มาอีกแล้ว ข่าวยายโวยหลานถูกตัดนิ้ว
   โวย รพ. กรุงเก่า หลานถูกรถชน รักษาจนพิการ
ยายวัย 67 บุกร้องสื่อมวลชน หลังใช้บัตร 30 บาทรักษาทุกโรค นำหลานชายที่ประสบอุบัติเหตุรถชนเข้ารักษาที่โรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.พระนครศรีอยุธยา จนทำให้มือทั้ง 2 ข้างพิการ แฉแหลกหลังแพทย์รักษาอาการผิดพลาด โรงพยาบาลยื่นข้อเสนอจ่ายเงินให้ 1 ล้านบาท เพื่อปัดความรับผิดชอบ



เหตุคุณยายวัย 67 ปี หอบสังขารร้องสื่อมวลชน หลังโรงพยาบาลปัดความรับผิดชอบจนทำให้หลานชายต้องพิการครั้งนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 22 ธันวาคม นางพิน คำเสน อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32/35 หมู่บ้านไวท์เฮ้าส์ หมู่ 16 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้เข้าร้องเรียน "คม ชัด ลึก" ว่า หลานชายของตนคือ ด.ช.พิฑวัส หอมบุบผา หรือน้องแอม อายุ 10 ขวบ ซึ่งประสบอุบัติเหตุ และเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.พระนครศรีอยุธยา จนทำให้มือของหลานชายพิการ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นางพิน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2548 นางอุษณีย์ หอมบุบผา อายุ 42 ปี บุตรสาว และเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนวัฒนาวิทยา ได้ขับรถยนต์พาลูกทั้งสามคนคือ นายอรรถวุฒิ หอมบุบผา อายุ 17 ปี นายปรัชญา หอมบุบผา อายุ 15 ปี และ ด.ช.พิฑวัส หอมบุบผา อายุ 10 ขวบ เดินทางไปยัง จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อทำบุญไหว้พระที่วัดแห่งหนึ่ง แต่ระหว่างที่รถวิ่งมาตามถนนในเขต อ.บางปะหัน ได้ประสบอุบัติเหตุชนกับรถกระบะ ส่งผลให้นางอุษณีย์เสียชีวิตคาที่

ส่วนหลานชายทั้งสามได้รับบาดเจ็บ ซึ่งคนที่อาการหนักสุดคือ ด.ช.พิฑวัส หรือน้องแอม ได้รับบาดเจ็บขาขวาหัก กรามหัก ถูกส่งตัวเข้ารักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.พระนครศรีอยุธยา

“ระหว่างนอนรักษาตัวอยู่นั้น เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลได้เข้าเผือกที่ขาและคอให้ พร้อมทั้งมีการใช้ผ้ามัดมือทั้งสองข้างติดกับเตียง โดยแพทย์บอกว่า สาเหตุที่ต้องมัดมือทั้งสองข้างไว้ เนื่องจากน้องแอมชอบเอามือไปแกะเกาเมื่อมีอาการคัน โดยฉันเห็นว่า มือหลานทั้งสองข้างถูกมัดไว้แน่นมาก หลังจากนั้นอีก 2 วัน แพทย์ที่รักษาจึงแกะผ้าออก" นางพิน กล่าว

นางพิน กล่าวว่า เมื่อแพทย์แกะผ้าที่มัดมือออก ปรากฏว่า มือทั้งสองข้างเกิดอาการบวมแดงและมีการอักเสบ เมื่อเห็นดังนั้นจึงสอบถามแพทย์ว่า ทำไมมือของน้องแอมจึงเป็นแบบนั้น แพทย์บอกแต่เพียงว่า เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด และยังใช้ตนไปซื้อน้ำแข็งหลอดมาให้ โดยแพทย์คนดังกล่าวได้เทน้ำแข็งใส่กะละมังใบใหญ่ แล้วเอามือของน้องแอมลงไปแช่ในน้ำแข็ง ตนก็ไม่ทราบว่ามีวิธีการรักษาแบบนี้ด้วย ต่อมามือของน้องแอมก็เริ่มบวมแดงช้ำมากขึ้นไปอีก และมีอาการเน่าทั้งสองข้าง ซึ่งแพทย์ได้รักษาด้วยการตัดนิ้วก้อย นิ้วนาง และนิ้วชี้มือขาว เนื่องจากไม่สามารถรักษาให้หายได้ ต้องตัดทิ้ง

"ฉันเห็นท่าไม่ดี เพราะมือของน้องแอมเริ่มใช้การไม่ได้ มีอาการหงิกงอ รวมทั้งเกิดการเน่ามากขึ้นทั้งสองข้าง จึงขอให้แพทย์ย้ายไปยังโรงพยาบาลใหญ่ๆ ที่มีเครื่องมือดีๆ แต่แพทย์กลับบอกว่า ใช้บัตร 30 บาทรักษา ที่ไหนก็เหมือนกัน แบบนี้ไม่ต้องย้ายไปหรอก ต่อมาแพทย์ที่รักษาได้ตัดเอาหนังที่โคนขาซ้ายของน้องแอมมาปะที่มือหลายครั้ง แต่อาการก็ไม่ดีขึ้น และมือทั้งสองข้างใช้งานไม่ได้เลย กระทั่งวันที่ 16 กันยายน โรงพยาบาลจึงได้ส่งตัวน้องแอมไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลรามาธิบดี กรุงเทพฯ โดยทุกวันนี้มือทั้งสองข้างยังไม่สามารถใช้การได้ ต้องกลายเป็นคนพิการ" นางพิน กล่าว

นางพิน กล่าวว่า ตนเคยเรียกร้องกับโรงพยาบาลว่า เมื่อทำการรักษาผิดพลาด โรงพยาบาลต้องรับผิดชอบและต้องเจรจากัน โดยเรียกเงินค่าเสียหาย 2 ล้านบาท และรายเดือนอีกเดือนละ 3,000 บาท เพราะต้องการเลี้ยงดูหลานให้ดี เนื่องจากมารดาของเด็กเสียชีวิต ส่วนบิดาก็ไปมีภรรยาใหม่ ปล่อยให้หลานทั้งสามอยู่กับตน แต่โรงพยาบาลอ้างว่า ต้องรอผลการประชุมก่อนว่าจะให้เงินได้หรือไม่ ถัดมาไม่นานนัก โรงพยาบาลก็ตอบกลับมาว่า จะให้เงินสด 1 ล้านบาท แต่ต้องรักษาหลานด้วยตัวเอง โดยโรงพยาบาลจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไรอีก ตนเห็นว่าไม่ยุติธรรม เพราะถือว่าเป็นการปัดความรับผิดชอบ ดังนั้นจึงปฏิเสธกลับไป

"สาเหตุที่ฉันต้องออกมาร้องเรียนกับสื่อมวลชน เนื่องจากต้องการให้ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลตรงนี้ให้ด้วย เพราะเมื่อเกิดการผิดพลาดของการรักษา แพทย์ก็ต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่ปล่อยไปเฉยๆ แบบทุกวันนี้ ทำให้หลานชายไม่สามารถไปโรงเรียนได้ จนต้องกลายเป็นคนพิการ ทั้งๆ ที่เคยเรียนหนังสืออยู่ชั้น ป.4 โรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวง ฉันเองก็แก่มากแล้ว แต่ต้องมาดูแลหลานตั้งสามคน ทุกวันนี้ก็ได้อาศัยลูกชายคนเล็กเลี้ยงดูไปวันๆ ค่าบ้านก็ไม่มีจะให้ จนจะถูกยึดอยู่แล้ว หลานต้องมาพิการเพราะความผิดพลาดจากการรักษาของแพทย์อีก ดังนั้น จึงอยากให้ผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบยื่มมือมาช่วยเหลือด้วย" นางพิน กล่าว

ด้าน นางธนพร ศิริบานเย็น ทนายความ ที่เข้ามาให้ความช่วยเหลือ กล่าวว่า อยากให้ผู้ใหญ่ที่ดูแลเรื่องนี้ให้ความสนใจกับชาวบ้านบ้าง ทั้งนี้ คงต้องรวบรวมข้อมูล รวม รวมทั้งปรึกษากับผู้เสียหาย เพื่อหาข้อมูลฟ้องร้องโรงพยาบาลแห่งนี้ต่อไป ในความผิดฐานละเมิด ซึ่งถ้าการรักษาพยาบาลของผู้ใช้บัตร 30 บาทมีคุณภาพแบบนี้ ต่อไปเชื่อว่า คงจะมีปัญหาอื่นๆ ตามมาอีกอย่างแน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังได้รับแจ้งจากนางพิน ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังโรงพยาบาลดังกล่าว เพื่อขอให้แพทย์ชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งมีพยาบาลรายหนึ่งเป็นคนรับสาย พร้อมระบุว่า แพทย์ที่ทำการรักษาไม่อยู่ โดยให้ติดต่อกลับมาใหม่อีกครั้งในวันต่อไป
โดย: มาอีกแล้ว [23 ธ.ค. 48 7:53] ( IP A:61.90.15.158 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   มีเรื่องนี้เกิดขึ้นมามากแล้ว ในเครือข่ายฯ เราก็มีเคส รพ.ของมหาวิทยาลัยภาคตะวันออก พันผ้าที่นิ้วเด็กแน่นเกินไป เด็กพูดไม่เป็นร้องอย่างเดียว หมอและพยาบาลไม่ใส่ใจ พอแกะผ้านิ้วดำไปหมดต้องตัดทิ้ง สุดท้ายแม่เด็กซึ่งเป็นลูกจ้างชั่วคราวของรพ.เห็นว่าผอ.ใจดีจัดกอฟล์การกุศลนำเงินเยียวยาให้แม่เด็ก เรื่องก็เลยเงียบ

เหตุการณ์ดังกล่าว หากวงการแพทย์ไม่ปกปิดเรื่องไว้ พิมพ์ขึ้นมาเลยทำเป็นเคสตัวอย่างเอาไว้สอนนักศึกษาแพทย์ และเป็นคู่มือเตือนภัยให้แพทย์ ไม่ว่าจะเป็นเคสแพ้ยา ไส้ติ่ง คลอดลูก เคสเด็กไข้สูง ออกซิเย่นหมดเหลือแต่ถังเป็นต้น (มีอีกเยอะ)ฯลฯ ว่าจะป้องกันไม่ให้เกิดได้อย่างไร มันเป็นเหตุสุดวิสัยก็จริงแต่เมื่อเกิดแล้ว ท่านได้เตรียมการป้องกันที่ดีเอาไว้หรือยังต่างหากนั่นคือสิ่งที่ต้องตอบสังคม

ถ้าท่านทำกันก่อนหน้านี้ ตาม่โครงการ patient for patient safty
ขององค์การอนามัยโลก เคสแบบนี้ก็จะไม่เกิด ท่านทำตามขั้นตอนด้วยความหวังดีให้ผู้ป่วยหายจากโรคก็จริง แต่ท่านต้องเฝ้าระมัดระวังด้วยก็จะไม่เกิดเรื่องที่ไม่น่าเกิดเช่นนี้

ถึงเวลาหรือยังกระทรวงสาธารณสุข ทีจะต้องปรับปรุงคุณภาพทุกด้าน

ถึงเวลาหรือยังที่จะโยนให้ผู้ป่วยกับวิชาชีพมาทะเลาะกันเองแบบนี้

ท่านไม่เบื่อเราเบือ
โดย: เครือข่ายฯ [23 ธ.ค. 48 8:05] ( IP A:61.90.15.158 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ประสบอุบัติเหตุชนกับรถกระบะ
พ่อก็หนีไปมีเมียใหม่


สุดท้ายหมอช่วยไม่ได้หรือรักษาภาวะแทรกซ้อนไม่ได้หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนจากกา รรักษาที่ขาดแคลนทั้งคนและอุปกรณ์ ก็เลยเป็นแพะของความบาปของสังคม รถพ่วงแถวนี้ ชนรถเครื่องขาพิการตลอดชีวิต จ่ายค่ารักษา 7หมื่นที่เหลือให้ไปฟ้องเอา เลยเงียบ



ส่งโดย: คนไข้กลัวแต่ผู้มีอิทธิพล
โดย: ต่อไปนี้ ก็ส่งต่อไปที่อื่นให้หมด [23 ธ.ค. 48 9:15] ( IP A:203.156.41.111 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ดูกันจะจะ
น่าเห็นใจ
โดย: jjxyz [23 ธ.ค. 48 15:14] ( IP A:61.90.99.183 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   มือใหม่หัดขับ
ก๊อปภาพไม่เก่ง
หลุดอยู่เรื่อย

โดย: jjxyz [23 ธ.ค. 48 15:56] ( IP A:61.90.99.183 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   มือใหม่หัดขับ
ก๊อปภาพไม่เก่ง
หลุดอยู่เรื่อย

โดย: jjxyz [23 ธ.ค. 48 15:57] ( IP A:61.90.99.183 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   rose
โดย: เจ้าบ้าน [26 ธ.ค. 48 11:10] ( IP A:210.86.181.20 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน