังกล่าว ของ อย. พบภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น มีอาการช็อค หัวใจหยุดเต้น หยุดหายใจ และชัก เป็นต้น โดยมีโอกาสเกิดขึ้นได้ 2-5 คนต่อผู้ใช้ยา 10,000 คน ในส่วนของประเทศไทย สำนักระบาดวิทยา มีรายงานตั้งแต่เดือนตุลาคม 2546-เมษายน 2547 พบผู้ป่วยที่มีภาวะเดียวกัน 125 ราย จากจำนวนผู้ที่ใช้ยามาร์เคนฉีดเข้าทางไขสันหลัง 2,800 คน ในจำนวนนี้ มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง 13 ราย เสียชีวิต 6 ราย

นายแพทย์สนิท กล่าวต่อไปอีกว่า ผู้ป่วยที่เกิดภาวะแทรกซ้อน มักจะเป็นผู้ที่มีอายุน้อย สุขภาพดี แต่อย่างไรก็ตาม ภาวะแทรกซ้อนดังกล่าวเป็นเหตุสุดวิสัย ไม่สามารถทำนายได้ก่อนล่วงหน้า และไม่สามารถป้องกันได้ โดย อย.ได้เคยเก็บตัวยามาร์เคน ที่ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยที่ผ่านมา มาตรวจวิเคราะห์แต่ไม่พบความผิดปกติใดๆ และได้เฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ร.พ.ประจวบฯ ได้ให้การรักษาอย่างดีที่สุด และสุดความสามารถของแพทย์เพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วย และรู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่ง แพทย์ทุกคนตั้งใจให้การรักษาอย่างดีที่สุด และพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือเรื่องนี้อย่างเหมาะสมต่อไป


ข้อมูลข่าวจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์ ฉบับวันที่ 7 มีนาคม 2548 เวลา 15:44
โดย: ซ้ำที่ 2 [20 ก.พ. 52 2:25> ( IP A:58.8.2.172 X: )
โดย: ปกติเขาอายที่จะออกสื่อ [13 ก.ย. 52 14:21] ( IP A:58.8.10.198 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   บอกตรงๆผมไม่ใช่หมอสูติ แต่ถ้าใครเอาเมียผมไปทำหมันหลังคลอดโดยการเจาะหลังผมคงต้องออกสื่อด่าและฟ้องแน่นอน
โดย: ขี่ช้างจับตั๊กแตน [13 ก.ย. 52 14:22] ( IP A:58.8.10.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   #2 พูดจริงหรือพูดเล่นเนี่ย
โดย: 222 [13 ก.ย. 52 14:24] ( IP A:61.90.5.220 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   เจ้าของกระทู้ไม่รู้หรือว่าแกล้งโง่
ไม่อยากเชื่อจริง ๆ ว่าณไม่รู้ว่าทำไมคนไข้ไปร้องสื่อ
แทนการไปแพทยสภา ไปกองประกอบฯ หรือ
ไปหาท่านเปรตปลัดฯ
โดย: แกล้งโง่ หรือโง่จริง ๆ [14 ก.ย. 52 10:09] ( IP A:58.9.186.203 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   มีคนตาย + พิการ รายใหม่ ๆ เกิดขึ้นทุกวัน
แต่ในแพทยสภา ในกองประกอบฯ ยังมีแต่คน
ที่มีแนวคิดต่อต้านผู้เสียหาย ไม่เคยมีใจที่เป็นธรรม
คงต้องรอให้ทุกข์เกิดกับครอบครัวของเขาเสียก่อน
ถึงเวลานั้นเขาคงรู้ว่า ทำไมผู้เสียหายถึงชอบร้องสื่อ
ก็เพระพวกคุณไม่เคยให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้านไง
ไอ้โง่
โดย: ไอ้โง่ [14 ก.ย. 52 21:47] ( IP A:61.90.109.22 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ออกสื่อมันรู้ผลเร็วดี
เพราะคนทำผิดในคดี ไม่อยากให้ตัวเองออกสื่อนาน
คดีก็จะได้ปิดเร็ว
ดีกว่าไป แพทยสภา หรือ กองปราบ
เดินออกมาจากตรงนั้น
ก็ถามตัวเองตลอดทาง ว่ากรูมาทำไมที่นี่วะ ????
โดย: จีเอ็น [18 ก.ย. 52 15:13] ( IP A:118.172.57.105 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน