เพื่อความโปร่งใส
   เพื่อไม่ให้ใครกล่าวหาว่าทนายหรือเครือข่ายได้ผลประโยชน์จากการช่วยผู้ป่วยฟ้องแพทย์ การรับเงินชดเชยของผู้เสียหายควรเป็นเงินรายเดือนไม่ใช่รับเป็นก้อน โดยรับเงินช่วยเหลือเท่าค่าใช้จ่ายสำหรับดูแลผู้ป่วยรายเดือนเช่น10000บาทต่อเดือน*10ปี
โดย: ปปช [11 ก.ค. 49 21:56] ( IP A:202.129.29.21 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   ผมว่าเครือข่ายไม่ได้รับผลประโยชน์ก็ไม่เห็นจะต้องไปเกี่ยวกับคนไข้ผู้เสียหายอย่างไรในการได้รับคำพิพากษาจากศาล และก็ไม่เห็นจะต้องไปแก้ตัวอย่างไรให้ตัวเองสะอาด เพราะได้รับหรือไม่ได้รับผลประโยชน์ ตัวเองรู้คนเดียวก็พอ คนอื่นจะมองอย่างไรก็ช่างหัวมัน ไม่มีใครมองเครือข่ายดีอยู่แล้ว
ส่วนทนายความเป็นอาชีพเขา ถ้าเขาจะได้รับผลประโยชน์จากคดีก็เป็นเรื่องของเขาไป ถ้าเขาไม่ได้รับผลประโยชน์เขาจะเอาอะไรกิน ในเมื่อเขามีอาชีพทนายความ ถ้าเขาจะมีเหลือไปซื้อรถขี่สักคันก็คงว่าเขาไม่ได้
พอๆกับหมอถึงจะใจบุญยังไงรักษาโรคก็ต้องเอากำไร ไปซื้อข้าวกินไปซื้อรถเบนซ์ขี่จะไปว่าเขาได้ผลประโยชน์จากคนไข้หรือจากความเจ็บปวดเจ็บป่วยของคนไข้ก็คงห้ามเขาไม่ได้
แต่เรื่องรับผลประโยชน์เป็นรายเดือนนี่ก็เห็นด้วยบางส่วน ผมเชื่อว่า ได้เงินไปก็ดูแลเงินทองไม่ได้ เดี๋ยวก็โดนทึ้งหมด
บอกได้คำเดียว ใครมาทำงานช่วยผู้เสียหายนี่รับรองได้มีแต่จ่ายกับจ่ายลูกเดียว เพราะเราไม่มีนโยบายไปขอใครกิน งบก็ไม่มี ไม่เคยขอ เว้นแต่ทนายความ ซึ่งว่าเขาไม่ได้เพราะเป็นอาชีพเขา
ดังนั้นถ้าใจไม่บุญกระเป๋าไม่ถึง ถอยห่างๆจะปลอดภัยกว่า นี่ไม่นับเรื่อเสียเวลา เสียความตั้งใจ ซึ่งไม่รู้จะตีราคาอีกเท่าไหร่
ผู้เสียหายเท่าที่ผ่านๆมา ยากจนหมดเนื้อหมดตัว แถมถูกหลอกอีก ค่ารถ ค่าโทรศัพท์ ค่าถ่ายเอกสารยังไม่มีเลย อย่าว่าแต่บางทีค่าข้าว ค่าเทอมลูกยังไม่มี ก็ได้แต่หยิบยื่นให้กันบ้าง ตามแต่สภาพ กระเป๋าแต่ละคน แต่หลายคนยังเขี้ยวลากดิน ขนาดได้เงินยังเบี้ยวค่าทนายไม่อยากจ่าย ถ้าผมเป็นทนายความ คงต้องฟ้องเอาเงินไปทำบุญถวายวัด รู้งี้ไม่ช่วยก็ดี
อย่าคิดว่า สบายเลยครับ โดยเฉพาะเรื่องเงินทอง บอกตรงๆ เป็นหมอสบายกว่าเยอะ
โดย: jjxyz [13 ก.ค. 49 4:50] ( IP A:58.8.12.172 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ขอบคุณครับ ที่ทำให้หลายๆคน ตาสว่างขึ้น
โดย: LEX [13 ก.ค. 49 10:56] ( IP A:124.121.135.158 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ผมว่าเครือข่ายไม่ได้รับผลประโยชน์ก็ไม่เห็นจะต้องไปเกี่ยวกับคนไข้ผู้เสียหายอย่างไรในการได้รับคำพิพากษาจากศาล และก็ไม่เห็นจะต้องไปแก้ตัวอย่างไรให้ตัวเองสะอาด เพราะได้รับหรือไม่ได้รับผลประโยชน์ ตัวเองรู้คนเดียวก็พอ คนอื่นจะมองอย่างไรก็ช่างหัวมัน ไม่มีใครมองเครือข่ายดีอยู่แล้ว

คุณหมอ jjxyz พูดมาทั้งหมดนั้นไม่เถียงเพราะเป็นเรื่องจริงทั้งสิ้น แต่ก็จำเป็นต้องบอกให้สังคมรับรู้ ไม่ควรปล่อยให้สังคมเข้าใจผิดอย่างที่หมอผู้ใหญ่ในกระทรวงบางท่านพูดให้ร้ายพวกเราในที่ประชุม

สักดอกดีมั้ย หมิ่นประมาท
โดย: มารขาว [13 ก.ค. 49 23:46] ( IP A:58.9.186.203 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   \\" พอๆกับหมอถึงจะใจบุญยังไงรักษาโรคก็ต้องเอากำไร ไปซื้อข้าวกินไปซื้อรถเบนซ์ขี่จะไปว่าเขาได้ผลประโยชน์จากคนไข้หรือจากความเจ็บปวดเจ็บป่วยของคนไข้ก็คงห้ามเขาไม่ได้ \\"

ที่กล่าวมาเป็นเพียงหมอส่วนน้อยมากครับ เดี๋ยวนี้หมอส่วนใหญ่ใช้toyota hondaไม่ก็isuzuครับ
โดย: หมอส่วนใหญ่ [14 ก.ค. 49 8:31] ( IP A:202.149.122.18 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   เวลาผมยกก็ยกที่สุดๆไปเลยชนิดว่าอย่างนี้ก็ยังว่าเขาไม่ได้
การทำการค้าหรือทำคดีหรือทำการรักษาโรค ถ้าคุณคิดราคาตามท้องตลาดก็ว่าคุณไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าคุณคิดแพงสุดๆถ้าคนไข้เขาพอใจก็ว่าคุณไม่ได้อยู่แล้ว ถีงแม้ว่าตามระเบียบจริยธรรมอาจจะยังมีปัญหา
แต่ผมคิดว่า ถึงเขาจะกำไรก็ว่าเขาไม่ได้ มันเป็นอาชีพของเขา เพียงแต่เราคนที่ช่วยเขาต่อสู้ บังเอิญไม่ได้เป็นอาชีพ ช่วยก็เพราะเห็นว่าเขาไม่ได้รับความเป็นธรรม และอาจมีผลดีต่อคนอื่นที่จะตายต่อโดยไม่จำเป็น จึงไม่ได้รับผลประโยชน์ใดๆ และก็โชคดีที่มีอาชีพอื่นอยู่แล้ว ที่ทำนี่ก็สมัครเล่นและอาสาสมัคร
ส่วนทนายความเขาจะไปมีรายได้ คนไข้ผู้เสียหายไม่อยากจ่ายก็ไปทะเลาะกันเองก็แล้วกัน
โดย: jjxyz [14 ก.ค. 49 9:13] ( IP A:58.8.4.132 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน