เรื่องนี้คนป่วยฝากมาถามค่ะ เป็นเรื่องจริง
    เนื่องจาก 3 ปีที่ผ่านมา เขารับการรักษาตัวที่ รพ.แห่งหนึ่งที่หาดใหญ่
ไป รพ.เนื่องจากอุบัติเหตุรถมอไซค์ชนกัน พอไป รพ. ล้างแผลทำแผลเสร็จ หมอสั่งยาให้กิน กลับมากินที่บ้านต่อ ก็มีอาการขาชาอยู่ข้างหนึ่ง ชาลงจนเท้ากระดิ๊กไม่ได้และมีเท้ามีสีคล้ำมาก ปวดมาก พออยู่สักพักเขาไปโรงพยาบาลเดิม หมอบอกว่า ต้องตัดขาทิ้ง และบอกว่าเส้นเลือดมันอุดตัน เมื่อกลับไปตรวจอีกครั้ง ตอนนี้โดนตัดขาไปเรียร้อยแล้ว และก็ตรวจพบเชื้อ HIV ด้วย คนป่วยเขาสงสัยว่าที่ตัดขาเพราะว่า ป่วยโรคนี้หรือเปล่าที่ทำให้ขาไม่มีแรง ทำไมต้องตัดขามีวิธีอื่นรักษาอีกไหม เมื่อเส้นเลือดอุดตันแบบนี้ ตอนนี้ใช้ขาเทียมค่ะ ตัดมาถึงเข่า สรุปไม่มีเข่าแล้ว 1 ข้าง และแผลก็หายปกติแล้ว แต่ขาหายไปข้างหนึ่ง ความจำเป็นในการตัดขามีมากเพียงใด คนป่วยเขาฝากมาถามค่ะ

ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

โดย: GN+ [25 ส.ค. 51 10:18] ( IP A:117.47.224.29 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
    ก่อนตัดสินใจรักษาหรือทำอะไร น่าจะตรวจรักษา อย่างน้อย 2 แห่งเพื่อการตัดสินใจ เพื่อการตรวจรักษาที่ถูกต้อง ชัดเจน หรือมีตัวเลือกที่ดีกว่า หากโชคดี และเป็นไปได้
โดย: คนธรรมดา [25 ส.ค. 51 11:22] ( IP A:202.91.19.204 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ถ้าเส้นเลือดอุดตันจริง ขาเน่า ถ้าไม่ตัดขาหรือตัดขาไม่ทัน พิษเข้ากระแสเลือด ช๊อคตาย ก็เป็นเรื่องฟ้องร้องกันวุ่นวายอีก
โดย: อะไรๆก็ส่งต่อ สบายดี [25 ส.ค. 51 12:31] ( IP A:125.24.8.231 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
    เขาบอกว่า หมอ x-ray ให้ตอนนั้น บอกว่าไม่มีอะไรในฟิมล์
แต่พอกลับมาบ้านมันแย่ลงเรื่อย ๆ เรื่องขาอ่อนแรง

แล้วก็ไปตัดขาที่ รพ. หาดใหญ่ ซึ่งเป็น รพ . ที่สองที่ตัดขาให้

รพ.แรกเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่โดนอุบัติเหตุ เป็นหมอที่บอกว่าไม่มีอะไรในฟิมล์ x-ray

เป็นความผิดของคนป่วยใช่ไหม ที่ไม่ไปตรวจหลายๆ รพ .
คงไม่ทันการณ์แล้วนะ ขาหายไปแล้วงานนี้

โดย: GN+ [25 ส.ค. 51 13:35] ( IP A:117.47.224.29 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   เอกซเรย์ธรรมดามองไม่เห็นเส้นเลือดหรอก
ต้องฉีดสีเอกซเรย์ แต่ก็เสี่ยงต่อการแพ้สีที่ฉีดเป็นเรื่องเป็นราวฟ้องร้อง ขู่กรรโชกทรัพยอีก
โดย: ไม่รู้ตัวไหนจะกลายเป็นงูเห่า [25 ส.ค. 51 13:43] ( IP A:125.24.8.231 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ขอบคุณ
โดย: เจ้าบ้าน [25 ส.ค. 51 13:49] ( IP A:210.86.181.20 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   เชื่ออย่างนึงครับว่ากรณีคนไข้เป็น HIV
คนไข้มีแนวโน้มจะได้รับการรักษาที่ไม่ต้องผ่าตัดหรือทำหัตถการมากกว่า ถ้ามีทางเลือกและผลการรักษาที่ได้ไม่น่าจะไม่แตกต่างกันนัก เพราะไม่มีหมอคนไหนอยากเพิ่มความเสี่ยงให้ตนเองหรือผู้ร่วมทีมคนอื่นๆ รวมถึงภูมิคุ้มกันคนไข้ที่ตำก็เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆตามมามากขึ้น นี่ผมพูดตรงๆนะครับ
ดังนั้นถ้าเค้าตัดสินใจผ่าก็มีแนวโน้มว่าจำเป็นจริงครับ
โดย: someone [25 ส.ค. 51 18:17] ( IP A:222.123.218.165 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ผมก็ว่างั้นล่ะครับ ถ้าเส้นเลือดอุดตันจนถึงระดับนึงก็ต้องตัดจริงๆครับ ไม่อย่างนั้นขาส่วนที่ขาดเลือดจะเน่า เมื่อเน่าแล้วจะเกิดพิษจากการตายของเนื้อเยื่อขึ้นมา และพิษนี้สามารถเข้าสู่กระแสเลือดและเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ จึงต้องตัดครับ อย่างรายนี้ขาดเลือดจนขาสีดำคล้ำนี่ก็มีสิทธิ์ถึงตัดได้เลยครับ

ส่วนเรื่องคนไข้เป็นเอดส์แล้วทำให้เส้นเลือดอุดตัน ผมไม่เคยได้ยินครับ

ที่สำคัญผมอยากถามว่า คนไข้ปล่อยให้เป็นอยู่นานไหมครับถึงจะกลับไปหาหมอ เพราะถ้าเป็นไม่มากก็อาจตรวจหาการอุดตันและช่วยเหลือทันท่วงที แต่หากเป็นนานจนขาดำคล้ำ ไปตรวจก็คงไม่มีประโยชน์แล้วครับ เพราะเนื้อเยื่อตายไปแล้ว ไม่สามารถเก็บขานั้นไว้ได้แล้วครับ
โดย: แพทย์ผู้อยากระบาย [25 ส.ค. 51 20:36] ( IP A:125.26.64.35 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
    คนไข้ปล่อยไว้นานเกือบปี เพราะหลังจากอุบัติเหตุกลับบ้านมาก็มีอาการขาอ่อนแรงลงเรื่อยๆ และได้กลับไปหาหมออีกทีประมาณเดือนที่ 6 และหมอก็บอกว่า เส้นเลือดอุดตัน
เขาก็เลยคิดว่าน่าจะเกิดตั้งแต่ อุบัติเหตุตอนนั้น แล้วทำให้ขาอ่อนแรง
และเขาก็สงสัยว่า ฟิล์ม X-RAY มีปัญหาตั้งแต่ตอนนั้นแต่หมอไม่รู้ หรือว่าหมอไม่บอกหรือเปล่า แค่นั้นหล่ะค่ะที่เขาสงสัย
สรุปแล้วกว่าจะได้ตัดขาก็เป็นปี ซึ่งไปตัดที่ รพ.หาดใหญ่

ขอบคุณค่ะความเห็นข้างบนลงมา

"ความผิดพลาดเล็กน้อย บางทีมันก็เป็นความผิดพลาดใหญ่หลวงของชีวิตคนบางคนได้ "
โดย: GN+ [26 ส.ค. 51 8:25] ( IP A:222.123.214.247 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   x ray มันบอกไม่ได้หมดทุกอย่างหรอกครับ
ถ้ามันบอกได้ คงไม่ต้องมีหมอมีเครื่อง x ray ก็พอมั้ง
โดย: คนไข้ชอบมาขอ x ray เรื่อยเลย [26 ส.ค. 51 11:07] ( IP A:125.26.109.24 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   ก็เพราะว่า ต้องมีหมอและมีการ X-RAY ถ้าหมอเป็นหมอแล้วยังบอกอะไรมากไม่ได้อย่างนี้ ก็ไม่ต้องไปหาหมอก็จะดีกว่าม้าง สั่งยาอะไรให้กินแล้วก็จบ กินแล้วจะดี จะแย่ก็เรื่องของคุณเหรอ ไม่มีการติดตามพอเรื่องมันเกิดก็โทษนู่น โทษนี่ ประจำ
งั้นมีหมอไว้ทำไมอ่า บอกอะไรไม่ได้แบบนี้
ก็เขาเพียงสงสัยว่าทำไม มันไม่มีการตรวจที่ละเอียดมากกว่านี้เท่านั้นเองทำให้เขาต้องเสียขา
โดย: เหนื่อย !!! [26 ส.ค. 51 11:49] ( IP A:222.123.214.247 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   อืม กลับไปหาหมออีกทีตั้ง 6 เดือนเลยหรือ ผมว่าน่าจะไปให้เร็วกว่านี้หน่อยนะ อันนี้ไม่ได้ว่านะครับ แต่ว่าก็อย่างที่บอกล่ะครับ แค่ เอ็กซเรย์ ธรรมดา ไม่ทำให้เห็นเส้นเลือดหรอกครับ เห็นแต่กระดูก กับเนื้อเยื่อลางๆแค่นั้นเอง
โดย: แพทย์ผู้อยากระบาย [26 ส.ค. 51 15:23] ( IP A:118.173.242.158 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
    เป็นความผิดของคนป่วยเป็นคำตอบสุดท้ายค่ะ
ตัดไปแล้ว เอาคืนก็ไม่ได้แล้ว ดีที่ยังมีขาเทียมให้ใช้ ยังดี๊

โดย: ขอบคุณค่ะ [26 ส.ค. 51 15:54] ( IP A:222.123.214.247 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   1) เกิดเหตุตั้งนานแล้ว ไม่น่าจะเป็นสาเหตุมาจากอุบัติเหตุครั้งนั้นครับ น่าจะมาจากสาเหตุิอื่น
2) x-ray ดูได้แค่กระดูกและเนื้อเยื่ออ่อนเล็กน้อย ไม่สามารถดูได้ทุกอย่าง ทุกอวัยวะ ไม่งั้นจะมีทำไม CT , MRI ???
3) จริงครับ ที่ คห.บนๆ พูด ถ้าคนไข้ติดเชื้อ ต้องจำเป็นจริงๆ จึงจะผ่าตัด คิดว่าการรักษาน่าจะเหมาะสมแล้ว
4) ถามว่า ขาเป็นอย่างนั้นมาตั้งนาน ได้ไปรักษาที่ไหน แบบไหนมาหรือเปล่า ทำไมมาหาแพทย์ช้าจังอ่ะครับ
โดย: สงสัยจัง [26 ส.ค. 51 23:40] ( IP A:208.53.171.214 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
    เขาไม่เคยป่วย ไม่เคยเข้าโรงพยาบาล
ครั้งที่เข้า รพ.ตอนประสบอุบัติเหตุก็มีอาการพวกนี้ตามมาเรื่อยๆ
แม้กระทั่งเลือดบวกที่หมอรายงานให้ทราบ
เขาแปลกใจ ว่าทำไมขาเขาอ่อนแรงลงเรื่อยๆ หลังจากที่ประสบอุบัติเหตุครั้งนั้น จนต้องได้ตัดขา สาเหตุที่ไปช้าก็เพราะว่า เคยไปตรวจแล้วหมอ รพ. บอกว่าไม่เป็นไรตลอดมา จนเขาย้ายไป รพ.หาดใหญ่และหมอที่ รพ.หาดใหญ่บอกว่ามันเป็นแบบนี้จึงต้องตัดขา
แค่นี้แหล่ะค่ะเรื่องของเรื่อง

เขาก็รู้ตัวว่ามันเป็นขาอ่อนแรงตั้งแต่ประสบอุบัติเหตุครั้งนั้นเท่านั้น
โดย: ขอบคุณค่ะ [27 ส.ค. 51 8:20] ( IP A:117.47.124.190 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   ขาอ่อนแรง --> ไม่ค่อยเคลื่อนไหว --> นอนตลอด --> เส้นเลือดอุดตัน
โดย: อย่างงี้เปล่า [27 ส.ค. 51 20:23] ( IP A:222.123.56.148 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
    ตอบความเห็นที่ 15
เขาบอกว่าเขาทำงานช่วยครอบครัวไปตลาดทุกวัน ตอนตี 3-4
เคลื่อนไหวตลอด แต่ยิ่งเดินยิ่งทำก็ยิ่งปวด
แต่ยืนยันว่าปวดหลังจากที่รถอุบัติเหตุ เขาเป็นคนร่างกายแข็งแรงและออกกำลังกายเสมอ ไม่ได้ปวดแล้ว นอน นอน นอนเป็นบังอรที่ไหนกัน อันนี้เขาบอกมานะไม่ได้ไปนอนกับเขาหรอก
ฟังเขาพูดแล้วมาสอบถาม คนไข้เองเขาต้องรู้ตัวว่ามีอะไรเกิดขึ้นในร่างกายเขาแบบไหนตอนไหน บางทีบอกหมอ หมอก็ไม่เชื่อ มันก็มีหลายๆกรณีให้เห็นตอนนี้ไงคะ พอไม่เชื่อมันก็เป็นหนักและเกิดความเสียหายตามมา หมอก็บอกหมอไม่ผิดอีกตามเคย
ไม่เถียงแล้วค่ะ ขาหายไปแล้ว เถียงไปก็เท่านั้น
อยากให้หมอที่มาอ่านตรงนี้เอาไปใช้ในชีวิตการเป็นหมอบ้าง
ถ้าเกิดกรณีคล้ายเคสนี้อีก จะได้นึกออกว่า ควรจะรักษาวิธีไหนรวดเร็วที่สุดไม่ใช่การตัดขา

แค่นี้แหล่ะค่ะ พอแล้ว ไม่เถียง เหนื่อย!!!!
ขอบคุณค่ะ
โดย: GN+ [28 ส.ค. 51 7:55] ( IP A:117.47.228.194 X: )
ความคิดเห็นที่ 17
   เถี่ยงกันไปมา เวลาผ่านไป คนไข้ ก็ end of life พอดีเเหละ HIV นะนี่ ว่ากันว่าถ้าจะฟ้องจะตีขาสักกี่ล้านดีนะ
โดย: พพ [25 ก.ย. 51 22:04] ( IP A:125.26.69.118 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน