รมช.สธ. รุดตรวจคลินิกย่านมักกะสัน หลังพบผ่าถุงใต้ตาเสียชีวิต
   https://www.thaiclinic.com/cgi-bin/wb_xp/YaBB.pl?board=doctorroom;action=display;num=1221302371
โดย: [กรมประชาสัมพันธ์ [13 ก.ย. 51 18:08] ( IP A:58.8.9.232 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   งานเข้าอีกแล้ว
โดย: ไม่มีอุปกรณ์ CPR มีเฮ [13 ก.ย. 51 18:32] ( IP A:125.26.110.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   คนที่เสียชีวิตเป็นบุคคลสำคัญของชาติ
รมช และระดับอธิบดีทำงานวันเสาร์
https://www.siamensis.org/board/8031.html
โดย: ฟฟ [13 ก.ย. 51 20:41] ( IP A:58.8.16.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   เรื่องนี้ถึงมือของสธ. ท่านรักษาการ รมว.สธ. ลงไปดูเอง
เครือข่ายฯ ถอยดูอยู่ห่าง ๆ ไม่ยุ่งเกี่ยวอยู่แล้ว
เรารู้กาละเทศะ ต้องให้เกียรติหน่วยงานก่อน
ถ้าหน่วยงานไม่ทำ หรือเบี้ยวไม่ให้เวชระเบียนเขา
เครือข่ายฯ ยุ่งแน่...ไม่แช่แป้ง
โดย: เครือข่ายฯ [13 ก.ย. 51 21:19] ( IP A:58.9.198.105 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ไหนบอกว่าไม่กล้าผ่าตัดกันไง...?

นี่ก็แสดงว่าไม่ได้กลัวกันนจริง ๆ
หลอกกันนี่หว่า...

เอ๊ะ...หรือว่าเป็นเพราะคดีร่อนพิบูลย์ศาลยกฟ้อง
โดย: เหอะ ๆ ๆ [13 ก.ย. 51 21:52] ( IP A:58.9.198.105 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา

จนร่วมสิบปีหลังการถึงแก่กรรมของนายแพทย์บุญส่ง เลขะกุล พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาแห่งแรกของเมืองไทยจึงได้ถือกำเนิดขึ้นในชื่อ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา บุญส่ง เลขะกุล ตั้งอยู่ที่องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ คลองห้า ปทุมธานี

“นี่-ที่นี่ทำให้ท่าน” อาจารย์จารุจินต์ นภีตะภัฏ พูดขณะนำเข้าสู่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา

ภายในตึกนั้นเป็นที่จัดแสดงและแหล่งข้อมูลความรู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับหมอบุญส่งโดยตรงนั้นอยู่ในสามห้องของพื้นที่ชั้น ๒

“ท่านฝากผมไว้ ๓ เรื่อง” อาจารย์จารุจินต์พูดต่อ “หนึ่ง ให้ช่วยตั้งพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา สอง ช่วยทำหนังสือคู่มือดูนกเป็นภาษาไทย สองอย่างนี้ลุล่วงไปแล้ว และสาม ให้ช่วยเขียนสารานุกรมชื่อสัตว์ไทย ตอนนั้นเราคุยกันว่ากลัวชื่อสัตว์จะหายไปจากระบบ คุณหมอเริ่มทำไว้ ๑๐๐ กว่าชื่อ ผมมาเขียนต่อได้ ๘,๐๐๐ กว่าชื่อแล้ว คาดว่าปีหน้าคงจัดพิมพ์ออกมาได้ มีคนสนใจอยากเป็นผู้พิมพ์มาก แต่ผมคงต้องเสนอกับครอบครัวคุณหมอก่อน”

อาจารย์จารุจินต์ นภีตะภัฏ นับตัวเองเป็นลูกนอกไส้ของหมอบุญส่ง ตอนที่หมอเอ่ยชวนเขาไปอยู่ทำงานด้วยเมื่อปี ๒๕๑๔ ก็ถามว่าจะอยู่แบบลูกหรือลูกจ้าง ถ้าอยู่อย่างลูกจ้างมีเงินเดือน แต่ถ้าอยู่แบบลูกก็ตามแต่จะให้ เขาเลือกอยู่แบบลูก และอยู่กับหมอบุญส่งมาจนกระทั่งท่านล้มป่วยทำงานไม่ได้ จึงไม่เข้าไปให้หมอเห็นอีก เพราะจะทำให้หมอนึกถึงงานที่ยังคั่งค้างแล้วยิ่งเกิดความเครียด แต่เขายังทำงานให้หมอ โดยปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาแห่งนี้


“ก็พยายามสืบต่องานของท่าน ท่านเป็นคนสำคัญที่วางพื้นฐานเรื่องธรรมชาติวิทยาไว้ให้เรา ชาติเรายังไม่รู้เรื่องนี้ดี ประเทศไทยรู้น้อยที่สุดในแถบนี้ ทุกวันนี้ผมถือว่ายังช่วยทำงานให้ท่านอยู่ในฐานะนักวิชาการ”

ในสายตาของลูกนอกไส้คนนี้ นายแพทย์บุญส่ง เลขะกุล เป็นคนไทยคนหนึ่งที่รักชาติจริง อย่างหาคนเหมือนได้ยาก

“ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ท่านพยายามสร้างชาติด้วยเงินตัวเอง ท่านไม่ใช่ข้าราชการ ไม่มีเงินเดือนกิน ออกไปเก็บตัวอย่างสัตว์ ซื้อตำรับตำรา ใช้เงินตัวเองทั้งนั้น ลองหาดูมีกี่คนที่ทำอย่างนี้ คนที่เอาเงินส่วนตัวทุ่มให้ชาติ คนช่วยชาติมีเยอะ แต่คนที่ควักเงินตัวเองด้วยนี่มีน้อยนะ ท่านพยายามสร้างทุกอย่าง ทำหนังสือ สะสมเขาสัตว์ เก็บตัวอย่างนก เคยมีคนมาขอซื้อหลายล้านบาท ท่านบอกไม่ขาย และสั่งครอบครัวว่าห้ามขาย เก็บไว้ให้พิพิธภัณฑ์ของชาติเท่านั้น และตอนนี้ทั้งหมดอยู่ที่นี่”




อาจารย์จาจุรินต์ นภีตะภัฏ ผู้เปรียบตัวเองว่าเป็นเหมืนลูกนอกไส้ของหมอบุญส่ง และเป็นผู้สานงานต่อจากหมอบุญส่ง



สิ่งที่อาจารย์จารุจินต์พูดถึง เก็บอยู่ในสามห้องบนชั้น ๒ ของอาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา ได้แก่ ห้องเขาสัตว์ ห้องสมุด ห้องนกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

ในห้องเขาสัตว์นั้น เขาสัตว์ป่าทั้งของไทยและต่างประเทศจัดแสดงอยู่เป็นร้อยเขา อย่างน่าตื่นตาและน่าอัศจรรย์ใจ เขากระทิงที่ใหญ่ขนาดเท่าโคนขาคน ชวนให้นึกไปถึงว่าตัวของมันจะมีขนาดสักเท่าไหน กับเขาวัวแดงที่ดูมีลักษณะคล้ายๆ กัน แต่มีข้อแตกต่างที่หน้าผาก กระดูกหน้าผากวัวแดงจะนูนเต็ม ส่วนของกระทิงจะเว้าเข้าข้างใน เขา *** ป่าที่ยาวโค้งเข้าหากันอย่างได้รูปราวโค้งพระจันทร์ เขากวางป่าหลากหลายแบบ ทั้งที่มีลักษณะที่ดีและที่นิยมใช้เป็นยา และอย่างไม่น่าเชื่อว่าเขากวางขนาดใหญ่ที่แตกแขนงแทงยอดออกมามากมายนั้นถูกสร้างขึ้นในปีเดียว เพราะกวางจะทิ้งเขาผลัดใหม่ในทุกฤดูหนาว เช่นเดียวกับละมั่งที่จัดอยู่สัตว์กลุ่มกวาง แต่เขาละอง (ใช้เรียกตัวผู้) ละมั่งไม่แตกแขนงมากอย่างเขากวางป่า แต่เป็นแท่งยาวขึ้นบน ปลายโค้งมาข้างหน้าแผ่ออกแบน อาจมีตุ่มแหลมสั้นๆ เขาสัตว์บางชนิดอย่างสมันที่แตกแขนงแบ่งคู่ต่อกันออกไปเรื่อยเป็นโครงรูปทรงกลมคล้ายซี่สุ่ม เราไม่มีโอกาสได้เห็นตัวของมันอีกแล้ว แม้แต่คุณหมอบุญส่งผู้เป็นเจ้าของเขาก็ไม่ได้เห็น เพราะมันสูญพันธุ์ไปหลายสิบปีแล้ว เหลือแต่ซากเขาและคำบอกเล่าให้คนรุ่นเราได้แต่นึกเสียดาย เขาสมัน ๑๘ คู่นี้ หมอบุญส่งบันทึกว่าได้รับโอนมาจากพระยาวาสุเทพ (E.W. Trotter)r)




เขาสัตว์ที่เคยอยู่ในห้องทำงานของหมอบุญส่ง ปัจจุบันถูกนำมาจัดแสดงอยู่ที่ห้องเขาสัตว์ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา ปทุมธานี



อาจารย์จารุจินต์ให้ข้อมูลว่า เขาสัตว์ทั้งหลายนี้หมอบุญส่งไม่ได้ล่าเองทั้งหมด แต่เกินครึ่งได้มาจากการแลกเปลี่ยน เหมือนการแลกเปลี่ยนแสตมป์กันในหมู่นักสะสม โดยเฉพาะที่เป็นเขาสัตว์ของต่างประเทศ ชิ้นเด่นๆ ที่ถูกนำมาจัดแสดงไว้ ได้แก่ มูส ที่เขาเป็นแผ่นกางกว้างเหมือนปีกนก กวางเรนเดียร์ ที่เขาแตกแขนงออกมากจนแทบเกินจะนับจำนวน แกะ เขาม้วนขดข้างหู แพะและสัตว์จากท้องทุ่งแอฟริกา เขาบิดเป็นข้อเป็นเกลียว




วัชระ สงวนสมบัติ นักวิชาการนกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมปัจจุบันเขารับผิดชอบดูแลสกินนกหลายพันตัวที่หมอบุญส่งทำไว้



เขาสัตว์ทั้งหมดนี้เคยติดอยู่บนผนังห้องทำงานที่บ้านหมอบุญส่งมาก่อน เมื่อมาจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ มันถูกนำมาจัดไว้บนแผงโลหะโปร่งแยกเป็นหมวดหมู่

ส่วนที่เป็นห้องสมุด เป็นเหมือนการจำลองภาพห้องทำงานของหมอบุญส่ง หนังสือและเอกสารทั้งหมดที่หมอบุญส่งเคยใช้ศึกษาค้นคว้าข้อมูลความรู้ทางธรรมชาติวิทยานับสิบๆ ตู้ ถูกนำมาจัดไว้ในห้องนี้ รวมทั้งโต๊ะขนาดใหญ่สองตัวต่อกันที่เคยเป็นที่นั่งทำงานของหมอบุญส่ง ก็ถูกนำมาวางไว้กลางห้องด้วย อาจารย์จารุจินต์พูดให้ฟังเล่น ๆ ด้วยว่า หลายเล่มเป็นตำราที่กลายเป็นหนังสือหายากแล้วในปัจจุบัน แม้แต่ในประเทศที่จัดพิมพ์ ถ้าขายไปก็คงได้หลายล้านบาท

สกินนกนานาชนิดที่หมอบุญส่งทำไว้ และใช้เป็นแบบในการวาดภาพประกอบหนังสือคู่มือดูนก ปัจจุบันเก็บอยู่ในห้องนกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ที่มี วัชระ สงวนสมบัติ เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ

“เมื่อผมเข้ามาทำงานที่นี่ในตำแหน่งนักวิชาการนกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม งานแรกที่ได้ทำคือดูแลตัวอย่างนกของหมอบุญส่ง ที่ครอบครัวบริจาคให้หลังหมอเสียชีวิต” นักวิชาการหนุ่มกล่าวอย่างภาคภูมิใจกับงานที่เขาทำ “ผมไม่เคยรู้จักตัวหมอบุญส่ง เคยแต่อ่านหนังสือที่ท่านเขียน แล้วมาได้ใช้ ได้หยิบจับสิ่งที่เป็นประวัติศาสตร์ สกินนก ๓,๙๐๐ กว่าตัวนี้เป็นเหมือนอาจารย์ใหญ่ เป็นแบบรูปนกในหนังสือเบิร์ดไกด์ ที่เราเคยเห็นภาพจากในหนังสือ แล้วมาได้หยิบจับก็ตื่นเต้น”

นอกจากงานเขียนเรื่องธรรมชาติและชีวิตสัตว์จำนวนมากที่ทำให้คนได้รู้และให้คนรักธรรมชาติ วัชระยังเห็นว่าตัวตนของหมอบุญส่งยังเป็นต้นแบบให้คนจำนวนหนึ่งด้วย

“เราเอาแบบอย่างจากหมอโดยไม่รู้ตัว ในการทำงานอย่างสนุก หมอทำโดยไม่คิดถึงตัวเองเท่าไร ทำเพื่อให้เกิดการอนุรักษ์ ไม่คิดว่าตัวเองจะได้อะไร

“แต่ตอนนี้หมอบุญส่งเหมือนกำลังจะถูกลืม” วัชระพูดถึงสิ่งที่เป็นอยู่จริงในปีที่ ๑๐๐ ของนายแพทย์บุญส่ง เลขะกุล ซึ่งสวนกับกระแสการอนุรักษ์ธรรมชาติที่ตื่นตัวมากขึ้น แต่ชื่อหมอบุญส่งกลับเป็นที่รู้จักกันเพียงในวงแคบๆ

สิ่งที่เขาเห็นว่าควรจะทำในเวลานี้จึงอยู่ที่การทำอย่างไรให้ชื่อหมอบุญส่งยังอยู่ ไม่ตายไปจากโลก ให้คนหยิบหนังสือของหมอขึ้นมาอ่าน เพื่อที่จะทำให้เกิดนักอนุรักษ์รุ่นต่อๆ ไป

อาจารย์จารุจินต์ นภีตะภัฏ ก็คงมองเห็นในสิ่งเดียวกันนี้ สิ่งหนึ่งที่ท่านทำไปแล้วคือการฝากชื่อหมอไว้ในชื่อสัตว์ป่า

“การนำชื่อใครมาตั้งชื่อพืชหรือสัตว์ ถือเป็นการให้เกียรติอย่างสูงสุด”

ทำให้ชื่อของใครคนนั้นอยู่ในวงการวิทยาศาสตร์ต่อไปอีกนาน แม้เขาจะจากโลกนี้ไปแล้ว


บิดาแห่งการอนุรักษ์ธรรมชาติ

ย่อมเป็นเรื่องยากที่จะวางใจอย่างไม่คลางแคลง กับการที่ใครสักคนผู้เคยเหนี่ยวไกสังหารสัตว์ป่ามานับไม่ถ้วน หันกลับมาป่าวประกาศการอนุรักษ์ธรรมชาติ ฝาบ้านของเขาเต็มไปด้วยเขาสัตว์หายาก ยังไม่นับซากสัตว์ป่านานาชนิด และภาพถ่ายเขากับซากสัตว์ใหญ่จำพวกวัวแดง กระทิง ฯลฯ ที่เขาล้มมันกับมือ ซึ่งเคยตีพิมพ์เผยแพร่ไปในวงกว้าง ล้วนแต่เป็นภูมิหลังที่ชวนให้กังขากับการยกย่องเขาในฐานะบิดาแห่งการอนุรักษ์ธรรมชาติของไทย

คนหนุ่มที่เดินตามแนวทางที่หมอบุญส่งวางไว้อย่าง วัชระ สงวนสมบัติ มองเรื่องนี้ว่า “หมอบุญส่งเป็นนักล่ามาก่อนจริง เคยยิงสัตว์ที่หายากในตอนนี้ มีการเผยแพร่ภาพหมอบุญส่งกับสัตว์ที่ล่าได้ ท่านมีหัวกระทิงที่เขาใหญ่กว่าคนอื่นเขา แต่ท่านได้ตัวที่เขายาวกว่าคนอื่นเพราะอะไร ก็เพราะไม่ยิงตัวเล็ก หรือตัวเมีย พรานสมัยก่อนมีสปิริต และการล่าสัตว์ถือเป็นกีฬา เป็นงานอดิเรกที่ทุกคนทำได้ แต่หมอบุญส่งมีที่พิเศษคือการเก็บข้อมูลรายละเอียด ท่านเป็นคนที่สนใจธรรมชาติมากๆ จึงรู้เรื่องพวกนี้ และเมื่อรู้ถึงความสำคัญก็เลิก ไม่เท่านั้นหมอยังหาทางเผยแพร่ไม่ให้คนล่าสัตว์ แค่คนกลับใจเขายังยกย่อง แต่หมอทำมากกว่านั้น ไม่แค่หยุด แต่กลับพยายามสร้าง ถ้าไม่มีหมอ นักอนุรักษ์รุ่นต่อมาอาจไม่มีโอกาส เพราะนักธรรมชาติวิทยาในปัจจุบันล้วนมาจากหมอบุญส่ง หมอตายไปแล้วยังมีคนพร้อมจะทำงานต่อเป็นลูกโซ่ต่อไปเรื่อยๆ”

นายแพทย์รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ มองในเรื่องเดียวกันว่า หมอบุญส่ง เลขะกุล เป็นคนแรกที่สร้างองค์ความรู้เรื่องธรรมชาติวิทยาให้แก่สังคมไทย ปลุกกระแสให้เห็นคุณค่าของสัตว์ป่าขึ้นมาได้ด้วยพลังใจและความสามารถอย่างสูง ซึ่งถ้าไม่มีหมอบุญส่ง เราก็คงไม่รู้จักไพรมากเท่านี้ และวงการอนุรักษ์จะเริ่มเมื่อใดก็คงไม่มีใครบอกได้

ส่วนการพลิกเปลี่ยนชีวิตจากการเข้าป่าล่าสัตว์มาเป็นนักอนุรักษ์นั้น นพ. รังสฤษฎ์มองตามทัศนะของเขาว่า

“ผมไม่เชื่อว่าท่านสนุกกับการฆ่าสัตว์ คงเป็นเด็กซนคนหนึ่งที่สนใจธรรมชาติ ท่านคงชอบใช้ชีวิตกลางป่า เรียนรู้เรื่องธรรมชาติ แต่กิจกรรมสมัยนั้นมันเป็นกระแสเรื่องการล่าสัตว์ ผมเชื่อว่าลึกๆ แล้วคนที่กลับมาเป็นอย่างนี้ได้ การยิงแต่ละครั้งท่านคงไม่มีความสุข”

ขณะที่อาจารย์จารุจินต์ นภีตะภัฏ พูดอย่างราบเรียบในน้ำเสียงธรรมดาว่า “ท่านก็แค่คนที่ทำงานตามยุคสมัย ตอนนั้นการล่าสัตว์เป็นเกมกีฬา หมอบุญส่งทำไปตามยุคสมัยของท่าน พอเริ่มเห็นว่าสัตว์เริ่มจะหมด ก็หันกลับมาอนุรักษ์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรได้รับเกียรติและการยกย่อง”

โลกและชีวิตใครแต่ละคนเป็นเรื่องซับซ้อนย้อนยอกยิ่งนัก จึงไม่ง่ายกับการจะตัดสินใครหรือสิ่งใดจากปรากฏการณ์หรือความนึกคิดเพียงชั่วแล่นผิวเผิน

ครั้งหนึ่งหมอบุญส่งบอกกับ มงคล วงศ์กาฬสินธุ์ ว่า “งานอนุรักษ์ไม่ใช่ว่าทำไปเพื่อเก็บรักษาไว้เพียงอย่างเดียว รักษามันไว้ให้มาก แล้วใช้มันอย่างคุ้มค่า และใช้อย่างฉลาดให้ยาวนานที่สุด”

และหมอบอกกับคนรุ่นหลังด้วยชีวิตทั้งชีวิตว่า การที่ใครสักคนเคยเป็นนักล่าก็ไม่หมายถึงการเป็นผู้ทำลายล้างเสมอไป


หนังสืออ้างอิงและอ่านประกอบการเขียน
บุญส่ง เลขะกุล

ชีวิตของฉันลูกกระทิง, ๒๕๔๖
ธรรมชาตินานาสัตว์ ๑, ๒๕๓๗
ธรรมชาตินานาสัตว์ ๒, ๒๕๓๗
ธรรมชาตินานาสัตว์ ๓, ๒๕๓๘
เนื้อสมัน, ๒๔๙๗
ม้าลาย, ๒๔๙๗
ยีราฟ, ๒๔๙๗
แรดไทย, ๒๔๙๗
วานรมนุษย์, ๒๔๙๗
วัวแดง, ๒๔๙๗
สัตว์ป่าเมืองไทย, ๒๔๙๗
สิงห์โต, ๒๔๙๗
ฮิปโปโปเตมัส, ๒๔๙๗
A Guide to the Birds of Thailand, 1991

- คณิตา เลขะกุล ๑๐๐ ปี การอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๑๐๐ ปี นพ. บุญส่ง เลขะกุล ๒๔๕๐-๒๕๕๐, ๒๕๕๐
- ธนพล สาระนาค ความฝันที่เป็นจริงของคุณหมอบุญส่ง, ๒๕๕๐
- รุ่งโรจน์ จุกมงคล “Bird Guide of Thailand ‘คัมภีร์’ คนรักนก”, สารคดี ฉบับที่ ๕๙ ปีที่ ๕ มกราคม ๒๕๓๓
- ศรัณย์ บุญประเสริฐ “รำลึกหมอบุญส่ง เลขะกุล : บิดาแห่งการอนุรักษ์ธรรมชาติ”, สารคดี ฉบับที่ ๙๖ ปีที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๖
- นิยมไพร ฉบับที่ ๓ ปีที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๐๑ ถึง ฉบับที่ ๘ ปีที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๐๑
- หมายเหตุนิเวศวิทยา ฉบับที่ ๒ ปีที่ ๑ เมษายน-มิถุนายน ๒๕๕๐
- อนุสรณ์ในการพระราชทานเพลิงศพ นายแพทย์บุญส่ง เลขะกุล, ๒๕๓๕


ขอขอบคุณ
คุณสุวัฒน์ อัศวไชยชาญ เอื้อเฟื้อให้ยืมหนังสือเก่าเก็บหลายเล่ม
คุณรุ่งโรจน์ จุกมงคล ให้คำปรึกษาทุกด้านในการทำงานชิ้นนี้
คุณปณต ไกรโรจนานันท์ ให้คำปรึกษาในเชิงวิชาการด้านสัตววิทยา
คุณกฤช เหลือลมัย ช่วยประสานแหล่งข้อมูลบางท่าน
คุณศรัณย์ บุญประเสริฐ ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์
อาจารย์สุรชิต แวงโสธรณ์ คุณธัญญา จั่นอาจ คุณเจฟฟรีย์ แมคนีลลี เอื้อเฟื้อภาพบางส่วน
https://www.sarakadee.com/web/modules.php?name=Sections&op=printpage&artid=809
โดย: ๆๆ [14 ก.ย. 51 1:02] ( IP A:58.8.16.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
    งานเข้าอีกแล้วเหรอ???

โดย: GN+ [14 ก.ย. 51 11:39] ( IP A:222.123.17.147 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   งานเข้า...
โดย: หมอก้อนหิน [14 ก.ย. 51 12:28] ( IP A:114.128.21.71 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   ความเห็นที่ 4 แย่มาก
โดย: 45 [14 ก.ย. 51 21:50] ( IP A:125.26.68.157 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน