จดหมายจากกรรมการแพทยสภา ถึงเครือข่ายผู้เสียหายฯ
    ขอบคุณที่ส่งมาครับ

มาช้ายังดีกว่าไม่มา

โดย: เจ้าบ้าน [11 ธ.ค. 48 22:29] ( IP A:61.91.162.47 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   

โดย: เจ้าบ้าน [11 ธ.ค. 48 22:30] ( IP A:61.91.162.47 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ""

โดย: เจ้าบ้าน [11 ธ.ค. 48 22:31] ( IP A:61.91.162.47 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   "

โดย: เจ้าบ้าน [11 ธ.ค. 48 22:32] ( IP A:61.91.162.47 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   '

โดย: เจ้าบ้าน [11 ธ.ค. 48 22:32] ( IP A:61.91.162.47 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   1

โดย: เจ้าบ้าน [11 ธ.ค. 48 22:34] ( IP A:61.91.162.47 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   2

โดย: เจ้าบ้าน [11 ธ.ค. 48 22:34] ( IP A:61.91.162.47 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   3

โดย: เจ้าบ้าน [11 ธ.ค. 48 22:35] ( IP A:61.91.162.47 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   4

โดย: เจ้าบ้าน [11 ธ.ค. 48 22:36] ( IP A:61.91.162.47 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   ขอให้ท่านที่ถูกพาดพิงออกมาชี้แจงด้วยตนเองนะครับ คนอื่นกรุณาอย่ามาป่วนกระทู้ ผมขอแล้วนะ ความเห็นที่ไม่สุภาพผมลบทิ้งจริงๆด้วย อยากแสดงความเห็นไปตั้งกระทู้ใหม่เลยไม่ว่ากัน
โดย: เจ้าบ้าน [11 ธ.ค. 48 22:40] ( IP A:61.91.162.47 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   ตรงนี้น่าสนใจ เข้าใจเอามาซุกซ่อน ฉลาดเป็นกรดเลย คนเก่งๆเวลาตั้งใจโกงแล้วน่ากลัวมากๆ
โดย: เจ้าบ้าน [11 ธ.ค. 48 23:56] ( IP A:61.91.162.47 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   

โดย: เจ้าบ้าน [11 ธ.ค. 48 23:57] ( IP A:61.91.162.47 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   อยากหัวเราะให้ฟันร่วง
ถ้าเป็นเมื่อสิบปีก่อนพวกเราอ่านแล้วก็เพ้อฝันตามแน่ ๆ
แต่ตอนนี้ต่อให้โง่แค่ไหน ก็ไม่เป็น *** ให้พวกแกสนตะพาย
ทำสำเร็จแล้วกี่ราย คำพูดคนน่ะจะพูดอย่างไรก็ได้ แต่การกระ
ทำทำได้อย่างที่พูดหรือเปล่า

ทุกวันนี้พรบ,หรือกฎหมายดีอยู่แล้ว แต่คนใช้กฎหมายมันเลว
เสียเป็นส่วนใหญ่
โดย: อยากอ๊วก [12 ธ.ค. 48] ( IP A:61.90.9.101 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   ขี้เกียจอ่าน อ่านยาก ทำไมไม่พิมพ์ใหม่ หรือสแกนให้อ่านง่าย ๆ
โดย: 123 [12 ธ.ค. 48 8:33] ( IP A:61.90.121.132 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   ได้เลย กำลังพิมพ์อยู่
แต่แหม..คุณหมอ ทีเวชระเบียนของหมอ
ยากแค่ไหนเราก็ยังพยายามอ่านเลย เขียนก็หวัดด้วย
ต้องมาแปลอีก แค่นี้พยายามหน่อยก็ไม่ได้
โดย: กำลังพิมพ์อยู่ [12 ธ.ค. 48 9:57] ( IP A:61.91.160.3 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   ขออภัยท่านความเห็นที่ 14 ครับ เนื่องจากเครือข่ายไม่มีสแกนเนอร์ และผมเองไม่มีเวลาพิมพ์ เลยต้องถ่ายรูปมาลง ขอบคุณที่แนะนำครับ จะพยายามปรับปรุงให้ดีขึ้น
โดย: เจ้าบ้าน [12 ธ.ค. 48 20:51] ( IP A:58.9.175.35 X: )
ความคิดเห็นที่ 17
   https://www.thaiclinic.com/cgi-bin/wb_xp/YaBB.pl?board=doctorroom;action=display;num=1134322294
โดย: ไปดูมา [12 ธ.ค. 48 20:59] ( IP A:61.91.110.217 X: )
ความคิดเห็นที่ 18
   โอ้พระเจ้า ดูความเห็นนี้สิ ตอบได้ตรงใจมาก


ความเห็นที่ #7 เมื่อ: วันนี้ เวลา 12:29:01 »

เรียน คุณหมอ+กรรมการแพทยสภายุคใหม่ยุคเก่า

หลาย ๆ ครั้งที่หมอต่าง ๆ
ออกมาให้ความเห็นหรือเขียนบทความ
ล้วนแต่มีการบิดเบือนไม่พูดความจริง ใส่ร้ายป้ายสีคนไข้
เป็นหมือนดูถูกคนไข้ว่าโง่เขลาเบาปัญญา
และเป็นการแสดงให้เห็นว่าปัญหาต่าง ๆ
พวกหมอก็คงแก้ไขกันเองไม่ได้ เหมือนผงเขาตา
ก็คงต้องให้คนอื่นเขี่ย
ลักษณะที่พวกหมอพยายามแก้ปัญหานั้น เหมือนพายเรือในอ่าง
ตาบอดคลำช้าง

คนไข้เขาไม่ได้โง่หรอกว่าไปร้องแพทยสภา
เพื่อให้ไกล่เกลี่ยขอเงิน เขาไปเรียกร้องความเป็นธรรม
และหลาย ๆ กรณีเขาไปเพราะไม่อยากให้คนอื่นโดนแบบเขาอีก
ที่สำคัญเขาก็หวังลึก ๆ
ว่าหากโชคดีแพทยสภาให้ความเป็นธรรม ชี้ว่าหมอผิดอย่างไร
เขาก็จะเอาคำอธิบายไปฟ้องศาลเพื่อเรียกค่าเสียหายต่อไป
ถ้าเขารู้ดีว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร
เขาไม่ร้องแพทยสภาหรอก เขาไปฟ้องศาลนานแล้ว
ร้องไปก็ไม่มีมูล แต่เขาก็เสี่ยงไปเพราะไม่มีทางเลือก
และก็เห็นว่าแพทยสภาชอบออกมาพูดว่า
เป็นองค์กรที่ให้ความเป็นธรรม เชื่อได้ เชื่อใจได้
แต่ผลที่ออกมาไม่ต้องอธิบายหรอกนะ
คนไข้หลายคนเหมือนตก *** ทั้งเป็น
หลายๆคนแพทสภาสั่งไม่มีมูล แต่ศาลลงโทษหมอให้ชดใช้
ทนายหลายคนเวลาเขารับคดีคนไข้ เขาสั่งไว้เลย
ว่าห้ามร้องแพทยสภา เพราะนอกจากจะไม่เป็นผลดี แล้ว
เวลาแพทยสภาบอกไม่มีมูล จะเป็นผลเสียกับคดีมากกว่า
แพทยสภาก็รู้ ไม่ใช่ไม่รู้ คนเราไม่ได้โง่เป็น *** หรอก
ทั้งคนไข้และแพทยสภา
แพทยสภาจึงพยายามเข้าข้างหมอมาตลอดในหลายๆคดี
ที่สั่งไม่มีมูลแล้วศาลลงโทษ
ดังนั้นเวลาจะเขียนจดหมายแก้ตัวยังไง
ก็หาเหตุผลให้มันฉลาดกว่านี้หน่อย

คนไข้ส่วนใหญ่เขารู้ดีว่าอะไรคือผลแทรกซ้อน
อะไรคือสุดวิสัย โดยสัญชาติญาณ
เขารู้ดีว่าถ้าหมอไม่เอาใจใส่ ทำอะไรชักช้า
ตอนไปเดินไปดีดี แล้วพิการหรือตายกลับมา
(ก่อนผ่าตัดหรือรักษา หมอไม่ได้เคยบอกอะไรล่วงหน้าเลย
มีแต่บอกว่าดีดีดี ผ่าแล้วหัวใจแข็งแรงตีลังกาได้
แต่หลังผ่าตัดตายสนิท
หรือเป็นไส้ติ่งไปโรงพยาบาลตั้งแต่ห้าทุ่ม
ปล่อยจนช็อกไปผ่าตัดตอนสามโมงเช้า แล้วก็ตาย แบบนี้
เขารู้โดยสัญชาติญาณ ก็ต้องมาร้องให้แพทยสภาสอบ
แต่ก็ไม่มีมูล)

ยกตัวอย่างที่หมออ้างมาว่าเช่นกรณีคลอดบุตรติดไหล่มีความพิการที่แขนชั่วครา ว
เป็นภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นจากการคลอดทั่วไป
ไม่ได้เป็นความผิดพลาดของแพทย์
แต่แพทย์ต้องชดเชยค่าเสียหายแก่บิดาของเด็ก
เพื่อตัดปัญหาเหตุเกิดที่ จ.ชลบุรี
หมอพูดอย่างนี้ได้อย่างไร
ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นจากการคลอดทั่วไป
ถ้าหมอตรวจครรภ์ดีดี เฝ้าดูการคลอดดีดี
ก็จะรู้ว่าอาจคลอดไม่ได้ เสี่ยงต่อการคลอด
ก็ควรนำไปผ่าตัด อธิบายให้เขาเข้าใจว่าคลอดลำบาก
ควรผ่าตัด
ไม่ใช่ก่อนผ่าตัดก็ไม่กะว่าน้ำหนักควรจะเท่าไหร่
ควรคลอดเองไหม
ตอนมาคลอดก็ไม่มาตรวจและมาเฝ้าระวังว่าการคลอดดำเนินการไปตามปกติหรือไม่
คลอดได้หรือไม่ ปล่อยจนคลอดทุลักทุเล
ดึงหัวด้วยเครื่องดูด จนไหล่หลุด ไหล่หัก
เส้นประสาทพิการ
แบบนี้หมอเรียกว่าเป็นภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากการคลอดทั่วไป
หมอควรลาออกจากกรรมการแพทยสภาได้แล้ว
ดูจากบทความหมอแล้วคนอย่างหมอให้ความเป็นธรรมคนอื่นไม่ได้หรอก
ถ้าหมอให้ความเป็นธรรมคนอื่นไม่ได้ หมอก็ควรจะลาออก
ทำแต่อาชีพหมออย่างเดียวน่าจะดีกว่า
ถ้าอาสาเข้าไปให้ความเป็นธรรมแล้ว เจตนคติเป็นแบบนี้
หมอก็ฆ่าตัวตายชัดๆ ต่อไปนี้นับแต่บทความชิ้นนี้
หมอไปตัดสินคดีที่แพทสภา คดีไหน ถ้าหมอเข้าห้องประชุม
คำตัดสินนั้นก็จะใช้ไม่ได้ ศาลปกครองจะยกตลอด
เนื่องจากบทความหมอมีพฤติกรรมว่าหมอให้ความเป็นธรรมคนอื่นไม่ได้แล้ว
หมอคงหมดอนาคตแล้ว (ดูมาตรา ๑๖
พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.๒๕๓๙
หมอหมดสิทธิ์ตัดสินใครอีกแล้ว)

สำหรับข้อความที่ว่าความผิดพลาดของแพทย์มีไหม มีแน่นอน
(แต่ไม่บ่อย) ไม่ได้เกิดจากการเจตนา
อาจเป็นความประมาทเลินเล่อ หรือขาดความใส่ใจ
หรือเป็นภาวะสุดวิสัย
ก็แสดงให้เห็นว่าหมอเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องและสับสน
กรุณาอย่าไปตัดสินคดีเลย
ถ้าเป็นภาวะสุดวิสัยจะเป็นความผิดพลาดของแพทย์ได้อย่างไร
รวมทั้งที่หมอบอกว่ามีแน่นอน(แต่ไม่บ่อย)
ก็เห็นจะลำบากสำหรับคนไข้ คงต้องตายและพิการกันต่อไป
หมอบอกว่าไม่บ่อย
แต่ตอนนี้องค์การอนามัยโลกและวงการแพทย์ทั่วโลกต่างถือว่าความผิดพลาดที่ถึง ตายของคนไข้จากวงการแพทย์นั้น
พบบ่อยมาก ตายเป็นอันดับ ๕-๘ ของสาเหตุการตาย
และองค์การอนามัยโลกได้ตั้งโครงการรณรงค์แก้ไขปัญหานี้
แต่หมอกลับบอกว่าไม่บ่อย วิสัยทัศน์หมอท่าจะสายตาสั้น
หมอคงต้องไปศึกษาเรื่องนี้ใหม่
ถ้ายังอยากเข้ามาแก้ไขปัญหา

วิธีแก้ปัญหาของหมอที่ว่า
ทางการแพทย์มีระบบป้องกันความผิดพลาดของแพทย์อย่างไร
๑ ผลิตแพทย์ให้ได้ตามมาตรฐานวิชาชีพ
๒ ระบบบริการทางการแพทย์ที่มีมาตรฐาน
๓ แพทย์ – แพทยสภาต้องรักษาจริยธรรมและจรรยาบรรณของแพทย์
๔ มีระบบการพัฒนาจริยธรรม
และระบบการศึกษาต่อเนื่องที่มีประสิทธิภาพ

ถ้าเป็นอย่างหมอว่า สงสัยคนไข้ก็ต้องก้มหน้าก้มตา
ตายและพิการต่อไป หมอไม่ได้มีเรื่องเกี่ยวกับระบบตรวจสอบ
ระบบ risk management
หรือระบบที่เอาความผิดพลาดในอดีตมาเป็นบทเรียนและไม่ได้มีการเอาคนไข้เข้าไป มีส่วนร่วมแก้ไขปัญหา
ทั้ง ๆ ที่องค์การอนามัยโลกเขาจัดโครงการ patient for
patient safety ถ้าหมอไม่รู้ ถามพวกนักบินก็ได้นะ
พวกเรามีนักบินอยู่ ๑ คน
พวกนี้เรื่องแก้ไข้ความผิดพลาดและเซฟตี้เขาเก่ง
ก่อนหมอจะเขียนบทความหรือแสดงความคิดเห็น
หมอควรจะอ่านหนังสือและค้นคว้าข้อมูลมากๆ ทำใจว่างๆ
สมองเปิดรับทุกอย่าง ลืมความเป็นหมอไว้ก่อน
คิดว่าตัวเป็นคนไข้ ไม่ใช่นั่งเทียนเขียนหนังสือ
แสดงความเห็นด้วยโลกทัศน์แคบๆของตัวเองแบบมีอคติ ไม่มี
reference อ้างอิง ทำอะไรก็ให้สมศักดิ์ศรีหมอหน่อย
เป็นถึงแพทยศาสตร์บัณฑิต แพทย์ผู้เชี่ยวชาญกุมาร
และกรรมการแพทยสภา

บทความหมอทั้ง ๔ หน้าถ้าจะสับก็คงเละเป็นโจ๊กและหมูบะช่อ
วันนี้เอาแค่นี่ก่อนก็แล้วกัน แล้วว่างๆจะมาสับต่อ
อ่านแล้วละเหี่ยใจ






ส่งโดย: เสือก 61.91.95.*
โดย: copy มาอ่านแล้วตรงใจ [13 ธ.ค. 48 12:28] ( IP A:61.90.15.154 X: )
ความคิดเห็นที่ 19
   “แพทยสภายุคใหม่ยังธำรงความยุติธรรมอยู่หรือ?”

เมื่อมีคดีจริยธรรม ประชาชนไม่พึงพอใจผลการรักษาของแพทย์ หรือพฤติกรรมการบริการของแพทย์ จะร้องเรียนมาที่แพทยสภา ประชาชนทั่วไปจะมองว่าแพทยสภาไม่ลงโทษแพทย์ ช่วยเหลือกันเอง แต่ในมุมมองของแพทย์ก็จะมองว่า แพทยสภาชอบลงโทษแพทย์ ไม่เคยช่วยเหลืออะไรเลย สำหรับการพิจารณาคดีก็มีความล่าช้ามาก บางคดีนานถึง 4-5 ปี ทั้งแพทย์และผู้ร้องเรียนทนรอไม่ไหว บางคดีอาจทำให้เสียโอกาสในการฟ้องศาล เพราะหมดอาจุความไปก่อน

ประชาชนหลายท่านเข้าใจผิด คิดว่าการฟ้องแพยสภา ถ้าแพทย์ผิดจะต้องได้รับการชดเชย ค่าเสียหายเป็นเงินทองจากแพทย์ จึงต้องขอทำความเข้าใจว่า ถ้าแพทย์ถูกแพทยสภาตัดสินว่าผิดบทลงโทษจะมีดังนี้
1. ว่ากล่าวตักเตือน
2. ภาคทัณฑ์
3. พักใช้ใบอนุญาต มีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกิน 2 ปี
4. เพิกถอนใบอนุญาต

จะไม่มีบทลงโทษการจ่ายค่าชดเชย ยกเว้นไปตกลงกันเองระหว่างผู้ร้องเรียนและแพทย์ แต่เมื่อเรื่องร้องเรียนถึงแพทยสภาแล้วจะไม่ทำให้คดียุติ จะต้องทากรสอบสวนต่อไป ประเด็นดังกล่าวอาจเป็นจุดที่ประชาชนบางท่านมาต่อรองกับแพทย์ ในการขอชดเชยค่าเสียหาย โดยขู่ว่าจะฟ้องแพทยสภาและฟ้องศาล บางกรณีเป็นผู้มีความรู้ทางกฎหมายหรือผู้ที่ทำหน้าทีดูแลเรื่องความยุติธรรมโดยตรง เช่นกรณีคลอดบุตรติดไหล่มีความพิการที่แขนชั่วคราว เป็นภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นจากการคลอดทั่วไป ไม่ได้เป็นความผิดพลาดของแพทย์ แต่แพทย์ต้องชดเชยค่าเสียหายแก่บิดาของเด็ก เพื่อตัดปัญหาเหตุเกิดที่จ.ชลบุรี

ประชาชนทั่วไป หรือแม่แต่ผู้มีความรู้ดีอาจยังไม่เข้าบางภาวะการณ์ที่เป็นภาวะแทรกซ้อน โดยมิใช่ความผิดพลาดของแพทย์ มองเพียงผลการรักษาว่าไม่หาย หรือเสียชีวิต จึงตีความไปเองว่าแพทย์ต้องผิด แต่แพทยสภาจะพิจารณาดูกระบวนการขั้นตอนการักษาการตัดสินใจว่าเป็นไปตามหลักการ หลักวิชาทางการแพทย์หรือไม่? มีความเอาใจใส่ต่อผู้ป่วยเพียงพอหรือไม่? โรคหรือภาวะบางอย่าง วิทยาการแผนปัจจุบันก็ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้เช่น มะเร็งระยะสุดท้าย การติดเชื้อรุนแรง บางภาวะเป็นจากการดำเนินของโรคที่เป็นเอง แต่ประชาชนที่ประสบเหตุดังกล่าว ยอมรับในความสูญเสียไม่ได้ ก็จะยกความผิดทั้งหมดให้แก่แพทย์หรือโรงพยาบาล แพทย์เองก็มีความสลดใจเช่นกันและเสียใจ ไม่อยากให้เกดภาวะดังกล่าว แต่แพทย์ไม่ใช่เทวดา ไม่สามารถเอาชนะธรรมชาติ การเกิด แก่ เจ็บ ตายได้ทั้งหมด ตัดแพทย์เองก็อยู่ในภาวะวัฏสังขารเช่นกัน ไม่สามารถเอาชนะความตายได้ เมื่อมีข่าวร้องเรียนทางหนังสือพิมพ์ หรือทางทีวี ขอให้ประชาชนทำใจเป็นกลางมองปัญหา และรับฟังทั้ง 2 ข้าง อย่าใช้ความรู้สึกหรือผลการรักษาตัดสินอย่างเดียว ควรพิจารณาตามเหตุผล ความเป็นไปได้ และควรรอผลตัดสินของแพทยสภา

ผลการรักษาจะดีหรือไม่ ไม่ได้เกิดจากแพทย์ด้านเดียว ต้องประกอบจากปัจจัยของผู้ป่วยด้วย ในการให้ข้อมูลอาการ ความเจ็บป่วย ความร่วมมือในการรักษา การปฏิบัติตัว บ่อยครั้งผู้ป่วยปิดบังข้อมูล ทำให้เกิดความยุ่งยากในการรักษา เช่นเป็นโรคหัวใจ กินยาโรคหัวใจแต่ไปหาแพทย์ด้วยอาการไข้หวัด แพทย์สอบถามก็ไม่บอก แพทย์อาจจะจ่ายยารักษาไข้หวัดบางตัว ซึ่งมีผลต่อโรคหัวใจด้วยเช่นกัน

ความผิดพลาดของแพทย์มีไหม? มีแน่นอน (แต่ไม่บ่อย) มักไม่ได้เกิดจากการเจตนา อาจเป็นความประมาทเลินเล่อ หรือขาดความใส่ใจ หรือเป็นภาวะสุดวิสัย


ทางการแพทย์มีระบบป้องกันความผิดพลาดของแพทย์อย่างไร?
1. ผลิตแพทย์ให้ได้ตามมาตรฐานวิชาชีพ
2. ระบบบริการทางการแพทย์ที่มีมาตรฐาน
3. แพทย์-แพทยสภาต้องรักษาจริยธรรม และจรรยาบรรณของแพทย์
4. มีระบบการพัฒนาจริยธรรม และระบบการศึกษาต่อเนื่องที่มีประสิทธิภาพ

ปัจจุบันได้มาตรฐานทั้ง 4 ข้อหรือไม่? ต้องตอบได้ว่าในระดับหนึ่ง แต่ต้องมีการพัฒนาขึ้นอีก และอย่างต่อเนื่องเพราะโรคภัยไข้เจ็บเปลี่ยนแปลงไป


แพทยสภาจะรักษาความยุติธรรมและความเที่ยงตรงได้อย่างไร?
แพทยสภามีกระบวนการพิจารณาคดีจริยธรรมให้เกิดความยุติธรรม และเที่ยงตรงได้ดังนี้
1. การมีพรบ.วิชาชีพเวชกรรมพ.ศ.2525 และข้อบงคับแพทยสภาว่าด้วยกระบวนวิธีพิจารณาคดีด้าน
จริยธรรม ของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2548 (ฉบับใหม่) รองรับ โดยสรุปกระบวนการพิจารณาคดีทางจริยธรรมของแพทยสภา ตามแผนภูมิที่ 1 ดังนี้




แผนภูมิ





2. มีการแก้ไขข้อบังคับว่าด้วยกระบวนวิธีพิจารณาคดีด้านจริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม
พ.ศ.2540 ใหม่ในปีพ.ศ.2548 ได้ดำเนินการเสร็จสิ้น และรอประกาศในพระราชกิจจานุเบกษาเล่ม 122 ตอนพิเศษ 50ง หน้า 18-38 11 กรกฎาคม 2548 เหตุผลที่แก้ไขเพื่อให้ทันสมัย โปร่งใส ผู้ร้องเรียนและแพทย์ผู้ถูกร้องเรียนมีสิทธิมากขึ้น โดยสามารถนำทนายความ หรือตัวแทนเข้าไปในขั้นตอนของคณะอนุกรรมการจริยธรรม และคณะอนุกรรมการสอบสวนได้ และสามารทำความเห็นชี้แจงหรือโต้แย้งหลังจากที่คณะอนุกรรมการทั้ง 2 ชุดสรุปการพิจารณาก่อนส่งไปยังคณะกรรมการแพทยสภาพิจารณา

3. เรื่องร้องเรียนที่ได้ยื่นไว้กับแพทยสภา จะไม่สามารถถอนเรื่องคืนได้ หรือหยุดการพิจารณาได้
แม้จะมีการยอมความตกลงไกล่เกลี่ยระหว่างแพทย์และผู้เสียหายแล้วก็ตาม จึงเป็นการปกป้องสิทธิของประชาชนผู้ร้องเรียนโดยตรง

4. การพิจารณาคดีจะเหมือนกับศาล โดยมีการพิจารณาเป็นองค์คณะ หนึ่งคดีจะผ่านองค์คณะ
อย่างน้อย 2 คณะ คือคณะอนุกรรมการจริยธรรมแพทยสภา (6-9คน) คณะอนุกรรมการกลั่นกรองจริยธรรม (10-12คน) และคณะกรรมการแพทยสภา (38คน) บางคดีเกี่ยวข้องกับแพทย์หลายสาขา อาจผ่านองค์คณะถึง 8 คณะ คือคณะอนุกรรมการจริยธรรมแพทยสภา ขอความเห็นไปยังราชวิทยาลัยศัลยแพทย์ ราชวิทยาลัยอายุแพทย์ หรือถ้าเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจ ก็ขอความเห็นถึงผู้เชี่ยวชาญทางโรคหัวใจโดยเฉพาะ ถ้าเวลาเนิ่นนานออกไป อาจมีการเปลี่ยนแปลงคณะอนุกรรมการจริยธรรมใหม่ ก็จะผ่านองค์คณะใหม่ แล้วจึงส่งไปยังคณะกรรมการแพทยสภา ถ้าคณะกรรมการแพทยสภาไม่เห็นด้วย หรือเหตุผลไม่ชัดเจน อาจะส่งย้อนกลับให้หาข้อมูลเพิ่มเติมอีกครั้ง คณะอนุกรรมการจริธรรมจะแสดงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ลงความเห็นว่ามีมูลหรือไม่มีมูล จึงส่งกลับคณะกรรมการแพทยสภาพิจารณาตัดสินอีกครั้งเมื่อมีการพิจารณาคดีมีมูล จะส่งคดีไปยังคณะอนุกรรมการสอบสวน จะสอบสวนหาข้อเท็จจริง ตัดสินว่าผิดหรือไม่ผิด ถ้าผิดได้รับโทษสถานใด จึงส่งไปยังคณะกรรมการแพทยสภาตัดสินผลอย่างไร ส่งให้สภานายกพิเศษแพทยสภาเพื่อขอความเห็นชอบ สภานายกพิเศษสามารถยับยั้งมติ ส่งกลับให้คณะกรรมการแพทยสภาพิจารณาคดีอีกครั้ง ถ้ายังยืนยันมติเดิมไม่น้อยกว่าสองในสาม ก็สามารถดำเนินการต่อไปได้


5. เมื่อผลตัดสินไม่เป็นที่พอใจ ถ้ามีข้อมูลใหม่เพิ่มเติมสามารถร้องเรียนให้แพทยสภาทบทวนการ
พิจารณาคดีใหม่ได้ แต่คณะกรรมการแพทยสภาต้องพิจารณาอีกครั้ง ให้มีการพิจารณาทบทวน
หรือไม่ กรณีคดีจริยธรรมของนางดลพร ล้อเสริมวัฒนา ไม่มีข้อมูลใหม่และหมดอายุความ
จึงไม่อาจพิจารณาใหม่ได้ อายุความกำหนดภายใน 3 ปี นับจากวันที่เกิดเรื่อง ความพิการของ
ลูกชายนั้น แพทย์คงไม่อยากให้เกิดขึ้นแน่นอน ถ้าป้องกันได้อยากจะทำ แต่บางครั้งอาการอาจ
ไม่ชัดเจน ทำให้วินิฉัยยาก


กรณีใดบ้างที่จะมีผลให้แพทยสภาขาดความเที่ยงธรรม

1. คณะอนุกรรมการจริยธรรม คณะอนุกรรมการสอบสวน และคณะกรรมการแพทยสภาเป็นพวก
เดียวกับแพทย์ที่มีพฤติกรรมถูกร้องเรียน ต้องบอกว่าเป็นไปได้ยากมาก เพราะกรรมการดังกล่าว มีจำนวนมาก จึงมีการคานอำนาจการตัดสินไปในตัวอยู่แล้ว และอย่าลืมว่าแพทย์ในด้านหนึ่งคือประชาชน หรือเป็นผู้ป่วยด้วย ย่อมรักษาผลประโยชน์ขอประชาชน และแพทยสภาก็เป็นองค์กรที่ก่อตั้งมานาน มีกฎหมายฉบับล่าสุดรองรับมาตั้งแต่ปี พ.ศ.25285 รวม 23 ปีแล้ว ถ้าผู้ร้องเรียนหรือผู้ถูกร้องเรียนเห็นว่ากรรมการไม่เป็นกลางสามารถอุทธรณ์ได้

2. การติดสินบนมีหรือไม่? เชื่อมั่นได้เลยว่าไม่มีและกระทำได้ยากมาก เพราะแพทย์ทุกท่านมี
ศักดิ์ศรีและมีเกียรติ รวมทั้งมีจรรยาบรรณ อนุกรรมการและกรรมการมีจำนวนมากกว่า 50 คน พิจารณาคดีแต่ละเรื่องยากที่ใครจะติดสินบนทั้งหมดได้

3. อนุกรรมการและกรรมการแพทยสภา ไม่เข้าร่วมประชุมพิจารณาหรือมีการล็อบบี้ หรือมีความเกรงใจต่ออนุกรรมการที่มีอาวุโสกว่า หรือการใช้อำนาจทางการเมือง การตัดสินออกมาในลักษณะที่พวกมากลากไป ถ้าเกิดกรณีดังกล่าวแพทยสภาก็จะเสื่อมศรัทธาลงไปเรื่อย ๆ จึงคิดว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นแน่นอนในยุคนี้

4. คณะอนุกรรมการที่พิจารณาเป็นแพทย์ทั้งหมด ประชาชนคิดว่ายังไงก็เข้าข้างพวกกันเองอยู่แล้ว ควรจะมีบุคคลภายนอกเข้าไปเป็นกรรมการด้วย กรณีนี้อยากให้พิจาณาดี ๆ ด้วยใจเป็นธรรม แพทย์ไม่ใช่มีบทบาทเดียว แพทย์คือประชาชนที่รักสังคม มีจรรยาบรรณแพทย์คือผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน แพทย์มีพ่อ-แม่-พี่-น้อง ที่เป็นผู้ป่วยเช่นกัน ย่อมรับทราบถึงความทุกข์ ความสูญเสียที่เกิดขึ้นได้ดี การนำบุคคลภายนอกเข้าไป ซึ่งไม่เข้าใจในระบบ และการรักษาทางการแพทย์ อาจทำให้เกิดความวุ่นวาย และเกิดแรงต่อต้านจากแพทย์ อาจนำมาสู่ปัญหาความขัดแย้งระหว่างแพทย์ ผู้ป่วย จนเกิดปัญหาการให้การบริการรักษาผู้ป่วยด้วยจิตใจที่เอื้ออาทรลงไป เกิดความรู้สึกหวาดระแวง ในการรักษาพยาบาล แพทยสภาเป็นองค์กรวิชาชีพที่ดูแลกันเอง ถ้าประชาชนคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ยังมีทางออกหลายทางเช่น ฟ้องศาลปกครอง หรือศาลยุติธรรมต่อไป

แนวทางแก้ไขถ้าประชาชนคิดว่าไม่ได้รับความยุติธรรมเพียงพอ
1. ขอนำทนายความหรือตัวแทนเข้าไปให้รายละเอียดเพิ่มเติม ในขั้นตอนของคณะอนุกรรมการจริยธรรม และคณะอนุกรรมการสอบสวนได้

2. ถ้าผลตัดสินถึงที่สุดแล้ว สามารถขอคำชี้แจงจากแพทยสภาได้

3. ไม่พอใจกับการตัดสิน ร้องเรียนไปยังศาลปกครอง ศาลแพ่งหรืออาญา กรณีนี้อยากให้ประชาชนทบทวนให้ดี ๆ อีกครั้งเพราะสร้างผลกระทบกระเทือน ต่อความมุ่งมั่น และความตั้งใจของแพทย์ดี ๆ ทั้งหลายจะรู้สึกหวาดกลัวไม่กล้าให้การรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วยที่ยุ่งยากซับซ้อน และมีโรครุนแรง ผลเสียก็จะย้อนกลับมายังตัวผู้ป่วยเอง ผลที่ตามมาอาจทวีความรุนแรงมากขึ้นถ้าตกลงทำความเข้าใจประนีประนอมน่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า



ข้อแนะนำแก่ประชาชนทั่วไปในกรณีที่ไม่พอใจในการรักษาของแพทย์

1. ถ้ากรณีแพทย์เป็นข้าราชการ กรุณาฟ้องให้ถูกคือต้องฟ้องกระทรวงสาธารณสุข ไม่ใช่ตัวแพทย์ มิฉะนั้นจะทำให้ท่านเสียเวลาโดยใช่เหตุ

2. กรณีผู้ป่วยรับการรักษาในโครงการหลักประกันสุขภาพ (30 บาทรักษาทุกโรค) ถ้าต้องการเงิน หรือค่าชดเชยในกรณีการรักษาที่มีผลแทรกซ้อนเกิดความเสียหาย ให้ร้องเรียนต่อสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติสาขาจังหวัดต่าง ๆ โดยทั่วไปจะอยู่ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้น ๆ ถ้าฟ้องแพทยสภาจะไม่ได้ค่าตอบแทนหรือค่าชดเชยใด ๆ ทั้งสิ้น แต่จะเป็นการตรวจสอบจริยธรรมของแพทย์

3. ถ้าคาดหวังให้มีการพัฒนาในวงการแพทย์โดยไม่ต้องการเรียกร้องเงินทอง ขั้นตอนที่ควรทำ
3.1 คุยกับแพทย์ที่ดูแลโดยตรง อย่าคุยกับพยาบาล หรือเจ้าหน้าที่เพียงอย่างเดียว ถ้าสงสัยพาญาติที่เข้าใจมาพูดคุยสอบถาม
3.2 ถ้าไม่ได้รับความกระจ่าง ขั้นต่อไปคือเข้าพบผู้อำนวยการคุยสอบถามให้เข้าใจ
3.3 ถ้ายังไม่มั่นใจอีก ร้องเรียนไปยังแพทยสภาให้ข้อมูลแก่แพทยสภาอย่างตรงไปตรงมา

เพื่อการจรรโลงให้วงการแพทย์รับใช้ประชาชนอย่างมีคุณภาพ ด้วยความเอื้ออาทรต่อกัน และเพื่อให้วงการแพทย์พัฒนาคุณภาพเพื่อสังคมในอนาคตอันยาวนานต่อไป แพทย์และประชาชนช่วยกันเสริมสร้างระบบที่ดี และมีการตรวจสอบในแนวทางที่เหมาะสม อย่าก่อให้เกิดความหวาดวิตกกังวลขึ้นในบุคลากรสาธารณสุข เป็นการป้องกันตนเอง เพื่อให้ผู้ป่วย – ญาติผู้ป่วยพึงพอใจ โดยไร้ซึ่งเหตุผลอันควร เพียงเพื่อลดปัญหาฟ้องร้อง และร้องเรียน อาจนำมาซึ่งความเสียหายต่อประเทศชาติโดยรวมได้

ด้วยความปรารถนาดี จาก
พ.ญ.สุธัญญา บรรจงนาค
กุมารแพทย์ ร.พ.นครปฐม
ประชาสัมพันธ์ชมรมแพทย์เพื่อวิชาชีพแพทย์
อดีตกรรมการแพทยสภาวาระปี 2546-2548
SUTHUNYA12@hotmail.com
โทร. 06-623-9710
โดย: พิมพ์มาให้ใหม่แล้ว [13 ธ.ค. 48 12:30] ( IP A:61.90.15.154 X: )
ความคิดเห็นที่ 20
   ทำไมต้องฟ้องหมอ

https://202.60.196.117/darknews/index.php
โดย: เอามาฝาก [13 ธ.ค. 48 16:01] ( IP A:61.90.73.4 X: )
ความคิดเห็นที่ 21
   จากความเห็นที่ 23

เมื่อเข้าไปได้แล้ว ต้องเลือกดูข่าวย้อนหลังวันที่ 12 ธันวาคม 2005
จะมีข่าวให้เลือก 5 หน้า ให้คลิ๊กข่าวที่ 5 ขอโทษด้วยเพราะไม่มี
link
โดย: เอามาฝากอีกที [13 ธ.ค. 48 16:20] ( IP A:61.91.178.82 X: )
ความคิดเห็นที่ 22
   เวลาแก้ไข พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรมนี่ พวกเราผู้เสียหายสามารถ
เข้าไปมีส่วนร่วมเสนอความคิดเห็นหรือเปล่า เพราะเราคือผู้มีส่วน
ได้เสียกับ พ.ร.บ.นี้ด้วย และถ้าหากสามารถมีส่วนร่วมได้ ทำไม
เขาทำกันเงียบ ๆ ล่ะ
โดย: วานผู้รู้บอกที [13 ธ.ค. 48 16:22] ( IP A:61.91.178.82 X: )
ความคิดเห็นที่ 23
   เรียน แพทย์หญิงสุธัญญา บรรจงภาค ที่นับถืออย่างสูง

อ้างถึง บทความเรื่อง “แพทยสภายุคใหม่ยังธำรงความยุติธรรมอยู่หรือ?”
ที่ท่านได้ส่งให้ข้าพเจ้าในวันที่ 7 ธันวาคม 2548

ขอบพระคุณ ที่คุณหมอกรุณาส่งบทความตามที่อ้างถึงไปให้ จะโดยเจตนาอะไรก็ตามแต่ดิฉันถือว่าเป็นความปรารถนาดี หลังจากได้อ่านอย่างถี่ถ้วนและขอตอบแบบกระชับ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาดังต่อไปนี้

ประเด็นที่หนึ่ง

เนื่องจากมีการพาดพิงถึงคดีของดิฉันที่มีเรื่องกับโรงพยาบาลพญาไท 1 นั้น ดิฉันขอโต้แย้งเพื่อให้หมอทุกท่านได้รู้ความจริง ว่าแพทยสภายุคเก่าให้ความเป็นธรรมต่อดิฉันหรือไม่ และคุณหมอยังจะแก้ตัวแทนโรงพยาบาลและแพทยสภาโดยไม่รู้ข้อเท็จจริงอีกหรือไม่

1. ดิฉันร้องเรียนจริยธรรมของแพทย์ 3 คน 1. นพ.สุรพงษ์ อำพันวงศ์ - ผู้อำนวยการโรงพยาบาล 2. พญ.ยรรยงค์ มังคละวิรัช – หมอสูติฯ 3. นพ.สันติ สุทธิพินทะวงศ์ – กุมารแพทย์ แพทยสภาสอบสวนแค่หมอยรรยงค์กับหมอสันติ แต่ละเว้นไม่สอบสวนหมอสุรพงษ์ฯ

2. ดิฉันร้องเรียนปี 2537 สมัยนายอาทิตย์ อุไรรัตน์ เจ้าของโรงพยาบาลพญาไท 1 เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และเป็นสภานายกพิเศษ แพทยสภาดองเรื่องดิฉันนานเกือบ 3 ปี ตามแล้วตามอีกก็เงียบเป็นเป่าสาก พอดิฉันฟ้องรพ.พญาไท 1 ตามคำท้า คณะกรรมการปี 2538-39 ได้นำเรื่องร้องเรียนของดิฉันเข้าสู่กระบวนในทันที โดยไม่ได้หยิบยกเรื่องอายุความขึ้นมาเป็นประเด็น (ดังนั้นภายหลังจะนำเรื่องอายุความมาอ้างอีกไม่ได้ – เรื่องนี้น่าอับอายเพื่อผลประโยชน์ของเพื่อน มองข้ามเรื่องอายุความ รีบนำเรื่องเข้าที่ประชุม รีบสรุปมีมติช่วยกัน - แต่พอข้าพเจ้าขอให้รื้อคดีใหม่กลับยกอายุความมาเป็นข้ออ้าง)

3. แพทยสภารีบมีมติออกมาว่า “คดีไม่มีมูล” ดำเนินการโดยดิฉันไม่รู้เรื่อง และไม่เคยเรียกไปให้ข้อมูลเพิ่มเติม เมื่อดิฉันโต้แย้งว่าฟังความข้างเดียว ก็อ้างข้อกฎหมายว่าไม่เรียกก็ได้หากมีข้อมูลเพียงพอ (ตลกฝีดเด็ก 2 ขวบยังไม่เชื่อ) คนเซ็นต์จดหมายคือ พญ.ประสบศรี อึ้งถาวร ซึ่งนั่งเป็นพิธีกรในรายการทีวีคู่กับนายแพทย์สุรพงษ์ อำพันวงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพญาไท 1 คู่กรณีของดิฉัน พญ.ประสบศรีอ้างว่าเลขาธิการแพทยสภาไปต่างประเทศ ช่างเป็นเรื่องบังเอิญอย่างเหลือเชื่อ ดิฉันทราบจากวงในว่าปกติพญ.ประสบศรีไม่มีหน้าที่เซ็นต์จดหมาย ที่ตลกไปมากกว่านั้นคือ พญ.ประสบศรีต้องรีบเซ็นต์จดหมายชนิดที่ไม่สามารถรอเลขาธิการได้ (ทำราวกับว่าเลขาธิการแพทยสภาไปนานเป็นปี) ทั้ง ๆ ที่ดิฉันเองก็อดทนรอมาได้เกือบ 3 ปี ทางโรงพยาบาลรีบสุดชีวิตนำมติแพทยสภาไปโชว์ที่ศาลว่าโรงพยาบาลไม่ผิด เห็นมั้ยแพทยสภามีมติออกมาแล้วว่า “คดีไม่มีมูล” ดิฉันงงเพราะยังไม่เคยได้รับจดหมายแจ้งมตินั้นเลย แพทยสภาส่งให้ดิฉันภายหลังและข้อความก็ต่างจากที่ส่งให้โรงพยาบาล เห็นโรงพยาบาลสำคัญกว่า (ต่อให้มองโลกในแง่ดีแค่ไหน ก็ไม่สามารถทำใจได้กับการกระทำที่น่าอัปยศของแพทยสภา)

4. นพ.สันติและพญ.ยรรยงค์ ทำสรุปรายงานเท็จ โกหก เบี่ยงเบนข้อเท็จจริง ไม่รายงานเรื่องความผิดปกติของเด็ก เช่นมีไข้ เม็ดเลือดขาวสูงผิดปกติ แขนขาอ่อนแรง น้ำหนักลด สะดือแฉะ ร้องกวน ที่ขัดต่อความเป็นจริงในเวชระเบียน แพทยสภาทีประกอบไปด้วยอาจารย์แพทย์ ต่างก็ ก็แกล้งทำเป็นตาบอดมองไม่เห็น และเชื่อตามนั้น

5. เวชระเบียนที่ทางโรงพยาบาลส่งไปให้แพทยสภานั้น ก็ไม่ได้รับรองสำเนาแม้แต่แผ่นเดียว จะด้วยรีบส่งไปภายหลัง หรือเปล่าก็ไม่ทราบ ทั้งที่ในพรบ.วิชาชีพเวชกรรมเขาบอกว่าต้องให้รับรองสำเนา ถึงจะเป็นเอกสารที่น่าเชื่อถือ เอกสารแบบนี้หากส่งไปที่ศาลต้องโดนศาลด่าว่า”โง่หรือเปล่า”

6. ที่สำคัญ ชมรมเวชปฏิบัติทารกแรกเกิด ชี้แจงต่อแพทยสภาเป็นหนังสือว่า
“จากประวัติการคลอดและการรักษาที่ให้มา แสดงว่าอาการผิดปกติของเด็ก มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ข้อสะโพกข้างซ้าย ซึ่งผ่านมาทางกระแสเลือด แล้วไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมในระยะแรก อาการผิดปกติจึงมีมากขึ้น” แต่แพทยสภาก็ไม่หยิบยกเรื่องสำคัญนี้มาเป็นประเด็นในการพิจารณา แล้วจะขอความเห็นไปทำไม ที่ตลกคือภายหลังดิฉันเอาหมายศาลไปขอให้ทางชมรมฯ ไปเบิกความตามที่แจ้งแพทยสภา ไม่ได้ขอว่าให้เบิกความเข้าข้างดิฉัน ก็พร้อมใจหลบหน้ากันหมดไม่ยอมรับหมายศาล ให้ดิฉันนั่งรอหลายชั่วโมง แล้วจะให้ดิฉันรู้สึกดีและรู้สึกอย่างไรไม่ทราบ

7. ปี 2545 ดิฉันขอให้แพทยสภารื้อคดีของดิฉันสอบสวนใหม่ เนื่องจากมีข้อมูลใหม่ แต่คณะกรรมการที่มาสอบสวนดิฉันเพื่อหาข้อมูลใหม่ คือนพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา – จำเลยของดิฉัน และนพ.พงษ์ศักดิ์ วัฒนา – สามีของพญ.เทวี วัฒนา – จำเลยของดิฉัน แล้วมันจะได้ข้อมูลใหม่ได้อย่างไร และการสอบสวนในวันนั้นก็ทำแบบขอไปที คุณหมอเข้าใจคำว่าทำเป็นพิธีหรือไม่ ใครไม่รู้สึกแต่ดิฉันและเพื่อน ๆ ที่ไปด้วยกันก็รู้สึก และมีเพื่อนของดิฉันที่ท่าทางฉลาดมากคนหนึ่ง ถูกกันไม่ให้เข้าไปฟังห้องด้วย

8. ในการประชุมปี 2545 มีกรรมการแพทยสภาบางท่าน (นพ.วิชัย โชควิวัฒน
และนพ.ปิยะ เนตรวิเชียร-ประธานชมรมโรคประดูกเด็กแห่งประเทศไทย) บอกว่าแพทยสภาตัดสินพลาด มีความผิดพลาดเรื่องการวินิจฉัยล่าช้า และขอให้รื้อคดีสอบสวนใหม่ แต่แพทยสภาก็ไม่ยอมสอบสวนใหม่ แถมยังมีกรรมการแพทยสภาบางคน ได้เสนอให้ลบรายงานการประชุม ในส่วนที่เป็นความเห็นของคุณหมอวิชัยกับคุณหมอปิยะทิ้งเสีย ( คนนั้นคือ นพ.เอื้อชาติ กาญจนพิทักษ์ นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน หมอคนนี้ทำงานร่วมกับภรรยา นพ.อรุณ เผ่าสวัสดิ์ - จำเลยของดิฉัน)

9. ข้าพเจ้าร้องขอเอกสารรายงานการประชุมแพทยสภา ในส่วนที่เกี่ยวกับคดีของดิฉันหลายครั้ง แพทยสภาไม่ให้ ข้าพเจ้าร้องเรียนต่อรัฐมนตรีฯ และใช้สิทธิตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารเขาก็ให้ แต่ไม่ครบ แถมยังลบส่วนที่เป็นความเห็นของ นพ.วิชัยและนพ.ปิยะทิ้งเสีย นพ.ประมวล วีรุตมเสน เลขาธิการแพทยสภาไม่ยอมเซ็นต์รับรองสำเนาให้ ต้องไปตามหลายครั้ง หมดค่ารถไปมากมาย แพทยสภาประกอบไปด้วยอาจารย์แพทย์ผู้อาวุโสแต่การกระทำเหมือนวิ่งเล่นไล่จับแ บบเด็ก ๆ ถ้าไม่มีอะไรในกอใผ่จะกลัวทำไม

ขอถามคุณหมอเป็นข้อ ๆ และขอความกรุณาให้ตอบ เพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิงของดิฉัน ขอเรียนว่าเรื่องของดิฉันได้ถูกเผยแพร่เป็นภาษาอื่นและกลายเป็นข้อมูลสากลไป แล้ว คำถามของดิฉันคือ

1. ในฐานะที่คุณหมอเป็นกุมารแพทย์ ได้เห็นและอ่านเวชระเบียนของลูกดิฉันในกรณีนี้แล้วโดยถี่ถ้วนแล้วหรือยัง?

2. เมื่อเห็นเวชระเบียนโดยถี่ถ้วนแล้ว คุณหมอยืนยันได้ไหมว่า คู่กรณีของดิฉันที่เป็นหมอเด็ก ได้ปฏิบัติถูกต้องครบถ้วนตามหลักวิชาแล้ว และโปรดยืนยันว่าคดีที่ดิฉันกล่าวหาหมอคนนั้นไม่มีมูลจริง

3. ขอให้หมอในชมรมฯ ที่เป็นหมอสูตินารีเวช หมอเด็ก และหมอผู้เชี่ยวชาญโรคติดต่อทางกระแสเลือดอ่านเวชระเบียนของลูกดิฉันโดยถี่ถ ้วน และโปรดสรุปมาด้วยว่าคดีที่ดิฉันร้องเรียนหมอทั้งสามนั้น ไม่มีมูลจริง พร้อมทั้งขอรายชื่อหมอที่ให้ความเห็นด้วย

4. ดิฉันขอท้าแพทยสภาทั้งคณะ ไปโต้กับดิฉันในเวทีไหนก็ได้ หรือจะจัดขึ้นกันเองก็ได้ และนำนักศึกษาแพทย์+พยาบาล เข้านั่งฟัง และให้ทุกคนให้ความเห็นว่ากรณีของดิฉันนี้ไม่มีมูลจริง ๆ ดิฉันถึงจะเชื่อถือ และเลิกเคลื่อนไหวต่อไป

5. ดิฉันต้องการให้โรงพยาบาลพญาไท 1 และคณะกรรมการแพทยสภา ขอโทษดิฉันอย่างเป็นทางการ ในสิ่งที่ได้กระทำอย่างน่าอัปยศอดสูทุกวิถีทางกับครอบครัวดิฉันที่ผ่านมา ไม่ว่าจะผ่านทางกระบวนการใด ท่านยอมรับความจริงกันเสียบ้าง รับผิดกันเสียบ้าง อย่าเห็นว่าประชาชนโง่ ไม่ใช่ว่าปรับปรุงของใหม่แต่ลืมเรื่องเก่า ซึ่งไม่มีทางลบภาพเก่า ๆ ที่ได้กระทำลงไป

ขอฝากไปถึงแพทยสภาว่า

“สิ่งที่แพทยสภาได้ทำไปแล้ว เป็นสิ่งที่ไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้ แต่แพทยสภาสามารถที่จะทำให้ความอัปยศอดสูนี้สิ้นสุด ด้วยการไม่พากันหลบหน้า ต้องกล้าสู้ตาของข้าพเจ้า และกล่าวในนามของแพทยสภาว่า สิ่งที่ได้กระทำลงไปเป็นเรื่องน่าอับอาย แพทยสภาต้องกล้าขอโทษสำหรับความสูญเสีย สำหรับความปวดร้าวที่ดำเนินมาหลายปีกับครอบครัวของข้าพเจ้า”


หากต้องการดูสำเนาเวชระเบียน ดิฉันยินดีส่งฉบับที่ได้ผ่านศาลมาให้ ฉบับจริง ทางโรงพยาบาลโกหกศาลว่า อยู่ในความครอบครองของแพทยสภา ดิฉันตรวจสอบไปที่แพทยสภาอย่างเป็นทางการ และนพ.พินิจ กุลวณิชย์-เลขาธิการแพทยสภา มีจดหมายไปแจ้งให้ดิฉันทราบแล้วว่าไม่ได้อยู่ในความครอบครองของแพทยสภา งานนี้เหมือนไล่จับโจร และในชีวิตนี้ดิฉันเชื่อว่าไม่มีหน่วยงานไหนกล้าชี้มูลถูกผิดในคดีของดิฉัน เพราะดิฉันวิ่งชนกำแพง

ดิฉันอยากวิงวอนจากใจคนเป็นแม่ หากมีแพทย์ไทย+นักศึกษาแพทย์คนใดที่กล้าหาญ อยากพิสูจน์ถูกผิด กรุณาแสดงตัว ดิฉันพร้อมจะให้ดูสำเนาเวชระเบียน แล้วท่านจะได้ไม่ต้องมาด่าดิฉันว่า “เล่นไม่เลิก” หรือฟังความข้างเดียวอีกต่อไป

ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
ปรียนันท์ (ดลพร) ล้อเสริมวัฒนา
โดย: ดลพร [13 ธ.ค. 48 17:53] ( IP A:61.91.178.82 X: )
ความคิดเห็นที่ 24
   อ่านของ คุณดลพร แล้วรู้สึกไม่ดีกับแพทยสภามากๆค่ะ ขอให้กำลังใจนะคะ อยากให้คุณหมอเปิดใจรับฟังปัญหาของคนไข้นะคะ มีหลายประเด็นที่ควรนำไปพิจารณา เช่นเรื่องความโปร่งใสตรวจสอบได้ของแพทยสภา ดิฉันไม่ต้องการเห็นภาพลักษณ์ของสภานี้ตกต่ำกว่าที่เป็นนะคะ
โดย: เครือวัลย์ [13 ธ.ค. 48 18:26] ( IP A:203.114.118.47 X: )
ความคิดเห็นที่ 25
   ต้องการให้หมอเปิดใจ แล้ว ใครเคยเปิดใจฟังหมอบ้าง
พอจะเริ่มพุดก้ว่าจะมาแก้ตัวแล้ว ถ้ามองกันและกันแบบนี้ ก็ไม่มีวันลงตัวหรอกครับ ผมก็หมอน้อยๆ คนนึง ญาติผมก็เป็นผู้ป่วยหรือ ผู้บริโภคเหมือนคุณๆล่ะครับ ป่วยก็รักษากับหมอเพราะผมไม่ได้อยู่บ้านเกิด บางทีมาด่าหมอ คนอื่นให้ฟัง พอผมพูดแทนหมอคนนั้นก็ว่าผมเข้าข้างทั้งที่จริง ผมเลือดมันจะข้นกว่าน้ำได้ไง คุยกันนานกว่าจะยอมรับฟัง กับคุณๆในเวบนี้ หรืออีกหลายที่ ซึ่งคงไม่ใช่ญาติผม ผมพูดก็อาจจะว่าผมแก้ตัวแทนวิชาชีพ ก็ไม่รู้จะไปปรับความเห็นตรงนี้อย่างไร ล่ะครับ บางอันผิดจริงก็อยากให้ลงโทษเต็มที่ บางอันไม่พิษก็อย่าคิดเข้าข้างตัวเองมากไป แต่ก็พูดยากครับ เพราะเราจะขัดแย้งกันเมื่อมีความสูญเสียไปแล้ว ทุกคนก็หงุดหงิดและเสียใจ
แต่อยากบอกให้รู้นะครับ ถ้าอยากให้มีมาตรฐานทุกคนยก็ขอมาตรฐานความากของงานของแพทย์ด้วยครับ เพราะถ้าผมตรวจนานคนตามหลังก็ด่าผมว่าช้า ตรวจเร็วคนี่ตรวจก็ว่าตรวจไม่ครบ และถ้าทำเร็วก็ผิดพลาดได้ง่ายกว่า ผมเคยเลือทั้ง 2 อย่าง ทำช้าผมก็โดนร้องเรียนว่าไม่รับสามารถรับผิดชอบงานได้ขอให้ออกจากชุมชน เฮ้ออ อยากบอกชาวบ้านเหมือนกันว่า ถ้าผมไปก็ไม่มีหมดย้ายมาแล้วจะไม่มีคนตรวจนะ แต่ก็มีบางคนที่เข้าใจผมก็เลยหน้าด้านอยู่ต่อมาเรื่อยๆ ก็ตรวจให้เร็วขึ้น แต่ก็เครียดทุกวันว้าวันไหนกูจะซวยบ้าง และตอนนี้ก็ว่าจะตัดสินใจตามเพื่อนๆ ไปเปิดร้านขาย ซีดี หนังสือการ์ตูน ดีกว่าครับ รายได้น้อยกว่าเดิม แต่ไม่เครียด แต่ก็เสียดายความรู้ แต่ทำไงได้ครับเพื่อน ก็ลาออกกันหมดเปลี่ยนอาชีพกันหมดแล้ว (เฉพาะกลุ่มที่สนิทกันนะครับ 7 คน)ยังเคยคิดเลยครับว่าถ้า หมอคนอื่นคิดเหมือนเราด้วยแล้วเวลาญาติผมป่วยทำไงเนี่ย แต่ก็สรุปว่าไม่ไหวแล้วล่ะครับ ความคาดหวังทุกวันนี้ ผมขอเป็น ประชาชนค้าขายดีกว่า อีก 7เดือนใช้ทุนครบ ก็ไปล่ะครับ เถ้าแก่น้อย ปริญญาแพทยศาสตร์บัณฑิต (ฟังแล้วเสียดายค่าเรียนที่พ่อแม่ส่งเรียนและภาษีจัง เฮ้อออออออออออ)
โดย: 123 [13 ธ.ค. 48 19:06] ( IP A:61.19.152.66 X: )
ความคิดเห็นที่ 26
   ขอบคุณความเห็นที่ 29 ครับ

เรื่องของคนไข้ผู้เสียหาย ต้องว่ากันเป็นรายๆไป บางกรณีชัดเจน บางกรณีไม่ชัดเจน แน่นอนว่าแพทย์คือผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่วันยังค่ำ

เรื่องของเรื่องคุณดลพร ผมวิจารณ์ว่า เป็นคราวเคราะห์ ที่เธอไปเจอกับกลุ่มอิทธิพลแอบแฝงของวิชาชีพเข้าเต็มๆ และก็เป็นคราวเคราะห์ของกลุ่มอิทธิพลนี้ด้วยที่ดันมาเล่นตุกติกกับคนอย่างคุณดลพร ที่สู้ขาดใจ ที่จริงมีอาจารย์แพทย์ และคนในแพทยสภาหลายท่านทีเดียวที่แอบให้ข้อมูลช่วยเธออยู่ข้างหลัง ไม่อย่างนั้นข้อมูลอัปยศเจ๋งๆ ไม่ออกมาเพียบขนาดนี้หรอก ขอให้คุณหมอทั้งหลายดูเรื่องนี้เป็นตัวอย่างใช้ในชีวิตจริงได้เลยครับ
โดย: เจ้าบ้าน [13 ธ.ค. 48 21:11] ( IP A:58.9.175.75 X: )
ความคิดเห็นที่ 27
   นางปรียนันท์ (ดลพร) ล้อเสริมวัฒนา
ฟ้องแพทยสภาทั้งคณะเป็นคดีอาญา มาตรา 157
ฐานละเว้นและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ต่อศาลจังหวัดนนทบุรี

คดียังคงอยู่ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาไม่รับฟ้อง เพราะคดีไม่มีมูล
ศาลอุทธรณ์พิพากษาไม่รับฟ้อง เพราะคดีไม่มีมูล
ขณะนี้อยู่ระหว่างรอฟังคำพิพากษาศาลฏีกา

แพทยสภาทั้งคณะมี

1. แพทยสภา
2. เรือโทวิทูร แสงสิงแก้ว
3. น.พ.ศุภวัฒน์ ชุติวงศ์
4. พ.ญ.อนงค์ เพียรกิจธรรม
5. น.พ.ศุภชัย คุณารัตนพฤกษ์
6. พ.ญ.ประสบศรี อึ้งถาวร
7. น.พ.วุฒิกิจ ธนะภูมิ
8. น.พ.ปรากรม วุฒิพงษ์
9. พลโทสุจินต์ อุบลวัตร
10. พลเรือโทดำรงศักดิ์ เลียงพิบูลย์
11. พลอากาศโทสัญชัย ศิริวรรณบุศย์
12. พลตำรวจโทประเวสน์ คุ้มภัย
13. น.พ.อรุณ เผ่าสวัสดิ์
14. น.พ.กำพล กลั่นกลิ่น
15. น.พ.บุญชอบ พงษ์พานิช
16. น.พ.สมพร โพธินาม
17. พลตรีจุลเทพ ธีระธาดา
18. น.พ.ธรรมนูญ วานิยะพงศ์
19. น.พ.อารี วัลยะเสวี
20. น.พ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา
21. พ.ญ.สุจิตรา นิมมานนิตย์
22. พันตำรวจเอกชุมศักดิ์ พฤกษาพงษ์
23. น.พ.กวี ทังสุบุตร
24. น.พ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์
25. น.พ.กำจัด สวัสดิโอ
26. น.พ.จรัล ใจแพทย์
27. น.พ.พงษ์ศิริ ปรารถนาดี
28. พันเอกหญิงมยุรี พลางกูร
29. พ.ญ.เพลินจิตต์ ศิริวันสาณฑ์
30. พ.ญ.เทวี วัฒนา
31. น.พ.บรรณสิทธิ์ บุญจิต
32. พันตำรวจเอกวิชิต สมาธิวัฒน์
33. น.พ.จิตตินัดด์ หะวานนท์
โดย: มดกับฝูงช้าง [14 ธ.ค. 48 21:12] ( IP A:61.90.14.133 X: )
ความคิดเห็นที่ 28
   https://www.thaiclinic.com/cgi-bin/wb_xp/YaBB.pl?board=doctorroom;action=display;num=1134556673
โดย: 111 [15 ธ.ค. 48 8:38] ( IP A:61.90.14.190 X: )
ความคิดเห็นที่ 29
   เห็นด้วยกับคห.29 ค่ะ เพราะเป็นหมอคนนึงเหมือนกัน และมีญาติที่เป็นคนป่วยด้วยเช่นเดียวกัน สัมผัสชีวิตระหว่างญาติคนไข้กับหมอมาตั้งแต่ยังเด็กจนกระทั่งปัจจุบันนี้....พยายามเอาใจเขามาสใส่ใจเราด้วยเถิดค่ะ...ไม่ใช่แค่จำเลยหรือโจทก์หรอกนะคะที่เจ็บปวด.......วิชาการทางการแพทย์เป็นอะไรที่ค่อนข้างซับซ้อนจริงๆ...บางครั้งอธิบายเหตุผลด้วยใจบริสุทธิ์จริงๆ พวกคุณก็หาว่าแก้ตัว..เพราะคุณตั้งแง่ไว้แต่แรกแล้ว......อยากให้ลองเปิดใจดูบ้างนะคะ
โดย: N_Taifon [15 ธ.ค. 48 19:24] ( IP A:203.156.51.87 X: )
ความคิดเห็นที่ 30
   เขาเปิดทั้งใจเปิดทั้งตา เปิดทั้งปาก มาสิบสี่ปีแล้วครับ
โดย: เจ้าบ้าน [16 ธ.ค. 48] ( IP A:61.91.163.81 X: )
ความคิดเห็นที่ 31
   ในความซับซ้อน ของวิชาแพทย์ สามารถเอื้อประโยชน์ให้บางคนที่ฉ้อฉลได้อย่างคาดไม่ถึง ใครจะไปสงสัยว่าคนระดับอาจารย์หมอจะเสื่อมจริยธรรมได้ขนาดนี้
โดย: เจ้าบ้าน [16 ธ.ค. 48] ( IP A:61.91.163.81 X: )
ความคิดเห็นที่ 32
    มันเป็นแก๊งเป็นก๊กกันขนาดนี้เลยหรือนี่ ทำกันเป็นล่ำเป็นสันจริงๆๆด้วย คิดว่าคงจะเห็นลู่ทางที่จะเขมือบ...เหมือนคนหมดทางไป ต้องใช้ลู่ทางทุกแบบเข้าจัดการ...แต่ก่อนไม่ค่อยได้สนใจ แต่พอมาได้รับรู้แบบนี้ ขนลุกเลยนะครับ...ได้แต่ภาวนา ...ให้มันได้เจอกับตัวเองจริงๆๆ จะได้ซึ้งใจซะที...ป่าว ไม่ได้ว่าแพทยสภา แต่บอกพวกเครือข่ายหาทางเขมือบน่ะ ....
โดย: ผ่านมาเห็น... [16 ธ.ค. 48 12:28] ( IP A:58.9.237.69 X: )
ความคิดเห็นที่ 33
   แก๊งพวกนี้อินเตอร์ด้วยนะมีทุกชาติทั้งสหรัฐ อังกฤษ ญี่ปุ่น
https://www.aia.org
https://www.avma.org.uk/index.asp
ญี่ปุ่นเอาไว้จะเอามาฝาก
พวกนี้เหี้ ยย จริงๆ
โดย: jjxyz [16 ธ.ค. 48 20:48] ( IP A:61.90.98.131 X: )
ความคิดเห็นที่ 34
   ขอโทษที
https://www.aia.org ขอแก้เป็น https://www.iatrogenic.org
ถ้าเป็นคนไข้ฉีดยาผิดก็คงตายไปแล้ว
โดย: jjxyz [16 ธ.ค. 48 21:25] ( IP A:61.90.98.131 X: )
ความคิดเห็นที่ 35
   ประกาศ นายทุน บริษัทประกัน สำนักงานทนายความ เอ็นจีโอ ส.ส.ส. นักการเมือง น้ำดีและน้ำเสีย ช่วยเอาเงินมาให้เครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์บ้างเหอะ นะน้า สลึงนึงก็ยังดี รับรองจะประโคมข่าวหน้าหนึ่งให้เลย ผมไม่อายหรอกเรื่องรับเงินบริจาคเนี่ย ขอให้ได้จริงๆก็แล้วกัน

.
โดย: LEX [16 ธ.ค. 48 22:37] ( IP A:58.9.176.145 X: )
ความคิดเห็นที่ 36
   คุณดอกรัก น้องสิริมาศ น้องรุ้ง ฯลฯ ไม่ต้องให้นะ เก็บไว้ใช้ยามยากเถอะ จะให้ขอเป็นกำลังใจแทนดีกว่า
โดย: LEX [16 ธ.ค. 48 22:40] ( IP A:58.9.176.145 X: )
ความคิดเห็นที่ 37
    ภาวนา ...ให้มันได้เจอกับตัวเองจริงๆๆ จะได้ซึ้งใจซะที

ความเห็น 36 ไม่ต้องเล่นไสยศาสตร์ก็ได้ ทุกคนในแก๊งเรานี่ เจอกับตัวเองทุกคนแหละ รวมทั้งหมอของเรา ยิ่งโดนหนักกว่าคนอื่นๆเยอะ
.
โดย: LEX [16 ธ.ค. 48 22:43] ( IP A:58.9.176.145 X: )
ความคิดเห็นที่ 38
   นั่นสินะ

เขาไม่รู้อีกหรือว่า พวกเราน่ะ "เดนตาย" ทั้งนั้น
ด่าเราให้เสีย ๆ หาย ๆ น่ะไม่กระเทือนซางหรอก
เพราะพวกเราเสียหายมากกว่านั้นเสียอีก ระวัง
ปากให้ดี ยัวะขึ้นมาจะเสียหายมากกว่านี้
ซิ....จา...บอกให่
โดย: ฉันชื่อผู้เสียหาย [17 ธ.ค. 48 7:44] ( IP A:61.90.21.184 X: )
ความคิดเห็นที่ 40
   ความเห็น 43 ไม่ใช่หมอชัวร์
เดี๋ยวจับไปตอกเสาเข็มที่คุกบางขวางเสียหรอก
โดย: คุณเวร [18 ธ.ค. 48] ( IP A:61.90.71.49 X: )
ความคิดเห็นที่ 41
   ลบไปแล้วความเห็น 43 รำคาญว่ะ
โดย: LEX [18 ธ.ค. 48 2:11] ( IP A:61.91.161.253 X: )
ความคิดเห็นที่ 42
   ให้ทุนบุตรผู้เสียหายทางการแพทย์ได้เข้าเรียนแพทย์ เพื่อทราบสิ่งที่ไม่เคยทราบ
โดย: แพทย์ลำบากใจ [19 ธ.ค. 48 9:38] ( IP A:125.24.6.132 X: )
ความคิดเห็นที่ 43
   ตอนนี้ฝ่ายโรงพยาบาล กับฝ่ายแพทยสภา เล่นแรง ดลพรเอ๋ย...ในห้องนั้น TCC อย่าไปหวังว่าจะมีคนเห็นใจ อาจจะมีแต่น้อยแล้ววางเฉยเสียธุระไม่ใช่ เห็นมีไม่กี่ท่านที่เข้าใจและออกความเห็นบ้าง กลับ
มาบ้านเราดีกว่า อย่าไปที่นั่นอีก ไม่ใช่พวกเรา

ท้ายังไงเขาก็ไม่ออกมาหรอก สิ่งที่เขากลัวคือกลัวหมอด้วยกันเองมองเขาไม่ดี จึงเล่นสกปรกแบบที่ถนัดของพวกเขา เสียดายความรู้ที่ร่ำเรียนมา เอาไปใช้ในทางที่ผิด
โดย: กลับบ้านเรา..รักรออยู่ [19 ธ.ค. 48 12:21] ( IP A:61.91.79.22 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน