พินิจหวิดวางมวยแพทยสภาโชคดีหมอประเวศห้ามทัน
   พินิจหวิดวางมวยแพทยสภาโชคดีหมอประเวศห้ามทัน
[ 16:05 น. >

"รมว.สธ.-แพทยสภา" หวิดวางมวยกรณีน้องเซน "พินิจ" ยันซ้ำเป็น ความผิดของแพทย์ เด็กไข้สูง 40 องศาต้องสั่งแอดมิด ท้าทำโพล ลั่น "หากผลสำรวจผมทำผิดพร้อมรับผิดชอบ ยอมถูกตัดคอ" ขณะที่ แพทยสภา ระบุ พินิจฟันธงเร็วไป ควรตั้งกรรมการสอบ ชี้จากคำ สัมภาษณ์กระทบขวัญกำลังใจแพทย์ทั่วประเทศ "หมอประเวศ" อัศวินม้าขาว เข้าห้ามมวย ชี้ การที่ รมว.ยอมรับผิดถือว่าเหมาะสม ทำ ให้เหตุการณ์ทุเลา ส่วนผิดถูกเป็นหน้าที่แพทย์สภาพิจารณา

ที่กระทรวงสาธารณสุข - เมื่อเวลา 9.00 น. นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา พร้อมด้วยคณะกรรมการแพทยสภา เข้าพบนาย พินิจ จารุสมบัติ รัฐมนตรีว่ากระทรวงสาธารณสุข เพื่อหารือปัญหา ด้านบริการสาธารณสุข ปัญหาการทำงานของแพทย์ รวมทั้งกรณีการ ร้องเรียนแพทย์ในคดีอาญา โดยระหว่างหารือได้มีการยกกรณีการเสีย ชีวิตของ ด.ช.พีรชัช ชนะราวี หรือ "น้องเซน" ซึ่งนายพินิจได้ออกมา กล่าวขอโทษต่อพ่อแม่เด็กและยอมรับต่อสื่อว่าเป็นความผิดของ แพทย์ผู้รักษา เนื่องจากการให้สัมภาษณ์ดังกล่าวกระทบต่อความเชื่อ มั่นในการทำงานของแพทย์ทั่วประเทศ อีกทั้งยังเป็นการก้าวก่ายการ

ทำงานของแพทยสภา ซึ่งเป็นองค์กรรับผิดชอบดูแลวิชาชีพของ แพทย์

นายพินิจ กล่าวว่า เมื่อพิจารณาตามรายงานที่ได้รับ ขณะนั้นน้องเซน มีไข้สูงถึง 40 องศา จากการตรวจครั้งแรก ซึ่งแพทย์ได้วินิจฉัยให้ยา และกลับบ้านไป ต่อมาในวันเดียวกันแม่เด็กได้นำน้องเซนกลับมายัง โรงพยาบาลอีกครั้ง เนื่องจากอาการไม่ลดลง อีกทั้งยังมีไข้สูงเพิ่มขึ้น แต่แพทย์ยังคงให้กลับบ้านเช่นเดิม แม้ว่าแม่เด็กต้องการให้ทางโรง พยาบาลรับตัวไว้รักษา ซึ่งขณะนี้น้องเซนมีอาการมือเท้าเย็น ทั้งยังมี อาการอาเจียน จึงอยากถามว่า ตามหลักวิชาแพทย์ เด็กอายุเพียง 1 ปี 9 เดือน แพทย์ควรรับตัวไว้รักษาที่โรงพยาบาลหรือควรปล่อยให้กลับ บ้านไป ทั้งนี้ยอมรับว่า การที่ตนประกาศขอโทษ และรับว่าเป็นความ ผิดของแพทย์ในการรักษา ทำให้สั่นสะเทือนต่อแพทย์ไปหมด แต่ใน กรณีนี้หากมีใครออกบอกว่า แพทย์ไม่ผิด ตนพร้อมที่จะรับผิดชอบ

"ผมพาลูกไปหาหมอที่โรงพยาบาลบำราศ ตอนนั้นลูกมีไข้สูง 40 องศา ไม่มีอาการอื่นประกอบ แพทย์ที่โรงพยาบาลยังต้องให้พักรักษา ที่โรงพยาบาลเพื่อดูอาการอย่างใกล้ชิด ซึ่งในกรณีน้องเซนนี้ ผมอยาก ถามแค่ว่า ควรมีการรับตัวไว้รักษาที่โรงพยาบาลหรือไม่เท่านั้น ที่ผ่าน มาจึงให้กระทรวงตั้งคณะกรรมการสอบในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามกรณี ของน้องเซนประชาชนส่วนใหญ่ต่างเห็นว่า ผมทำถูก สามารถทำโพลสำรวจความคิดเห็นดูได้ หากผลออกมาว่า ผมทำไม่ถูกต้อง ผมก็ พร้อมที่จะแสดงความรับผิดชอบ" รมว.สาธารณสุข กล่าว และ ว่า "ให้เอาผมไปตัดคอ ผมก็ยืนยันว่า กรณีน้องเซนผมผิด แต่หากหมอ

คนไหนบอกว่า หมอทำถูกต้อง ผมไม่ขออยู่เป็นคน" ซึ่งทันที่กล่าวจบ ได้ทุบโต๊ะกลางที่ประชุม

นายพินิจ กล่าวว่า ปัจจุบันมีการร้องเรียนเรื่องคุณภาพการรักษาสูง มาก ดังนั้นจึงควรมีการทำมาตรฐานในเรื่องระบบการรักษาขึ้น และ เมื่อเกิดการร้องเรียนจะได้มีฐานในการพิจารณาได้ โดยมาตรฐานจะ กำหนดขึ้นจากหลักวิชาการทางการแพทย์ ทั้งนี้หากแพทย์ที่ทำการ รักษาอย่างเต็มที่แล้วแต่ยังไม่สามารถรักษาผู้ป่วยได้ ถือเป็นเรื่องสุด วิสัย แต่หากรักษาแบบสะเพร่า ชุ่ย จะต้องรับผิดชอบ ดังนั้น ตน อยากให้แพทย์ด้วยกันวางใจเป็นกลางในเรื่องนี้

ด้าน นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ต้องยอมรับว่า ปัจจุบันประชาชนคาดหวัง สูงกับการรักษาของแพทย์ เมื่อส่งผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาลจะต้องหาย ไม่ตาย ทั้งที่บางโรคแม้ว่าถึงมือแพทย์แล้วก็ยังเสียชีวิต อย่างกรณีนี้ เมื่อไวรัสขึ้นสมองผู้ป่วยไปแล้ว ถึงจะมีการรับตัวเข้ารักษาในโรงพยาบาลก่อนหน้านี้เพียง 2-3 ชั่วโมงก็ไม่สามารถช่วยไว้ได้ ซึ่งต้อง เข้าใจ อีกทั้งขณะที่เด็กมีอาการอาเจียนและชักหลัง เป็นอาการหลัง แพทย์ตรวจแล้ว โดยแม่ไม่ได้นำตัวเด็กกลับมาบอกแพทย์อีกจึงไม่ ทราบ ส่วนกรณีหากเด็กมีไข้ขึ้นสูงถึง 40 องศานั้น ไม่ใช่ว่าต้องรับ รักษาตัวที่โรงพยาบาลทุกราย ซึ่งยังต้องดูอาการอื่น ๆ ของเด็ก ประกอบ หากยังเล่นได้ กินได้ ก็สามารถกลับไปรักษาตัวที่บ้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการหารือครั้งนี้ นายพินิจ ได้เรียกแพทย์ใน สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ทั้งจาก โรงพยาบาลราชวิถี สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี และผู้บริหารกระทรวงฯ เพื่อยืนยันว่า กรณีของน้องเซนจำเป็นต้องให้พักรักษาที่โรงพยาบาลหรือไม่ โดยมี การคาดคั้นคำตอบตลอดการหารือ ซึ่ง พญ.สุรภี เรืองสุวรรณ ผอ. สถาบันสุขภาพเด็กฯ กล่าวว่า ตามมาตรฐานการรักษาที่โรงพยาบาล หากเด็กมาแล้วตัวร้อนมีไข้สูงจะตรวจและเช็ดตัวให้ และดูต่อระยะ หนึ่ง หากเด็กมีอาการดีขึ้น และพ่อแม่สามารถดูแลได้จะให้กลับบ้าน ได้

พญ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา กรรมการแพทยสภา กล่าวว่า การที่รัฐมนตรี จะคาดคั้นให้ได้รับคำตอบคงไม่ได้ ซึ่งการรักษาต้องขึ้นอยู่กับ ดุลยพินิจของแพทย์ และต้องเข้าใจว่า แพทย์ในกระทรวงสาธารณ สุขต้องทำงานอย่างหนักภายใต้ข้อจำกัด กดดัน แต่ที่ผ่านมากลับถูก คาดหวังการรักษาเหมือนมาตรฐานที่นิวยอร์ก ซึ่งที่นั่นแพทย์รักษาผู้ ป่วยเพียงแค่ 6 คนต่อ 1 ชั่วโมง ขณะที่ของไทยภายใน 3 ชั่วโมงต้อง ตรวจผู้ป่วยให้ได้ถึง 30 คน ขณะที่ นพ.อำนาจ กุสลานันท์ อุปนายก แพทยสภา กล่าวว่า การฟันธงคงว่าเป็นความผิดของแพทย์หรือไม่ เป็นเรื่องลำบาก ซึ่งการที่รัฐมนตรีฟันธงรวดเร็ว มีผลต่อวิชารชีพ

แพทย์ทั่วประเทศ ทำให้ทำงานลำบาก ดังนั้นไม่อย่าเพิ่งไปฟันธง แต่ ควรตั้งคณะกรรมการสอบพิจารณาก่อน

ด้าน นพ.ฐาปณวงศ์ ตั้งอุไรวรรณ กรรมการแพทยสภา กล่าวว่า ใน เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าใครทำถูกไม่ถูก แต่ต้องขึ้นอยู่กับหน้าที่ใครหน้าที่มัน ซึ่งรัฐมนตรีในฐานะเจ้ากระทรวงจะต้องอยู่เคียงข้างประชาชน ถือ เป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่แพทยสภาในฐานะหน่วยงานกลาง อยาก บอกว่าผลตอบรับจากแสดงความรับผิดชอบกรณีน้องเซนของ รัฐมนตรี มีผลต่อจิตวิญญาณการรักษาของแพทย์กระทบขวัญและ กำลังใจ เพราะแพทย์ 30,000 คนทั่วประเทศ มีแพทย์ที่ทำผิดเพียงแค่ 0.01% และที่ผ่านมามีแพทย์ที่เคยถูกถอนใบวิชาชีพเพียงแค่ 2 คนเท่า นั้น ซึ่งอยากให้คำนึงถึงน้ำใจแพทย์ที่ต้องทำงานหนัก 24 ชม. อย่าง ไรก็ตาม ยอมรับว่า รมว.สธ. มีอำนาจลงโทษทางวินัยแพทย์ในโรง พยาบาลสังกัดกระทรวงได้ แต่ไม่มีหน้าที่ยกเลิกใบประกอบวิชาชีพ แพทย์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการหารือซึ่งได้รับความสนใจจากสื่อ มวลชน โดยมีการยืนมุงอยู่หน้าห้องประชุมจำนวนมาก ปรากฎว่า

นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ซึ่งได้เดินทางมายังกระทรวง สาธารณสุข เพื่อเข้าร่วมประชุมพิจารณา ร่าง พรบ.สุขภาพแห่งชาติ ได้เข้าสังเกตการหารือครั้งนี้ พร้อมแสดงความเห็นในช่วงบรรยากาศ กำลังคุกรุ่น ว่า เคยมีเหตุการณ์ที่คนจังหวัดนครปฐมนับพันคนเดิน ขบวนขับไล่แพทย์ภายหลังคนไข้ถูกงูกัดเข้ารับการรักษาแล้วเสีย ชีวิต ทีมแพทย์เตรียมแถลงการณ์ว่า ได้รักษาดีที่สุดแล้ว จึงให้คำแนะ นำว่าไม่ควรออกแถงการณ์แบบนั้น จึงปรับเป็นแถลงการณ์เสียใจ

แทนคนนครปฐมที่จะสูญเสียแพทย์ดี ๆ ซึ้งถูกขับไล่ ทั้งที่แพทย์ได้ ทำเต็มที่แล้ว และเสียใจต่อเหตุการณ์ที่มีคนตาย เหตุการณ์ทั้งหมดจึง สงบลง การที่ รมว.สาธารณสุข ประกาศยอมรับผิดถือว่า เหมาะสม ส่วนแพทย์ผิดหรือถูกให้แพทยสภาพิจารณา ตนเห็นว่า เป็นการดีที่ ทางแพทยสภากับกระทรวงสาธารณสุข คุยกัน อยากให้ทำงานร่วม กันเพราะระบบสุขภาพมีความซับซ้อนมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากศ.น.พ.ประเวศ ไกล่เกลี่ยแล้ว บรรยากาศค่อนข้างดีขึ้น คณะกรรมการแพทยสภาข้อร้องกระทรวง สาธารสุขว่า อย่าสร้างความคาดหวังให้ประชาชนสูง เพราะการ รักษาพยาบาลบางโรคก็รักษาได้ บางโรคก็รักษาไม่ได้ แต่วิชาชีพแพทย์ทำเต็มที่ ผลการหารือระหว่างแพทยสภากับ รมว.สาธารณสุข เห็นตรงกันที่จะเปิดเวทีอภิปรายเรื่องการฟ้องร้องแพทย์ การแก้ ปัญหาขาดแคลนแพทย์ โดยจะถ่ายทอดสดให้ประชาชนรับฟังด้วย.
โดย: jjxyz ไม่ต่อยตีไม่รู้จัก [29 ธ.ค. 48 16:31] ( IP A:61.90.98.141 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   "คณะกรรมการแพทยสภาข้อร้องกระทรวง สาธารสุขว่า อย่าสร้างความคาดหวังให้ประชาชนสูง เพราะการ รักษาพยาบาลบางโรคก็รักษาได้ บางโรคก็รักษาไม่ได้"

คนเขาก็รู้กันดีหมดนั่นแหละว่าบางโรครักษาได้ แต่บางโรครักษาไม่ได้ ประเด็นมันอยู่ที่ว่า รักษาเขาช้าไปหรือเปล่า เอาใจใส่เขาด้วยความระมัดระวังตามวิสัยแพทย์ที่ต้องมีดีแล้วหรือเปล่า คุณประมาทจริงหรือเปล่า

อย่าเอาข้อแก้ตัวเดิม ๆ มาอ้างอีกเลย เบื่อมากพวกตะแบงเอาสีข้างเข้าถูก
โดย: เบื่อ [29 ธ.ค. 48 16:49] ( IP A:61.91.84.163 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   รมต คนนี้คำพูดเหมือนผายลมสุนัข แต่ผมก็ไม่ได้ว่าหมอทำถูกนะผมก็ว่ามีส่วนผิดเหมือนกัน แต่ทำไมต้องไปทำร้ายแพทย์สมุทรปราการคนนีถึงขนาดนี้ด้วย
โดย: kanu [29 ธ.ค. 48 16:54] ( IP A:203.146.191.209 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   "อีกทั้งยังเป็นการก้าวก่ายการ ทำงานของแพทยสภา
ซึ่งเป็นองค์กรรับผิดชอบดูแลวิชาชีพของแพทย์"

นายกแพทยสภาคนนี้ คำพูดเหมือนสุนัขผายลมเช่นกัน
เพราะไม่เคยเห็นอกเห็นใจผู้ป่วย ไม่เคยเห็นพูดว่าหมอผิด
แม้แต่รายเดียว หวังคะแนนเสียงเลือกตั้งคราวหน้า กลัวเสีย
อำนาจ ก็หาเสียงคือกันนั่นแหละอย่าไปว่าเขาเลย
โดย: คือกัน [29 ธ.ค. 48 20:05] ( IP A:58.8.53.44 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
    ผลการหารือระหว่างแพทยสภากับ รมว.สาธารณสุข เห็นตรงกันที่จะเปิดเวทีอภิปรายเรื่องการฟ้องร้องแพทย์ การแก้ ปัญหาขาดแคลนแพทย์ โดยจะถ่ายทอดสดให้ประชาชนรับฟังด้วย .

ถ้าเปิดเวทีแบบไม่มีผู้ทีเคยเสียหายร่วมอภิปรายด้วย ก็เหมือนพายเรือในอ่าง ไม่มีใครรู้ปัญหาของผู้ป่วยลึกซึ้งเท่ากับเรา
โดย: เจ้าบ้าน [29 ธ.ค. 48 22:44] ( IP A:61.91.162.144 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ผู้ป่วยคาดหวังถึงผลการรักษาสูงมาก และบางทีสูงเกินจริง รพ.นครปฐม ถูกงูกัด มารักษา รพ. แล้วตาย เดินขบวนขับไล่หมอ คงคิดว่าไม่ตายมั้งถ้ามาถึงหมอต้องรอด 100 % ตายต้องไล่ ไม่รู้ไปเอาความคิดนี้มาจากเครือข่ายหรือ รัฐบาลบักเหลี่ยมกันแน่ หมอก็รักษาไปตามหลักวิชา ตาย รอด พระเจ้ากำหนด หมอทำได้ดีที่สุดเท่าไรก็เท่านั้น ถ้าจะให้รอด 100 % คงต้องไปเกิดในป่าหิมพานต์เสียก่อนมั๊ง
โดย: jj [29 ธ.ค. 48 22:57] ( IP A:125.25.7.74 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   เครือข่ายฯ กับกรณีรพ.นครปฐม ไม่รู้จักกัน
แต่คุณหมอ jj ต้องมองในแง่ดีสิว่า ในโลกกลม ๆ ใบนี้
อะไรที่มันหนักมันเอียง สักวันมันก็ต้องมีการปรับสมดุล
แล้วคนรุ่นหลัง ๆ ก็จะได้รับประโยชน์ทั้งหมอและคนไข้
คิดดูสิ สามี-ภรรยา หากไม่ทะเลาะกันเลยชีวิตก็ดูจืดชืด
การทะเลาะที่สร้างสรรค์ จำนำมาซึ่งการเข้าอกเข้าใจกัน
มากขึ้น การรับฟังซึ่งกันและกันมากขึ้น

กรณีนี้ก็เช่นกัน หมอเปรียบเหมือนอภิสิทธิ์ชนมานาน
ให้ชาวบ้านเขาลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิ์ของเขาบ้างก็ไม่น่า
มีอะไรเสียหายมากนัก เว้นแต่คุณหมอทั้งหลายจะรู้สึกว่า
เคยทำผิดแล้วไม่มีคนจับได้ พอถูกจับได้ขึ้นมาจึงรับไม่ได้
หากต้องยอมรับผิด
โดย: รับผิดกันบ้างเถิด [30 ธ.ค. 48 8:22] ( IP A:61.90.14.93 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   https://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9480000178822&#Comment

https://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P3988519/P3988519.html
โดย: เอามาฝาก [30 ธ.ค. 48 10:07] ( IP A:61.90.14.93 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   แพทยสภา องค์กรนี้ไม่ใช่องค์กรของประชาชน แต่เป็นองค์กรทางวิชาชีพ ที่คอยปกป้องคนในวิชาชีพ จึงไม่แปลก จุดยืนในแต่ละกรณีที่เกิดขึ้น มักจะเข้าข้างพวกเดียวกันไว้ก่อน ทั้งๆ ที่ชัดเจนว่า หมอเป็นฝ่ายผิด ถ้ายังเป็นอย่างนี้ต่อไป ไม่นานองค์กรนี้เตรียมตัวล่มสลายได้เลย ...ประชาชนและสังคม ไม่เอาพวกคุณไว้แน่
โดย: ไก่ [30 ธ.ค. 48 11:27] ( IP A:203.144.140.232 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   ขอเป็นกำลังใจให้ คุณพินิจ ค่ะ เชียร์ เิกินร้อย แต่เสียดายวันนี้อยู่ ตจว. ไปด้วยตัวเองไม่ได้แต่ส่งใจฝากเครือข่ายเอาไปให้แล้ว
โดย: เด็กแดนไต้ [30 ธ.ค. 48 12:31] ( IP A:203.114.108.145 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   ขอตอบความเห็นที่ 4
รมต คนนี้หวังคะแนนเสียงเลือกตั้งคราวหน้า กลัวเสีย
อำนาจ ก็หาเสียงคือกันนั่นแหละอย่าไปว่าเขาเลย
อย่าอคตินักเลย
ไปเอาแพทย์จากต่างประเทศมาเลยสิ เอามาตัดสินไปเลย แล้วถ่าย
ทอดสดด้วย ถ้าแพทย์ผิดจริงก็ไล่ออก ถ้าแพทย์ไม่ผิดก็ตัดคอ รมต
ให้ดูกันสดๆไปเลย ไปจ้างแพทย์มาเลย จากประเทศไหนก็ได้ จะได้
ได้ข้อสรุปซะที

อย่าดีแต่พูดแล้วไมทำ
โดย: 111 [30 ธ.ค. 48 22:25] ( IP A:61.19.193.91 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   ขอให้คุณพินิจออกคำสั่งมาเลยว่าต่อไปนี้ เด็กไข้สูงเกิน 40 ให้รับไว้นอน รพ.ทุกรายถ้าใครไม่รับไล่ออกอะไรประมาณนี้ กล้าออกคำสั่งไหมละ

กล้าปะ กล้าปะ ถ้ากล้าก้อออกคำสั่งมาเลย จะรอดู
โดย: กล้าป๊ะ กล้าป๊ะ [30 ธ.ค. 48 22:35] ( IP A:203.188.11.111 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   ให้เครือข่ายเรียกร้องมาเลยครับว่าต่อไปนี้ถ้าคนไข้งูกัดมารักษารพ.แล้วตาย ไล่หมอออกจากงานเลย เอาไหมครับ
หรือคนไข้คนไหนตาย หมอผู้รักษาต้องถูกไล่ออกจากงาน กล้าเรียกร้องแบบนี้ไหมครับ
โดย: jj [30 ธ.ค. 48 22:38] ( IP A:203.188.11.111 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   ฟังหมอพูดแล้วเหนื่อย
เหมือนหมอไม่รู้ว่าอาชีพตนเองต้องเป็นอย่างไร
พูดบ่อยว่าเรียนยากเรียนนาน จบแล้วเงินเดือนน้อย ความรับผิดชอบสูง ก่อนมาเรียนทำไมไม่ศึกษาข้อมูลมาก่อน อ้างมาได้ งง
ตอนสอบติดก็เท่ ตอนเรียนก็ดูดี ตอนทำงานก็มีเกียริต
ทุกอาชีพก็ผิดพลาดกันได้ การจัดการหลังผิดพลาดต่างหากที่เป็นขัอสงสัยของสังคม
หมอเรียนมาได้ก็เพราะภาษีของทุกคนในสังคมทำไมคนในสังคมจะวิพากหมอไม่ได้ เราแย่หมอก็ด่าเราได้ หมอแย่เราก็ด่าหมอได้เช่นกัน
โดย: ok13 [1 ม.ค. 49 16:11] ( IP A:221.128.116.206 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   มีอาชีพใหน คณะใหน ที่ไม่ใช้ภาษีสังคมเรียนบ้างวะ สาดดดดดด
โดย: สาดดดดด [1 ม.ค. 49 19:05] ( IP A:203.188.20.158 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   เบื่อพวก ทูเรต์ซินโดรม พ่อแม่สั่งสอนจนปากฉีกถึงหู ก็ไม่สามารถแก้ได้หรอก
โดย: เจ้าบ้าน [2 ม.ค. 49 21:44] ( IP A:58.9.176.72 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน