ยิ่งกว่านิยาย สลับตัว10ปี คลอดรพ.เดียวกัน พึ่ง "พรทิพย์" พิสูจน์
   ยิ่งกว่านิยาย สลับตัว10ปี คลอดรพ.เดียวกัน พึ่ง "พรทิพย์" พิสูจน์
พ่อแม่เมืองตรัง 2 ครอบครัว ร้องเรียน รพ.ดัง สลับลูกตั้งแต่แรกคลอด ผ่านมา 10 ปี เกิดความสงสัยพาตรวจดีเอ็นเอ "คุณหญิงพรทิพย์" ยันสลับตัวจริง หลังทราบเรื่องเด็กสลด ไม่กล้ามองหน้าพ่อแม่บังเกิดเกล้า แถมหวั่นถูกผลักไส สสจ.-ผอ.โรงพยาบาลเร่งหาทางออก


เรื่องราวการสลับตัวทารกแรกคลอด กว่าพ่อแม่ที่แท้จริงจะรู้ตัวเวลาก็ผ่านไปแล้วกว่า 10 ปี ได้รับการเปิดเผยเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 มกราคม นายอุดมเดช วรรณบวร รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ตรัง นายธนิต ชูเพ็ง ส.อบจ.ตรัง เขต กิ่ง อ.หาดสำราญ ได้นำราษฎร ต.หาดสำราญ 2 ครอบครัว เข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชนว่า เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ได้ไปคลอดลูกที่ รพ.ย่านตาขาว ปรากฏว่า ถูกสลับทารกแรกคลอด กระทั่งเวลาผ่านไปเพิ่งจะมาทราบเรื่อง

สำหรับ 2 ครอบครัวข้างต้น ได้แก่ ครอบครัวของ นายชำนาญและนางประทุม จันทร์ทอง อยู่บ้านเลขที่ 72 หมู่ 9 ต.หาดสำราญ กิ่ง อ.หาดสำราญ จ.ตรัง ได้พา ด.ญ.อรวรรณ จันทร์ทอง หรือน้องหนึ่ง อายุ 10 ขวบ เกิดเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2538 กับครอบครัวของ นายสมเจตน์และนางวันดี บุญอยู่ อยู่บ้านเลขที่ 41/3 ต.หาดสำราญ กิ่ง อ.หาดสำราญ ได้พา ด.ช.จีรวุฒิ บุญอยู่ อายุ 10 ขวบ เกิดเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2538 โดยเด็กทั้งสองกำลังเรียนอยู่ชั้น ป.4 โรงเรียนบ้านหนองสมาน

ทั้งนี้ ครอบครัวของนายชำนาญและนายสมเจตน์เป็นญาติห่างๆ กัน เพียงแต่อาศัยอยู่คนละหมู่บ้าน โดยทั้งคู่บอกว่า เมื่อปี 2538 ภรรยาเกิดเจ็บท้องคลอดลูกในเวลาไล่เลี่ยกัน หลังจากคลอดแล้วแม่ของเด็กก็สลบไป โดยไม่ทราบว่าลูกที่คลอดออกมาเป็นชาย หรือหญิง เมื่อเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทำความสะอาดเสร็จแล้ว จึงพาไปมอบให้ญาติที่รออยู่หน้าห้องคลอด หลังจากรับเอกสารแล้วเดินทางไปที่สำนักทะเบียนราษฎร เทศบาลตำบลย่านตาขาว เพื่อแจ้งเกิดบุตร ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ขอดูเอกสารแล้วทักท้วงว่า ชื่อเด็กกับเพศไม่สอดคล้องกัน ให้กลับไปติดต่อโรงพยาบาลใหม่ เมื่อย้อนกลับไปที่โรงพยาบาล เจ้าหน้าที่คนหนึ่งได้รับเอกสารแล้วขีดฆ่าช่องระบุเพศ โดยไม่มีการตรวจสอบใดๆ

นายชำนาญและนายสมเจตน์ กล่าวว่า หลังจากเจอหน้าเด็กทั้งสองบ่อยครั้งก็รู้สึกสงสัย จากนั้นจึงชวนกันไปตรวจเลือดพิสูจน์ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ตรัง ผลออกมาตรงกับพ่อแม่ของอีกฝ่าย จึงมั่นใจว่าตอนคลอดเด็กทั้งสองที่โรงพยาบาลน่าจะมีการสลับเด็กเกิดขึ้น เนื่องจากตอนคลอดแม่เด็กเจ็บท้องพร้อมกัน และคลอดในเวลาใกล้เคียงกัน ต่อมาวันที่ 1 ธันวาคม 2548 ผอ.รพ.ย่านตาขาว ได้พาทั้งสองครอบครัวพร้อมกับเด็กขึ้นรถไปให้ พ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ รักษาการ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ตรวจพิสูจน์ยืนยันอีกครั้ง

"ผลออกมา พ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ ก็ยืนยันว่า มีการสลับเด็กกันจริง เมื่อกลับมาบ้านก็ได้รับการติดต่อจาก รพ.ย่านตาขาว ว่าพร้อมจะรับผิดชอบค่าเสียหายกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยให้ครอบครัวของผมทั้งสองเรียกร้องมา แต่ก็ไม่ได้เรียกร้องไป ไม่นานโรงพยาบาลก็บอกว่า พร้อมจะชดใช้ค่าเสียหายเป็นทุนการศึกษาให้เด็กทั้งสอง ครอบครัวละ 3 แสนบาท แต่แล้ววันที่ 27 ธันวาคม 2548 โรงพยาบาลก็ติดต่อกลับมาอีก บอกว่าจะไม่รับผิดชอบแล้ว เพราะไม่รู้จะรับผิดชอบเรื่องอะไร เนื่องจากพ่อแม่ของเด็กสลับเด็กกันเอง"

อย่างไรก็ตาม พ่อของเด็กทั้งสองที่ถูกสลับตัวกัน ยืนยันว่า แม้ผลพิสูจน์เลือดจะออกมาแล้วก็ตาม แต่ครอบครัวทั้งสองก็ไม่อยากคิดอะไรมาก เนื่องจากหลังเกิดเรื่อง ก็รู้สึกสงสารและเห็นใจความรู้สึกของลูกที่เลี้ยงดูมา จนถึงขณะนี้ลูกที่แท้จริงก็ไม่กล้ามองหน้าพ่อแม่ที่แท้จริง ขณะที่ลูกที่เลี้ยงดูมาก็เสียใจ กลัวว่าจะต้องถูกพรากไปจากครอบครัวที่ตัวเองอยู่มาตั้งแต่เล็ก แม้ใจจริงอยากได้ลูกกลับคืน แต่สงสารลูก และเด็กก็ยอมรับไม่ได้ มาถึงเวลานี้ก็คงจะต้องเลี้ยงดูกันต่อไป เพียงแต่จะไม่กีดกันให้แต่ละฝ่ายไปมาหาสู่กัน แต่อยากให้โรงพยาบาลรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นด้วย

ด้าน นายธนิต ชูเพ็ง ส.อบจ.ตรัง เขต กิ่ง อ.หาดสำราญ กล่าวว่า ผู้ปกครองของเด็กทั้งสองเข้าร้องขอความเป็นธรรมกับตน เพราะเห็นว่าโรงพยาบาลไม่รับผิดชอบต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ตรงกันข้ามกลับโยนความผิดให้พ่อแม่ของเด็ก ซึ่งเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง และชาวบ้านไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็จะดำเนินการในเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด โดยวันที่ 10 มกราคมนี้ จะนำเด็กทั้งสองพร้อมผู้ปกครองเข้าพบ นายเชิดพันธ์ ณ สงขลา ผู้ว่าฯ ตรัง เพื่อให้ตั้งกรรมการสอบสวนโรงพยาบาลและเรียกร้องค่าเสียหาย เพื่อให้ความเป็นธรรมกับเด็กและครอบครัว

ขณะที่ น.พ.สินไชย รองเดช ผอ.รพ.ย่านตาขาว กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2538 ซึ่งตนยังไม่ได้มารับตำแหน่งที่นี่ จึงให้คำตอบต่อเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ ต้องไปถาม น.พ.วิรัช เกียรติเมธา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง (สสจ.) ซึ่งได้รับทราบปัญหาแล้ว และน่าจะเป็นผู้ที่ให้คำตอบได้ดีที่สุด แต่ยืนยันว่า ในวันไปฟังผลตรวจดีเอ็นเอจาก พ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ ตนเป็นคนพาเด็กทั้งสอง พร้อมพ่อแม่ไปด้วยตนเอง และยืนยันว่า ผลตรวจการพิสูจน์ดีเอ็นเอออกมาว่ามีการสลับเด็กกันจริง

น.พ.สินไชย กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ผู้ปกครองเด็กระบุว่า รพ.ย่านตาขาว จะรับผิดชอบเป็นทุนการศึกษาของเด็กทั้งสอง คนละ 3 แสนบาทนั้น ไม่เป็นความจริง และตนไม่เคยพูดว่า รพ.ย่านตาขาว จะรับผิดชอบต่อเรื่องที่เกิดขึ้น เพียงแต่นายแพทย์สาธารณสุขให้ตนเข้าไปสอบถามพ่อแม่เด็กทั้งสองว่า อยากให้ช่วยทุนการศึกษาเด็กเท่าไรให้บอกมา จะไปหางบประมาณมาช่วยให้ จากนั้นก็ได้รับคำตอบจากพ่อแม่เด็กว่า ต้องการให้ช่วยครอบครัวละ 3 แสนบาท ซึ่งเป็นความต้องการของพ่อแม่เด็ก ไม่ใช่ข้อเสนอของโรงพยาบาลแต่อย่างใด

พ.ญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผอ.ศูนย์สุขภาพจิตที่ 13 กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า เด็กที่ประสบภาวะดังกล่าว จะต้องใช้ระยะเวลาในการปรับตัวนานมาก เนื่องจากระยะเวลา 10 ปี ที่ได้รับการเลี้ยงดูมาจากครอบครัวหนึ่งอย่างใกล้ชิด แม้จะไม่ใช่พ่อแม่ที่แท้จริง ก็ย่อมเกิดความรู้สึกผูกพัน คงต้องใช้เวลาในการปรับตัวอย่างมาก วิธีที่จะดึงเด็กกลับสู่ครอบครัวที่แท้จริงได้ จะต้องอาศัยความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดของ 2 ครอบครัว คือให้เด็กอาศัยอยู่ในครอบครัวเดิมก่อน แล้วให้ทั้งสองครอบครัวผูกสัมพันธ์กัน ไปมาหาสู่กันและทำกิจกรรมร่วมกันบ่อยๆ จนเกิดความเคยชิน และต้องพยายามอธิบายให้เด็กรับทราบเรื่องที่เกิดขึ้น และต้องทำไปจนกว่าเด็กจะเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจและยอมรับในที่สุด

"ระยะแรกเด็กจะสับสน ซึ่งทั้งสองครอบครัวต้องดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด ไม่เช่นนั้นเด็กอาจจะมีปัญหากลายเป็นเด็กก้าวร้าว หรือกลายเป็นเด็กเก็บกดได้ ทั้งสองครอบครัวต้องสร้างความสัมพันธ์กันและต้องยอมรับความเป็นจริง อีกทั้งควรสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ครอบครัว โดยต้องทำทุกอย่างให้เด็กรู้สึกว่า ทั้งสองครอบครัวรักและต้องการเขา" พ.ญ.อัมพร กล่าว

พ.ญ.อัมพร กล่าวด้วยว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงนอกจากความรูสึกเด็กแล้ว ตัวพ่อและแม่เด็กเองอาจจะมีปัญหาด้วย เนื่องจากอาจไม่เคยชินที่เคยเลี้ยงเด็กผู้หญิงมา แต่วันหนึ่งกลับไม่ใช่ลูกตัวเอง และกลับมีลูกชายแทน ส่วนอีกครอบครัวที่เลี้ยงเด็กผู้หญิงมา วันหนึ่งกลับมีลูกผู้ชาย ซึ่งเป็นการสลับขั้วกันครั้งใหญ่คงต้องใช้เวลาในการทำใจให้ยอมรับ ทั้งพ่อ แม่ และเด็ก ต้องให้เวลากันอย่างมากเพื่อปรับตัวเข้าหากันให้ได้
โดย: น่าเศร้าสำหรับเด็กแต่คงแก้ไขได [10 ม.ค. 49 9:30] ( IP A:61.90.100.107 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน