ไตหายไปไหน...?
    ข้าพเจ้านางเกษร พุ่มแจ่ม อายุ 43 ปี ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 41 ปี ข้าพเจ้ามีสุขภาพที่แข็งแรงดี ทำงานประกอบอาชีพเย็บผ้าได้เป็นอย่างดีไม่เคยเจ็บป่วยอย่างรุนแรงมาก่อน

24 ธันวาคม 2548
ข้าพเจ้าประสบอุบัติเหตุจากการนั่งรถ 2 แถวเฉี่ยวชนกับรถบรรทุก 10 ล้อ แต่ไม่รุนแรง ข้าพเจ้าโดนข้อศอกของผู้โดยสารอื่นกระแทกท้อง มีอาการจุก เข้ารักษาตัวที่รพ.กรุงเทพ-พระประแดง ผลจากอัลตร้าซาวด์อวัยวะภายในปกติ ไตทั้ง 2 ข้างอยู่ครบปกติดังภาพที่เห็น ไม่มีเลือดออกตกค้างในช่องท้อง และไม่ได้ทำผ่าตัดใด ๆ ทั้งสิ้น

(ระยะเวลาที่พบว่ามีไตครบ 2 ข้างกับวันที่ผ่าตัด ห่างกัน 7 เดือน)

กรกฎาคม 2549 ข้าพเจ้ามีอาการปวดรุนแรงบริเวณท้องน้อยบ่อย ๆ จึงไปตรวจที่ รพ.กรุงธน 2 ผลการตรวจพบช็อคโกแล็ตซีสต์บริเวณ ใต้รังไข่ด้านขวา

9 สิงหาคม 2549
แพทย์ รพ.กรุงธน 2 ทำการผ่าตัดเอาซีสต์และเลาะพังผืดในช่องท้องออก มีแผลผ่าตัดบริเวณท้องน้อยยาวประมาน 10 ซม. ใช้เวลาผ่าตัดประมาน 1 ชม. โดยการฉีดยาชาบริเวณไขสันหลัง ข้าพเจ้าพักฟื้นอยู่ในรพ. 5 วัน และกลับไปรักษาตัวต่อที่บ้านอีก 1 เดือน

หลังการผ่าตัดข้าพ ระหว่างพักฟื้น 1 เดือนกับ 5 วันนั้นข้าพเจ้ามีอาการปวดแผลผ่าตัด ปวดหลังปวดเอวเอวร้าวมาถึงขาตลอดเวลา หน้ามืดวูบเป็นระยะ ทุกข์ทรมานมาก ปวดทั้งแผลผ่าตัดกับปวดหลังปวดเอว แพทย์ได้ให้ยาแก้อักเสบ ยาลดไข้ ยาแก้ปวด ไปกินต่อที่บ้าน

หลังจากพักฟื้นครบ 1 เดือน อาการก็ยังไม่ดีขึ้น ร่างกายอ่อนแอและผ่ายผอมลงอย่างผิดปกติ แต่ก็ต้องจำใจกลับเข้าทำงานเพราะกลัวถูกให้ออกจากงาน ครอบครัวจะลำบาก ระหว่างทำงานเดือนแรกมีประจำเดือนไหลออกทั้งเดือน อาการเจ็บปวดเอวด้านหลัง ปวดร้าวมาจนถึงหน้าขา และหน้ามืดวูบเป็นระยะ ๆ แพทย์ให้ยาแก้ปวด แก้อักเสบ และยาลดไข้ กลับไปกินที่บ้าน

เมื่อข้าพเจ้ากลับไปพบแพทย์ที่รพ.กรุงธน 2 แพทย์ตรวจแล้วบอกว่าอาจเป็นผลข้างเคียงของการผ่าตัด ให้ยาแก้ปวด แก้อักเสบ และยากลดไข้ ยาบำรุงเลือดกลับไปกินต่อที่บ้านเหมือนเดิม บางครั้งที่ยาลดไข้ยังเหลือแพทย์ก็ไม่จ่ายให้ ให้ใช้ยาเดิม

ต่อมาไม่นาน รพ.กรุงธน 2 ยกเลิกการรักษาผู้ป่วยประกันสังคม ข้าพเจ้าไปใช้สิทธิ์ที่รพ.บางปะกอก 3 แทน

( หมายเหตุ หลังการผ่าตัดข้าพเจ้าได้ตรวจร่างกายประจำปีกับทางโรงงาน 2 ครั้ง โดยรพ.บางกอก 9 ผลการตรวจพบโปรตีนกับเม็ดเลือดแดงรั่วทางปัสสาวะสูงทั้ง 2 ครั้ง ซึ่งการตรวจร่างกายประจำปีก่อนจะทำการผ่าตัดนั้นผลไม่เคยพบว่ามีโปรตีนและเม็ดเลือดแดงรั่วทางปัสสาวะแต่อย่างใด)

ต่อมาข้าพเจ้าไปรักษาตัวที่รพ.บางปะกอก 3 หลายครั้ง โดยแจ้งให้แพทย์ทราบถึงผลการตรวจร่างกายประจำปีกับทางโรงงานด้วย แพทย์สงสัยว่าไตจะมีปัญหา นัดเจาะเลือด นัดตรวจปัสสาวะ ได้ให้ยาขับปัสสาวะ ยาแก้อักเสบ ยาลดความดันกลับไปทานที่บ้าน แต่อาการของข้าพเจ้าไม่ดีขึ้นแย่ลงเรื่อย ๆ ร่างกายผ่ายผอม

กลางเดือนพฤษภาคม 2551 มีอาการหน้ามืดและปวดร้าวไปทั้งตัว แพทย์รพ.บางปะกอก 3 นัดให้ไปทำอัลตร้าซาวด์

(ระยะเวลาจากวันผ่าตัดถึงวันที่พบว่าไตขวาหายไป จาก 9 ส.ค.49 – 10 มิ.ย. 51 รวม 1 ปี 6 เดือน)

10 มิถุนายน 2551 รพ.บางปะกอก 3 ได้ทำอัลตร้าซาวด์ ผลพบว่าไตข้างขวาไม่มี เหลือไตซ้ายข้างเดียวและเสื่อมมากทำงานได้ไม่เต็มที่ จึงส่งผลต่อร่างกายดังกล่าว

ข้าพเจ้าสงสัยว่าไตข้างขวาหายไปได้อย่างไร จึงไปขอดูประวัติที่รพ.กรุงเทพพระประแดง ได้ขอผลอ่านพร้อมฟิล์มอัลตร้าซาวด์ ซึ่งก็พบว่าไตทั้ง 2 ข้างอยู่ครบ

ข้าพเจ้าจึงสงสัยว่าไตหายไปได้อย่างไร เกี่ยวข้องการรักษาผ่าตัดที่รพ.กรุงธน 2 หรือไม่
โดย: นางเกษร พุ่มแจ่ม [20 ก.ค. 51 7:11] ( IP A:58.9.188.230 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
    แพทยสภาไม่ค่อยให้ความสำคัญสิ่งที่ข้าพเจ้าพูด ข้าพเจ้าเป็นคนบ้านนอกความรู้เพียงป.4 จะไปเถียงสู้อะไรเขาได้ แล้วเขาก็แถลงข่าวว่าน่าจะเกิดจากสาเหตุ

1.ไม่มีไตข้างขวาตั้งแต่กำเนิด

2.มีการฝ่อไปของไตขวาเนื่องจากอาการไตวาย ซึ่งภายใน
ระยะเวลา 2 ปี ก็สามารถฝ่อเล็กลงไปได้เช่นกัน

3.การอ่านผลการตรวจอัลตราซาวนด์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 ธ.ค.2548
ของโรงพยาบาลกรุงเทพพระประแดง เกิดการผิดพลาด ซึ่งหากผิด
จริงถือว่า มีความผิดฐานรักษาไม่ได้มาตรฐานด้วย

4.ไตขวาของ นางเกษร ถูกขโมยและหายไปจริง ๆ


แพทยสภาไม่ให้ความสำคัญกับการผ่าตัดที่รพ.กรุงธน 2 รวมทั้งอาการของข้าพเจ้าหลังผ่าตัดเลย
โดย: นางเกษร พุ่มแจ่ม [20 ก.ค. 51 8:42] ( IP A:58.9.188.230 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   วันที่ 15 ก.ค.51
หลังจากเป็นข่าวทางนสพ.ไทยรัฐ ทางรพ.กรุงธน 2 พยายายามให้ข้าพเจ้ากลับไปตรวจร่างกายที่เขาอีก แต่ข้าพเจ้ากลัวไม่กล้าไป จากนั้นอีกประมาน 10 นาทีมีคนของกองการประกอบโรคศิลป โทรว่าจากกระทรวงสาธารณสุข จะมารับตัวไปตรวจที่ รพ.ราชวิถี เขาบอกว่าไปตรวจและทำทีซีแสกนจะรู้ผลเลยทันที

ข้าพเจ้าอุ่นใจจึงไปกับเขา พอไปถึงตรวจร่างกายและทำทีซีแสกนเสร็จ ทางกองประกอบฯ ก็ขอตัวกลับบอกว่าเป็นหน้าทีของ รพ.ราชวิถีแล้ว จากนั้นมีหมอคนหนึ่งไม่ทราบชื่อมาถามข้าพเจ้าว่ามาทำอะไร ใครเป็นคนพามา ทำไมมาที่นี่ เกิดอะไรขึ้น ข้าพเจ้าเล่ารายละเอียดให้เขาฟัง เขาจดและเดินจากไป ข้าพเจ้ารอ 1 ชั่วโมงมีพยาบาลบอกให้กลับบ้านได้ ข้าพเจ้าขอฟิล์มและผลอ่านฟิล์ม เขาบอกว่าผลยังไม่ออก เพราะคนอ่านผลกลับบ้านไปแล้ว (เวลานั้นประมานบ่าย 3 โมง) ขอสำเนาฟิล์มเขาก็ไม่ให้บอกว่าเป็นสมบัติของโรงพยาบาล อยากทราบผลให้โทรไปที่นพ.ธารา ผอ.กองประกอบฯ
โดย: นางเกษร พุ่มแจ่ม [20 ก.ค. 51 9:34] ( IP A:58.9.200.184 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   วันที่ 16 กรกฎาคม 2551
เวลาบ่าย 2 โมง ทางรายการสถานีประชาชน-TPBS เชิญข้าพเจ้าไปออกรายการพร้อมพี่อุ้ย ปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ ซึ่งมีนพ.อำนาจ กุศลานันท์ เลขาธิการแพทยสภาเข้าสายร่วมรายการด้วย นพ.อำนาจเชิญให้ไปที่แพทยสภา ข้าพเจ้าเคยได้ยินกิตติศัพท์ของแพทยสภามาบ้างว่าเข้าข้างแพทย์ด้วยกัน แต่พี่อุ้ยบอกว่าเขาเชิญก็ต้องไป เผื่อจะจบเรื่องได้เร็ว และหาคนมาช่วยต่อชีวิตที่เหลือของข้าพเจ้าให้ยืนยาวได้ ต้องเอาชีวิตก่อนเป็นสำคัญ เรื่องสอบสวนมอบให้เป็นหน้าที่แพทยสภา

5 โมงเย็น พี่อุ้ยได้พาข้าพเจ้าและญาติไปถีงแพทยสภา ในห้องประชุมมีนพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา-นายกแพทยสภา, นพ.อำนาจ กุศลานันท์-เลขาธิการแพทยสภา, นพ.ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย-รองเลขาธิการแพทยสภาฝ่ายกฎหมาย, นพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ รองเลาขาธิการแพทยสภา และคนอื่น ๆ อีกหลายคน พร้อมผู้สื่อข่าว

แพทยสภาไม่ให้ความสำคัญสิ่งที่ข้าพเจ้าพูด ข้าพเจ้าเป็นคนบ้านนอกความรู้เพียงป.4 จะไปเถียงสู้อะไรเขาได้ แล้วเขาก็แถลงข่าวว่าน่าจะเกิดจากสาเหตุ

1.ไม่มีไตข้างขวาตั้งแต่กำเนิด

2.มีการฝ่อไปของไตขวาเนื่องจากอาการไตวาย ซึ่งภายในระยะเวลา 2 ปี ก็สามารถฝ่อเล็กลงไปได้เช่นกัน

3.การอ่านผลการตรวจอัลตราซาวนด์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 ธ.ค.2548 ของโรงพยาบาลกรุงเทพพระประแดง เกิดการผิดพลาด ซึ่งหากผิดจริงถือว่า มีความผิดฐานรักษาไม่ได้มาตรฐานด้วย

4.ไตขวาของ นางเกษร ถูกขโมยและหายไปจริง ๆ

แพทยสภาไม่ให้ความสำคัญกับการผ่าตัดที่รพ.กรุงธน 2 รวมทั้งอาการของข้าพเจ้าหลังผ่าตัดเลย ทำให้ข้าพเจ้าเริ่มไม่วางใจแพทยสภา จากนั้นนพ.สมศักดิ์ ได้สั่งให้นพ.สัมพันธ์ ติดต่อรพ.รามา เพื่อนำข้าพเจ้าไปตรวจ MRI (เอกซ์เรย์คอมพิวเตอร์) แต่นพ.สัมพันธ์ ติดต่อศูนย์ MRI ของเอกชนแทน

เย็นวันเดียวกันนั้น ทางสถานีตำรวจราษฎร์บูรณะ เรียกตัวข้าพเจ้าไปสอบสวนเพิ่มเติม เนื่องจากท่านนจงรักรองผบตร. สั่งให้รีบรับแจ้งความ แต่พี่อุ้ยบอกว่าในเมื่อเราขอให้แพทยสภาตรวจสอบ เราควรให้เกียรติเขา ให้ข้าพเจ้าบอกตำรวจให้ชะลอการรับแจ้งความ เพื่อให้ดูผลทางแพทยสภาก่อน (ก่อนหน้านั้นตำรวจได้ลงบันทึกประจำวันเอาไว้)
โดย: นางเกษร พุ่มแจ่ม [20 ก.ค. 51 9:37] ( IP A:58.9.200.184 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   17 ก.ค. 51
นพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ – รองเลขาธิการแพทยสภา ไปรับตัวข้าพเจ้าและญาติ ไปทำ MRI ของเอกชนที่ประชาชื่น พี่อุ้ยไม่ได้ไปด้วยเพราะให้เกียรติแพทยสภา ระหว่างที่ข้าพเจ้าพักฟื้นอยู่ชั้นสอง นพ.สัมพันธ์ได้แถลงข่าวว่า จึงสันนิษฐานได้ว่า ไตข้างขวาของนางเกษร ไม่เจริญเติบโตมาตามปกติตั้งแต่กำเนิด และไม่มีการผ่าตัดเอาไตออกไป เมื่อข้าพเจ้าขอฟิล์มและซีดีพร้อมผลอ่านฟิล์ม เขาให้แต่ฟิล์มและซีดี แต่ผลอ่านเขาบอกว่าผลยังไม่ออกอ่านยังไม่เสร็จ ในเมื่อผลยังไม่ออกทำไมนพ.สัมพันธ์ถึงรีบแถลงข่าว

ข้าพเจ้าเสียใจที่นพ.สัมพันธ์ รีบแถลงข่าวทั้งที่ยังไม่ได้รายละเอียดที่ครบถ้วนจากข้าพเจ้า และยังไม่ได้สอบสวนให้ครบถ้วนกระบวนความ อีกทั้งยังมีการให้ข่าวว่า ผล MRI ตรงกับผลของราชวิถี ทั้งที่ผลของทั้ง 2 ที่ก็ยังไม่ออก และทำไมไม่ให้ข้าพเจ้ามีส่วนได้รับรู้ด้วย อีกทั้งยังบอกว่าการอ่านผลของรพ.กรุงเทพพระประแดงอาจผิดพลาดด้วย

แพทยสภาด่วนแถลงข่าวฝ่ายเดียว ระหว่างที่นั่งรถกลับบ้านได้ยินนพ.สัมพันธ์ พูดโทรศัพท์ตลอดเวลาว่า เคลียร์แล้ว ๆ เรียบร้อยแล้ว
โดย: นางเกษร พุ่มแจ่ม [20 ก.ค. 51 9:38] ( IP A:58.9.200.184 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
    ทำไมแพทยสภาไม่เรียกแพทย์ของรพ.กรุงเทพพระประแดง ผู้อ่านฟิล์มอัลตร้าซาวด์ครั้งแรกมาชี้แจง เพราะหนึ่งในทีมที่รักษาข้าพเจ้าคือนพ.วิสูตร ฟองศิริไพบูลย์ ซึ่งเป็นกรรมการแพทยสภาด้วย

ทำไมแพทยสภาไม่ให้ทางรพ.กรุงธน 2 ผู้ซึ่งเป็นคู่กรณีเป็นคนแถลงข่าว ทไมแพทยสภาทำหน้าที่เหมือนเป็นตัวแทน รพ.กรุงธน 2 ตัวเหมาะสมแล้วหรือ จนถึงทุกวันนี้ทำไมทางรพ.กรุงธน ถึงได้เงียบ
โดย: นางเกษร พุ่มแจ่ม [20 ก.ค. 51 9:39] ( IP A:58.9.200.184 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   คืนวันที่ 17 ก.ค. 51
ข้าพเจ้าไปออกรายการ “ตาสว่าง” ร่วมกับนพ.อำนาจ กุศลานันท์ เลขาธิการแพทยสภา เวลาสั้นมาก ข้าพเจ้าประหม่าพูดข้อเท็จจริงได้ไม่หมด อีกทั้งทางรายการให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคไตจากจุฬาฯ ได้โทรศัพท์เข้าไป ข้าพเจ้ายังไม่ทันได้พูดเรื่องโปรตีนกับเม็ดเลือดแดงรั่วเลย หมอก็รีบบอกว่าไม่น่าเกี่ยวกับการผ่าตัด ทั้งที่ยังไม่ได้ซักรายละเอียดครบถ้วนจากข้าพเจ้าเลย
โดย: นางเกษร พุ่มแจ่ม [20 ก.ค. 51 9:41] ( IP A:58.9.200.184 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ขอวิงวอนให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
โปรดเห็นใจข้าพเจ้า
อย่าทำร้ายซ้ำเติมความทุกข์ของข้าพเจ้าอีกเลย

หากรู้ตัวว่าพลาดตรงไหน ก็ขอให้แก้ไข
และช่วยเหลือข้าพเจ้าตามความเหมาะสม
ด้วยเมตตาธรรม ด้วยมนุษยธรรมด้วยเถิด...
โดย: นางเกษร พุ่มแจ่ม [20 ก.ค. 51 9:46] ( IP A:58.9.200.184 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   คุณเกษร เริ่มจะมากเกินไปแล้วนะครับ
โดย: ... [20 ก.ค. 51 16:08] ( IP A:117.47.41.9 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   ขอวิงวอนให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
โปรดเห็นใจข้าพเจ้า
อย่าทำร้ายซ้ำเติมความทุกข์ของข้าพเจ้าอีกเลย

หากรู้ตัวว่าพลาดตรงไหน ก็ขอให้แก้ไข
และช่วยเหลือข้าพเจ้าตามความเหมาะสม
ด้วยเมตตาธรรม ด้วยมนุษยธรรมด้วยเถิด...
โดย: มากเกินไปตรงไหน [20 ก.ค. 51 19:56] ( IP A:58.9.207.129 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   รู้สึกว่า สัญญา แกดีนะ มีความเป็นธรรมดี
โดย: ไม่เหมือนอสรย [21 ก.ค. 51 8:46] ( IP A:125.26.109.171 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   คุณต้องเรียกร้องแมตตาธรรม และคุณธรรม

และตัวคุณหล่ะ... เข้าข่ายเนรคุณคนรึเปล่าผมยังสงสัย
1.หมอเค้ารักษาให้ 2 ครั้ง อุบัติเหตุ+ซีส ถ้าเค้าไม่ช่วยด้วยเมตตาธรรมและคุณธรรมจะยังเหลืออยู่ให้มาทำอย่างนี้รึ
2.ทุกฝ่ายช่วยเหลือ ตามประวัติ อัลตราซาวด์ MRI พูดทำความเข้าใจ แถลงข่าวโดยไม่กล่าวว่าร้ายคุณ พูดให้ดูเป็นกลางว่าเป็นไปได้ จะได้ไม่อับอาย ยังไม่พออีกหรอ
โดย: เจ็บตัวฟรีแน่ ถ้าส่องกล้อง [21 ก.ค. 51 12:49] ( IP A:202.28.181.200 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   ความเห็น 11

คุณเอาพ่อแม่คุณไปรักษากับหมอคนที่รักษาคุณเกษร
ก็แล้วกัน เสร็จแล้วเกิดอะไรขึ้นคุณจะได้ไม่เป็นคน
เนรคุณ
โดย: ใครกันควรอับอาย [22 ก.ค. 51 18:11] ( IP A:58.9.199.128 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   ผมรู้จักอาจารย์วิสูตรมาบ้างนะ ท่านเป็นอาจารย์ที่น่านับถือ และเป็นตัวอย่างที่ดี ถ้าท่านยินดีดูแลให้ก็เยี่ยมเลย

หมอก่อนหน้านี้รักษาจนคุณรอดตายมาได้ ผมก็มั่นใจนะว่าเค้ามีฝีมือ และเค้าก็ไม่ออกมาแฉหรือฟ้องกลับเลย แสดงว่ามีคุณธรรมสูงพอ ทำไมจะไม่ให้รักษา
โดย: ถ้าเจอเรื่องแบบนี้กับตัวผมเอง....... ผมคุณธรรมไม่ได้สูงส่งมากหลอกนะ หมดเมตตา ไร้ปราณี [23 ก.ค. 51] ( IP A:202.28.182.130 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   ความเห็น 13

คุณดูจะเป็นหมอที่ฉลาด แต่ค่อนข้างอันธพาล
แยกประเด็นให้ออก ใครรักษาใครให้รอดตาย
ไม่ใช่ประเด็น อย่าเอามาทวงบุญคุณแบบเด็ก ๆ

เรื่องนี้มันเรื่อง โจรในแพทยสภา โจรในกองประกอบ
ที่มันเร่งช่วยเหลือรพ.เอกชน จนเกินงาม ละเมิดสิทธิเขา
ในเรื่องฟิล์ม+ผลอ่าน ฉกของเขาชิงแถลงข่าวโดยเขายัง
ไม่เห็นผลอ่าน ยังไม่รู้เรื่องว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา

คุณจะคุณธรรมไม่สูงอย่างไร ก็ช่างหัวคุณสิ
มันเรื่องของคุณ แค่คุณคิดได้แค่นี้ก็เห็นไส้แล้ว
ไม่ต้องบอกใคร ๆ เขาก็รู้
โดย: เข้าข้างกันก็ไม่ว่าแต่อย่าน่าเกลียดจนเกินงาม [25 ก.ค. 51 10:15] ( IP A:58.9.195.121 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   ไม่มีอะไร100%ในการแพทย์
โดย: True [26 ก.ค. 51 4:46] ( IP A:119.42.69.129 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   ไม่มีอะไร 100% ในการแพทย์
ความผิดพลาดเป็นของคู่กันของมนุษย์
แม้ระมัดระวังแล้วก็ยังเกิดขึ้นได้
โดยเฉพาะในวงการแพทย์
แต่.....
ความเสียหายในวงการแพทย์นั้นเกี่ยวข้องกับ
ความเป็นความตาย ความเจ็บ ความพิการของเพื่อนมนุษย์
ดังนั้น....
ไม่ควรมีใครเจ็บฟรี ตายฟรี จากความผิดพลาดที่ป้องกันได้

ดังนั้น.....ต้องมีคนรับผิดชอบต่อความเสียหายนั้น

มันเป็นเรื่องของเมตตาธรรม มนุษยธรรม

แต่....ทุกวันนี้

คนชุดขาวในแพทยสภา ในกองประกอบฯ ในสำนักปลัด
(บางคน แต่..ส่วนใหญ่) มันเลวทรามต่ำช้า
เห็นชีวิตชาวบ้านเป็นผักปลา เป็นเครื่องทดลองฝีมือ
เขาตาย เขาเสียหายโดยป้องกันได้ มันไม่ยอมให้ชดใช้
มันไม่ยอมให้ขอโทษ หัวใจมันยังเป็นคนอยู่หรือเปล่า
โดย: ยังมีความเป็นคนอยู่หรือเปล่า [26 ก.ค. 51 8:12] ( IP A:58.9.187.115 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน