หัวอกแม่ผู้สูญเสีย
   เงินทองไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ ความสูญเสียเป็นเรื่องที่ประเมินค่าไม่ได้ ของเคยกอดเคยอุ้มทุกวัน ตัวน้อยๆที่เคยกอดเคยหอมแม่ทุกวัน
ถ้าระมัดระวังกันหน่อยปัญหาก็จะน้อยลงหน่อย กี่คดีแล้ว

โดย: jjxyz [19 ธ.ค. 48 18:44] ( IP A:61.90.99.135 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   aaa

โดย: jjxyz [19 ธ.ค. 48 18:47] ( IP A:61.90.99.135 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   aaa
โดย: jjxyz [19 ธ.ค. 48 18:48] ( IP A:61.90.99.135 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   aaaa

โดย: jjxyz [19 ธ.ค. 48 18:49] ( IP A:61.90.99.135 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   aaaaa

โดย: jjxyz [19 ธ.ค. 48 18:49] ( IP A:61.90.99.135 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   "พินิจ"สั่งสอบ“น้องเซน”สมองตายหลังร.พ.สมุทรปราการไม่รับรักษา

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 19 ธันวาคม 2548 16:59 น.


“พินิจ” สั่งสอบกรณีเด็กชายสมองตาย หลังเข้าตรวจรักษาที่ร.พ.สมุทรปราการ จากไข้สูงแต่แพทย์ไม่รับตัวนอนรักษา เนื่องจากเตียงเต็ม ชี้เหตุปัญหาขณะนี้โรงพยาบาลทุกแห่งรับมือคนป่วยมาก เพราะขาดการทำงานเชิงรุก เร่งปฏิรูปแก้ไข เน้นการวิจัยและพัฒนา การป้องกันและแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ระบุพร้อมจ่ายค่ารักษาให้เด็กขณะอยู่เอกชนทั้งหมดนับแสนบาทตามสิทธิในโครงการ 30 บาทฯ

เกี่ยวกับกรณีเด็กชายพีรชัช ชนะราวีหรือน้องเซน อายุ 1 ปี 9 เดือน เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2548 เวลา 08.00 น. ด้วยอาการไข้ มีน้ำมูก แพทย์ตรวจแล้วสั่งยาลดไข้ ยาแก้อักเสบ ยาลดน้ำมูกให้กลับไปรับประทานที่บ้าน อาการยังไม่ดีขึ้น เวลา 17.00 น.วันเดียวกันจึงได้ไปพบแพทย์อีกครั้ง แพทย์ตรวจเลือดสงสัยว่าอาจเป็นไข้เลือดออก ซึ่งผลเลือดปกติ ให้ยาแก้อาเจียนและน้ำเกลือแล้วให้กลับบ้าน หลังกลับบ้านอาการไม่ทุเลา มีอาการเกร็งมือกำแน่น จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลเอกชน แพทย์ตรวจพบอาการสมองบวม จากการขาดออกซิเจน

เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว นายพินิจ จารุสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า ได้สั่งการให้นายแพทย์ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงสาธารณสุข และนายแพทย์พิพัฒน์ ยิ่งเสรี ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องคุณภาพการรักษาพยาบาล วันนี้ต้องเน้นเรื่องคุณภาพของการดูแลรักษาพยาบาล หากมีความบกพร่องก็จะตั้งคณะกรรมการสอบตามมา สำหรับเรื่องเตียงผู้ป่วยไม่พอเพียงนั้น สะท้อนให้เห็นปัญหาปลายเหตุ อันเกิดมาจากการไม่ทำงานเชิงรุกในด้านการป้องกัน เช่นจากไปตรวจเยี่ยมรพ.อุดรธานี มีผู้ป่วยนอกวันละ 2,000 ราย โรงพยาบาลอื่นในจังหวัดใหญ่ ๆ ก็มีลักษณะเดียวกัน ที่กรุงเทพฯ ก็มาก ต้องรอขอรับบัตรคิว ดังนั้นในโครงการเมกกะโปรเจค จะมุ่งไปสู่การวิจัยและพัฒนาในเรื่องการป้องกันและมีการวิเคราะห์ปัญหาทั้งหมด และวางเม็ดเงินไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ต้องมีแผนชัดเจนว่าจะจัดการปัญหาโรคภัยไข้เจ็บอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพ ตัวเลขการเจ็บป่วยต้องลดลง หากปล่อยให้สถานการณ์เป็นแบบนี้ คนไทยจะไม่รู้จักวินัยในการดูแลสุขภาพของตนเอง

นายพินิจ กล่าวต่อไปว่า ในกรณีผู้ป่วยรายนี้จะมีผลต่อโครงการ 30 บาทหรือไม่ จะต้องดูว่าเกี่ยวข้องกับประเด็นใด เนื่องจากมีคนป่วยที่เข้ารับการรักษาพยาบาลเกือบ 30 ล้านครั้งก็อาจจะมีปัญหาเกิดขึ้นได้ แต่หากเป็นปัญหาทางการแพทย์เกิดขึ้นก็ต้องแก้ไขและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น โดยจะพัฒนาให้มีความสมบูรณ์และมีคุณภาพให้มากที่สุด ทั้งนี้จะต้องดูจากผลการตรวจสอบก่อน และจะจัดการแก้ไขอย่างจริงจังต่อไป

ด้านนพ.ปราชญ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง รายงานเบื้องต้น ผู้ป่วยดังกล่าวเป็นผู้ใช้สิทธิ์บัตรทอง 30 บาท โดยมีประวัติเป็นโรคประจำตัว คือผนังหัวใจซีกซ้ายด้านล่างเป็นรู เคยเข้ามารักษาที่โรงพยาบาลสมุทรปราการและส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ หลังมาตรวจครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2548 เวลา 08.51 น. ด้วยอาการมีไข้สูง 42 องศาเซลเซียส ไอ มีน้ำมูก ปอดปกติ เด็กไม่มีอาการซึม แพทย์วินิจฉัยว่าหลอดลมอักเสบ และให้ยาแก้อักเสบ ยาลดไข้ไปกินที่บ้าน และมาครั้งที่ 2 เมื่อเวลา 17.19 น.ในวันเดียวกัน ด้วยอาการเดิมและมีอาเจียนร่วมด้วย แพทย์เวรสงสัยอาจป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก จึงตรวจเลือด พบผลเลือดปกติ มีไข้สูง เด็กไม่มีอาการซึม จึงให้ยาลดไข้ต่อ ให้ผงน้ำตาลเกลือแร่ไปกิน และแนะนำให้พบแพทย์อีกหากไม่ดีขึ้น แต่มารดาพาไปโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งทีมแพทย์ได้ให้การดูแลอย่างเต็มที่

นพ.มานิต หงส์วินิตกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมุทรปราการกล่าวว่า ในวันนี้ทราบว่าเด็กเสียชีวิตแล้ว อย่างไรก็ตามเหตุที่โรงพยาบาลสมุทรปราการไม่ได้รับตัวเด็กไว้รักษาในโรงพยาบาล เนื่องจากแพทย์เวรเห็นว่าเด็กมีอาการไม่รุนแรง มีเพียงแต่ไข้ ซึ่งสามารถดูแลให้ยาลดไข้ได้ แต่ได้ให้คำแนะนำพ่อแม่ หากเด็กอาการไม่ดีขึ้นให้พามาพบแพทย์ได้ตลอด

ทั้งนี้ ในส่วนของโรงพยาบาลสมุทรปราการ จะได้ดำเนินการช่วยเหลือทั้งด้านค่ารักษาพยาบาลของเด็กระหว่างที่นอนรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเกือบ 1 แสนบาท ตามสิทธิของโครงการ 30 บาทฯ โดยจะเชิญญาติมาหารือภายหลังเสร็จสิ้นงานศพแล้ว
โดย: jjxyz [19 ธ.ค. 48 19:02] ( IP A:61.90.99.135 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   "อย่างไรก็ตามเหตุที่โรงพยาบาลสมุทรปราการไม่ได้รับตัวเด็กไว้รักษาในโรงพยาบาล เนื่องจากแพทย์เวรเห็นว่าเด็กมีอาการไม่รุนแรง มีเพียงแต่ไข้"

จะเห็นได้ว่า แม้แต่เด็กมีไข้ก็ประมาทไม่ได้ เพราะนั่นหมายถึงชีวิต
อย่างไรก็ตามต้องดูรายละเอียดอีกที ภาวนาว่าเรื่องไม่ต้องมาถึงมือ
เครือข่ายฯ

เดี๋ยวนี้ฝ่ายการเมืองทำงานเชิงรุกมากขึ้น ก็ขอให้จบลงด้วยดี

ทั้งนี้อยากให้ทางกระทรวงฯ ได้ตรวจสอบและชี้มูลด้วยแล้วนำ
ไปเป็นบทเรียนสอนแพทย์และนักศึกษาแพทย์ ไอ้งานวิจัย
ตะบักตะบวยอะไรนั่นน่ะ เห็นทำกันจัง แต่ไม่เคยเห็นเอาผู้ป่วย
ไปร่วมงาน เอาแต่คนกันเองที่ไม่เคยเสียหายไปร่วม แล้วก็สรุป
กันเอง เออกันเอง มันจะได้ผลอะไร ต้องนี่เรียนจากของจริง
แล้วนำไปเป็นบทเรียน
โดย: เบื่องานวิจัยเปลืองงบประมาน [19 ธ.ค. 48 21:04] ( IP A:61.90.10.9 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ใช่เลย
เห็นด้วยกับจขกท.
พวกหมอมันเลววววว
โอ๊ย..สะจาย ได้ด่าหมอ
โดย: อยากด่าหมอ [19 ธ.ค. 48 21:50] ( IP A:61.7.141.113 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   อ้ายความเห็นเจ็ดนี่กวนโอ๊ยมากกกก

ถ้าเป็นพวกเครือข่ายบ้านนี้ต้องสั่งสอนกันหน่อยนะ
โดย: เจ้าบ้าน [19 ธ.ค. 48 22:01] ( IP A:61.91.163.52 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   คห ที่ 6
ดังนั้น เด็กทุกคนที่มีไข้ต้องนอนรพ.เสมอนะครับ จะได้เป็นการไม่ประมาท........................
โดย: 111 [31 ธ.ค. 48 1:01] ( IP A:202.129.6.39 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน