อะไรคือชัยชนะ
   เมื่อเวลา 19.25 น. วันที่ 22 พ.ย. นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติและกวีซีไรต์ ได้มาร่วมกิจกรรมบนเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในทำเนียบรัฐบาล โดยได้ร่วมเป่าขลุ่ย ร้องเพลง อ่านบทกวี และแทรกด้วยการปราศรัย

"เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์"เริ่มสะกดผู้ชุมนุมด้วยการเป่าขลุ่ยเพลง"คนทำทาง" โดยมีวงดนตรีร่วมบรรเลง สลับกับการอ่านบทกวี เมื่อจบเพลง "เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์"ได้ปราศรัยว่า นี่เป็นการตัดสินใจที่ตนคิดว่าอะไรผิดอะไรถูกชัดเจนที่สุด สถานการณ์วันนี้แปลกประหลาดมากๆ มีบ้านหลังหนึ่ง มีขโมยกำลังเลาะรอบบ้าน บางตัวเข้ามาในบ้านแล้ว หมาเห่า หมาบ้านเราเห่า เจ้าของบ้านกลับมารำคาญเสียงเห่า เจ้าของบ้านกลับมาด่าหมา แทนที่จะด่าขโมย จนกระทั่งหมาโดนตีโดนเตะ เจ้าของบ้านกลับมาเกลียดหมา มองไม่เห็นขโมย มันเกิดอะไรขึ้น สถานการณ์อย่างนี้

"ขโมยนั้น มันคุกคามบ้านเรา ตั้งแต่มีโจรอยู่ข้างนอกบ้าน และมีหัวขโมยแก้งขโมยอยู่ในบ้าน แล้วก็ยังมีนักตีชิงวิ่งราวทางการเมือง และก็มีนักย่องเบาทางการเมืองอีก เราเป็นเจ้าของบ้านหรือเปล่า แล้วก็มาเกลียดหมา หมามันอาจจะขี้เรื้อน เยี่ยวรดรุ่มร่ามไปบ้าง แต่หมามันเห่าขโมย ครับ และหมาพวกนี้ มันจะตายหรือมันจะอยู่ก็ไม่รู้ แต่มันจะได้ปลอกคอหรือ มันไม่ได้หวังปลอกคอ มันก็ยังเป็นหมาอยู่

“ผมเชื่อในพลังของความถูกต้องและความดี วันนี้ ผมจึงออกมา”

หลังจากนั้นได้เป่าขลุ่ยเพลง"คนดี" แทรกด้วยการอ่านบทกวี "เป็นมนุษย์"

เมื่อเพลงจบ "เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์" ได้ปราศรัยว่า ชัยชนะไม่ได้ชี้ขาดในสนามรบ ชัยชนะไม่ได้ชี้ขาดในสนามรบ ชัยชนะชี้ขาดด้วยความเป็นธรรมและความถูกต้อง ผมเขียนหนังสือ เล่นดนตรี ตั้งแต่ 14 ตุลาฯ มาจนถึงวันนี้ ผมไม่เคยเลือกข้างผิดเลยครับ ไม่มีการตื่นตัวทางการเมืองครั้งไหนจะยิ่งใหญ่เท่าครั้งนี้ มันเป็นปรากฏการณ์การต่อสู้ระหว่าง 2 กลุ่ม คือ 1.ผู้ตื่นตัวทางการเมือง 2. ผู้หลับใหลทางการเมือง


ผู้หลับใหลทางการเมืองนั่นแหละเป็นเหยื่อทางการเมือง ผมจึงบอกว่าไม่ประหลาดใจเลยที่ขโมย ผู้ตีชิงวิ่งราว นักย่องเบาทางการเมือง พวกนี้เป็นเหยื่อทางการเมืองทั้งนั้น

หลังจากนั้น"เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์"ได้เป่าขลุ่ยและร่วมร้องเพลง"นางนวล" เพื่อเป็นการให้กำลังใจผู้ชุมนุม โดยก่อนเริ่มเพลงได้บอกว่าบ้านเมืองของเรา มาถึงจุดที่ต้องจำแนกให้ชัดเจน ตนเคยเขียนบทกลอนบทหนึ่งว่า "ปัญญาชนคนชั้นกลาง ยังใบ้เบื้อ คนรากหญ้าเป็นเหยื่อทุกหย่อมหญ้า เผด็จการ เบ็ดเสร็จ เผด็จสภา ปล้นประชาธิปไตยไปทุกครั้ง"

หลังจากนั้น"เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์"ได้กล่าวปราศรัยอีกครั้งว่า "มีคำถามง่ายๆ ว่า เราสู้นี้เพื่อใคร สู้เพื่อพวกแกนนำพันธมิตรฯ หรือ เปล่าเลย ถ้าสู้เพื่อพวกแกนนำพันธมิตรฯ ผมไม่สู้ครับ เราสู้เพื่อใคร ถามตัวเองให้ดี นั่นแหละคือชัยชนะ ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งเขาสู้เพื่อใคร เขาสู้เพื่อคนๆ เดียว ใช่ไหมครับ ขณะที่เราสู้เพื่อคนเป็นแสนเป็นล้าน คนของประเทศนี้ ชัยชนะอยู่ตรงนี้ เราไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง เหมือนที่บอกว่า เราเป็นหมาเห่าขโมย เราไม่ได้สู้เพื่อปลอกคอหมา ใช่ไหมครับ เรื่องราวนี้จบไปแล้ว เราก็ยังเป็นหมา ที่คอยจะเฝ้ายาม คอยจะเห่าขโมยอยู่นั่นแหละ"

ช่วงสุดท้าย "เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์"ได้เป่าขลุ่ยและร้องเพลง "ส่งใจสู่ใจ" โดยก่อนเริ่มเพลงได้บอกว่า "พวกเราไม่เคยเปลี่ยนแปลง ไม่เคยเปลี่ยนสีแปรธาตุ" และเมื่อเพลังจบแล้ว ได้บอกว่าเมื่อมีโอกาสจะมาให้กำลังใจอีกครั้ง และเอาใจช่วยตลอดเวลา
โดย: ประยุกต์เข้าได้กับเครือข่าย [23 พ.ย. 51 9:47] ( IP A:58.8.7.170 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   ขอบพระคุณมาก
ท่านคมจริง ๆ สมกับเป็นกวีศรีรัตนโกสินทร์
ทุกคำพูดของอาจารย์เนาวรัตน์ทิ้งไม่ได้แม้แต่คำเดียว
เราเองก็ดีใจที่เลือกข้างไม่ผิดเช่นกัน
โดย: คำคมเหลือเกิน [23 พ.ย. 51 18:29] ( IP A:58.9.222.22 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   นักการเมือง ส่วนมากจะคิดแบบนักเศรษฐศาตร์ จะคิดทุกบาททุกสตางค์ ไม่ว่าจะทำอะไรในชีวิตประจำวัน ต้องมีค่าออกมาเป็นตัวเงินและ ผลออกมาต้องกำไร เท่านั้น

ส่วน "เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์" เป็นนักศิลปะ ศิลปิน เพราะคนพวกนี้มักไม่มองอะไรเป็นตัวเงินและไม่ได้ตีค่าราคาอะไรหลาย ๆ อย่างเป็นตัวเงิน แต่จะตีออกมาเป็น ความรู้สึกและความพึงพอใจ และอิสระภาพมากกว่า

เพราะฉะนั้น ให้ นักเศรษฐศาตร์ กับ ศิลปิน มาคิดคู่กัน มันย่อมเห็นความแตกต่างและสวนทางกันเสมอ
โดย: GN+ [25 พ.ย. 51 8:32] ( IP A:117.47.229.17 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน