สืบเนื่องจากกระทู้ 182 เรื่องแม่เราควรร้องเรียนดีไม๊
   แม่เสียไป 2 อาทิตย์ได้แล้ว ใจหนึ่งเราก็คิดว่าท่านคงไปสบายแล้ว
แต่อีกใจก็คิดอยู่ตลอดว่า เป็นเพราะการรักษาที่ไม่ดีหรือผิดพลาดของ รพ. หรือเปล่าที่ทำให้แม่เราต้องตาย

เราไม่อยากให้เรื่องที่เกิดกับแม่เงียบไปเฉยๆ
อย่างน้อยก็อยากได้คำชี้แจงจากรพ. ให้ รพ.ได้รับรู้หรือปรับปรุงบ้าง

หรือว่าเราควรทำใจและขอบคุณ รพ.ที่ทำให้แม่เราสู่สุขคติ
โดย: ไม่โทษหมอแต่ยังทำใจไม่ได้ค่ะ [28 ส.ค. 51 12:32] ( IP A:124.120.73.227 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   เข้าไปถามผอ. โรงพยาบาลตรงๆเลยครับ อ้างด้วยว่าเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์บอกมา (เดี๋ยวนี้ชื่อเครือข่ายขายกินได้บ่อยๆ ทั้งที่กรรมการเครือข่ายกินแกลบกันกรอดๆ 5555 )
โดย: เจ้าบ้าน [28 ส.ค. 51 12:54] ( IP A:210.86.181.20 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ผมขอแสดงความเสียใจต่อเจ้าของกระทู้นี้ และที่ 182

ขึ้นชื่อว่า ผู้เป็นแม่ ย่อมมีค่ากับลูกทุกๆคนเสมอ ไม่ว่าท่านจะอยู่กับเราหรือพรากจากเราไปแล้ว

ผมหวังว่า ความมีค่านี้ จะอยู่กับเราในทางสร้างสรรค์ทั้งกับเรากันเองและสังคมรอบข้าง

หากท่านเจ้าของเรื่องผู้สูญเสียแม่ จะเรียกร้องให้มีการชี้แจง/ตรวจสอบผลงานที่รักษา ซึ่งสงสัยว่าเป็นสาเหตุการพรากแม่ไปก่อนเวลาอันควร ก็ย่อมทำได้ เฉพาะสองกรณีนี้ผมก็ว่าสมควรทำ และก็หวังให้ท่านได้รับการชี้แจงจนหายข้องใจ+เป็นบทเรียนแก่วงการแพทย์เพื่อความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นของคนเป็นแม่รายถัดๆไป

แต่ต้องขอสะกิดบอกกันตรงนี้ว่า ผลการเรียกร้องอย่างที่ท่านต้องการนั้น จะไม่ได้อย่างที่ท่านหวัง หรือได้ก็จะออกมาแบบที่ชาวบ้านอย่างเราท่านประเมินความจริง/เท็จ หรือความถูกต้องตามวิชาชีพไม่ได้

เพราะเหตุว่า หน่วยงานอย่าง ส.ธ. เอง อย่างแพทยสภาเอง เป็นหน่วยงานกลางทางเรื่องนี้ที่ฉ้อฉล โกหก ตลบแตลง มามากและยาวนานจนแม้วันนี้หากจะพูดเรื่องจริงออกมาซักเรื่อง หรือตัดสินเรื่องออกมาอย่างเป็นกลางแล้ว ก็จะหาคนเชื่อได้ยากมาก แม้ว่าเราอยากจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม

ความเป็นไปของเรื่องที่เล่ามาจากการรักษาแม่ของท่านจนเสียไปในที่สุด ผมขอออกความเห็นว่า ดูจากความพยายามที่ทำไปนั้น เยอะพอสมควร แต่ค่อนข้างสับสนโดยสามัญสำนึกของเรา/ท่าน ทำให้ผมมองว่ามาจากเหตุที่ระบบการส่งผ่านมือระหว่างหน่วยบริบาล/วินิจฉัยต่างๆในแต่ละตอนนั้นขาดความต่อเนื่องและประสานกันอย่างถูกหลักวิชา แล้วก็พ่วงกับความด้อยประสบการณ์ของหมอในแต่ละตอนเหล่านั้นด้วย ที่ประเมินมานี้ ผมมั่นใจว่าถูกต้องมากกว่าครึ่ง ส่วนที่เหลือนั้น ผมยกให้กับความสุดวิสัยของสภาพข้อจำกัดของจำนวนหมอผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องและของทรัพยากรทางการให้บริบาลทางการแพทย์เท่าที่มีอยู่ให้กับคนไทยธรรมดาเดินดินกินข้างแกง ซึ่งหากมองย้อนกลับ หากท่านเจ้าของเรื่องทั้งสองมีเงินมากพอที่จะเข้าโรงพยาบาลเอกชนและรู้จัก+โชคดีได้เจอทั้งหมอเก่งและหมอดีมีจรรยาบรรณในวิชาชีพพอ ผมเชื่อว่าด้วยเครื่องไม้เครื่องมือที่ดีกว่า+หมอที่เก่งกว่ามีประสบการณ์มากกว่าในโรงพยาบาลเอกชน คุณแม่ของท่านทั้งสองย่อมอยู่รอดปลอดภัยมาถึงวันนี้แน่ ทั้งนี้ ผมไม่ได้หมายความว่าโรงพยาบาลเอกชนทั้งหลายโดยเฉพาะที่อยู่ในเครือข่ายเมดิคอลฮับจะไม่ "ทำงานชุ่ย และ/หรือ รักษาเกินโรค" นะครับ ประเด็นนี้ท่านต้องระวังเอง ไม่ให้เกิดกรณีหนีความวัวไปเจอ "เสือปน *** " เข้า

ท้ายสุดที่ไม่ใช่สุดท้ายนี้ ผมว่าที่สำคัญท่านควรกำหนดใจตัวเองก่อนว่าจะตั้งมั่นเรียกร้องนี้เพื่ออะไรแน่ๆ??? เพื่อแม่ หรือเพื่อหายข้องใจ หรืออาจเพื่อสังคมส่วนรวมที่จะได้เสี่ยงน้อยลงที่จะมาเจอแบบเดียวกับท่านอีก ซึ่งตรงประเด็นหลังนี่ก็ถือว่าเป็นการทำบุญและเท่ากับเสริมแนวการมีอยู่ของที่ชุมนุมแห่งนี้ แล้วก็จะมีหลายๆมาบอกมาเล่า มาเอาใจช่วยท่านตามมีตามเกิด อย่างน้อยท่านก็จะไม่โดดเดี่ยวเดียวดาย

หากท่านตั่งมั่นที่จะทำต่อ เรียกร้องต่อ ก็ต้องทำใจด้วยว่าท่านจะได้อะไรมาบ้าง และจะเสียอะไรเพิ่มอีกบ้าง??? และขอสะกิดเพิ่มเติมว่า ท่านอย่าติดใจเรื่องนี้มากไปจนกลายเป็นปมในใจอย่างที่เรียกว่า มีอคติ เพราะจะเท่ากับทำร้ายตัวเอง ทำให้ไม่เป็นสุข ซึ่งหากแม่ของท่านยังอยู่ ท่านก็คงไม่หวังให้ลูกของตัวเอง ติดทุกข์ติดปมในใจเพราะเรื่องของท่านที่มันผ่านเลยไปแล้ว และแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว

และขอต่อท้ายตรงนี้ว่า ความผิดพลาดนั้นเป็นเรื่องปรกติของมนุษย์ (โดยเฉพาะหมอ) แต่ในกรณีของเรื่องการรักษาอาการเจ็บป่วย (เช่นกรณีอย่างนี้) เราไม่ยอมให้มีการปิดบังและเป็นเรื่องอภัยให้ไม่ได้หากมีการโกหกตลบแตลง และแม้แต่การล้มเหลวที่จะเรียนรู้จากความผิดพลาด (เช่นที่แพทยสภาและหมอใน ส.ธ. ทำตัวแบบโจรๆมาโดยตลอด) ก็เป็นเรื่องที่ยกโทษให้ไม่ได้
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง [29 ส.ค. 51 8:00] ( IP A:58.8.231.42 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ขอบคุณท่านเจ้าบ้าน กับคนรู้ทันฯ ค่ะที่ให้คำแนะนำ

ตอนนี้ได้ส่งเรื่องผ่านเวปหน่วยงานต้นสังกัดของ รพ.แล้ว
(ไม่อยากไปด้วยตัวเองเพราะเราตัวคนเดียว อีกอย่างตอนนี้ขอทุ่มเทเวลาอ่านหนังสือดีกว่า เดือนตุลามีสอบใหญ่ ---ไม่ใช่ว่าเรื่องแม่ไม่สำคัญ แต่การสอบครั้งนี้เป็นความหวังที่เราทำให้พ่อกับแม่ตอนมีชีวิตอยู่ไม่ได้ แต่ครั้งนี้เราจะทำมันให้ได้ แม้ว่าจะไม่มีเค้าอยู่แล้ว)

ส่วนคำตอบก็น่าจะรู้ๆ กัน ซึ่งเราก็ไม่ได้หวังอะไรมาก
เพียงแต่อย่างน้อยอยากให้ต้นสังกัดเขารับรู้การให้บริการของรพ.บ้างเผื่อ รพ.จะปรับปรุงอะไรขึ้นมาโดยเฉพาะในห้องฉุกเฉิน
(อย่าให้เป็นห้องรอให้ฉุกเฉินอย่างที่แม่เราโดนมาอีกเลย)
โดย: phu_tara@hotmail.com [30 ส.ค. 51 16:21] ( IP A:124.120.70.49 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน