ดิ้นกันเข้าไป เอ้า
   ....
โดย: หน้าแตกยับเยิน สันดานหิวเงิน [19 ก.ค. 51 1:35] ( IP A:222.123.133.186 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   ทำเขาขาพิการ
ยังมีหน้าบอกว่าจะช่วยรักษา แต่ต้องเก็บเงิน จะลดให้บ้างเพื่อเห็นแก่มนุษยธรรม
แบบนี้จึงจะเรียกว่าสันดาหิวเงิน
เงินที่ได้โดยการทำเขาพิการแล้วยังโกหกเอาเขาอีก
เงินชาวบ้านเขาได้ตามสิทธิที่ถูกทำให้เสียหายและศาลให้
โดย: เลวจริงๆ หมออะไรหว่า [19 ก.ค. 51 1:42] ( IP A:58.8.1.191 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ให้เขาด่าเถิด อย่างน้อยก็ให้เขามีความสุขบ้าง
อย่าไปโกรธเขา

คนไข้ไทย........ควรรู้เอาไว้

แพทยสภา...ยุคนี้
พวกเขาเป็นคนมีความรู้มาก ใคร ๆ ก็ยกย่องสรรเสริญ
เป็นคนดีของสังคม มีความเที่ยงธรรม เที่ยงตรง สมควร
ได้รับแต่คำชม สมควรเป็นเยี่ยงอย่างแก่ชนรุ่นหลัง
ลูกหลานเขาควรเจริญรอยตามพ่อแม่ปู่ย่าตายาย

แต่...ขอโทษ
ขอสารภาพว่า....ฉันพูดปด...!
โดย: ขอโทษจริง ๆ [19 ก.ค. 51 1:50] ( IP A:58.9.187.167 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   การพาผู้เสียหายไปให้แพทยสภา
สอบสวนเพื่อให้ความเป็นธรรมกับเขา ไม่ว่าผลจะออก
มาเป็นอย่างไร...มันเป็นเรื่องหน้าแตกตรงไหน

เศร้าใจ..ที่คนระดับอาจารย์แพทย์แล้วคิดได้แค่นี้
ชีวิตคนไข้
ไม่ใช่เรื่องเครื่องมือที่จะนำมาเป็นเรื่องหน้าแตก หรือไม่หน้าแตก

พวกเราชาวเครือข่ายฯ ไม่ใช่กลุ่มผลประโยชน์
พวกเราไม่ใช่นักการเมืองที่มุ่งหวังคะแนนเสียงเลือกตั้ง
พวกเราไม่มีหน้าตาจะให้แตก ต่อให้พวกคุณทำเลวร้าย
มากแค่ไหน เราก็ไม่มีอะไรให้แตก เพราะชีวิตมันแตก
ยับเยินไปหมดแล้ว
โดย: เข้าพรรษาแล้วขอให้ทำดีบ้าง [19 ก.ค. 51 9:21] ( IP A:58.9.189.203 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
    ข้าพเจ้านางเกษร พุ่มแจ่ม อายุ 43 ปี ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 41 ปี ข้าพเจ้ามีสุขภาพที่แข็งแรงดี ทำงานประกอบอาชีพเย็บผ้าได้เป็นอย่างดีไม่เคยเจ็บป่วยอย่างรุนแรงมาก่อน

24 ธันวาคม 2548
ข้าพเจ้าประสบอุบัติเหตุจากการนั่งรถ 2 แถวเฉี่ยวชนกับรถบรรทุก 10 ล้อ แต่ไม่รุนแรง ข้าพเจ้าโดนข้อศอกของผู้โดยสารอื่นกระแทกท้อง มีอาการจุก เข้ารักษาตัวที่รพ.กรุงเทพ-พระประแดง ผลจากอัลตร้าซาวด์อวัยวะภายในปกติ ไตทั้ง 2 ข้างอยู่ครบปกติดังภาพที่เห็น ไม่มีเลือดออกตกค้างในช่อท้อง และไม่ได้ทำผ่าตัดใด ๆ ทั้งสิ้น

(ระยะเวลาที่พบว่ามีไตครบ 2 ข้างกับวันที่ผ่าตัด ห่างกัน 7 เดือน)

กรกฎาคม 2549 ข้าพเจ้ามีอาการปวดรุนแรงบริเวณท้องน้อยบ่อย ๆ จึงไปตรวจที่ รพ.กรุงธน 2 ผลการตรวจพบช็อคโกแล็ตซีสต์บริเวณ ใต้รังไข่ด้านขวา

9 สิงหาคม 2549
แพทย์ รพ.กรุงธน 2 ทำการผ่าตัดเอาซีสต์และเลาะพังผืดในช่องท้องออก มีแผลผ่าตัดบริเวณท้องน้อยยาวประมาน 10 ซม. ใช้เวลาผ่าตัดประมาน 1 ชม. โดยการฉีดยาชาบริเวณไขสันหลัง ข้าพเจ้าพักฟื้นอยู่ในรพ. 5 วัน และกลับไปรักษาตัวต่อที่บ้านอีก 1 เดือน

หลังการผ่าตัดข้าพ ระหว่างพักฟื้น 1 เดือนกับ 5 วันนั้นข้าพเจ้ามีอาการปวดแผลผ่าตัด ปวดหลังปวดเอวเอวร้าวมาถึงขาตลอดเวลา หน้ามืดวูบเป็นระยะ ทุกข์ทรมานมาก ปวดทั้งแผลผ่าตัดกับปวดหลังปวดเอว แพทย์ได้ให้ยาแก้อักเสบ ยาลดไข้ ยาแก้ปวด ไปกินต่อที่บ้าน

หลังจากพักฟื้นครบ 1 เดือน อาการก็ยังไม่ดีขึ้น ร่างกายอ่อนแอและผ่ายผอมลงอย่างผิดปกติ แต่ก็ต้องจำใจกลับเข้าทำงานเพราะกลัวถูกให้ออกจากงาน ครอบครัวจะลำบาก ระหว่างทำงานเดือนแรกมีประจำเดือนไหลออกทั้งเดือน อาการเจ็บปวดเอวด้านหลัง ปวดร้าวมาจนถึงหน้าขา และหน้ามืดวูบเป็นระยะ ๆ แพทย์ให้ยาแก้ปวด แก้อักเสบ และยาลดไข้ กลับไปกินที่บ้าน

เมื่อข้าพเจ้ากลับไปพบแพทย์ที่รพ.กรุงธน 2 แพทย์ตรวจแล้วบอกว่าอาจเป็นผลข้างเคียงของการผ่าตัด ให้ยาแก้ปวด แก้อักเสบ และยากลดไข้ ยาบำรุงเลือดกลับไปกินต่อที่บ้านเหมือนเดิม บางครั้งที่ยาลดไข้ยังเหลือแพทย์ก็ไม่จ่ายให้ ให้ใช้ยาเดิม

ต่อมาไม่นาน รพ.กรุงธน 2 ยกเลิกการรักษาผู้ป่วยประกันสังคม ข้าพเจ้าไปใช้สิทธิ์ที่รพ.บางปะกอก 3 แทน


( หมายเหตุ หลังการผ่าตัดข้าพเจ้าได้ตรวจร่างกายประจำปีกับทางโรงงาน 2 ครั้ง โดยรพ.บางกอก 9 ผลการตรวจพบโปรตีนกับเม็ดเลือดแดงรั่วทางปัสสาวะสูงทั้ง 2 ครั้ง ซึ่งการตรวจร่างกายประจำปีก่อนจะทำการผ่าตัดนั้นผลไม่เคยพบว่ามีโปรตีนและเม็ดเลือดแดงรั่วทางปัสสาวะแต่อย่างใด)

ต่อมาข้าพเจ้าไปรักษาตัวที่รพ.บางปะกอก 3 หลายครั้ง โดยแจ้งให้แพทย์ทราบถึงผลการตรวจร่างกายประจำปีกับทางโรงงานด้วย แพทย์สงสัยว่าไตจะมีปัญหา นัดเจาะเลือด นัดตรวจปัสสาวะ ได้ให้ยาขับปัสสาวะ แก้อักเสบ ลดความดันไปทานที่บ้าน แต่อาการของข้าพเจ้าไม่ดีขึ้นแย่ลงเรื่อย ๆ ร่างกายผ่ายผอม

กลางเดือนพฤษภาคม 2551 มีอาการหน้ามืดและปวดร้าวไปทั้งตัว แพทย์รพ.บางปะกอก 3 นัดให้ไปทำอัลตร้าซาวด์

(ระยะเวลาจากวันผ่าตัดถึงวันที่พบว่าไตขวาหายไป จาก 9 ส.ค.49 – 10 มิ.ย. 51 รวม 1 ปี 6 เดือน)

10 มิถุนายน 2551 รพ.บางปะกอก 3 ได้ทำอัลตร้าซาวด์ ผลพบว่าไตข้างขวาไม่มี เหลือไตซ้ายข้างเดียวและเสื่อมมากทำงานได้ไม่เต็มที่ จึงส่งผลต่อร่างกายดังกล่าว

ข้าพเจ้าสงสัยว่าไตข้างขวาหายไปได้อย่างไร จึงไปขอดูประวัติที่รพ.กรุงเทพพระประแดง ได้ขอผลอ่านพร้อมฟิล์มอัลตร้าซาวด์ ซึ่งก็พบว่าไตทั้ง 2 ข้างอยู่ครบ

ข้าพเจ้าจึงสงสัยว่าไตหายไปได้อย่างไร เกี่ยวข้องการรักษาผ่าตัดที่รพ.กรุงธน 2 หรือไม่
โดย: นางเกษร พุ่มแจ่ม [20 ก.ค. 51 7:06] ( IP A:58.9.188.230 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   เงียบงันกันปายโหมดเลย
โดย: เจ้าบ้าน [20 ก.ค. 51 19:30] ( IP A:124.121.137.30 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   ด่าเครือข่ายฯ ว่าอคติ

แต่บางคน บางกลุ่ม
ไม่ตักน้ำใส่กระโหลกชะโงกดูเงาหัวกันเสียบ้าง
เป็นถึงอาจารย์แพทย์ลูกศิษย์ลูกหาเต็มบ้านเต็มเมือง
มีพฤติกรรมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ให้ชาวบ้านเขาด่า

ใครกันอคติ

สันดานไม่เคยเปลี่ยน
สันดานไม่เคยเปลี่ยน
สันดานไม่เคยเปลี่ยน
โดย: ด่าแพทยสภา(บางคน) [20 ก.ค. 51 20:01] ( IP A:58.9.207.129 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน