เรื่องของหมอสันต์
   เอามาแปะเพราะอยากแปะ
ความคิดเห็นที่ 1
" ฤๅว่า อุดมการณ์สิไร้ค่า เงินตราคือของจริง "

โดย ปัญญ์ ปิยะอเนก

1

ลมร้อนพัดผ่านมาภายใต้แสงแดดจ้ายามบ่าย ใบไม้ร่วงปลิวว่อนด้วยแรงลมผีหัวกุด ระเบียงทางเดินหน้าตึกอายุรกรรมที่เคยคราคร่ำไปด้วยผู้คนวันนี้ดูเงียบเหงา ชีวิตในโรงพยาบาลรัฐของจังหวัดห่างไกลยังดำเนินต่อไปเหมือนเคย แต่มีบางอย่างที่เปลี่ยนไป

ตอนบ่ายเป็นเวลาเยี่ยมญาติ ญาติผู้ป่วยส่วนใหญ่จึงถือโอกาสหลบร้อนเข้าตึกไปอยู่ข้างเตียงผู้ป่วย เหลือเพียงส่วนน้อยที่นั่งหน้าสลดอยู่บนผืนเสื่อ หรือยืนคอยความหวังด้วยท่าทางกระวนกระวายใจ

ไม่มีใครกล้าสูบบุหรี่เพราะกลัวถูกปรับ ป้ายห้ามสูบบุหรี่บนเสาบ่งบอกราคาค่าปรับเรือนพันบาท เงินสองพันบาทคนก็ยังไม่อยากถูกปรับ แล้วจำนวนเงินที่ฟ้องร้องแพทย์ให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นแสนเป็นล้านบาท ถ้าเกิดแพทย์ไม่กล้ารักษาคนไข้เพราะกลัวถูกฟ้องบ้างคงยุ่งพิลึก

นางสายืนพิงราวระเบียงทางเดินหน้าตึกผู้ป่วย เธอทอดสายตาผ่านสวนหย่อมเขียวสดด้วยหญ้านวลน้อยสลับกับสีชมพูขาวของดอกแพงพวยเข้าไปในหอผู้ป่วย ที่ซึ่งนายอำนาจสามีวัยห้าสิบเจ็ดของเธอนอนไร้สติอยู่บนเตียง

แววตาระทมทุกข์ของนางสาชอกช้ำเพราะร้องไห้ ใบหน้าเปรอะฝ้าของเธอดูแก่เกินวัยห้าสิบปีไปไม่น้อย ผมเผ้ายุ่งเหยิงไม่ค่อยจะเป็นทรง เสื้อคอกระเช้าสีเขียวเผยให้เห็นผิวกร้านแดดของคนสู้งานหนัก แต่ผ้าถุงลายดอกราคาถูกเข้าชุดกับรองเท้าแตะเก่าๆบอกเป็นนัยให้ทราบถึงฐานะในสังคม

สามีของนางสาดื่มสุราจัดมาก เขาดื่มติดต่อกันมาสิบกว่าปี แต่ละวันดื่มสุราขาวไม่น้อยกว่าหนึ่งขวด นับวันหยุดดื่มได้น้อยเต็มที

ต้นปีนี้เธอสังเกตได้ว่าสามีเปลี่ยนไป ตาขาวของเขามีสีเหลืองอร่าม ร่างกายซูบผอมลงผิดตา เท้าทั้งสองข้างบวมจนที่หน้าแข้งกดแล้วบุ๋มลงไป เขาเซื่องซึมลงกว่าเดิมไม่น้อย น่าแปลกที่เมาสุราง่ายขึ้นทั้งๆที่ดื่มน้อยกว่าเคย ไม่กี่เดือนมานี้เธอสังเกตเห็นท้องของเขาโตขึ้นมาก มันโตมากจนเหมือนกับสาวท้องแก่

เธอขอร้องให้นายอำนาจมาพบแพทย์อยู่บ่อยครั้งเมื่อตอนสร่างเมา แต่หลายครั้งเขาปฏิเสธเธอด้วยกำปั้น จนกระทั่งสามเดือนก่อนลูกสาวที่แต่งออกไปอยู่กรุงเทพฯกลับมาเยี่ยมบ้าน คำขอร้องของลูกสาวเพียงคนเดียวของเขา เปลี่ยนใจให้เขายอมมารับการรักษาเป็นครั้งเป็นคราวที่โรงพยาบาล

แต่ถึงอย่างไรนายอำนาจก็ไม่ยอมหยุดดื่มสุรา เขาหายไปจากการนัดติดตามของแพทย์เดือนกว่าแล้ว ครั้งนี้กลับมาด้วยอาการหมดสติ

เกือบเที่ยงวันนี้นางสาพบว่าสามีของเธอสลบไสลข้ามคืน ปลุกกินข้าวก็ไม่ตื่น เธอจึงตามญาติพี่น้องช่วยกันหารถนำนายอำนาจมาส่งโรงพยาบาล หนทางกันดารกว่าจะมาถึงก็เป็นเวลาร่วมบ่ายสองโมงแล้ว

ถึงแม้ว่าสามีจะชอบทำร้ายเธอเสมอเวลาเมา แต่ด้วยความผูกพันที่มีมานาน เธอจึงร้องไห้ฟูมฟายอยู่หน้าตึกผู้ป่วยจนตาบวมช้ำ

นางสาเหลือบไปเห็นหมอสันต์กำลังเดินออกมาจากหอผู้ป่วย จึงรี่เข้าไปหาเพื่อถามไถ่อาการของสามี

“คุณหมอคะ คนไข้ชื่ออำนาจเป็นอย่างไรบ้างคะ คุณหมอช่วยเต็มที่เลยนะคะ” นางสากล่าวด้วยความรู้สึกของของภรรยาที่ไม่อยากสูญเสียสามี

น้ำตาของเธอเริ่มเอ่อท้นขึ้นมา ใบหน้าซีดเซียวแสดงอารมณ์ทั้งวิตกทั้งตระหนก ความเป็นห่วงสามีทำให้เธอเอ่ยปากขอร้องเขาอีก ทั้งๆที่เมื่อครู่ตอนหมอสันต์ตรวจและซักถามประวัติอาการผู้ป่วย เธอก็บอกเขาเช่นนี้มาแล้ว

“เอ้อ ว่าไงนะครับ ป้าเป็นญาตินายอำนาจที่หมดสติมาเมื่อบ่ายนี้ใช่ไหมครับ” หมอสันต์ถามพลางเช็ดเหงื่อ ใบหน้ามีรอยยิ้มที่มุมปาก เขารู้สึกขำๆ ในใจคิดว่าเคยมีคนไข้รายไหนบ้างในชีวิตการเป็นแพทย์ร่วมยี่สิบปีที่เขาดูแลรักษาอย่างไม่เต็มที่

หมอสันต์จำได้ว่า เมื่อครู่ตอนพูดจาซักถามอาการของผู้ป่วยจากเธอ เขาได้บอกเล่าสมมุติฐานเบื้องต้นของโรคแก่นางสาไปแล้ว

เขาขยับแว่นเช็ดขอบตาที่ระคาย พลางสังเกตอัปกิริยาของเธอเพื่อคาดเดาอารมณ์ บ่อยครั้งที่คำตอบเพียงไม่กี่ประโยคทำให้ญาติผู้ป่วยร้องไห้หรือแสดงอาการเสียใจรุนแรงเกินคาดคิด

ประสบการณ์ทำให้เขาระมัดระวังมากขึ้น ระยะหลังเขาเริ่มรู้ซึ้งถึงความหวาดระแวงของแพทย์หลายท่านที่เคยถูกฟ้องร้องมาก่อน การตอบคำถามญาติโดยไม่ได้เตรียมตัวในรายที่ผลการรักษาไม่ดีดังความคาดหวัง อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดหรือความเคืองแค้นของฝ่ายญาติผู้ป่วย ผลที่ตามมาบางทีหมายถึงการฟ้องร้อง

ข้อหาที่แพทย์หลายคนเจอก็คือ ละเมิด ไปจนถึงทำการโดยประมาทอันเป็นเหตุให้ผู้อื่นเป็นอันตรายหรือถึงแก่ชีวิต

ไม่น่าเชื่อว่าจำนวนคดีที่เข้าสู่แพทย์สภาเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณในทุกปี แต่เขาทราบดีว่าไม่ถึงหนึ่งในร้อยคดีที่แ
โดย: [0 3> ( IP )

--------------------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 2
พทย์ผิดจริงๆ มีหลายกรณีที่แพทย์ส่วนใหญ่เชื่อว่าไม่ผิดแต่ต้องกลับต้องจ่ายค่าเสียหาย บางรายตัวเงินมากกว่าสิบเท่าของเงินเดือนแพทย์ตั้งแต่จบออกมารวมกันเสียอีก

“คุณหมอคะ เขาเป็นผัวฉันเอง อาการหนักมากไหมคะหมอ” เธอสอบถามเขาด้วยสายตาวิงวอน

เขาหยุดนิ่งครู่หนึ่งเพื่อคิดทบทวนถึงผลการทำนายโรคของนายอำนาจตามข้อมูลทางการแพทย์ ความวิตกเรื่องความเข้าใจคลาดเคลื่อนของญาติผู้ป่วย ทำให้เขาต้องคิดอย่างรอบคอบ แล้วกลั่นกรองออกมาเป็นภาษาที่เข้าใจง่ายๆ ก่อนพูดอธิบายเกี่ยวกับโรคของผู้ป่วย

จะพูดไปแล้วความสุขในการดูแลผู้ป่วยของเขาลดหายไปเหมือนห้วยแล้งน้ำแห้งขอด ความไม่ไว้วางใจของสังคมได้แผดเผากำลังใจของเขาไปไม่น้อย

“อาการจะดีขึ้นไหมคะหมอ” เธอเริ่มร้อนรน เพื่อนบ้านที่มาด้วยสองคนรี่เข้ามาพยุงแขนเธอเพื่อรอฟังคำตอบของหมอสันต์

“อย่างนี้นะครับคุณป้า นายอำนาจแกดื่มเหล้ามากไปหน่อย ตอนนี้แกยังหมดสติอยู่เลยครับ หมอตรวจพบว่ามีสาเหตุมาจากระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกว่าปกติ จากประวัติเดิมแกมีโรคตับแข็งอยู่แล้วครับป้า คิดว่าอาการหมดสติเกิดขึ้นนานไปหน่อย แบบนี้สมองก็เลยยังไม่ทำงานตามปกติ คงต้องรอดูอาการสักระยะก่อนนะครับ ตอนนี้หมอใส่เครื่องช่วยหายใจไว้ให้แก ถึงอาการหนักแต่ว่าขอให้ใจเย็นๆรอ เรายังมีหวังอยู่ อดทนสักนิดเถอะครับคุณป้า พวกเราจะดูแลแกอย่างเต็มที่ ตอนนี้กำลังให้ยารักษาอยู่นะครับ” หมอสันต์ทั้งอธิบายทั้งพยายามให้กำลังใจนางสาอย่างยากเย็น

เขารู้ดีว่าความหวังของผู้รักษาเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ป่วยรอดชีวิตมามากแล้ว ขณะเดียวกันเขาก็เข้าใจถึงความรู้สึกและความคาดหวังของนางสาเป็นอย่างดี แต่บางทีความคาดหวังของญาติก็ทำเอาผู้รักษาแทบเอาตัวไม่รอดเหมือนกัน

หมอสันต์เปลี่ยนไปไม่น้อย แต่ก่อนแต่ไรเขาเคยพูดคุยอย่างร่าเริงกับญาติผู้ป่วย แต่บัดนี้ทุกอย่างดูเป็นงานเป็นการไปหมด คนที่เคยรู้จักหมอสันต์จะทราบดีว่าจิตวิญญาณที่เคยสุขสงบของเขาหายไป น่าแปลกที่แววตาของหมอสันต์นั้น ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่แตกต่างจากแววตาของนางสาเอาเสียเลย

ถึงอย่างไรเขาก็ตั้งใจรักษานายอำนาจอย่างเต็มที่ เหมือนๆกับผู้ป่วยทุกรายที่อยู่ในความรับผิดชอบของเขา นางสาดูจะมีสีหน้าดีขึ้นกว่าเดิมมาก เขาขอให้เธอกลับไปพักผ่อนก่อน แล้วรอฟังคำอธิบายจากพยาบาลหากว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงที่ต้องแจ้งให้ญาติทราบ

เธอดูผ่อนคลายและขอบคุณเขาก่อนหลบไปพักผ่อนพร้อมกับเพื่อนบ้านที่มาด้วย พวกเธอคุยกันเป็นภาษาถิ่นพอจับใจความได้ว่า จะไปบนบานศาลกล่าวกับเจ้าที่เจ้าทางในโรงพยาบาลเพื่อเป็นการรักษาอีกทาง

แต่หมอสันต์หาได้ผ่อนคลายดังญาติผู้ป่วยไม่ เขากลับต้องมาแบกรับภาระชีวิตของใครคนหนึ่งที่ไม่ได้เป็นญาติเป็นเชื้อแม้สักนิดโดยไม่อาจปฏิเสธ
โดย: เอามาแปะ [8 มี.ค. 49 3:17> ( IP A:203.188.56.3 X: )

--------------------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 3
ก่อนหน้าจะคุยกับนางสาไม่ถึงชั่วโมงมานี้ หมอสันต์ได้ทำการกู้ชีพสามีของเธอ นายอำนาจถูกรักษาที่ห้องฉุกเฉินด้วยอาการ โคม่า

หมอสันต์ได้รับโทรศัพท์จากพยาบาลประจำตึกฉุกเฉินให้รีบมาดูผู้ป่วยรายนี้โดยด่วนเนื่องจากอาการหนัก เขาจึงพักงานที่แผนกผู้ป่วยนอกไว้ก่อนแล้วรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปห้องฉุกเฉิน บ่อยครั้งที่แพทย์ในต่างจังหวัดนั่งเก้าอี้สองตัวในเวลาเดียวกัน เพราะคนไม่พอกับงาน

หมอสันต์ฟังรายงานสรุปจากพยาบาลพร้อมกับตรงเข้ามาที่เตียงผู้ป่วย เขาเขย่าตัวเรียกชื่อนายอำนาจ แต่แล้วแทบผงะ เพราะกลิ่นอาเจียนที่เปรอะตามใบหน้าผสมกับกลิ่นตัวผู้ชายซึ่งไม่ได้อาบน้ำข้ามวันโชยตลบอบอวลชวนคลื่นไส้ แต่กลิ่นหมักของสุราค้างคืนปนกลิ่นหอมเอียนๆชนิดหนึ่งซึ่งระเหยออกมาพร้อมลมหายใจผู้ป่วยกลับช่วยเขาวินิจฉัยโรค

ถึงอย่างไรเขาก็ไม่รีรอ ขณะที่พยาบาลกำลังเช็ดทำความสะอาดให้ผู้ป่วยเขาก็ทำการตรวจร่างกายไปพร้อมเลย นายอำนาจหมดสตินอนสงบนิ่ง ใบหน้ามีหนวดเครารุงรัง แต่มันไม่อาจปกปิดเค้าหน้าโทรมๆเพราะพิษสุรา

หมอสันต์ประเมินระดับความความรุนแรงของโรคทางสมองออกมาเป็น กลาสโกว์ โคมา สกอร์* (Glasgow coma score เป็นการตรวจประเมินภาวะการทำงานของสมองโดยวัดสามด้านได้แก่ ระดับของการสื่อสารด้วยเสียง ระดับการทำงานของระบบการเคลื่อนไหวและระดับของการลืมตามอง แล้วให้คะแนน คะแนนรวมของคนปกติคือสิบห้า อาการหนักที่สุดจะเหลือเพียงสามคะแนน) เขาเปิดเปลือกตาดูพบว่าตาขาวกลายเป็นสีเหลือง จากนั้นลองจับศีรษะกลอกไปมา เขาพบว่าลูกตายังกลอกไปมาได้ จึงลองฉายไฟฉายเพื่อดูที่ตาดำ เขาพบว่าเส้นผ่าศูนย์กลางของรูม่านตามีขนาดเล็กมาก มันมีขนาดเพียงหนึ่งมิลลิเมตรเท่านั้น

เขารีบขอให้ทำการวัดปริมาณน้ำตาลในเลือดด้วยวิธีตรวจเลือดจากปลายนิ้วทันที พยาบาลใช้ปากกาที่มีปลายเป็นเข็มขนาดจิ๋วเจาะปลายนิ้วมือผู้ป่วย เธอหยดเลือดจากนิ้วนายอำนาจลงที่ปลายของแถบวัดค่าเล็กๆ มันกว้างไม่เกินสามมิลลิเมตรยาวสองเซนติเมตร แถบนี้สอดติดกับเครื่องวัดอัตโนมัติขนาดเท่าฝ่ามือ เครื่องมือทันสมัยชนิดนี้สามารถแสดงผลได้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที

ทันทีที่เครื่องตรวจน้ำตาลแจ้งว่า พบปริมาณน้ำตาลในเลือดเพียงสี่สิบห้ามิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เขาสั่งให้กลูโคสเข้มข้นห้าสิบเปอร์เซ็นต์ปริมาตรห้าสิบซี.ซี.เข้าเส้นเลือดดำผู้ป่วย

แต่นายอำนาจยังหายใจช้ามาก อาการหมดสติก็ไม่กระเตื้อง ซ้ำหายใจมีเสียงเสมหะดังครืดคราดตลอดเวลา มันบ่งบอกว่าการหายใจเริ่มจะล้มเหลว หมอสันต์จึงตัดสินใจเรียกทีมกู้ชีพเพื่อใส่ท่อช่วยหายใจทันที ขณะเดียวกันเขาร้องขอให้ติดตั้งเครื่องติดตามการเต้นของหัวใจไปพร้อมกัน

ทีมของเขาก็คือพยาบาลและผู้ช่วยในห้องฉุกเฉินนั่นเอง ทุกคนผ่านการอบรมการกู้ชีพมาอย่างดี อุปกรณ์ต่างๆถูกนำมาเตรียมพร้อมใช้ในเวลาไม่ถึงนาที อุปกรณ์เหล่านี้มีการจัดเตรียมและตรวจสอบความพร้อมก่อนเสมอทุกเวรพยาบาล มันถูกจัดเก็บเป็นหมวดหมู่อยู่ในรถเข็นฉุกเฉิน

หมอสันต์บีบ แอมบูแบ็ก* ซึ่งติดตั้งไว้กับหน้ากากครอบจมูกผู้ป่วยเพื่อช่วยหายใจเป็นจังหวะสม่ำเสมอด้วยมือขวา ส่วนมือซ้ายรวบหน้ากากครอบจมูกให้แนบกับจมูกและปากผู้ป่วย เขาใช้นิ้วเกี่ยวล็อกกับใต้คางบริเวณสันกระดูกขากรรไกรด้วยความชำนาญ (Ambu bag เป็นฃื่อการค้าของอุปกรณ์ช่วยหายใจ มีลักษณะเป็นลูกโป่งนิ่มๆ ปลายลูกโป่งมีข้อต่อไว้ติดกับหน้ากากครอบจมูกหรือท่อช่วยหายใจ ใช้บีบเพื่อนำลมเข้าสู่ทางเดินหายใจ เป็นอุปกรณ์หลักชิ้นหนึ่งในการกู้ชีพ)

พออุปกรณ์และทีมพร้อม หมอสันต์สอดก้านโลหะของ ลาริงโกสโคป* เข้าปากนายอำนาจเพื่อส่องหากล่องเสียง จากนั้นสอดใส่ท่อช่วยหายใจผ่านจากทางปากเข้าสู่หลอดลมนายอำนาจ (Laryngoscope เป็นเครื่องมือทางการแพทย์ชนิดหนึ่ง ใช้ส่องดูกล่องเสียง เครื่องมือชิ้นนี้ประกอบด้วยด้ามจับและก้านโลหะ ส่วนก้านใช้สำหรับสอดเข้าทางปากเพื่อส่องหากล่องเสียง โดยมีไฟส่องสว่างติดอยู่ที่ตัวก้าน ก้านมีหน้าที่กันลิ้นให้พ้นทาง ตัวก้านอาจมีลักษณะโค้งหรือตรงก็ได้)

แพทย์ฝึกหัดทุกคนต้องหัดใส่ท่อช่วยหายใจชนิดนี้จนชำนาญ การฝึกหัดในหุ่นจนคล่องจะช่วยให้การใส่ในผู้ป่วยจริงราบรื่น

เขายังจำได้ว่าครั้งแรกในชีวิตที่ต้องใส่ท่อชนิดนี้ให้กับผู้ป่วยนั้น น่าขำเหลือเกินที่เขาเองกลับแทบเอาชีวิตไม่รอด

ครั้งแรกในชีวิตที่หมอสันต์ได้ใส่ท่อช่วยหายใจให้ผู้ป่วยจริง เขามีอาการมือไม้เย็นเฉียบและตัวสั่นเทิ้มด้วยความตื่นเต้นจนซ่อนไว้ไม่อยู่ จำได้ว่าหัวใจเขาเต้นรัวไม่เป็นส่ำ หัวใจเจ้ากรรมมันเต้นแรงมากจนหน้าอกสะเทือน อาการหูตาลายจู่โจมกระทันหัน จนเกือบไม่ได้ยินคำแนะนำจากแพทย์รุ่นพี่ที่คอยควบคุม ถึงอย่างไรเขาใช้เวลานานสามนาทีกว่าก็ใส่ได้สำเร็จ
โดย: [0 3> ( IP )

--------------------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 4
r>
เมื่อเห็นเขามีเหงื่อโง่ไหลท่วมตัว แพทย์รุ่นพี่ท่านนั้นตบหลังปลอบให้ใจเย็นๆ รอยยิ้มอบอุ่นให้กำลังใจของท่านตราตรึงใจเขามาตลอดชีวิต ภายหลังต่อหน้าผู้คนเขาจึงเรียกขานท่านว่าอาจารย์ด้วยความเคารพ

ผู้ป่วยรายแรกในชีวิตของหมอสันต์รอดชีวิต แต่เขารู้ดีว่าถ้าขืนชักช้างุ่มง่ามกว่านั้น คงมีความสูญเสียใหญ่หลวงเกิดขึ้นต่อผู้ป่วย และความมั่นใจในก้าวแรกของการเป็นแพทย์ของเขาอาจต้องพังทลายลงสิ้น

แต่วันนี้แตกต่างจากวันนั้นโดยสิ้นเชิง เขาเป็นอาจารย์ให้แพทย์ฝึกหัดหลายรุ่นแล้ว การใส่ราบรื่นดีไม่มีบาดแผลหรือความชอกช้ำเกิดขึ้นในช่องคอเลย ท่อถูกสอดผ่านกล่องเสียงไปถึงหลอดลมอย่างนิ่มนวลและรวดเร็ว

อย่างไรก็ตามเสมหะที่คั่งค้างในคอผู้ป่วยพุ่งกระจายออกมาติดหน้ากากใสที่เขาสวม บางส่วนที่มองไม่เห็นอาจเปรอะเปื้อนเสื้อคลุมสีเขียวที่เขาใส่ก่อนลงมือกู้ชีพด้วยก็ได้ ทุกครั้งที่ลงมือกู้ชีพเขาหวังว่าตนเองเสมอว่า จะไม่ติดเชื้อโรคจากการสัมผัสผู้ป่วย แต่บ่อยครั้งเขาอยู่ในความเสี่ยง

มีแพทย์หลายคนนอนไม่หลับหรือเครียดจัดขึ้นมาทันที เมื่อเสมหะหรือเลือดของผู้ป่วยกระเซ็นถูกตัวหรือเข้าตาเพราะอุบัติเหตุ ความกลัวจะติดโรคเอดส์นั้นห้ามไม่ได้ เพราะมันหมายถึงชีวิตทั้งชีวิตต้องล่มสลายถ้าเกิดติดเชื้อร้ายนี้เข้า ซ้ำอาจติดต่อไปยังลูกเมียได้อีก

ความทุกข์ของแพทย์เช่นนี้กว่าจะลุล่วง ก็ต่อเมื่อพิสูจน์ได้ว่าผู้ป่วยไม่ได้เป็นโรคเอดส์ หรือแพทย์ผู้ได้สัมผัสสารคัดหลั่งที่ว่านี้ไม่ติดเชื้อเอดส์ กว่าจะรู้คำตอบนั้น ต้องผ่านห้วงเวลาแห่งความทุกข์ทรมานใจซึ่งยาวนานไม่ต่ำกว่าหกเดือน

หมอสันต์เคยพลาดมาก่อน ประสบการณ์เลวร้ายครั้งนั้นทำให้เขาต้องทนกับฝันร้ายไปร่วมครึ่งปี โชคดีที่เขาไม่ติดเชื้อเอดส์ แต่ไม่มีใครรับประกันได้ว่าฝันร้ายจะไม่เกิดซ้ำขึ้นอีก
โดย: เอามาแปะ [8 มี.ค. 49 3:17> ( IP A:203.188.56.3 X: )

--------------------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 5
หลังจากช่วยกู้ชีพได้ไม่นาน นายอำนาจก็เริ่มดิ้นขลุกขลัก ทำว่าท่าจะรู้สติกว่าเดิม มือไม้เริ่มป่ายปัดไปทั่ว เจ้าหน้าที่ช่วยกันจับแล้วใช้ผ้ารัดข้อมือผูกโยงไว้กับข้างเตียง เขาเริ่มมีอาการไอและทำท่าจะขย้อนท่อช่วยหายใจ เสมหะพรั่งพรูออกมาตามท่อช่วยหายใจ บางส่วนพุ่งกระเด็นไปตามแรงไอ

เจ้าหน้าที่พยาบาลช่วยกันดูดเสมหะที่คั่งค้างออกจากหลอดลม โดยใช้เครื่องดูดเสมหะชนิดสุญญากาศ หลังจากบีบแอมบูแบ็กที่ต่อกับท่อช่วยหายใจอยู่ครู่ใหญ่ หมอสันต์ปรับแต่งระดับความลึกของท่อช่วยหายใจ เมื่อได้ตำแหน่งที่เหมาะสม เขาสั่งให้ใส่ลมสิบซี.ซี.เข้าไปในลูกโป่งที่ด้านนอกของปลายท่อช่วยหายใจ มันใช้ทำระบบปิดของความดันอากาศเมื่อต่อเครื่องช่วยหายใจ เสร็จแล้วจึงสั่งให้ผู้ช่วยยึดท่อไว้กับริมฝีปากด้วยแถบกาวพิเศษ

ในขั้นตอนนี้เขาทราบดีว่าต้องทำด้วยความรอบคอบ มันเป็นการตรวจยืนยันเพื่อป้องกันความผิดพลาด หากว่าท่อช่วยหายใจถูกสอดวางไว้ผิดที่ คือเข้าไปในหลอดอาหารแทนที่จะเป็นหลอดลม มันอาจหมายถึงการสูญเสียชีวิตผู้ป่วย

เคยมีคดีฟ้องร้องอันเกิดจากสาเหตุในเรื่องนี้มาแล้วหลายครั้ง รายหนึ่งที่เขาจำได้ตอนจบแพทย์ได้ไม่นานก็คือ กรณีเด็กนักเรียนผ่าตัดทอนซิลแล้วกลายเป็นเจ้าชายนิทราไปเลย รายนั้นทางแพทย์สภาเชื่อว่าเกิดจากการที่สมองขาดออกซิเจน

ในยุคก่อนนั้นการดมยาสลบทำโดยแพทย์เจ้าของไข้กับพยาบาลที่อบรมมาทางวิสัญญี หลังฉีดยาชักนำให้หลับแล้ว ปรากฏว่าทั้งแพทย์และพยาบาลช่วยกันใส่ท่อช่วยหายใจหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ เพราะคอผู้ป่วยสั้นกว่าปกติ การที่คอสั้นทำให้มองไม่เห็นกล่องเสียง แม้ว่าจะใช้ลาริงโกสโคปขนาดพิเศษแล้วก็ตาม ท่อจึงพลัดเข้าไปในหลอดอาหารแทนที่จะเข้าหลอดลม เป็นผลให้สมองขาดออกซิเจน

แพทย์และพยาบาลก็ได้พยายามใส่ใหม่อย่างสุดความสามารถแล้วแต่ล้มเหลว ผู้ป่วยหยุดหายใจไปนาน แม้ว่าแพทย์จะตัดสินใจผ่าตัดเจาะคอจากด้านนอกบริเวณใต้คอหอยเพื่อใส่ท่อช่วยหายใจให้ทันที แต่ผู้ป่วยก็ไม่ฟื้นคืนสติขึ้นมาอีกเลย

เหตุการณ์เช่นนี้ไม่อาจทำนายล่วงหน้าได้ แน่นอนที่สุดไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้น

อย่าคิดว่ามีแต่ฝ่ายผู้ป่วยเท่านั้นที่กลัวจะเกิดเหตุร้ายถ่ายเดียว แพทย์ที่มีประสบการณ์ยิ่งกลับกลัวหนักกว่าผู้ป่วยหลายร้อยเท่า หลายคนถึงกับเฝ้าภาวนาว่าอย่าให้เกิดเรื่องร้ายๆเช่นนี้ขึ้นกับผู้ป่วยของตนเลย

สิ่งที่ตามมาหลังความสูญเสียก็คือ ความเศร้าเสียใจของทั้งฝ่ายญาติผู้ป่วยและแพทย์ มันสร้างความทุกข์ทรมานใจให้เขาเหล่านั้นไปตลอดชีวิต ถึงหมอสันต์จะเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญเพียงใด ก็อดหวั่นใจมิได้เมื่อนึกถึงเรื่องนี้

หมอสันต์ตั้งสติทบทวนการทำงาน จากนั้นติดตั้งเครื่องช่วยหายใจเข้ากับท่อช่วยหายใจ เครื่องช่วยหายใจหรือปอดเทียมที่เขาใช้เป็นเครี่องอัดอากาศ รูปร่างเหมือนกล่องขนาดย่อมมีสีเขียวใส มองเห็นอุปกรณ์ภายใน มันตั้งอยู่บนก้านขาตั้งเหล็กหล่อ มีสายต่อเข้ากับถังออกซิเจน

เขาปรับแต่งโดยหมุนปุ่มกำหนดความดันอากาศที่อัดเข้าสู่ปอด ปรับความเข้มข้นออกซิเจน ตั้งอัตราการทำงานของเครื่องให้สัมพันธ์กับความพยายามหายใจของผู้ป่วย และปรับระยะเวลาลมหายใจออกให้พอเหมาะกับผู้ป่วยโดยเลียนธรรมชาติ

เครี่องนี้เป็นรุ่นค่อนข้างล้าสมัย เขาจึงต้องสังเกตเสียงการทำงานของเครื่องช่วยหายใจ เพื่อบอกว่าเขาตั้งเครื่องไว้เหมาะกับผู้ป่วยหรือไม่ การนี้ต้องใช้ประสบการณ์ของตนเองล้วนๆแทนอุปกรณ์สมัยใหม่ เขาปรับเครื่องอีกครั้งจนมันทำงานได้เป็นที่น่าพอใจ ประสบการณ์นานปีของเขาทำให้การกู้ชีพเสร็จสิ้นลงในเวลาอันสั้น

ถึงตอนนี้เสื้อซับในของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ อาการปวดหัวตุ๊บๆเพราะความตึงเครียดเกิดขึ้น แต่เขาไม่ได้ใส่ใจเพราะมัวพะวงกับการรักษา

ในระหว่างที่สั่งการรักษา เขามักชำเลืองมองเส้นกราฟสีเขียวจากเครื่องติดตามการเต้นของหัวใจไปด้วยเป็นระยะๆ เพื่อให้มั่นใจว่าการเต้นของหัวใจยังเป็นปกติ

ขั้นตอนการกู้ชีพผ่านไปแล้ว โชคดีที่นายอำนาจไม่มีภาวะหัวใจหยุดเต้น มีเพียงการหายใจล้มเหลวเท่านั้น แต่ถ้าไม่รีบให้การรักษาทันท่วงที ในไม่ช้าคงทรุดหนักสุดจะคาด

กระบวนการรักษาที่ดำเนินมาถึงตรงนี้เป็นเพียงบทเริ่มต้นเท่านั้น ยังมีขั้นตอนการดูแลรักษาอีกยาวเหยียด แต่ละขั้นตอนนั้นมีความซับซ้อนและละเอียดอ่อนมาก ทุกขั้นตอนล้วนแล้วแต่มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ เป็นงานที่ต้องทำอย่างบรรจงประณีตดุจดังวิจิตรศิลป์ อุปกรณ์และยาที่เลือกใช้มีผลการวิจัยทางการแพทย์รองรับ จำเป็นต้องรู้ข้อบ่งชี้และข้อห้ามเป็นอย่างดี สิ่งเหล่านี้ยังต้องเลือกให้ในเวลาที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและผลประโยชน์ของผู้ป่วยเป็นหลักด้วย

เงื่อนไขมากมายเพียงนี้ ผิ
โดย: [0 3> ( IP )

--------------------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 6
ดพลาดครั้งเดียวก็ไม่ได้ เพราะหมายถึงความเป็นตายของผู้ป่วย ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย การทำงานของแพทย์จึงอยู่ภายใต้แรงกดดันมหาศาล ผู้ปฎิบัติงานต้องมีกำลังใจที่มั่นคง

ดังนั้นถ้าเกิดมีความกดดันเรื่องอื่นๆอีกเช่น การจ้องจับผิดเพราะไม่ไว้วางใจ การฟ้องร้อง ความไม่พึงใจของญาติผู้ป่วย หรือเหตุอื่นเหตุใดเข้ามาอีกแรง ประสาทจะแข็งเพียงใดก็ต้องเครียด

ในช่วงวิกฤตของผู้ป่วยนั้นหมอสันต์ไม่เคยรู้ตัวเลยว่า ร่างกายของเขาได้หลั่งสารแอดรีนาลิน อันเป็นสารที่เกิดจากความเคร่งเครียดเข้าสู่กระแสโลหิตมากกว่าปกติเพียงใดในขณะปฏิบัติงาน เพราะจิตใจเขามัวจดจ่ออยู่ที่งานช่วยชีวิตเท่านั้น

สารหลั่งชนิดนี้ออกมาจากต่อมหมวกไต มันมีประโยชน์มหาสารต่อการดำรงอยู่ของมนุษย์ ตั้งแต่ในอดีตกาลจวบจนปัจจุบัน บรรพบุรุษของมนุษย์เมื่อครั้งยังอยู่ในยุคหิน สามารถหนีรอดพ้นจากภยันตรายที่รายล้อมในชีวิต ตราบจนมนุษย์ยุคปัจจุบันสามารถแข่งขันดิ้นรนต่อสู้เพื่อความอยู่รอดในสังคมก็เช่นกัน ล้วนแล้วแต่ต้องใช้สารหลั่งชนิดนี้

สารหลั่งแอดรีนาลินกระตุ้นกระบวนการสร้างพลังงานให้แก่ร่างกาย ทำให้หัวใจสูบฉีดแรงและเร็วขึ้น ความดันโลหิตสูงขึ้น ระบบต่างๆในร่างกายทำงานมากขึ้นอย่างทันทีทันใด ร่างกายพร้อมรับกับสถานการณ์ดีร้ายต่างๆอย่างฉับพลัน

แต่สารหลั่งแอดรีนาลินนี้ก็มีข้อเสีย การหลั่งในปริมาณสูงและโดยเฉพาะผู้ที่มีการหลั่งออกมามากกว่าปกติในระยะเวลายาวนานเพียงใด ยิ่งจะทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้นและในที่สุดอาจเป็นผลทำให้อายุสั้นลงได้

ดังนั้นในขณะที่ความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตของผู้ป่วยเริ่มลดลง ความเสี่ยงต่อโรคหัวใจของหมอสันต์จึงเพิ่มขึ้น เป็นอันว่าในขณะที่ชะตาชีวิตนายอำนาจเริ่มมีโอกาสยืดยาวขึ้นนั้น ชะตาชีวิตของหมอสันต์กลับสั้นลงทุกขณะ เพราะความเครียดเข้าเกาะกินทั้งกายและจิตใจ




มีต่อ


จากคุณ : วรุณนฤมล - [ 21 ก.ย. 48 14:40:44 >






ความคิดเห็นที่ 4

3


อุดมการณ์พาหมอสันต์ก้าวเท้ามุ่งสู่ชนบทหลังจบการศึกษา การเป็นแพทย์ในโรงพยาบาลของรัฐซึ่งมีผลตอบแทนแค่พอเลี้ยงชีพมานานร่วมยี่สิบปี สิ่งที่เป็นเชื้อไฟโหมความมุ่งมั่นรับผิดชอบต่อผู้ป่วยของหมอสันต์ให้ยังดำเนินต่อไปได้ก็คือ ความเมตตากรุณาในจิตใจล้วนๆ

แต่บัดนี้ความหวาดระแวงของสังคมได้เข้าโจมตีวิชาชีพแพทย์อย่างหนัก มันดำเนินไปตามกระแสสังคมอันเชี่ยวกรากชนิดไม่เลือกดีเลือกชั่ว จุดอ่อนอันเปราะบางควรแก่การทะนุถนอมของระบบสาธารณสุขจึงบอบช้ำ ประหนึ่งสาดน้ำราดใส่กองไฟอันคุกรุ่น ในไม่ช้าเปลวไฟแห่งศรัทธาหลายๆดวงคงดับมอดเหลือเพียงเถ้าถ่านอันไร้ค่า

ทุกเรื่องควรมีทางออก แต่กว่าจะมีทางออก เขาและผองผู้ร่วมอุดมการณ์อาจชอกช้ำเกินจะทานทนไปแล้วก็ได้

การทำงานของมนุษย์นั้นมีโอกาสผิดพลาดเกิดขึ้นได้เสมอ หมอสันต์ทราบความจริงประการนี้เป็นอย่างดี จึงตั้งสติคอยเตือนตัวเองทุกครั้งจนเป็นนิสัย พอมีการฟ้องร้องหนักขึ้น ดูเหมือนมันกลับกลายเป็นความหวาดระแวงที่คอยบั่นทอนจิตใจไม่รู้ตัว

บางครั้งพยาบาลผู้ร่วมงานถึงกับแอบนินทาว่าเขาเป็นจอมจู้จี้ แต่นานเข้ากลับกลายเป็นความเห็นใจและศรัทธา พวกเธอรู้ดีว่านี่คือคุณสมบัติที่ดีของอายุรแพทย์

แล้วในที่สุดวาระที่ไม่พึงปรารถนาก็มาเยี่ยมเยียน สามเดือนที่แล้วหมอสันต์ถูกฟ้องร้องเป็นจำเลยร่วมกับโรงพยาบาลข้อหาละเมิด ประมาทเลินเล่ออันเป็นเหตุให้ผู้อื่นเป็นอันตรายแก่กาย ในที่สุดถูกตัดสินให้ชดใช้เงินแก่ผู้เสียหายในจำนวนสูงมากน่าใจหาย

ถึงแม้ว่าการแพ้ยาในกรณีของเขาจะเป็นเรื่องสุดวิสัยบนความปรารถนาดี ผู้ร่วมวิชาชีพต่างแสดงความเห็นใจหมอสันต์ เพราะรู้อยู่แก่ใจดีว่า คนทำงานรักษานั้นยิ่งทำงานมากขึ้นเพียงใดก็ยิ่งมีโอกาสเจอเหตุการณ์คนไข้แพ้ยามากขึ้นเพียงนั้น แต่หมอสันต์ย่อมไม่อาจปฏิเสธได้ว่าไม่เกี่ยวข้อง เพราะมันเป็นผลจากการสั่งการรักษาของเขา ตามบรรทัดฐานทางกฎหมายซึ่งได้เกิดขึ้นดังคดีตัวอย่าง

ไม่น่าเชื่อว่าในขณะนี้ จิตใจของหมอสันต์กำลังรู้สึกเสื่อมศรัทธาในวิชาชีพที่เคยใฝ่ฝันยกย่องมาตั้งแต่วัยเด็ก เพราะรู้สึกว่าตนเองนั้นไร้เกียรติและตกเป็นเป้าโจมตีของสังคม แถมยังต้องทนกับความเสื่อมโทรมของร่างกายและจิตใจที่ร้าวลึกไม่อาจเยียวยา

ชีวิตการทำงานรักษาผู้ป่วยของหมอสันต์นั้น ความเครียดกับความมุ่งมั่นมันอยู่ใกล้กันมากเหมือนคนละด้านของเหรียญ หมอสันต์โชคร้ายที่เหรียญแห่งชะตาชีวิตถูกพลิกโดยกระแสสังคมมาออกทางด้านเลว เขาจึงต้องจมอยู่ในกระแสของความเครียด

การเป็นคนเอาจริงเอาจังและเสียสละชนิดทุ่มสุดตัว กลับสามารถกัดกร่อนจิตใจของมนุษย์ที่เรียกว
โดย: [0 3> ( IP )

--------------------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 7
่าแพทย์เช่นเขาได้เหมือนมีดสองคมไม่มีผิด บาดแผลที่ถูกเชือดเฉือนเพราะความมุ่งมั่นในวิชาชีพถูกประจานต่อสังคมอย่างอุดจาดตา

เขาและเพื่อนร่วมอุดมการณ์ทุ่มเททั้งชีวิตให้กับสังคมชนบท โดยไม่เคยเรียกร้องโอกาสแห่งความมั่งคั่งที่สูญเสียไป แต่สังคมกลับกำลังจ้องหาโอกาสเรียกร้องเงินทองจากพวกเขา ด้วยกลไกที่เรียกว่า การฟ้องร้อง

ใบหน้าแก่เกินวัยดูหมองหม่นเมื่อคำนึงถึงสิ่งที่กฎหมายกำลังดำเนินการกับเขา ทางราชการกำลังไล่เบี้ย เพื่อเรียกเก็บเงินที่ทางการต้องจ่ายให้ผู้เสียหายคืนจากแพทย์ที่เป็นต้นเหตุ

“มัวแต่ทำงานไม่ได้ทำเงิน ตอนนี้เลยเหลือแต่ชีวิต ถ้าทางการต้องการเงินคืน สงสัยคงต้องขายอุดมการณ์มาชดใช้หนี้แล้วมัง” ไม่รู้ว่าหมอสันต์กำลังปลุกปลอบจิตใจตน หรือว่าเย้ยหยันถากถางชีวิตตัวเองกันแน่

“ ฤๅว่า อุดมการณ์สิไร้ค่า เงินตราคือของจริง “


ถ้ามันเป็นจริง หมอสันต์ก็คงเป็นคนที่ ล้มละลายทั้งทางการเงินและจิตวิญญาณ
โดย: เอามาแปะเพราะอยากแปะ [8 มี.ค. 49 3:18> ( IP A:203.188.56.3 X: )
โดย: . [8 มี.ค. 49 12:45] ( IP A:210.86.181.20 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   ขอบคุณมากที่เอามาแปะให้อ่าน

แต่นิยาย ก็คือนิยาย
ความเป็นจริงมักต่างกัน
ข้อเท็จจริงมักถูกบิดเบือนไป

ผู้เขียนคงเป็นนักเขียนมืออาชีพ
โดย: thank\'s [9 มี.ค. 49 1:25] ( IP A:61.90.15.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   นิยายกับเรื่องจริงมันแยกกันไม่ได้หรอกเพราะเรื่องจริงบางทียิ่งกว่านิยาย
โดย: .. [11 เม.ย. 49 21:25] ( IP A:58.136.142.11 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน