Midori Goto
    Midori Goto
ชีวิตของเธอแวดล้อมด้วยเสียงดนตรีตั้งแต่เกิด มารดาของเธอคือ Setsu Goto ซึ่งเป็นนักไวโอลินเช่นกัน มารดาของเธอมักจะพาเธอไปชมการซ้อมของวงออร์เคสตร้าอยู่เสมอๆ ในไม่ช้าเธอก็หลงรักเสียงของไวโอลินอย่างจริงจัง และเริ่มเรียนด้วยไวโอลินขนาดเล็กๆ เมื่ออายุเพียง 3 ขวบเท่านั้น มิโดริศึกษาและฝึกฝนทุกๆ วันกับมารดาของเธอจนฝีมือพัฒนาขึ้นตามลำดับ เธอออกแสดงคอนเสิร์ทครั้งแรกเมื่ออายุเพียง 6 ขวบเท่านั้นที่เมืองโอซาก้าบ้านเกิดของเธอเอง เธอเลือกบทเพลง Caprice ของปากานินี่ซึ่งมีความยากมาก ท่ามกลางผู้ชมที่ชื่นชมและลุกขึ้นยืนปรบมือแสดงความยินดีให้กับเธอ

อีก 2 ปีต่อมาเพื่อนชาวอเมริกันของมารดาเธอได้บันทึกเทปการแสดงไวโอลินคอนแชร์โตบทต่างๆ ของ บาค ปากานินี่ และ Saint-Saens ที่เธอบรรเลง ส่งไปให้กับครูสอนดนตรีคือ Dorothy Delay แห่งสถาบัน Juilliard ที่มีชื่อเสียง Dorothy ประทับใจในฝีมือของเธอเป็นอย่างมาก และได้เชิญมิโดริให้ไปร่วมงานเทศกาลดนตรี Aspen Music Festival ที่เมือง Aspen ที่นั่นเองเธอได้พบกับนักไวโอลินที่มีชื่อเสียงคือ Pinchas Zukerman เขาถึงกับน้ำตาซึมเมื่อได้ยินเด็กน้อยเล่นบทเพลงไวโอลินคอนแชร์โตของ Bartok ต่อมาเขาได้กลายเป็นเพื่อนสนิทและเป็นที่ปรึกษาของเธอ ในงานเทศกาลดนตรีที่ Aspen เธอได้เล่นเพลง Chaconne ใน Partita in D Minor ของบาค การตีความในบทเพลงของเธอนั้นสมบูรณ์แบบมาก และทำให้เธอได้รับเลือกให้เข้าศึกษาในชั้นเรียนของ Dorothy ที่สถาบัน Juilliard มิโดริและมารดาของเธอจึงย้ายจากญี่ปุ่นไปนิวยอร์คเมื่อปี 1982 อาชีพที่รุ่งโรจน์ของเธอเริ่มขึ้นในปีเดียวกันนั้นเอง เมื่อ Midori อายุได้ 11-12 ขวบ เธอเป็นแขกพิเศษที่ได้รับเชิญให้แสดงร่วมกับวง New York Philharmonic ในคอนเสิร์ทเทศกาลปีใหม่ กำกับวงโดย Zubin Metha พออายุ 14 ขวบ เธอได้ขึ้นปกนิตยสาร New York Times และแสดงคอนเสิร์ทที่สวนสาธารณะ Central Park ในนิวยอร์ค ร่วมกับวาทยากรชื่อดัง Leonard Bernstein และวง New York Philharmonic การแสดงในครั้งนั้นสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมเป็นอย่างมากในการเล่นที่ยอดเยี่ยมของเธอ แม้ว่าระหว่างแสดงสายไวโอลินของเธอจะขาดถึง 2 ครั้ง แต่เธอก็สามารถแก้ไขสถานการณ์ด้วยการเปลี่ยนไวโอลินกับนักดนตรีในวง หลังจากนั้นมิโดริยังคงสร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้ชมทั่วโลกด้วยเทคนิคการเล่นที่ประทับใจ และความเข้าใจในบทเพลงที่เพิ่มพูนมากขึ้น นอกจากนั้นเธอยังมีภารกิจในการส่งเสริมความรักดนตรีในเด็กๆ และอุทิศเวลาให้กับมูลนิธิ Midori Foundation ที่เธอก่อตั้งขึ้นในปี 1992 เพื่อนำดนตรีไปสู่เด็กๆ ตามโรงเรียนต่างๆ ทั้งในสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น

ปัจจุบันเธออาศัยอยู่ในนิวยอร์คกับสุนัขตัวโปรด 2 ตัว พันธุ์ Longhaired Dashchund ชื่อ Franzie เธอตั้งชื่อสุนัขตัวโปรดตามชื่อของคีตกวีชาวออสเตรีย Franz Joseph Haydn และสุนัขพันธุ์ West Highland white terrier ชื่อ Willa ซึ่งตั้งชื่อตามนักประพันธ์ Willa Gather เธอจบการศึกษาปริญญาตรีด้านจิตวิทยาและการศึกษาเรื่องเพศจากโรงเรียน Gallatin School ที่มหาวิทยาลัย New York University โดยได้เกียรตินิยมและยังคงศึกษาต่อด้านอื่นๆ อีกด้วย เธอชอบการอ่านหนังสือและใช้เวลาอยู่กับน้องของเธอ Ryu Goto ซึ่งเป็นนักไวโอลินที่มีพรสวรรค์เช่นเดียวกับเธอ มิโดริมักจะใช้เวลาในช่วงฤดูร้อนที่ว่างเว้นจากงานแสดงคอนเสิร์ท เข้าร่วมในงานเทศกาลดนตรี Marlboro Music Festival ที่ Vermont ประเทศสหรัฐอเมริกา

มิโดริมีไวโอลินคู่ใจ 2 ตัวคือ "Ex-David" งานของ Guarneri ‘del Gesu’ ซึ่งให้ยืมโดยสมาคม Stradivari Society ในตอนที่เธออายุ 10 ขวบ หลังจากนั้นหลายปีเธอได้ซื้อไวโอลินตัวนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง และเธอได้มอบไวโอลินขนาด ¾ ให้กับสมาคม Stradivari Society แทน เพื่อมอบให้กับนักดนตรีรุ่นใหม่ที่มีพรสวรรค์ได้ยืมใช้ เธอเป็นนักไวโอลินคนแรกที่ได้ยืมไวโอลินจากสมาคมนี้ ปัจจุบันเธอเป็นศิลปินคนแรกที่ให้การสนับสนุนสมาคมโดยให้ทางสมาคมยืมไวโอลินหนึ่งในหลายๆ ตัวของเธอ เธอยังมีไวโอลินชั้นยอดอีกตัวไว้ในครอบครองคือ "Ex-Huberman" ผลงานของ Guarnerius ‘del Gesu’ อีกเช่นกัน ซึ่งทางสมาคม Hayashibara Foundation ได้ให้เธอยืมเป็นการถาวร ไวโอลินตัวนี้เคยเป็นของ Ruggiero Ricci อยู่หลายปีทีเดียว เธอใช้ไวโอลิน Ex-David บันทึกเสียงไวโอลินคอนแชร์โตของไชคอฟสกี้ และใช้ไวโอลินชื่อ "Jupiter" ของ Stradivari บันทึกเสียงไวโอลินคอนแชร์โตของ Sibelius

ในฐานะของเด็กมหัศจรรย์แล้ว ความสามารถในการเล่นไวโอลินของเธอมีความมหัศจรรย์มากกว่า รวมถึงการแสดงออกและการเข้าถึงบทเพลงที่สมบูรณ์แบบ เธอมีผลงานในการบันทึกเสียงบทเพลงต่างๆ มากมาย และยังได้รับรางวัลทรงเกียรติจากสถาบันต่างๆ อีกหลายรางวัล
โดย: - [3 ม.ค. 49 19:32] ( IP A:202.12.74.5 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 2
    'David' ปี 1735
ผลงานของ del Gesu ที่สร้างขึ้นในช่วงกลางๆ อาชีพของเขา ความยาวลำตัวของมันค่อนข้างเล็กมาก และบางคนอาจเรียกมันว่าเป็นขนาด 7/8 ด้วยซ้ำ เมื่อ Dorothy DeLay ครูสอนไวโอลินจาก Juilliard School พา Midori นักเรียนตัวน้อยของเธอ ซึ่งมีอายุเพียง 11 ขวบไปยังชิคาโก และแวะไปที่บ้านของครอบครัว Galvin

หลังจากที่ Midori เล่น Paganini และ Chaconne ของ Bach จบลง เธอลงไปนั่งกับพื้นไปเล่นเพื่อตุ๊กตาของเธอ Mrs. Galvin จึงได้เสนอที่จะให้ยืมไวโอลิน David กับเธอ

โดย: - [21 ก.พ. 49 17:09] ( IP A:202.12.74.8 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   ไวโอลิน Guarneri del Gesu "ex-Huberman" ปี 1734 ของMidori ซึ่งทางมูลนิธิ Hayashibara Foundation ให้เธอยืมใช้เป็นการถาวร นอกจากนั้นเธอยังมีคันชักอีก 3 คัน เป็นฝีมือของ Dominique Pecatte 2 คัน และ Francois Pecatte อีก 1 คัน

โดย: - [14 พ.ค. 51 11:53] ( IP A:202.12.73.4 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน