ร้องทุกข์การปฏิบัติหน้าที่บกพร่องของแพทย์โรงพยาบาล....อ..... จ.นครพนม
   ร้องทุกข์การปฏิบัติหน้าที่บกพร่องของแพทย์โรงพยาบาล อ.-----จ.นครพนม
เหตุการณ์ เกิดขึ้น ในวันอาทิตย์ที่17 เดือน สิงหาคม 2551 เวลา 23.00 น. ผู้ป่วยเริ่มหายใจหอบเหนื่อย ให้ญาติพาไปที่โรงพยาบาล ถึงโรงพยาบาล เวลาประมาณ 23.15 น. ขณะนั้นผู้ป่วย(นายสมชัย ศรีสุยนต์)พูดได้ และเดินไปที่ห้องฉุกเฉินเองได้ (โดยมีเจ้าหน้าที่มารับ) ขณะขึ้นเตียงผู้ป่วยขอออกซิเจน พยาบาลได้นำออกซิเจนชนิดแบบดมยาให้ ซักพักผู้ป่วยบอกว่า ใจจะขาด เหนื่อยมาก พยาบาลจึงเปลี่ยนออกซิเจนชนิดที่เป็นที่เสียบจมูกให้ ขณะนั้นผู้ป่วยเริ่มไม่ไหวและอ่อนแรงลง ขณะเดียวกันนั้น คุณหมอ(นายจ...... )
ก็เข้ามาซักประวัติ ผู้ป่วยกับญาติ โดยที่ไม่ได้เข้ามาดูผู้ป่วย ผู้ป่วยก็ยิ่งอ่อนแรง พยาบาลเห็นว่าผู้ป่วยไม่ไหว จึงเรียกหมอมาดู แล้วหมอก็สั่งปั้มหัวใจแล้วให้ญาติออกไปรอข้างนอก หลังจากนั้นประมาณซัก 10 นาที หมอก็เรียกญาติ ผู้ป่วยเข้ามา แล้วหมอก็ถามว่า จะเอาผู้ป่วยกลับเลยไหม เพราะผู้ป่วยได้เสียชีวิตไปแล้ว และสั่งให้พยาบาลหยุดปั้มหัวใจ(ก่อนหน้านั้นจะส่งตัวผู้ป่วยไปยัง รพ.นครพนม แต่ก็สั่งให้เก็บรถส่งตัวผู้ป่วยเข้าจอดไว้ที่เดิม)
หลังจากนั้นก็ไม่ได้สนใจผู้ป่วยเลย แล้วทำการตรวจ ผู้ป่วยปกติรายอื่นต่อ อีกประมาณ 15 นาที ลูกชายผู้ป่วยพร้อมลูกสะใภ้ที่เดินทางมาจาก รพ.ปลาปาก ก็มาถึงรพ.ท.เป็นเวลา ประมาณ 24.oo น. ขณะนั้นก็ยังไม่ได้ส่งตัวผู้ป่วยไปไหนเลย แล้วลูกชายกับลูกสะใภ้ก็เข้าไปดูอาการผู้ป่วยที่ห้องฉุกเฉิน ก็ได้เห็นพยาบาลบีบเครื่องช่วยหายใจให้กับผู้ป่วย ลูกชายจึงถามพยาบาลว่า อาการผู้ป่วยเป็นยังไง พยาบาลก็บอกให้รอถามคุณหมอ
และขณะนั้นคุณหมอก็ยังตรวจคนไข้รายอื่นอยู่ โดยที่ไม่ได้สนใจผู้ป่วยที่อยู่ในอาการฉุกเฉิน จึงเดินไปถามอาการกับคุณหมอด้วยตัวเอง แล้วคุณหมอก็ได้ให้คำตอบว่า คุณพ่อได้เสียชีวิตแล้ว จากอาการหัวใจล้มเหลว ม่านตาไม่ตอบสนองแสงไฟ หัวใจหยุดเต้น จากโรคประจำตัว แต่พอลูกสะใภ้ (ซึ่งเป็นผู้ช่วยพยาบาลที่โรงพยาบาลปลาปาก) ได้จับชีพจรของผู้ป่วย ปรากฏว่า ชีพจรยังเต้นอยู่ เลยถามคุณหมอว่า ทำไมชีพจรยังเต้นอยู่ คุณหมอได้ตอบและยืนยันว่า หัวใจเต้นเพราะฤทธิ์ของยาที่ฉีดเข้าไปกระตุ้น แต่ระบบประสาทได้ตายไปหมดแล้ว และบอกว่า คนไข้เป็นโรคไตวายเรื้อรัง ถ้าฟื้นขึ้นมาก็จะมีโรคแทรกซ้อนเข้ามาอีก และยืนยันอีกครั้งว่าคนไข้ได้เสียชีวิตแล้ว แต่ลูกชายและลูกสะใภ้ก็ยังอยากให้ส่งตัวไปที่โรงพยาบาลนครพนม คุณหมอจึงตกลงและนำรถส่งตัวผู้ป่วยขึ้นมา ซึ่งขั้นตอนการส่งตัวผู้ป่วยดำเนินการอย่างช้ามาก ประมาณซัก 20 นาที
พอถึงโรงพยาบาลนครพนมก็นำตัวผู้ป่วยเข้าห้องฉุกเฉิน และพยาบาลเวรก็ซักประวัติผู้ป่วย พร้อมกับช่วยด้วยเครื่องช่วยหายใจ หลังจากนั้นประมาณ 15 นาที คุณหมอบอกว่าจะส่งตัวเข้าห้อง ไอซียู แต่ห้องไอซียูเต็ม จึงส่งไปที่แผนกอายุรกรรมชาย อาการตอนนั้นผู้ป่วยมีอาการกระตุกและความดันประมาณ 280/130 การเต้นของหัวใจประมาณ 86 และออกซิเจนประมาณ 44-45 หลังจากนั้นประมาณ 10.00 น. ก็ย้ายเข้าห้องไอซียู
และคุณหมอปนัดดาให้การรักษาฟอกไตครั้งแรกวันที่ 18-ส.ค-51 เวลาประมาณ 13.00 น. หลังจากนั้นผู้ป่วยก็มีอาการดีขึ้นตามลำดับ วันที่ 19-ส.ค-51 คุณหมอ เห็นว่าอาการดีขึ้นก็เลยให้ฟอกไตอีกรอบ วันที่ 20-ส.ค-51 หลังจากคุณหมอตรวจอาการ ก็แจ้งให้ทราบว่า ผู้ป่วยมีการตอบสนอง โดยมีอาการไอและม่านตามีการตอบสนองต่อแสง และเวลาดูดเสมหะ ผู้ป่วยก็มีอาการขมวดคิ้ว คุณหมอก็เลยให้รอดูอาการในวันถัดไป
วันที่ 21-ส.ค-51 คุณหมอแจ้งว่าผลเลือดดีขึ้น และจะลดกำลังของเครื่องช่วยหายใจ เพื่อที่จะให้คนไข้พยายามหายใจด้วยตัวเอง และบอกว่าคนไข้มีเปอร์เซ็นที่จะฟื้น แต่ต้องดูอาการไปเรื่อยๆ

ข้อควรพิจารณา
- ถ้าเกิดว่าลูกชายและลูกสะใภ้มาไม่ทัน หมอ(นายจ.........) ก็คงทิ้งคนไข้ให้ตายต่อหน้าญาติและคงไม่ได้ส่งตัวมาที่ รพ.นครพนม เผื่อรักษาต่อ
- หมอ(นายจ........ ) ได้ยืนยันว่าคนไข้เสียชีวิตทั้งที่หัวใจคนไข้ยังเต้นอยู่
- วิธีการช่วยเหลือคนไข้ฉุกเฉินดำเนินการช้ามาก
- ไม่อยากส่งตัวคนไข้ต่อ

แล้วยังนี้เป็นประชาชนทั่วไปเขาจะสามารถพึ่งใครได้ ขอความเป็นธรรมด้วย
เพื่อ ไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้ ได้เกิดขึ้นอีกในสังคมบ้านเรา


ด้วยความเคารพอย่างสูง
โดย: ประชาชนตาดำๆๆ [27 ส.ค. 51 14:39> ( IP A:118.173.240.156 X: )

--------------------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 1
บัตรทองมันไม่ดี
ต้องใช้บัตร platinum
โดย: 1111 [27 ส.ค. 51 15:19> ( IP A:118.172.217.210 X: )

--------------------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 2
โทษบัตรไม่ได้
ต้องโทษบุคลากรที่ดูแลบัตรดีกว่า ไล่มันออกไปให้หมดเลย
โดย: 2222 [27 ส.ค. 51 15:3
โดย: [0 3> ( IP )

--------------------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 1
0> ( IP A:117.47.124.190 X: )

--------------------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 3
งานเข้าแล้วไหมล่ะ... บอก dead แต่คลำ pulse ได้
ถ้าเป็นเรื่องจริง ผมก็คงไม่ได้เข้าข้างหมอท่านนั้นนะครับ...
โดย: งานเข้า...แล้วตู [27 ส.ค. 51 20:33> ( IP A:222.123.56.148 X: )

--------------------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 4
ด้วยความเคารพ รบกวนเจ้าบ้านพิจารณาเรื่องชื่อบุคคลและสถานที่ด้วยครับ
พาดพิงตรงๆแบบนี้ หากมีเรื่อง อาจจะเดือดร้อนเจ้าของเว็บทั้งหลายด้วยนะครับ เรื่องร้องเรียนก็ดำเนินการกันไป
โดย: someone [28 ส.ค. 51 3:15> ( IP A:222.123.218.165 X: )

--------------------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 5
ถ้าเป็นเรื่องจริง
ไม่เคยมีศาลที่ไหนท่านเอาผู้เสียหายติดคุก
เพราะพูดเรื่องความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวเอง
แต่...ผู้เสียหายต้องพูดเรื่องจริงเท่านั้น
ถ้าใส่ร้ายป้ายสีเขาก็โดนเช่นกัน
โดย: เครือข่ายฯ [28 ส.ค. 51 12:03> ( IP A:58.9.203.75 X: )

--------------------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 6
เป็นไปได้เหรอ หมอบอกว่าเสียชีวิตแล้วแต่พยาบาลยังบีบเครื่องช่วยหายใจให้ผู้ป่วยอยู่อีก
โดย: แค่สงสัย [28 ส.ค. 51 12:17> ( IP A:124.120.73.227 X: )
โดย: เจ้าบ้าน [28 ส.ค. 51 12:50] ( IP A:210.86.181.20 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   
โดย: แอ้ม [12 ก.ค. 52 13:36] ( IP A:125.24.195.10 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   แป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ที่ห้องทำงานเสียส่งซ่อมยังไม่ได้เลย ทำงานก็เหนื่อยอยู่แล้ว อุปกรณ์ก็ไม่พร้อมอีก เหนื่อยมาก ๆ นำของส่วนตัวมาใช้ก็พังไป 2 อันแล้ว
โดย: คนทำงาน [19 ส.ค. 52 10:11] ( IP A:119.42.83.2 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน