คนรักไวโอลิน และ 30 ไวโอลิน: การผูกมิตรแห่งสองชมรม
   บทที่ 1 บทนำ

" ถ้าอยากเรียนไวโอลินเรียนกับ อ.สุวรรณ สิครับ สุดยอดในแดนดินแล้ว " ....คุณ maouy ผู้ไม่เป็นสองรองใครใต้ฟ้าแผ่นดินเชียงใหม่ ได้กล่าวไว้เช่นนั้น

" Strongly recommend " คุณพี่ OVM ผู้เป็นอาจารย์ชั้นผู้ใหญ่เป็นวิศวกรไฟฟ้าการสื่อสาร และ เป็นผู้มีความรู้อย่างยอดเยี่ยมท่านหนึ่งในเรื่องการคัดเลือกและการเล่นไวโอลิน ได้กล่าวไว้เช่นนั้นเหมือนกัน

" โห...ลุง อาจารย์สุวรรณมาในงานเลี้ยงของพวกเราเชียวหรือครับ เสียดายจัง ผมไม่ได้ไปด้วย " คุณขีด เอกอัครมหาอภิเจ้าบ้านแห่งชมรมสามสิบไวโอลิน ได้กล่าวไว้เช่นนั้นด้วยอีกคนหนึ่ง

อาจารย์สุวรรณ เป็นที่ชื่นชมของมหาบุรุษทั้งสามท่านแห่งชมรมสามสิบไวโอลินถึงปานนี้ ดังนั้นผมจึงขออนุญาตเขียนถึงอาจารย์สุวรรณรวมทั้งแขกที่มาเยือนตลอดจนผองเพื่อนที่ได้ไปร่วมในงานฉลองปริญญาบัตรให้แก่คุณ satta88 ผู้เป็นที่รักยิ่งของชาวชมรม ณ โอกาสนี้

บทความชั้นเยี่ยมระดับเกียรตินิยมเหรียญทองที่ผมจะเขียนต่อไปนี้ มีวิธีการอ่านที่ถูกต้องคืออ่านไปและเปิดดูภาพประกอบในกระทู้ที่คุณแม่น้องแพทตั้งไว้เมื่อวานซืนนี้ สลับกันไป
โดย: ลุงสุบ [2 ส.ค. 49 8:45] ( IP A:202.12.74.6 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   บทที่ 2 ความตื่นเต้นของครูอนุบาล

บริเวณงานจัดเลี้ยง จะเป็นที่อื่นใดไม่ได้เด็ดขาด นอกจากร้านอาหารบ้านต้นซุง ในการนี้มีผู้ประสงค์ร้ายแอบสันนิษฐานว่าเจ้าภาพคือครูอนุบาลจะต้องเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อยู่ที่นั่นแน่ ๆ เพราะจัดเลี้ยงแต่ละครั้งไม่เคยนัดหมายไปที่อื่นเลย
แต่จะว่าไปแล้วก็เป็นสถานที่อันเหมาะสมมาก ๆ เพราะ 1. ร่มรื่นด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ 2. แขกที่รำคาญพวกเราสามารถย้ายไปนั่งที่อื่นไกล ๆ ได้ เนื่องจากเป็นร้านอาหารที่ใหญ่โตมาก และ 3. ครูอนุบาลสามารถเดินทางไปมาได้สะดวก
เมื่อผมเดินทางไปถึง ครูอนุบาลรีบออกมาสกัดหน้าห้องพร้อมกับลากตัวผมไปกระซิบกระซาบว่า "โหย...ลุง วันนี้อาจารย์สุวรรณมาด้วยนะ ลุงเอี้ยงก็มา คุณจอห์นก็มา ลุงแต่งตัวให้มันดี ๆ หน่อยซี่"

ผมรีบเอาชายเสื้อยืดยัดเข้าไปในกางเกง พลางนึกในใจว่ารู้งี้ผูกเนคไทมาเสียหน่อยก็จะดี เสร็จแล้วก็รีบเดินตามคุณครูอนุบาลเข้าไปในห้องปรับอากาศด้วยใจตุ่ม ๆ ต้อม ๆ
โดย: ลุงสุบ [2 ส.ค. 49 9:01] ( IP A:202.12.74.5 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   บทที่ 3 ห้องที่เนืองแน่นด้วยความอบอุ่น

ภายในห้องจัดเลี้ยงแห่งนั้นมีบรรยากาศคล้าย ๆ คนกำลังจะย้ายบ้านกล่าวคือเต็มไปด้วยกล่องและกระเป๋าขนาดต่าง ๆ วางอยู่ระเกะระกะรกเต็มไปหมด ผู้คนที่อยู่ภายในห้องบ้างกำลังเปิดกระเป๋า บ้างกำลังปิด บ้างกำลังเคลื่อนย้ายยกกระเป๋าไปไว้ในที่อันเหมาะสม มีบ้างที่กำลังย้ายโต๊ะและเปิดขวดน้ำหวานสีต่าง ๆ ออกมาแจกจ่ายกัน เสียงสนทนาจ้อกแจ้กจอแจฟังไม่ได้ศัพท์ ผมก็งง ๆ ว่านั่นมันเป็นกล่องและกระเป๋าอะไรกัน ปรากฏว่าเป็นกล่องไวโอลินทั้งนั้นเลยครับ ประมาณ 30 กว่าคันเห็นจะได้

ผู้ที่อยู่ในห้องนั้นมีมากกว่าครึ่งหนึ่งที่ผมไม่รู้จักและไม่เคยเห็นมาก่อน ที่เหลือนั้นรู้จักกันมาเป็นอย่างดีแล้ว แต่ที่ผมประหลาดใจคือบุคคลสำคัญของงาน อันได้แก่ คุณ satta88 แทนที่จะนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ มีแจกันดอกไม้ประดับ สมกับที่พรรคพวกเลี้ยงฉลองปริญญาให้

ปรากฏว่า เปล๊า....โน่น ไปนั่งซุกอยู่มุมห้อง เอามือกอดไวโอลินแนบไว้กับอก และนั่งทำตาปริบ ๆ ฟังเขาคุยกัน ผู้ที่เดินแจกยิ้มไปทั่วดั่งจะเย้ยนางงามให้ได้อายกลับเป็นคุณชัยและคุณซอใจซื่อ
โดย: ลุงสุบ [2 ส.ค. 49 9:13] ( IP A:202.12.74.8 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   บทที่ 4 การแนะนำตัวของมวลมหามิตรแห่งสองชมรม

หลังจากนั้นพนักงานนำปลาช่อนลุยสวนมาวาง คุณแม่น้องแพทผู้ซึ่งนั่งอยู่ติดกับผมก็เริ่มลงมือก่อนโดยไม่รอคุณครูอนุบาลกล่าวเปิดงานให้เสียเวลา แต่ครั้งนี้ผมก็เห็นใจอยู่หรอก เพราะครูอนุบาลนั้น วันนี้เกิดจะทำตัวคล้าย ๆ คุณ satta88 คือไม่ยอมพูดยอมคุยอะไรกับใครเลย ถือกล้องถ่ายภาพ video ไว้ตัวหนึ่งแล้วก็เดินถ่ายภาพคนนั้นคนนี้ไม่หยุด เขาคุยกันก็ถ่าย เขากำลังแทะก้างปลาก็ถ่าย เขากำลังหัวร่อเห็นเหงือกเห็นลิ้นไก่ก็ถ่าย ฯลฯ ไม่รู้อะไรนักหนา

ผมเห็นท่าไม่ค่อยดีเพราะกลัวว่าประเดี๋ยวปลาหมดจานแล้ว จะไม่มีกิจกรรมอะไรอื่น ก็เลยสะกิดบอกว่า "คุณครูครับ วางกล้องไว้ก่อนเถิด เปิดงานเสียที"

ครู ฯ เพิ่งนึกขึ้นได้ จึงไปยืนหัวโต๊ะพร้อมกับพูดออกมาจากหลังกล้องถ่ายภาพตัวนั้นว่า "อ้า...เดี๋ยวก่อนนะครับ ผมขออนุญาตให้พวกเราแนะนำตัวทีละคน เริ่มจากตรงโน้นก่อนเลย" พูดแค่นั้นแล้วก็ถ่ายภาพต่อไปไม่ยอมหยุด
โดย: ลุงสุบ [2 ส.ค. 49 9:29] ( IP A:202.12.74.5 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   บทที่ 5 จากรุ่นเยาว์ถึงรุ่นเดอะ

น้องปูเป้ ศิษย์เอกของครูอนุบาล รู้สึกว่าจะเป็นผู้เยาว์ที่สุดโดยอายุ น้องปูเป้มาพร้อมกับคุณแม่และคุณยาย นอกจากนั้นเป็นสมาชิกวัยฉกรรจ์ทั้งสิ้น ได้แก่คุณหนู ( Baby Hnu ), ลุงเอี้ยง ( Uncle Eang ), คุณชัย ( Mr. Chai ), ป้าอุ๊ ( Aunty Ou ), คุณแม่น้องแพท ( Pat's Mom ) ฯลฯ แต่ละท่านล้วนสดใส เริ่งร่า อารมณ์ดี ดูจากภาพเอาเองเถอะครับ

เดี๋ยวกลับมาเล่าต่อครับ ตอนนี้ขอไปเบิกเงินมาใช้หนี้สหกรณ์ก่อน เพิ่งต้นเดือนต้องรีบจ่าย ไม่งั้นเดี๋ยวเอาไปซื้อไวโอลินหมด อิ อิ

โดย: ลุงสุบ [2 ส.ค. 49 9:46] ( IP A:202.12.74.8 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ลุงสุบน่ะ เป็นอย่างนี้ทุกทีเลย เขียน ๆ มาให้คนรอเก้อประจำเลย แถมยังอำคนอื่นอีกนะว่าดิฉันทานก่อน ไม่จริ๊ง ไม่จริง ไม่ได้ทานสักเท่าไหร่เล้ยยย เสียภาพพจน์หมด แล้วไม่ยอมรับด้วยว่าเป็นสมาชิกวัยฉกรรจ์ ดิฉันน่ะอายุอ่อนรองจากน้องปูเป้ต่างหาก แหม....... เปรียบเทียบซะแก่แบบลุงสุบเชียว เขียนเล่ามาเถอะค่ะ แล้วเดี๋ยวจะลงรูปให้ มีอีกตั้งหลายรูปที่ยังไม่ได้ลงค่ะ

แล้วเงินที่ยืมเจ้านายไปซื้อไวโอลินที่เซี่ยงไฮ้น่ะ ใช้หนี้คืนหรือยังคะ
โดย: แม่น้องแพท [2 ส.ค. 49 10:17] ( IP A:202.8.84.29 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   เมื่อวานนั่งพลิกซอลุงสุบไปมาอยู่หลายสิบตลบครับคุณแม่น้องแพท (สำหรับผมแล้วมันคือการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง อิอิ ^^" ) เดี๋ยวพอเซ็ทอัพและเปลี่ยนสายเสียหน่อยก็ทำท่าว่าจะมีอนาคตทีเดียว งานนี้เพื่อลุงสุบแล้วท่านผู้เชี่ยวชาญของบอร์ดเราอาสาลงมือปรับแต่งให้เองเลยนะครับ ออกมาเสียงคงดีขึ้นอีกโข เอาไว้เสร็จแล้วจะมารายงานให้ฟังครับ
โดย: - [2 ส.ค. 49 11:44] ( IP A:202.12.74.5 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   คุณบอยเล่นอะไรอีกแล้วเนี่ย จะลบไปก็ได้ค่ะ ไม่เป็นไร แต่อย่าทำให้ตกใจสิคะ
โดย: แม่น้องแพท [2 ส.ค. 49 11:48] ( IP A:202.8.84.29 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   บทที่ 6 ลุงเอี้ยง

ลุงเอี้ยงน่าจะมีอายุมากกว่าผมนิดเดียว ดังนั้นในที่นี้ผมขอเรียกท่านว่า "พี่เอี้ยง" ดีกว่า

พี่เอี้ยงมาในงานด้วยชุดเสื้อทหารเวียดกงสมัยก่อน สวมหมวกแก๊ปทหารจีนสมัยก่อนเช่นเดียวกัน ถ้าจำไม่ผิดดูเหมือนหมวกใบนั้นจะมีรูปดาวสีแดงหรือดาวเหลืองประดับบนหน้าหมวกด้วย

แม้จะแต่งกายมาในชุดทหาร แต่บุคลิกของพี่เอี้ยงอันได้แก่หน้าตา ท่าทางและวิธีการพูด การยิ้ม การเดิน ฯลฯ เป็นบุคลิกของศิลปินเต็มตัว ในระหว่างที่คนอื่น ๆ พูดคุยกันให้กระหึ่มอยู่นั้น พี่เอี้ยงเป็นคนพูดน้อยที่สุดแต่ในเวลาเดียวกันก็ยิ้มมากที่สุด จนถึงในเวลานี้ผมยังนึกไม่ออกว่าระหว่างพี่เอี้ยง คุณชัย และคุณซอ นั้นใครยิ้มสวยกว่ากัน ให้คะแนนไม่ถูก

พี่เอี้ยงถือซอไปยืนสีอยู่ตามมุมห้องบ้าง ที่โต๊ะบ้าง เพลงที่พี่เอี้ยงเล่นนั้นเป็นเพลงแบบที่คุณโป้งชอบร้อง (ทำให้คิดถึงคุณโป้งจับใจทีเดียว) พี่เอี้ยงไปนั่งสีเพลงให้คุณยายของน้องปูเป้ร้องตาม คุณยายก็ร้องเพลงด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและมีความสุข

ผมเรียนถามพี่เอี้ยงว่า "พี่ครับ พี่มางานนี้ได้อย่างไร พี่ทราบข่าวจากไหน"
พี่เอี้ยงตอบสั้น ๆ "ก็เดินตามอาจารย์สุวรรณมา" ว่าแล้วก็ทำท่าจะสีเพลงต่อไปอีก แต่ผมยังอยากสัมภาษณ์ต่อ จึงรีบยิงคำถามต่อไปเรื่อย ๆ

"ไวโอลินของพี่มีกี่คันครับ"
" ไม่มากนักหรอก ตอนนี้ดูเหมือนสามสิบกว่าคันกระมัง" พี่เอี้ยงตอบเรื่อย ๆ เช่นเดียวกัน

"แล้วพี่ไปซื้อมาจากไหนตั้งเยอะแยะขนาดนั้นล่ะครับ"

" อา....เรื่องมันยาวแฮะ คืออย่างนี้ ผมน่ะชอบสีไวโอลิน สีมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว ทีนี้ผมไปไหนก็เอาไวโอลินไปด้วย นึกครึ้ม ๆ ขึ้นมาผมก็สี ก็ไปเล่นที่สวนลุมพินีมั่ง และที่ไหนต่อที่ไหนมั่ง คนเขาก็มายืนฟัง พอฟังแล้ว บางคนเขาชอบใจก็บอกว่าที่บ้านมีไวโอลินอยู่ แต่ไม่มีคนเล่น เขาก็ให้มา บางคันผมก็ตามไปซื้อ ไปขอมาเก็บไว้ ก็ด้วยวิธีนี้แหละครับ มันจึงมีมาก"

"พี่รักคันไหนมากที่สุดล่ะ" ในเมื่อพี่เอี้ยงตอบไปเรื่อย ๆ ผมก็ถามต่ออย่างไม่หยุดยั้ง

"รักทุกตัวแหละ" พี่เอี้ยงตัดบท "อย่างคันนี้ผมก็รัก ไปไหนก็เอาไปด้วย"

หลังจากนั้นพี่เอี้ยงก็ไม่สนใจที่จะตอบคำถามคนช่างซัก โดยเลี่ยงไปยืนอีกที่หนึ่งเพื่อเล่นไวโอลินต่อ ผมจะเซ้าซี้ถามต่อไปก็กลัวว่าพี่เอี้ยงจะรำคาญ จึงยุติการสัมภาษณ์แต่เพียงแค่นั้น แล้วยืนฟังพี่เอี้ยงสีไวโอลิน

อาจารย์สุวรรณบอกผมว่า คนอย่างพี่เอี้ยงนั้น เป็นกรณียกเว้นสำหรับการฝึกไวโอลิน เพราะพี่เอี้ยงเป็นผู้มีความสามารถเฉพาะตัว คุณพี่สามารถสีได้ทุกคันอย่างไพเราะเพราะพริ้ง

"ไวโอลินไม่ได้ตั้งสาย พี่เค้ายังสีได้เลย อันนี้เป็นของที่เลียนแบบกันไม่ได้ ในโลกนี้มีพี่เอี้ยงคนเดียวเท่านั้นที่ทำได้" อาจารย์สุวรรณกล่าวตบท้าย
โดย: ลุงสุบ [2 ส.ค. 49 12:36] ( IP A:202.12.74.5 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   บทที่ 7 คุณหมอวิโรจน์

ตามภาพในความเห็นที่ 4 เพื่อน ๆ จะเห็นสุภาพบุรุษท่านหนึ่ง สวมแว่นตาสีขาว และ เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้า นั่งหัวเราะร่าด้วยใบหน้าครื้นเครง นั่นล่ะครับคุณหมอวิโรจน์

คุณหมอเป็นผู้ชำนาญในเรื่องผิวหนังน้อยกว่า ดร.ไวโอลิน ชำนาญเรื่องหัวใจน้อยกว่าคุณอาหมอรูปหล่อ ชำนาญเรื่องเหงือกและฟันน้อยกว่าคุณพี่ติม ชำนาญเรื่องแสง/เสียงน้อยกว่าคุณพี่ kreisler ชำนาญเรื่อง graphic design น้อยกว่าคุณพ่อมือใหม่ ชำนาญเรื่องการออกแบบตกแต่งภายในน้อยกว่าน้องปาล์ม ...

เอ...พอกระมัง ผมกำลังจะพูดแค่เพียงว่าคุณหมอวิโรจน์ท่านเป็นผู้ชำนาญเรื่องไขข้อน่ะครับ

ผมเรียนถามคุณหมอว่าท่านเล่นไวโอลินมากี่ปีแล้ว ท่านบอกว่า..เล่นจริง ๆ จัง ๆ ก็ประมาณสี่ปีกว่า แต่ไวโอลินที่ท่านใช้นั้น เห็นว่าเป็นไวโอลินเยอรมันและซื้อมาประมาณสิบปีแล้ว

ผมอยากฟังคุณหมอเล่นไวโอลินให้ฟังบ้าง จึงเชิญชวนท่านไว้ว่าหลังจากที่ลุงเอี้ยงเล่นเพลงนี้จบ คุณหมอช่วยแสดงฝีมือให้พวกเราฟังจะเป็นพระคุณอย่างสูง

ท่านตอบด้วยความยินดีและด้วยความมั่นใจว่าได้ ๆ ๆ แต่ในขณะที่กำลังเดินไปหยิบไวโอลินนั้นเอง ก็สายไปเสียแล้ว

เนื่องจากงานนี้เป็นการชุมนุมมือกระบี่ในแผ่นดิน ดังนั้นแว่บเดียวจึงนานพอที่จะสูญเสียโอกาส ผมละเสียดายจริง ๆ ที่ไม่ได้ฟังฝีมือคุณหมอ วันหลังหวังว่าคงได้พบกันอีกนะครับ
โดย: ลุงสุบ [2 ส.ค. 49 12:59] ( IP A:202.12.74.6 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   คุณลุงสุบครับ เอาอีกๆ ครับ ขอต่ออีก กำลังสนุกมากๆ ครับ
โดย: อาซุป [2 ส.ค. 49 14:56] ( IP A:203.146.6.86 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   บทที่ 8 คุณจอห์น

คุณจอห์น หรือถ้าจะเรียกให้ถูกต้อง ควรเรียกว่า "อาจารย์จอห์น" เป็นผู้ที่สมกับชื่อนี้เป็นอันมากเพราะนอกจากจะมีหนวดเครารกครึ้มแล้วยังมีจอนยาวเป็นพิเศษ

อาจารย์จอห์นบอกว่าท่านเกิดที่เนปาลหรือศรีลังกาอะไรนี่แหละ ผมก็ชักเลือน ๆ เสียแล้ว แต่ไปใช้ชีวิตอยู่ในลันดั้น (London) ตั้งแต่เด็ก ๆ เรียนหนังสือที่นั่น กินข้าวที่นั่น อาบน้ำ แต่งตัว หวีผม ตลอดจนเข้านอน ฯลฯ ก็กระทำอยู่ในลันดั้นตั้งแต่เล็กจนโต ไม่ได้กลับไปเนปาลหรือศรีลังกาเป็นเวลานานมาแล้ว

อาจารย์จอห์นจึงพูดภาษาอังกฤษสำเนียง "ลันดั้น" ซึ่งแตกต่างจากภาษาอังกฤษสำเนียง "ภูแก็ต" ของผมเป็นอันมาก แม้กระนั้น ด้วยความที่มีใจรักในไวโอลินเหมือนกัน ทั้งผมและทั้งอาจารย์จอห์นจึงพยายามหาเรื่องมาพูดกัน ทั้ง ๆ ที่ต่างฝ่ายต่างก็เวียนหัวในแอ็คเซ่นของอีกฝ่ายหนึ่งอยู่ไม่น้อย

เมื่อผมทราบว่าอาจารย์จอห์นเป็นอาจารย์ผู้สอนวิชาไวโอลิน ผมจึงยื่นไวโอลินที่เพิ่งซื้อมาใหม่ ๆ ให้อาจารย์และเรียนท่านว่า "กรุณาลองไวโอลินให้ผมด้วยเถิด ท่านอาจารย์ที่เคารพ"

อาจารย์ก็รับไปตั้งสายและทดลองเสียงอยู่สักประเดี๋ยวหนึ่งก็เล่นเพลงสั้น ๆ ให้มวลมหาชมรมซึ่งอยู่ในที่นั้นได้ฟัง เสร็จแล้วก็ยื่นให้อาจารย์สุวรรณพร้อมกับพูดว่า "การเอาไวโอลินใหม่เพิ่งซื้อหยก ๆ มาเล่นเนี่ยะ เป็นเรื่องที่เสี่ยงเหลือเกิน" ซึ่งเพื่อน ๆ ก็คงทราบอ่ะนะครับว่าไวโอลินใหม่นั้นเปรียบเสมือนม้าพยศ หรือ ช้างป่า กว่าจะบังคับให้เชื่องได้นั้น มิใช่เรื่องง่ายเหมือนการกรอกน้ำหวานเข้าปาก

ถึงแม้อาจารย์จะเข้าใจภาษาไทยเพียงเล็กน้อย แต่อาจารย์จอห์นก็เป็นดาราที่ส่องแสงประกายระยิบระยับในงานเลี้ยงคืนนั้น อาจารย์คุยเสียงดัง เป็นกันเอง และมีลูกเล่นลูกฮาหยอดเล็กหยอดน้อยอยู่ตลอดเวลา

อาจารย์เล่าให้พวกเราที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ฟังว่า "ไวโอลินเนี่ยะ มันไม่ใช่เหมือนเด็กเท่านั้น หากแต่เหมือนเบบี้เลยทีเดียว เวลาเราไปที่ไหน หากเรามีทารก เราก็ต้องอุ้มไปด้วยใช่มั้ย นั่นแหละ ๆ ไวโอลินก็เหมือนกัน ไม่ใช่ทิ้งไว้ในรถ ทิ้งไว้ที่บ้าน ทำอย่างนั้นมันไม่ถูกต้อง ยิ่งอากาศเมืองไทยกับไวโอลินนั้น เป็นของที่ไปด้วยกันไม่ค่อยได้เลยทีเดียว จึงต้องดูแลกันเป็นพิเศษหน่อย"

อาจารย์จอห์นไปในงานวันนั้นโดยเหตุบังเอิญแท้ ๆ กล่าวคือในขณะที่ไปเดินเล่นโต๋เต๋อยู่ในละแวกสวนจตุจักร ก็ได้พบกับอาจารย์สุวรรณและพี่เอี้ยง ทั้งสองท่านชวนว่าไปคุยกับพวก 30 ไวโอลินเขาหน่อยไหม อาจารย์ก็ตกปากรับคำเดินตามทั้งสองท่านนั้นมาโดยไม่ลังเลหรืออิดเอื้อนเลยแม้แต่น้อย

โชคดีจริง ๆ ที่อาจารย์จอห์นเกิดมาเป็นผู้ชาย - ผมนึกในใจ ไม่กล้าพูดออกมาดัง ๆ
โดย: ลุงสุบ [2 ส.ค. 49 16:52] ( IP A:202.12.74.6 X: )
ความคิดเห็นที่ 17
   เขาบอกว่ามาจาก "แบกแดด" มิน่าแบกจนตัวนี่เข้มเชียว

ส่งรูป Mr.John มาให้ดูอีกค่ะ

โดย: แม่น้องแพท [2 ส.ค. 49 17:04] ( IP A:202.8.84.29 X: )
ความคิดเห็นที่ 18
   อาจารย์สุวรรณ เป็นอาจารย์ชั้นผู้ใหญ่และเป็นนัก violin ที่ดีมากคนหนึ่ง ช่วยกันดึงมาเป็นสมาชิกของเราด้วยครับ
โดย: Dr.Violin [2 ส.ค. 49 18:54] ( IP A:125.25.13.16 X: )
ความคิดเห็นที่ 19
   นับจำนวนคนคนคร่าวๆ ได้ 20 มาได้ 8 บทแล้วครับ ต่อครับ ต่อครับ คุณลุงสุบ
โดย: อาซุป [3 ส.ค. 49 10:21] ( IP A:203.146.6.86 X: )
ความคิดเห็นที่ 20
   บทความระดับเกียรตินิยมเหรียญทองเนี่ย ใช้เวลานานจริง ๆ เจ้าบ้านอยู่ใกล้กับลุงสุบไม่ใช่เหรอคะ สะกิดบอกให้รีบมาเขียนต่อได้แล้วค่ะ ทำเล่นตัวอยู่นั่นแหละ
โดย: แม่น้องแพท [3 ส.ค. 49 15:34] ( IP A:202.8.84.29 X: )
ความคิดเห็นที่ 21
   ใจเย็น ๆ ครับคุณแม่น้องแพท คุณลุงสุขกำลัง plot เรื่องอยู่ครับ
โดย: ส. [3 ส.ค. 49 16:40] ( IP A:202.142.210.34 X: )
ความคิดเห็นที่ 23
   วันนี้เห็นว่ารับเชิญไปเป็นประธานเปิดงานอะครับ
โดย: - [3 ส.ค. 49 18:35] ( IP A:202.12.74.5 X: )
ความคิดเห็นที่ 24
   ยืมพื้นที่ว่างตรงนี้บอกลุงสุบว่าเอกสารที่ฝากส่งมาถึงผมแล้ว เป็นพระคุณอย่างสูงนะครับ ผมจะเก็บไว้ในห่อพลาสติกดั้งเดิมอย่างดี กี่ปีกี่ปีก็จะยังใหม่เสมอครับ
โดย: พ.ป. [3 ส.ค. 49 22:57] ( IP A:61.19.31.222 X: )
ความคิดเห็นที่ 25
   ขออภัยมณีมายังเพื่อนฝูงและน้องนุ่ง (จะนุ่งผ้าขาวม้า กางเกง หรือกระโปรง ก็นับเนื่องอยู่ในน้องนุ่งทั้งนั้น) ขออภัยทุกท่านนะขอรับที่กระผมบังอาจเขียนค้างไว้แล้วไม่มาสานต่อ

ทั้งนี้เป็นเพราะผมติดภารกิจอันสำคัญยิ่งกล่าวคือ ท่านประธานชมรม 30 ไวโอลินตัวจริงคือท่าน LeViOLiST พร้อมด้วยคณะเลขานุการผู้ติดตามได้แก่คุณปาล์มและคุณแมว ได้กรุณาให้เกียรติไปเยือนถึงภูเก็ต โอย...กระผมตื่นเต้นมากครับ ในการนี้ต้องใช้เวลาวางแผนและฝึกซ้อมต้อนรับอยู่นาน

ขณะนี้เหตุการณ์ก็เข้าที่ดีแล้ว ขออนุญาตเล่าต่อเลยนะครับ บทที่อะไรแล้วเนี่ยะ...เดี๋ยวครับ ขอพลิกขึ้นไปอ่านความเดิมในตอนที่แล้วเสียก่อน
โดย: ลุงสุบ [4 ส.ค. 49 11:47] ( IP A:202.12.74.8 X: )
ความคิดเห็นที่ 26
   บทที่ 9 อาจารย์สุวรรณ

ในตอนที่ขึ้นต้นกระทู้ ผมได้แสดงความเห็นของเจ้าบ้าน คุณพี่ OVM และคุณ Maaouy ที่มีต่ออาจารย์สุวรรณไว้แล้ว ปรากฏว่าท่าน Dr. Violin ให้คำนิยมที่กระจ่างชัดยิ่งขึ้นไปอีกว่า "อาจารย์สุวรรณ เป็นอาจารย์ชั้นผู้ใหญ่และเป็นนัก violin ที่ดีมากคนหนึ่ง " สมาชิกระดับเซียนท่านชื่นชมกันไว้ถึงขนาดนี้เลยนะครับ

ผมเองเพิ่งโชคดีได้พบกับอาจารย์สุวรรณครั้งแรก ก็จะเล่าในสิ่งที่ท่านได้พูดคุยให้ฟังน่ะครับ ผมได้ขออนุญาตท่านไว้แล้วว่า จะนำสิ่งที่คุยกันไปเขียนในบอร์ดสามสิบไวโอลิน ท่านก็อนุญาต

โปรดอย่าถามนะขอรับว่าอาจารย์สุวรรณเล่นไวโอลินเก่งหรือเปล่ารับสอนไวโอลินหรือไม่ สอนเก่งไหม ฯลฯ เพราะในนามบัตรของท่านเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า W. SUWAN: Violinist & Instructor ผมได้รับนามบัตรนั้นมาแล้ว อยากจะเขียนตามอย่างมั่งจังเลย แต่สงสัยต้องรอไว้ชาติหน้าตอนบ่าย ๆ

ท่านเป็นรองประธานชมรมคนรักไวโอลิน (The Violin Lovers) ซึ่งตั้งอยู่ที่ประตูน้ำเซ็นเตอร์ ชั้นสอง โซน C หากใครอยากจะอ่านข้อคิดและคำแนะนำของอาจารย์สุวรรณโดยละเอียด ลองเข้าไปที่ https://violin-lovers.pantown.com นะขอรับ นอกจากจะได้อ่านของอาจารย์สุวรรณแล้ว ยังจะได้ติดตามอ่านข้อเขียนของคุณลุงโอภาสอีกด้วย
โดย: ลุงสุบ [4 ส.ค. 49 12:11] ( IP A:202.12.74.8 X: )
ความคิดเห็นที่ 27
   ส่งรูปมาประกอบบทความค่ะ

โดย: แม่น้องแพท [4 ส.ค. 49 12:25] ( IP A:202.8.84.29 X: )
ความคิดเห็นที่ 28
   อาจารย์สุวรรณ อาจารย์คุณพี่ OVM และอาจารย์คุณขีดผู้เป็นเจ้าบ้านของพวกเรานั้นมีบุคลิกภาพอย่างหนึ่งที่เหมือนกันคือความเป็นสุภาพบุรุษผู้เคร่งขรึมน่าเกรงขาม ไม่ได้หัวร่อกั้ก ๆ ๆ เห็นฟันสามสิบสองซี่อยู่ตลอดเวลาเหมือน เอ..เหมือนใครดีน้อ

เมื่อผมเข้าไปยกมือสวัสดีอาจารย์สุวรรณ ท่านก็รับไหว้ด้วยสีหน้าที่เมตตา เสร็จแล้วท่านก็นั่งเงียบ ๆ ไม่พูดจาว่ากระไรทั้งสิ้น แต่หลังจากนั้นพอมีคนเอาไวโอลินไปให้ลองสี ท่านก็รับมาปรับตั้งสายให้เข้าที่และวอร์มนิ้วอยู่เพียงครึ่งนาทีและบรรเลงเพลงต่าง ๆ ให้มวลมหาสมาชิกชมรมของเราได้ฟังกันอย่างตะลึงตะไล อ้าปากค้างไปตาม ๆ กัน บางคนกำลังใช้ช้อนส้อมจิ้มปลาช่อนลุยสวน ก็กลับเอาส้อมปักแช่อยู่อย่างนั้น เหมือนถูกสาปให้เป็นหินไปชั่วครู่

หลังจากนั้น ท่านก็วางมือเพื่อผลัดให้คนอื่นได้เล่นบ้าง ผมก็กระแซะเข้าไปนั่งใกล้ ๆ และลงมือสัมภาษณ์
โดย: ลุงสุบ [4 ส.ค. 49 12:26] ( IP A:202.12.74.8 X: )
ความคิดเห็นที่ 29
   "อาจารย์เล่นไวโอลินมานานแล้วหรือครับ" ผมตั้งคำถามแบบเชย ๆ เพราะไม่รู้จะเริ่มต้นถามว่าอย่างไร

อาจารย์เหลือบมองผมนิดหนึ่งแล้วก็ตอบสั้น ๆ ว่า "นานแล้ว ตั้งแต่เด็ก ๆ" หลังจากนั้นก็พลิกไวโอลินของสมาชิกท่านหนึ่งดูอย่างพินิจพิจารณา

"ในตอนเด็ก ๆ อาจารย์เล่นไวโอลินเพราะอะไรหรือครับ อาจารย์รักไวโอลินตั้งแต่ครั้งนั้นเชียวหรือ มีอะไรเป็นสาเหตุจูงใจ" ผมรัวคำถามซ้อน ๆ กันเป็นชุดเหมือนกับการออกข้อสอบแบบอัตนัย

คำตอบของอาจารย์ทำให้ผมผงะเชียวนะครับ เพราะท่านเล่าว่า

"เปล่าหรอก ไม่ได้สนใจไวโอลินเลยแม้แต่น้อยในครั้งนั้น ที่เรียนก็เพราะถูกคุณพ่อบังคับ ใจจริงในขณะนั้นผมไม่ได้รักเลย ไวโอลินเนี่ยะ ความใฝ่ฝันของผมก็คือเป็น... ช่างฟิต "
โดย: ลุงสุบ [4 ส.ค. 49 12:37] ( IP A:202.12.74.5 X: )
ความคิดเห็นที่ 30
   อาจารย์เล่าต่อ......

"การเป็นช่างฟิตสำหรับผมเนี่ยะ มันเป็นอะไรที่ฝังใจมาตั้งแต่เด็กจนถึงเดี๋ยวนี้ ผมอยากเรียนซ่อมรถยนต์ ซ่อมเครื่องยนต์ คุณพ่อก็บอกว่า เออ...จะให้เรียนอะไรที่มันสบาย ๆ ไม่ต้องออกแรงกายมากอย่างไวโอลินเนี่ยะกลับไม่ชอบ อยากจะลำบากรึไง ว่าแล้วคุณพ่อก็ไม่ยอมอนุญาตให้ผมเรียนซ่อมเครื่องยนต์ และบังคับให้ผมเรียนไวโอลินตามที่ท่านปรารถนา

แต่ผมก็แอบไปฝึกหัดเองบ้าง ทุกวันนี้ผมยังซ่อมเครื่องยนต์เป็นนะ อุตส่าห์ไปตัดชุดหมีไว้ตัวหนึ่งด้วยซ้ำ เวลาได้สวมชุดหมีแล้ว แหม...มันรู้สึกภาคภูมิใจ อิ่มเอมใจจริง ๆ"

ในขณะที่อาจารย์สุวรรณพูดถึงเรื่องความเป็นช่างฟิต สายตาและใบหน้าของท่านแสดงออกถึงความสุขจริง ๆ ครับ มานึกถึงในขณะนี้ ความถนัดและความสนใจของอาจารย์ ดูช่างคล้ายกับ คุณพี่หมอติมของพวกเราเสียนี่กระไร คุณพี่หมอติมนั้นเห็นตัวเล็ก ๆ อย่างนั้นเถอะ ได้ข่าวว่าท่านมุดเข้าไปใต้ท้องรถเพื่อซ่อมรถยนต์เอง ซ่อมเครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า ฯลฯ ด้วยตัวเองทั้งนั้น ผมไม่ค่อยแน่ใจนักว่าเวลาให้คนไข้อ้าปาก ท่านใช้เครื่องมือทันตแพทย์หรือว่าใช้ไขควง ใช้ประแจปากตาย ฯลฯ เข้าไปตรวจและซ่อมแซมแก้ไข อันนี้ว่าง ๆ จะลองไปสืบดู

หลังจากที่อาจารย์สุวรรณพูดเรื่องช่างฟิตให้ผมฟังอีกนิดหน่อยแล้ว ผมก็ถามต่อไปว่าอาจารย์มีแนวคิดในเรื่องการเรียนการสอนไวโอลินให้แก่ผู้สนใจโดยทั่วไปอย่างไร
โดย: ลุงสุบ [4 ส.ค. 49 12:55] ( IP A:202.12.74.8 X: )
ความคิดเห็นที่ 31
   "อา...อันนี้แหละ ที่ผมอยากจะพูดหน่อย ผมคิดไม่เหมือนกับชาวบ้านเค้านะ เรื่องเรียนไวโอลินนี่น่ะ มีคนเป็นจำนวนมากทีเดียวที่เขามาเรียนเพราะอยากจะหนีจากงานประจำที่ซ้ำซากจำเจ หันมาหาสิ่งที่เขาพึงพอใจ หรือสิ่งที่ทำให้เขาเพลิดเพลินได้บ้าง อ้าว...พอมาเรียน เรากลับจะให้เขามาเริ่มต้นทุกอย่างอย่างละเอียดละออ ให้สีสายเปล่า ให้บิดนิ้ว บิดข้อมือ เอาจนถูกต้อง และมาเริ่มฝึกทะละแล่ม ทะละแล่ม แท่ม แท่ม อยู่นั่นละ"

อาจารย์คงหมายถึงการเริ่มต้นด้วยบทเพลงทะวิงเกิ้ล ทะวิงเกิ้ล ลิตเติ้ลสตาร์ ที่พวกเราคุ้นเคยกันดี อันนี้ผมก็เดาเอาหรอกนะครับ

"ถ้าเป็นการสอนเด็กก็ว่าไปอย่าง แต่ถ้าเป็นผู้ใหญ่และเขามีเวลาอยู่นิดหน่อยในแต่ละวัน หรือบางทีทั้งสัปดาห์ก็ว่างอยู่แค่ 1 ชั่วโมง เราจะไปฝึกด้วยวิธีนั้น มันก็จะทำให้เขารู้สึกว่าการเรียนไวโอลินนี่มันน่าเบื่อและยุ่งยาก พอดีพอร้ายก็ล้มเลิกไปเลย ซึ่งน่าเสียดายในความตั้งใจอยากจะเล่นไวโอลินในระดับพอเป็น น่าเสียดายจริง ๆ ดังนั้นผมก็จะดูว่าผู้เรียนมีเวลาแค่ไหน มีความตั้งใจอยากจะเล่นอะไร ก็เริ่มต้นจากจุดนั้นไปก่อน มีหลายคนทีเดียวที่บอกว่า อยากจะเล่นเพลงสุนทราภรณ์ เล่นเพลงนั้นเพลงนี้ได้ซัก 2-3 เพลงก็พอใจแล้ว อันนี้เราก็ต้องหาวิธีสอนที่เหมาะกับความถนัด เหมาะกับเวลา และเหมาะกับความต้องการของผู้เรียนแต่ละคน"

"อีกอย่างหนึ่งนะ คำถามที่มักจะถามกันบ่อย ๆ ก็คือมือสั้นไป เล็กไป จะเล่นไวโอลินได้หรือเปล่า ผมก็ตอบว่าดูรถยนต์สิ"

ฟังมาถึงตอนนี้ผมก็นึกในใจว่า เอาละสิ กลับไปเรื่องช่างฟิตอีกแล้วกระมัง ปรากฏว่าไม่ใช่แฮะ ท่านเพียงแต่ยกเรื่องรถยนต์ขึ้นมาเปรียบเทียบ

"รถยนต์ที่เขาผลิตออกมานั้น เขามีบ่งบอกไว้ที่ไหนเสียเมื่อไหร่ล่ะว่า รถคันนี้สำหรับคนอ้วน คันนี้สำหรับคนผอม คันนี้สำหรับคนมือยาว มือสั้น ไม่มี้ รถยนต์ก็คือรถยนต์ ทุกคนสามารถขับได้ ดังนั้นไวโอลินก็เหมือนกันแหละ ถ้าคุณหัด คุณก็เป็น"

โอ...การมีโอกาสได้สนทนากับอาจารย์สุวรรณในคืนนั้น ทำให้ผมมีความเข้าใจในเรื่องต่าง ๆ ขึ้นเยอะเลยครับ ยิ่งคุยกันนาน ๆ เข้าท่านก็ยิ่งคุยสนุก มีเกร็ดเรื่องนั้นเรื่องนี้มาประกอบ ฟังแล้วทั้งเพลิดเพลินในอารมณ์และได้รับความรู้ไปด้วย

งานเลี้ยงที่คุณครูอนุบาลจัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่คุณ satta88 ในวันนั้นเริ่มงานตั้งแต่ประมาณบ่ายห้าโมงเย็น ไปเลิกเอาตอนเที่ยงคืนพอดี แต่อาจารย์สุวรรณ อาจารย์จอห์น และลุงเอี้ยง ท่านขอตัวกลับก่อนในราวสี่ทุ่มกว่า ๆ

ระยะเวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมงที่ท่านให้เกียรติแก่สมาชิกชมรมสามสิบไวโอลินนั้น ผ่านไปเร็วมาก เร็วเหลือเกินละครับ ผมกลับไปเล่าเรื่องราวให้เจ้าบ้านฟัง ท่านก็บอกผมว่าการพบกันครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ เป็นจุดเริ่มต้นที่ชมรมของเราจะได้มีโอกาสเรียนรู้จากชมรมคนรักไวโอลินของอาจารย์สุวรรณในโอกาสต่อไป
โดย: ลุงสุบ [4 ส.ค. 49 13:27] ( IP A:202.12.74.5 X: )
ความคิดเห็นที่ 33
   โอโห ลุงสุบ รู้เกร็ดประวัติ อ.สุวรรณ มากกว่าผมอีก ขนาดผมเจอ อ.สุวรรณ ทุกสัปดาห์ ผมยังไม่รู้เลยว่า อ.สุวรรณ อยากเป็นช่างฟิต
อ.สุวรรณท่านมีบุคลิกอยู่อย่างหนึ่ง ท่านจะนิ่งไม่ค่อยชอบวิจาร์ณใครและชอบเป็นส่วนตัว ผมเลยไม่กล้าซักประวัติท่าน อยากรู้อีก ลุงสุบช่วยเล่าต่อ ขอบคุณครับ
โดย: พ่อลูกน้ำ [5 ส.ค. 49 13:53] ( IP A:58.9.109.29 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน