แม่"น้องเต๋า" พาครอบครัวประท้วงสธ.
   เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 22 มีนาคม 2549

บิ๊ก สธ.ต่อรองจ่ายแค่ 5แสน ปิดปากคุณแม่ 'น้องเต๋า' ด.ช.นิทรา
แฉ “บิ๊กสธ.” ตลบหลัง ต่อรองครอบครัว “น้องเต๋า”-เจ้าชายนิทรา เหยื่อรักษาฟันผุ ขอจ่ายเงินก้อน 5 แสน แลกกับการไม่ยื่นอุทธรณ์ พร้อมจ่ายรายเดือน ๆ ละ 5 พัน หลังถูกศาลพิพากษาให้จ่ายชดใช้กว่า 4 ล้าน “แม่น้องเต๋า” ปัดรับ ตอกกลับ “พวกตีค่าชีวิตคนเป็นตัวเงิน” รันทดถูกยามกระทรวงฯ เก็บข้าวของไล่ที่ไม่ให้ปักหลัก ด้าน “ลีนาจัง” พา “เด็กหัวโต” ร้องเรียนเพิ่มอีกราย

ที่กระทรวงสาธารณสุข เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 21 มี.ค. นางลีนา จังจรรจา ประธานมูลนิธิลีนาจังพร้อมด้วย นายไชยา ปะตังถาเน, น.ส.ทิวากาล อ่อนใย บิดาและมารดาของ ด.ช.ชนายุทธ ปะตังถาเน หรือ "น้องเต๋า" อายุ 6 ขวบ ซึ่งกลายเป็นเจ้าชายนิทรา พิการทางสมองเพราะขาดออกซิเจน หลังรับการรักษาอาการฟันผุที่ รพ.ชุมแสง ใน จ.นครสวรรค์ เมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2546 ได้เดินทางมายื่นหนังสือต่อปลัดกระทรวงฯ เพื่อขอให้ยุติการอุทธรณ์คดีน้องเต๋าหลังศาลพิพากษาให้กระทรวงฯ จ่ายเงินชดใช้ โดยมี พญ.ศรีวรรณา พูดสรรพสิทธิ์ ที่ปรึกษาระดับกระทรวง เป็นผู้รับมอบ

โดยก่อนหน้าศาลจังหวัดนนทบุรีมีคำพิพากษาให้กระทรวงสาธารณสุขจ่ายค่าเสียหายชดใช้ด.ช.ชนายุทธ เป็นเงิน 2.4 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันที่ผัดฟ้อง และจ่ายค่าเสียหายให้ น.ส.ทิวากาล อีก 1,070,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี รวมทั้งให้จ่ายค่าทนายความจำนวน 20,000 บาท รวมเป็นเงิน 4.49 ล้านบาท

ด้านน.ส.ทิวากาล มารดาของน้องเต๋า กล่าวว่า จะปักหลักกินนอนอยู่ที่กระทรวงสาธารณสุขจนกว่าจะได้รับคำตอบจากปลัดกระทรวงสาธารณสุขหรือรัฐมนตรีว่ากระทรวงสาธารณสุขจะไม่อุทธรณ์คดีนี้ เพราะทราบมาว่าทางกระทรวงฯ มีแนวโน้มว่าจะอุทธรณ์จนกว่าคดีจะสิ้นสุดถึงศาลฎีกา

"รู้สึกเสียใจและทุกข์ใจมาก เพราะที่ผ่านมาลูกชายต้องทนทุกข์เวทนาตลอดจนครอบครัวได้รับความทุกข์ยากอย่างแสนสาหัส ทำไมกระทรวงสาธารณสุขต้องยื่นอุทธรณ์เป็นการซ้ำเติมความทุกข์แก่ครอบครัวของดิฉัน ดังนั้นขอให้เห็นแก่มนุษยธรรม ใช้หลักเมตตาธรรม เพราะต่อให้เงินทองกองท่วมหัวก็ไม่สามารถทดแทนความสูญเสียที่ได้รับ" น.ส.ทิวากาล กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

นางลีนา กล่าวว่า เรื่องนี้ตนได้สอบถามกระทรวงสาธารณสุขก็บอกว่าไม่เคยคิดที่ จะอุทธรณ์ แต่พอถามไปทางกระทรวงการคลัง ได้รับคำตอบว่ากระทรวงสาธารณสุขโยนบาปให้ ดังนั้นไม่รู้ว่าจะเชื่อใครดี

ด้านพญ.ศรีวรรณา กล่าวว่า ตอนนี้กระทรวงสาธารณสุขยังไม่ได้บอกว่าจะอุทธรณ์หรือไม่ ซึ่งฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะรับข้อเรียกร้องเพื่อนำไปหารือกันต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้กระ ทรวงสาธารณสุขได้สอบถามไปยังกระทรวงการคลังในฐานะเจ้าของเงินว่าจะต้องทำการอุทธรณ์คดีน้องเต๋าหรือไม่ แต่กระทรวงการคลังไม่ได้ตอบชัดเจนว่าไม่ต้องอุทธรณ์เหมือนกรณีของนางดอกรัก เพ็ชรประเสริฐ บอกแต่เพียงว่าเป็นดุลพินิจของกระทรวงสาธารณสุข ที่จะพิจารณาตัดสินใจ จึงเกิดความสับสนดังกล่าวขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากกรณีของน้องเต๋าแล้ว นางลีนายังได้นำ นางดวงพร พรดำริ อายุ 47 ปี ชาวจ.ราชบุรี พร้อมบุตรสาว "น้องขิม" ด.ญ.กิติยากร พรดำริ อายุ 7 ขวบ ซึ่งมีศีรษะโตเพราะเป็นโรคหัวบาตร หรือ โรคไฮโดรเซฟฟาลัส (Hydrocephalus) ซึ่งมีการคั่งของน้ำไขสันหลังในสมอง เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมและขอความช่วยเหลือจากกระทรวงสาธารณสุข

ต่อมา พญ.ศรีวรรณา ได้มาพูดคุยและเรียกรถพยาบาลจากสถาบันประสาทวิทยามารับตัวไปดูแล โดยชี้แจงว่าเป็นโรคทางพันธุกรรม มิใช่เกิดจากการรักษา อย่างไรก็ตามนางดวงพรยืนยันว่าจะมอบอำนาจให้นางลีนาฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มจากกระทรวงสาธารณสุขว่าเมื่อเวลา 17.30 น. ครอบครัวของ ด.ช.ชนายุทธ ปะตังถาเน หรือ "น้องเต๋า" อายุ 6 ขวบ รวม 3 ชีวิตที่ปักหลักรอคำตอบเกี่ยวกับการยื่นอุทธรณ์ของกระทรวงสาธารณสุขอยู่ที่กระทรวงฯ ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้ามาเก็บข้าวของยังชีพที่เตรียมมา โดยระบุว่าทางผู้บริหารไม่อนุญาตและให้เคลื่อนย้ายไปพักที่ รพ.พระนั่งเกล้าแทน

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังน.ส. ทิวากาล อ่อนใย มารดาของน้องเต๋า ทำให้ทราบว่าได้มีนายพินิจ จารุสมบัติ รมว.สาธารณสุขได้เชิญขึ้นไปเจรจาร่วมกับคณะกรรมการในห้องประชุม พร้อมระบุว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนหนึ่งขอต่อรองให้ตนลดเงินชดเชยลง แลกกับการที่กระทรวงฯ จะไม่ยื่นอุทธรณ์ โดยขอจ่ายเงินชดเชยให้ทั้งสิ้น 5 แสนบาท และจ่ายเป็นรายเดือน เดือนละ 5 พันบาท

"ดิฉันไม่รู้ว่าพวกเขาเห็นชีวิตคนเป็นอะไรกัน เขาอาจจะมองคุณค่าของคนเป็นเงินเพียงหลักหมื่นหลักร้อยเท่านั้นจึงตอบปฏิเสธไป ซึ่งเงินชดเชย 4 ล้านกว่าบาทที่ศาลสั่งให้ชดใช้ ดิฉันยังมองว่าไม่เพียงพอต่อการที่ต้องเสียลูกไป" น.ส.ทิวากาล กล่าวอย่างรันทด

ด้านนายพินิจ กล่าวว่ายังสรุปไม่ได้ว่าทางกระทรวงสาธารณสุขจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่ ขึ้นอยู่ว่าจะสามารถเจรจาต่อรองค่าชดเชยกับครอบครัวของน้องเต๋าได้มากแค่ไหน ส่วนกรณีที่ไม่ให้ปักหลักประท้วงที่กระทรวงฯ เนื่องจากเป็นสถานที่ราชการและมียุงเยอะมาก จึงจัดให้ไปพักที่รพ.แทน.
โดย: เครือข่ายฯ [22 มี.ค. 49 11:48] ( IP A:58.8.53.94 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   จากไทยรัฐ ฉบับวันที่ 22 มีนาคม 2549

สธ.กลับลำช่วยเหลือ น้องเต๋าเหยื่อหมอฟัน

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 21 มี.ค. น.ส.กอบพร วงศ์คำ ทนายความ นางลีนา จังจรรยา ประธานมูลนิธิลีน่า จัง พร้อมด้วยนายไชยา ประตังถาเน อายุ 34 ปี นางทิวากาล อ่อนใย อายุ 35 ปี พา ด.ช.ชนายุทธ หรือน้องเต๋า ประตังถาเน อายุ 6 ขวบ บุตรชายซึ่งกลายเป็น เจ้าชายนิทราหลังพาไปรักษาฟัน กับทันตแพทย์หญิงวลีพรรณ วีระพงษ์ ที่ รพ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ เมื่อปี 2546 เดินทางมาที่กระทรวงสาธารณสุข เพื่อขอให้ทาง กระทรวงยุติการยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลแพ่งที่ให้ชดใช้เงิน 4.49 ล้านบาท เนื่องจากฐานะทางบ้านยากจน และบุตรชายต้องการเงินมารักษาพยาบาลอย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้ นางทิวากาล แม่ของ “น้องเต๋า” กล่าวทั้งน้ำตาคลอเบ้าว่า ทางกระทรวงการคลังได้เสนอให้ทาง สธ. พิจารณาใน 3 ประเด็นคือ 1. หากเป็นข้อผิดพลาดในการรักษาจริงก็ให้เร่งชดใช้เงินดังกล่าว และตั้งกรรมการสอบสวนเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้อง 2. หากเห็นว่าวงเงินชดใช้สูงเกินความเป็นจริงให้ สธ.เสนออุทธรณ์เฉพาะประเด็นวงเงินที่สูงเกินไป และเร่งชดใช้เงินส่วนที่ผู้เสียหายควรจะได้รับทันที และ 3. หากเห็นว่ามีข้อเท็จจริงที่จะสามารถโต้ แย้งยืนยันได้ว่าไม่ใช่ความผิดพลาด ในการรักษาก็ให้ยื่นอุทธรณ์เพื่อให้ศาลสูงพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง “ดังนั้น ตนจึงขนสมาชิกในครอบครัวมาปักหลักรอฟังคำตอบของกระทรวง โดยจะพักอยู่ในชั้นล่างของสำนักงานปลัดกระทรวง จนกว่าจะได้คำตอบที่แน่ชัดในเรื่องดังกล่าว” นางทิวากาลสรุปทิ้งท้าย

ต่อมาเวลา 17.00 น. วันเดียวกัน นายพินิจ จารุสมบัติ รมว.สาธารณสุข ซึ่งเดินทางมาร่วมประชุมคณะกรรมการควบคุมการบริโภคยาสูบแห่งชาติ ได้พบปะกับครอบครัวของ ด.ช.ชนายุทธประมาณ 10 นาที เพื่อสอบถามถึงจุดประสงค์ที่มาประท้วง โดยช่วงหนึ่งของการสนทนานายพินิจได้เชิญ น.ส.กอบพรและนางทิวากาลไปพูดคุยเป็นการส่วนตัว โดยขอเจรจาต่อรองเงินชดเชยค่าเสียหายจาก 4.49 ล้านบาท เหลือเพียง 2 ล้านบาท แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ นายพินิจจึงขอตัวเดินเข้าห้องประชุมทันที

ต่อมาเวลา 19.00 น. นายพินิจ จารุสมบัติ รมว. สาธารณสุขได้กล่าวภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมว่าได้ ปรึกษากับทางทนายความและคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องแล้วได้ข้อสรุปว่า ทาง สธ.จะจ่ายเงินให้ครอบครัวของน้องเต๋าทันที 5 แสนบาท จากนั้นจะจ่ายเงินช่วยเหลือรายเดือน เดือนละ 5,000 บาทจนกว่าน้องเต๋าจะเสียชีวิต หากตกลงตามนี้ทาง สธ.ก็จะไม่ยื่นอุทธรณ์อีกต่อไป ในส่วนของน้องเต๋าซึ่งมีสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง ทาง สธ.จะรับดูแลโดยจัดให้อยู่ที่ รพ.พระนั่งเกล้าจนกว่าจะเดินทางกลับบ้านที่ จ.นครสวรรค์

ด้านนางทิวากาลและ น.ส.กอบพร ทนายความได้ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว และจะยื่นอุทธรณ์สู้เรียกร้องค่าเสียหายตามจำนวนเดิมที่เคยยื่นฟ้องตั้งแต่แรกคือ 12 ล้านบาทแทนที่จะรับเงิน 4.49 ล้านบาทตามที่ศาลชั้นต้นตัดสิน อย่างไรก็ตาม นางทิวากาลยอมรับข้อเสนอที่ให้พาน้องเต๋าไปพักที่ รพ.พระนั่งเกล้า โดยทุกวันจะเดินทางมาประท้วงที่ สธ.จนกว่าจะได้ข้อยุติ และในวันที่ 23 มี.ค. จะไปประท้วงที่กระทรวงการคลังด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากรายของน้องเต๋าแล้ว ยังมีผู้ได้รับผลกระทบจากการรักษาของแพทย์อีก 2 รายเดินทางมาร้องทุกข์เช่นกัน โดยนายวันเฉลิม พรดำริ ชาวบ้าน จ.ราชบุรี ได้พา ด.ญ.กิติยากร พรดำริ หรือน้องขิม บุตรสาววัย 7 ขวบ เข้าร้องทุกข์โดยระบุว่าน้องขิมมีอาการศีรษะบวมโตขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นคนพิการ สาเหตุคาดว่าน่าจะมาจากการฉีดยาผิดของแพทย์ที่ รพ.ศูนย์ราชบุรีเมื่อปี 2542 อย่างไรก็ตาม ทาง พ.ญ.ศรีวรรณา พูลสรรพสิทธิ์ ที่ปรึกษากระทรวงสาธารณสุขระดับ 10 ด้านเวชกรรมได้ออกมาชี้แจงว่าน้องขิมป่วยเป็นโรคหัวบาตรหรือโรคไฮโดรเซฟาลัส หรือโรคช่องน้ำไขสันหลังอุดตัน ทำให้มีน้ำไปคั่งในสมอง ได้ประสานส่งตัวน้องขิมไปรักษาที่สถาบันประสาทวิทยาต่อไป อีกรายนางกาญจนา เกษกลาง ชาวบ้านใน จ.ตราด ได้พานายเสน่ห์ เกษกลาง สามีที่พิการเป็นอัมพาต สมองตาย โดยระบุว่าสามีไปผ่าฝีที่ขาใน รพ.ชลบุรีเมื่อ 7 เดือนก่อน หลังจากผ่าตัดสามีก็มีสภาพดังกล่าว ทางมูลนิธิลีน่า จังได้รับเรื่องไว้เพื่อดำเนินการต่อไป
โดย: copy มาฝาก [22 มี.ค. 49 11:50] ( IP A:58.8.53.94 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   พ่อแม่น้องเต๋าอุ้มลูกบุกสธ. ปักหลักรอคำตอบไม่อุทธรณ์

พ่อแม่น้องเต๋าอุ้มลูกบุกสธ. ปักหลักรอคำตอบไม่อุทธรณ์

กรณีที่มีข่าวว่ากระทรวงสาธารณสุขจะยื่นอุทธรณ์หลังจากศาลชั้นต้นสั่งให้ชดเชยค่าเสียหาย 4.49 ล้านบาท ให้แก่ ด.ช.ชนายุทธ ปะตังถาเน (น้องเต๋า) อายุ 6 ขวบ และ น.ส.ทิวากาล อ่อนใย อายุ 35 ปี มารดา จากความผิดพลาดในการรักษาอาการฟันผุที่ รพ.ชุมแสง ต.เกยไชย อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ จนทำให้บุตรชายกลายเป็นคนพิการเพราะขาดออกซิเจนระหว่างการรักษานั้น

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม น.ส.ทิวากาลพร้อมด้วยสามี นายไชยา ปะตังถาเน ได้นำน้องเต๋า มายังอาคารสำนักปลัด กระทรวงสาธารณสุข เพื่อขอความเป็นธรรมไม่ให้กระทรวงสาธารณสุขสั่งอุทธรณ์ พร้อมเขียนป้ายข้อความว่า "จะสู้อีกกี่ปีคดีจะจบ เห็นเราทุกข์ไม่พออีกหรือ โปรดเอาเมตตานำกฎหมาย" และ "ครอบครัวเราทุกข์มานานแล้ว ท่านประเมินค่าน้องเต๋าไว้เท่าไหร่"

นางทิวากาลกล่าวว่า มาเพื่อขอความเมตตาจากปลัดกระทรวงสาธารณสุขและจะปักหลักอยู่ที่นี่จนกว่ากระทรวงจะยอมไม่ยื่นอุทธรณ์ต่อไป

นายพินิจ จารุสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่าการอุทธรณ์ขึ้นอยู่กับกระทรวงการคลัง แต่จะเยียวยาช่วยเหลือไปตามหลักมนุษยธรรม ถือเป็นกรณีที่น่าเห็นใจ ถ้าแม่น้องเต๋าขอพบเพื่อขอความเป็นธรรมให้กระทรวงสาธารณสุขไม่ยื่นอุทธรณ์นั้นก็ยินดีที่จะให้พบได้ และพร้อมช่วยเหลือเท่าที่ทำได้ ทั้งนี้ เรื่องนี้เป็นปัญหาและต้องเห็นใจทันตแพทย์ด้วย เพราะมีเจตนาที่ดีจะรักษาให้

มติชน 22 มีนาคม 49
โดย: ok [25 มี.ค. 49 23:37] ( IP A:61.91.79.66 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน