อะไรคือหลักการทำงานของตุลาการ
   ตำรากฎหมาย เขาว่าศาลเวลาตัดสิน ห้าม มีอกุศลมูลดังนี้
ฉันทาคติ
โทสะ
ภยคติ
โมหะ
ดังนั้น ถ้าคิดว่าอะไรถูกต้อง ใยต้องแคร์ความรู้สึก
ตัดสินตามสิ่งที่ถูกต้อง แก้ปัญหาชาติที่เกิดขึ้น
ไม่ใช่ตัดสินช้าหรือเร็วเพราะแคร์คนอื่น ผมไม่เห็นด้วยกับอาจารย์ทั้งหมดในกรณีนี้ ผมว่า อาจารย์ สอนและทำคนละแบบกัน
5 อจ.นิติฯ มธ. ออกแถลงการณ์ 2 กรณี



ด้านอาจารณ์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 5 ท่าน ได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง กระบวนพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญในคดียุบพรรคการเมือง ความว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญกำลังดำเนินกระบวนพิจารณาคดียุบพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตย โดยได้กำหนดนัดคู่ความให้มีการแถลงปิดคดีในวันที่ 2 ธันวาคม 2551 แล้วนั้น ทางกลุ่ม 5 อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอแสดงทัศนะเกี่ยวกับกระบวนพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญในคดีดังกล่าวข้างต้น ดังต่อไปนี้


ชี้ตุลาการรธน.บางท่านอาจขาดคุณสมบัติ


1. คุณสมบัติของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญผู้วินิจฉัยคดี หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่ 12-13/2551 เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2551 วินิจฉัยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของนายกรัฐมนตรี (นายสมัคร สุนทรเวช) ได้ปรากฏประเด็นวิพากษ์วิจารณ์สืบเนื่องมาจากคำวินิจฉัยดังกล่าวว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางท่านซึ่งอยู่ในองค์คณะที่พิจารณาพิพากษาคดีนี้อาจขาดคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไว้ในคำวินิจฉัยดังกล่าว ประเด็นปัญหานี้เป็นกรณีสำคัญยิ่ง



เพราะหากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดียุบพรรคการเมืองเกิดขึ้นจากการวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซึ่งขาดคุณสมบัติ ย่อมเท่ากับว่าคำวินิจฉัยนั้นเกิดขึ้นจากการวินิจฉัยโดยบุคคลซึ่งไม่อาจวินิจฉัยชี้ขาดคดีได้ และโดยที่การขาดคุณสมบัติของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่เป็นองค์คณะวินิจฉัยเป็นเรื่องที่มีความร้ายแรงในทางกฎหมาย หากศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยชี้ขาดคดีไปโดยมิได้ตระหนักถึงปัญหานี้ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องนี้ ก็หมิ่นเหม่อย่างยิ่งต่อการที่จะไม่อาจนำไปบังคับใช้ได้ในทางกฎหมาย


กรอบเวลาในการพิจารณาเร่งรัด-รีบด่วน


2.กรอบเวลาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัยคดี คดียุบพรรคการเมืองเป็นคดีสำคัญยิ่งที่จะส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางในทางการเมือง เมื่อศาลรัฐธรรมนูญได้เร่งรัดให้มีการวินิจฉัยคดีอย่างรีบด่วน ในช่วงเวลาที่ผู้คนในบ้านเมืองกำลังขาดความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกันอย่างรุนแรง กรณีอาจมีผลทำให้สาธารณชนทั่วไปเกิดความเคลือบแคลงสงสัยได้ว่า การวินิจฉัยคดีของศาลรัฐธรรมนูญได้เป็นไปเพื่ออำนวยความยุติธรรมให้กับทุกฝ่ายอย่างแท้จริง หรือเพื่อประโยชน์ในทางการเมืองต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หากศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยชี้ขาดคดีโดยไม่ตระหนักต่อปัญหานี้ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องดังกล่าว ก็หมิ่นเหม่อย่างยิ่งต่อการที่จะไม่ได้รับการยอมรับนับถือทั้งจากคู่กรณีและทั้งจากสาธารณชนทั่วไป


ด้วยความห่วงใยต่อสถานการณ์บ้านเมืองอย่างยิ่ง เราขอเรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาในสองประเด็นนี้อย่างรอบคอบก่อนที่จะมีการวินิจฉัยชี้ขาด เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าว กลายเป็นชนวนอันหนึ่งต่อภาวะสงครามกลางเมืองซึ่งกำลังใกล้จะเกิดขึ้น


ลงชื่อ รองศาสตราจารย์ ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ รองศาสตราจารย์ ประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช อาจารย์ ดร.ฐาปนันท์ นิพิฏฐกุล อาจารย์ ธีระ สุธีวรางกูร และ อาจารย์ ปิยบุตร แสงกนกกุล
โดย: ไม่ *** นด้วย [1 ธ.ค. 51 14:01] ( IP A:58.8.2.138 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   พงษ์เทพติงศาลรธน.ไม่ยุติธรรม
14:21 น.


นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะแถลงปิดคดียุบ 3 พรรคการเมืองในวันที่ 2 ธันวาคมนั้น ตนเองมองว่าศาลรัฐธรรมนูญลุกลนมากที่เร่งตัดสินคดียุบพรรคโดยเร็ว ส่วนตัวเห็นว่าที่ผ่านมามีอยู่ 2 คดี ที่ศาลรัฐธรรมนูญเร่งปิดคดีเร็วกว่าปกติ คือ คดีชิมไปบ่นไปของนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐฒตนตรี และคดียุบพรรคพลังประชาชน แต่บางคดีที่ต้องเร่งพิจารณากลับดำเนินการล่าช้า เช่น การพิจารณากฎหมายผลประโยชน์ทับซ้อน หรือกฎหมาย 7 ชั่วโคตร ที่ศาลรัฐธรรมนูญเพิ่งชี้ขาดไปหลังคดีนายสมัครไม่นาน ทั้งที่ข้อเท็จจริงสามารถพิจารณาได้เร็ว

นายพงษ์เทพ กล่าวว่า โดยหลักการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญต้องให้คู่ความนำเสนอข้อมูล ข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงในการต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ เพื่อประโยชน์ต่อศาลในการตัดสินคดี จะได้ข้อมูลอย่างครบถ้วนรอบด้านและให้คู่ความเกิดความสบายใจว่าศาลรับฟังคู่ความ ไม่มีการตั้งธงไว้ก่อน โดยเฉพาะคดียุบพรรคครั้งนี้กระทบกับบุคคลมากมาย และเป็นคดีที่มีข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายมาก ประกอบกับมีกรรมการบริหารพรรคที่ได้รับผลกระทบจาการตัดสินคดีดังกล่าวยื่นขอเป็นคู่ความร่วมด้วย จึงต้องใช้พยานบุคคลพอสมควรเข้ามาชี้แจง ศาลจะมาตรัสรู้เองไม่ได้ แต่นี่กลับรีบแถลงปิดคดี เรียกว่าเป็นการให้โอกาสคู่ความอย่างเป็นธรรมแล้วเหรอ ขอถามไปยังตุลาการรัฐธรรมนูญว่า สมัยที่ยังเป็นผู้พิพากษาเคยทำแบบนี้เหรอไม่ เพราะตามหลักกฎหมายแล้วต้องตัดสินคดีโดยไม่มีอคติ ซึ่ง ถ้าศาลฯไม่สามารถให้ความยุติธรรมได้ เราก็ไม่สามารถยอมรับได้เช่นกัน
โดย: อดีตศาลท่านว่า [1 ธ.ค. 51 15:26] ( IP A:58.8.2.138 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   การพิพากษาคดีอาญา นั้น กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเขาบัญญัติไว้ว่า
คำพิพากษาและคำสั่ง
มาตรา 182 วรรค 2 ให้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งในศาลโดยเปิดเผย ในวันเสร็จการพิจารณา หรือภายในเวลา 3 วัน นับแต่เสร็จคดี ถ้ามีเหตุอันสมควร จะเลื่อนไปอ่านวันอื่นก็ได้ แต่ต้องจดรายงานเหตุนั้นไว้
โดย: ฟฟ [1 ธ.ค. 51 15:30] ( IP A:58.8.2.138 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ทำช้า ทำเร็วก็เหมือนกัน ถ้า ตรงไปตรงมา
เวลาไม่ใช่เรื่องสำคัญ เหตุผล และ ใจที่ว่างเปล่า นิ่งเฉยไม่เข้าข้างใคร สำคัญกว่า
โดย: ฟฟ [1 ธ.ค. 51 15:32] ( IP A:58.8.2.138 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   นอกจากมี หลักอินทภาษ 4
ก็ควรมี
1.อิสระ
2.ขันติและคารวะ
3.ภาคภูมิและอารมณ์ดี
4.ใจกว้างและรับฟังความเห็นผู้เกี่ยวข้องในคดี
5.ปราศจากอคติ
6.ละเอียดและเด็ดขาด
7.เห็นใจผู้อื่น
8.สำนึกในภาวะของสังคม

ทำเท่านี้ได้ก็ว่าดีที่สุดแล้วค่ะ
ปล.ลอกมาจากหนังสือล้วน ๆ อ่านเทอมแรกจำได้
โดย: GN+ [1 ธ.ค. 51 16:59] ( IP A:222.123.128.243 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ไม่เคยได้ยินชื่ออาจารย์ทั้ง 5 คนนี้มาก่อน

แล้วก็ไม่รู้ว่าท่านสอนด้านกฎหมาย หรือด้านใกล้เคียงอื่นใดหรือไม่??

แต่อยากตั้งข้อสังเกตว่า ในจังหวะเวลา และสถานะการณ์อย่างเช่นวันนี้

ท่านทั้งผองนั้น "ทำตัวเหมาะสมแล้วหรือ?" ที่จะออกมา เอ่ยพาดพิงในลักษณะที่อาจเป็นการชี้นำกาตัดสินของศาล เช่นนี้

ในฐานะที่ "ควร" เป็นนักวิชาการที่ต้องทำตัวให้พอเหมาะพอสมตามความคาดหวังของสังคม จังหวะเวลาเช่นนี้ที่ ศาล กำลังจะตัดสินคดีความ "ตามหน้าที่" ซึ่งผลที่ออกมาล่อแหลมต่อความถูกต้องชอบธรรม และความสงบสุขเรียบร้อยของบ้านเมือง

มันสมควรแล้วหรือที่ "ท่านทั้ง 5 นั้นจะออกมาแสดงความเห็นแบบ "แตะต้องเรื่องอ่อนไหว/ละเอียดอ่อน" แบบนี้ที่ท่านไม่ได้มีหน้าที่เกี่ยวข้องโดยตรงแต่อย่างใด

หรือ พวกท่าน "อาจ" มีวาระซ่อนเร้นอื่นใดที่แฝงประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง หรือไม่???
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง [2 ธ.ค. 51 12:26] ( IP A:58.8.98.52 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   ปกติการพิจารณาและพิพากษาต้องกระทำในศาลที่ผู้พิพากษาหรือตุลาการประจำอยู่
เช่น ผู้พิพากษาศาลแพ่งก็ต้องพิจารณาและพิพากษาในศาลแพ่ง จะไปกระทำการพิจารณษและพิพากษาที่ศาลอาญาไม่ได้
ฉันใดก็ฉันนั้ั้น ศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องพิจารณาและพิพากษาที่ศาลรัฐธรรมนูญ การจะไปพิจารณาและพิพากษาที่ศาลปกครองก็ไม่น่าทำได้
ดังนั้นหากมีการโต้แย้งข้อกฎหมายดังกล่าว คำพิพากษษยุบพรรอาจเป็นโมฆะได้ครับ
โดย: อนันต์ [4 ธ.ค. 51 21:22] ( IP A:118.173.36.106 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน