งานจุฬาวิชาการ ตอนเมื่อแพทย์ตกเป็นจำเลย แล้วคนไข้ล่ะ? ความจริงที่ต้องรู้
   ขอนำโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์มาให้ข้อมูลครับ
ไม่ได้บอกว่าไม่ดีหรือดีอย่างไร
ขอเป็นกลางที่สุดเท่าที่จะทำได้

กำลังสงสัยเรื่องนายแบบในภาพ เขารับรู้เรื่องราวอะไรขนาดไหนหรือเปล่า ว่าแล้วก็เหนื่อยใจไปต่างๆ นานา มันจะเป็นทางออกหรือทางตันให้กับใครหรือใครกันแน่

โดย: จามจุรีจงเคียงคู่โดมยุติธรรม [21 ก.ย. 51 3:53] ( IP A:125.25.84.245 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   เอาหมอโอ๊คมาเนี่ยนะ... เข้าใจหาจุดดึงดูดความสนใจดี
โดย: หมอก้อนหิน [21 ก.ย. 51 13:56] ( IP A:117.47.131.229 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ขอวิเคราะห์ + วิจารณ์ จากเท่าที่เห็นในภาพ โดยไม่รู้เนื้อหาของส่วนอื่นๆที่เป็นหนังสั้น + นิทรรศการ

ผมถือว่า ในฐานะผู้เสียหายทางการแพทย์คนหนึ่ง ยอมรับได้กับการปรากฏของป้ายชิ้นนี้ เพราะ

ได้มีข้อความพูดถึงความจริงจากฟากของผู้เสียหายอยู่ "หนึ่งบรรทัด" แม้ว่า ขนาดตัวหนังสือจะเล็ก และถูกวางไม่เด่นชัดในท่ามกลางข้อความอื่นๆในป้าย ที่

ส่วนใหญ่ พูดถึง ความเสียหายของด้านวิชาชีพหมอ ที่ให้น้ำหนักในการพาดพิงถึงไว้มาก และ "ดูเหมือน" จะเน้นที่ "การเตือนเชิงขู่" กลายๆให้ผู้ที่รับรู้ข้อความจากป้ายนี้ ระวังที่จะไม่ทำร้ายความรู้สึกทางจิตใจของคนในอาชีพนี้

ความจริงที่ข้อความจากป้ายนี้ "ไม่ได้พาดพิง" คือ

1. เวลาเกิดกรณีพิพาทจนมีความเสียหายขึ้น ฝั่งหมอนั้น เสียชื่อ เสียกำลังใจ ส่วนฝั่งคนไข้เสียชื่อจากการถูกป้ายสีให้รู้สึกผิดบาปที่ออกมาเรียกร้องสอบถามความถูกต้อง และ/หรือ ความรับผิดชอบในสังคม จากฟากฝั่งหมอ ร่วมกับ เสียเลือด เสียเนื้อ และอาจเสียชีวิต แล้วยังพ่วงด้วยเสียหายต่อเนื่องในการเงิน การงาน ชีวิตครอบครัวแบบทันตาเห็น ขณะที่ฟากของหมอก็อาจเสียงานเสียการ มีโอกาสเสียเงินแต่ก็มีกลไกรองรับไว้อย่างทันท่วงที อันเนื่องจากกลไกภาครัฐ ภาคสังคม และยังพ่วงกับกลไกทางองค์กรวิชาชีพฉ้อฉลที่ "ช่วยกัน" อย่างแข็งขันและเป็นระบบ และมีเงินอุดหนุนที่อาจมาจากภาษีอากรของประชาชนได้โดยง่าย

2. ไม่ได้พาดพิงถึง ความยากลำบากที่หากเกิดกรณีเสียหายขึ้น คนไข้จะต้องฝ่าฟันความรู้สึกขัดแย้งในตัวเอง ความกลัวที่จะมีเรื่องมีราวเป็นข่าวที่ขัดกับวัฒนธรรมไทยพื้นฐาน "ที่เป็นคนรักสงบ" ความกลัวต่อการเสียหายต่อเนื่องไปอีกทั้งหน้าที่การงาน รายได้ และความขัดแย้งกับคนภายในครอบครัวเอง และเครือญาติ ขณะที่ฟากฝั่ง "หมอที่เป็นฝ่ายกระทำให้เกิดเรื่องขึ้น หรือ "อาจ" เป็นต้นเหตุที่แท้จริงของความเสียหาย เป็นฝ่ายที่มากไปด้วย "เกราะกำบัง" และฐานะทางสังคมที่ปลอดจากความยากลำบากเช่นนี้อยู่อย่างดี ที่สำคัญ ไม่ได้เสียเลือด เสียเนื้อ หรือแม้แต่เสียชีวิตอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว และ ไม่คาดคิด อย่างเช่นฟากฝั่งคนไข้

แค่สองประเด็นที่ผมว่ามานี้ สังคมควรจะตื่นได้หรือยัง กับการแยกแยะเรื่องระหว่าง "ถูกและผิด" และ/หรือ "ชอบธรรม กับ ไม่ชอบธรรม" ออกจากกัน แทนที่จะต้องมาคอยสอนคอยชี้การทำนิทรรศการของ "เด็กนักศึกษา/นิสิต" ที่ยังอาจมองข้าม "ความเป็นจริงของชีวิตในสังคม" แบบนี้ และรับรู้เพียงว่า ควรรักษาค่านิยมด้านดีของวิชาชีพหนึ่งใดโดยเฉพาะได้อย่างไร ผ่านการทำกิจกรรมของ "การศึกษา" เท่านั้น
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง [22 ก.ย. 51 10:53] ( IP A:58.8.229.151 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
    ทำไม "หมอ" ตกเป็นจำเลยถึงเป็นเรื่องใหญ่
ผู้เสียหาย ทั้งตาย ทั้งเจ็บ ทั้งพิการ ปีหนึ่งนับหมื่น ๆ ราย
ทำไมไม่เป็นเรื่องใหญ่
โดย: หมอเป็นผู้วิเศษหรือไง [22 ก.ย. 51 15:11] ( IP A:58.9.205.104 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   คนไข้ตาย เจ็บ พิการ ปีหนึ่งนับเป็นแสนๆ ราย
ทำไมไม่เป็นเรื่องใหญ่
โดย: 000 [22 ก.ย. 51 20:38] ( IP A:202.28.183.9 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ก็น่าจะเพราะว่า ตีคราวๆว่า
1ปี คนไข้ เข้ารักษา 10 ล้านครั้ง เจ็บพิการ 1 หมื่น = 0.1%

มีหมอทำงานประมาณ 1 หมื่นคน โดนฟ้อง 100 รายต่อปี = 1%

ดังนั้นหมอโดนฟ้องก็น่าจะ มีimpactกว่า คนไข้เจ็บพิการ 10 เท่า
โดย: math [22 ก.ย. 51 22:28] ( IP A:124.122.207.240 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   เพียงหมอโดนฟ้อง มี impact มากกว่าคนไข้เจ็บพิการ 10 เท่า

ประโยคเช่นนี้ คิดออกมาอย่างนี้ มันแสดงว่าอะไร???

มันแสดงว่า

1. คนพูดและคนคิดอย่างนี้ ไม่สมควรเป็นหมอหรืออยู่ในอาชีพข้างเคียง เพราะเห็นค่ากำลังใจที่เสียไปจากการไร้วุฒิภาวะที่จะมีสติแยกแยะเรื่อง ผิด/ถูก เรื่อง ชั่ว/ดี เรื่องชอบธรรม/ไม่ชอบธรรม ออกจากกัน มากกว่าความเจ็บความตาย ความชิบหายต่อเนื่องของคนไข้ภายใต้หน้าที่และความรับผิดชอบอันเป็นสรณะแห่งวิชาชีพ

2. คนที่คิดได้แค่นี้ ไม่มีสำนึกในหน้าที่และกำพืดดั้งเดิมแห่งวิชาชีพนี้ ซึ่งก็คือ การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ตามหลักวิชาชีพที่ร่ำเรียนมา ผ่านกลไกจัดตั้งอันมีมาแต่โบราณในสังคมมนุษย์ทุกชนชาติ คนที่ขาดสำนึกนี้ สังคมไม่ควรอนุญาตให้อยู่ในอาชีพอันทรงเกียรตินี้ เพราะรังแต่จะปล่อยปละละเลยสำนึกรับผิดชอบพื้นฐานนี้ เพื่อประโยชน์ส่วนตัวก่อนมากกว่าจะรักษาสวัสดิภาพและชีวิตมนุษย์

อาชีพหมอนั้น แต่ดั้งเดิมนั้น มักจะได้รับการคดเลือกจากผู้ที่มีความเก่งในการเรียนรู้ระดับประเทศ แต่หากเก่งแต่เรียนตามแบบเรียน ตามระบบการเรียนการสอนจัดตั้งเท่านั้น โดยไม่รู้จักแยกแยะความผิดชอบ ชั่วดี ไม่รู้สำนึกถึงคำว่า ใจเขาใจเรา ไม่สำเหนียกในความ "เป็นมนุษย์" ที่มีค่าเฉกเช่นเดียวกันของคนไข้ที่ต้องกิน ต้องอยู่ ต้องใช้ เจ็บเป็น ปวดเป็น รักเป็น เกลียดเป็น เหมือนๆกับคนในอาชีพหมอ

ต่อให้เก่งเป็นหมอดีเลิศแระเสริฐศรีแค่ไหน? ก็ไม่มีค่าและไม่น่าเสี่ยงให้หมอประเภทนี้รับผิดชอบชีวิตคนไข้แม้แต่คนเดียว

และระบบการผลิตแพทย์ที่ไม่ได้สอนความเป็นมนุษย์ให้กับนักศึกษา ก็เป็นระบบที่ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าระบบนั้นจะอยู่ในสถาบันที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ หรือระดับโลกก็ตาม
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง [23 ก.ย. 51 7:49] ( IP A:58.8.113.229 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ก็เขาเป็นหมอไง
ก็เราเป็นคนไข้ไง
เอาไรมาแลกกันได้หล่ะ
มันต้องอย่างนี้อยู่แล้วเมืองไทย
โดย: GN+ [23 ก.ย. 51 10:17] ( IP A:222.123.132.235 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   ฟ้องเอาเงินตรูไม่ว่าต่มาหาตรูจ่ายเงินก่อนสิ
โดย: เออ [23 ก.ย. 51 20:14] ( IP A:125.26.69.227 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   มันก็เป็น fact น้า ผมไม่ได้ว่า ว่าคนเจ็บคนตายเป็นเรื่องเล็ก ใจเค้าใจเราน่ะครับ หมดที่ผิดก็คงมีอยู่แหละ ไม่เป็นไร อยากฟ้องก็ฟ้องเถอะ แต่หมอเค้าก็ต้องเสียกำลังใจ หวันไหวกันเป็นธรรมดา อืมแต่กรุณาอย่าพูดว่า ฟ้องแค่นิดหน่อยทำเป็นเสียกำลังใจ ตัวเลขข้างบนมันก็บอกอยู่ว่า impactต่อความรู้สึกมันเยอะกว่าตามสัดส่วนน่ะครับ ก็ช่างเถอะครับระบบมันก็จะปรับไป หมอต่อไปก็ต้องมีประกันกันหมดแหละ ฟ้องมากๆระบบรพ.รัฐมันก็จะล่มไปเองแหละ ขนาดคุณหมอเทพซึ่งท่านก็เก่งมากครบทุกด้าน ท่านยังไม่อยู่เลย หมอคนอื่นที่เค้าเก่งน้อยกว่า เค้าก็คงต้องรักษาตัวรอดกันอ่ะน่ะครับ สุดท้ายคนไข้ก็ต้องมาเอกชนอยู่ดี ซึ่งเค้าก็ต้องเอาค่าประกันมาเก็บกับคนไข้นั่นแหละครับ มันก็เป็นเช่นนั้นเองแหละครับ

ปล. ไม่ได้ห้ามฟ้องน่ะครับ เต็มที่ครับ
โดย: math [23 ก.ย. 51 22:31] ( IP A:124.121.110.6 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   หมอละอ่อน ประสบการณ์น้อย โอกาสพลาดย่อมมีมาก

ยิ่งหมอขาดแคลนอย่างนี้ ก็ยิ่งหนักหนาสาหัสเข้าไปอีก

ที่สำคัญ ไม่ใช่อยู่ที่กลัวถูกฟ้อง ก่อนที่จะกลัวว่า

แล้วเราจะ "เร่งเยียวยา ช่วยเหลือคนไข้" อย่างไรก่อนเมื่อมีเรื่อง

ที่ฟ้องหมอนั้น ทั้งหมดที่เจอ ซึ่งมีเพียงไม่กี่ราย ก็เพราะ

คนไข้ผู้เสียหายถูกทำให้จนตรอกอย่างโกงๆ อย่างฉ้อฉล โดยบรรดาหมอในแพทยสภาและสำนัก ปลัด สธ. ต่างหาก

และจากคนกลุ่มเดียวกันนี้ ที่สร้างเรื่องสร้างข่าว สร้างกระแสหวาดระแวงในหมู่หมอละอ่อน ที่ไม่ทันนึก ไม่ได้คิดให้รอบคอบ ไม่แยกแยะถูกผิด ฟังรุ่นพี่ รุ่นอาจารย์หมอโจรๆไม่กี่คำ ก็เชื่อว่า คนไข้จ้องหาเรื่องฟ้อง ไม่ได้นึกดูว่า คนที่เราที่บอกให้ฟัง ให้รู้นั้น ก็ "คนเหมือนกันที่มี รัก โลถ โกรธ หลง และโกหก+ตอแหล เป็นเหมือนกันได้ ทั้งที่แก่และเป็นอาจารย์เป็นหมอด้วยกันนั่นแหละ"

ซึ่งจากความเป็นไปตรงนี้อย่างที่บอกมานี้ ก็คือสาเหตุของการเกิดที่ชุมนุม "เครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์" นี่แหละ

แล้วผมก็ขอบอกย้ำกันตรงนี้เลยว่า หากเป็นหมอละอ่อน ที่ทำผิดแล้วแค่บอกตรงๆ ยอมรับแลวรีบช่วยเหลือเยียวยาคนไข้ซะ ช่องทางช่วยเหลือเยียวยาในทุกวันนี้ ก็สะดวกและเปิดไว้หลายช่องแล้ว โดยที่ไม่ต้องเดือดร้อนกระเป๋าตัวเองเลย อาจเสียชื่อบ้างหากคิดแบบเดิมๆที่ถูกปั่นหัว ถูกยุไว้ แต่หากคิดใหม่ว่า ผิดเป็นครู ยอมรับซะ คนไข้ที่เสียหายก็พร้อมที่จะยอมเป็นครูที่สละได้แม้เลือดเนื้อ โดยไม่ปริปากว่าอะไร

ไม่มีใครแถวนี้ อยากฟ้องร้องหาเรื่องหมอหรอก หากตรงไปตรงมา ผิดก็ยอมรับ ถูกก็อธิบายให้เข้าใจ ช่วยเหลือกันไปตามสมควร

แต่หากถามทุกๆคนแถวนี้ว่า อยากฟ้องแพทยสภาไหม?? อยากเอาหมอในสำนักปลัด ส.ธ. หลายคนติดคุกไหม???

รับรองว่า "ผงกหัว ไชโยโห่ฮิ้ว" ทุกๆคนเลย พับผ่าซิเอ้า!!!!!!
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง [25 ก.ย. 51 12:37] ( IP A:58.8.109.211 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   พี่หมอน่ารักทั้งนั้นเลยค่า
ชอบมากอ่า


อ่อ ชอบงานดูอาจารย์ใหญ่อ่า
โดย: เค [28 พ.ย. 51 13:44] ( IP A:161.200.255.161 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน