Julian Rachlin
    Julian Rachlin
นักไวโอลินและวิโอลาชาว Lithuanian เชื้อสายยิว เขาเกิดเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 1874 บ้านเกิดของเขาอยู่ที่เมือง Vilnius ในประเทศ Lithuania ก่อนที่พ่อแม่ขของเขาซึ่งเป็นนักดนตรีทั้งคู่จะอพยพมายังออสเตรียในปี 1978 หลังจากนั้นในปี 1983 เขาเข้าเรียนที่สถาบันดนตรี Konservatorium Wien โดยเรียนไวโอลินในแบบสำนัก Soviet กับ Boris Kuschnir พร้อมกับมีโอกาสได้เรียนเป็นส่วนตัวกับ Pinchas Zukerman อีกด้วย

เขาเริ่มอาชีพนักดนตรีในฐานะเด็กอัจฉริยะในการแสดงคอนเสิร์ทต่อสาธารณชนครั้งแรกเมื่อปี 1984 ต่อมาในปี 1988 เขาได้รับรางวัล Eurovision Young Musician of the Year ซึ่งทำให้เขาได้รับเชิญให้เข้าร่วมแสดงในงานเทศกาลดนตรี Berlin Festival ร่วมกับวาทยกร Lorin Maazel และยังเป็นนักดนตรีอายุน้อยที่สุดที่มีโอกาสได้แสดงเดี่ยวร่วมกับวง Vienna Philharmonic ภายใต้การอำนวยเพลงของ Riccardo Muti

Rachlin มีโอกาสได้พัฒนาทักษะของตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยได้ร่วมงานกับวาทยกรชั้นยอดของทั้งทางฝั่งยุโรปและสหรัฐอเมริกา เช่น Vladimir Ashkenazy, Bernard Haitink, James Levine, Zubin Mehta และ Andre Previn ในปี 2005 เขามีโอกาศได้ออกแสดงคอนเสิร์ทที่ Carnegie Hall เป็นครั้งแรก โดยเดี่ยวไวโอลินร่วมกับวง New York Philharmonic ที่อำนวยเพลงโดย Lorin Maazel

นอกเหนือจากการเล่นไวโอลินคอนแชร์โตบทต่างๆ แล้ว Rachlin ยังแสดงดนตรีแชมเบอร์มิวสิคร่วมกับศิลปินชั้นนำต่างๆ เช่น Martha Argerich, Itamar Golan, Natalia Gutman, Gidon Kremer และยังเคยออกแสดงดนตรีร่วมกับ Mstislav Rostropovich อีกด้วย

ในปี 2000 เขามีโอกาสได้รวมวงกับสุดยอดนักเชลโลและนักวิโอลาแห่งยุค นั่นคือ Rostropovich และ Yuri Bashmet รวมถึงนักดนตรีอื่นๆ ในการเปิดแสดงรอบปฐมทัศน์บทเพลง Sextet ของ Krzysztof Penderecki และในปีเดียวกันนั้นเอง Rachlin ยังได้ริเริ่มจัดงานเทศกาลดนตรีของตนเองขึ้นที่เมือง Dubrovnik ในชื่อ "Julian Rachlin and Friends" และนับตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา เขายังได้นำบทประพันธ์คอนแชร์โตและแชมเบอร์มิวสิคสำหรับวิโอลาออกแสดงอีกด้วย

Rachlin ได้บันทึกแผ่น Violin concertos ของ Brahms, Sibelius และ Tchaikovsky เอาไว้ รวมถึงบทประพันธ์ Sonata for Viola and Piano, op. 147 ของ Shostakovich ซึ่งได้รับคำชื่นชมเป็นอย่างดีจากนักวิจารณ์ดนตรี ในปี 2000 เขาได้รับรางวัลเกียรติยศระดับนานาชาติ นั่นคือรางวัล International Prize of the Accademia Musicale Chigiana of Siena

Julian Rachlin ใช้ไวโอลิน 1741 "Ex Carrodus" Guarnerius del Gesu โดยการอุปถัมภ์ของธนาคารแห่งชาติของออสเตรีย (Austrian National Bank)

โดย: - [13 ส.ค. 51 11:34] ( IP A:203.170.144.1 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
    Ex-Carrodus
ไวโอลินฝีมือของ Giuseppe Guarneri del Gesu สร้างขึ้นในปี 1741 ในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 นั้น ไวโอลินตัวนี้อยู่ในความครอบครองของ Mackenzie อัศวินชาวสก็อตท่านหนึ่ง ต่อมาท่านได้ขายให้กับ Francois Cramer นักไวโอลินชาวอังกฤษ หลังจากนั้นไวโอลินตัวนี้ได้เปลี่ยนมือไปอยู่ในความครอบครองของ เซอร์ Alexander Mackenzie ในปี 1846

ต่อมา J. T. Carrodus ลูกศิษย์ของ Wilhelm Bernhardt Molique นักไวโอลินชั้นนำชาวเยอรมัน ซึ่ง Carrodus เป็นหนึ่งในนักไวโอลินชั้นนำชาวอังกฤษในยุคนั้นได้ซื้อไป แต่หลังจากที่เขาถึงแก่กรรมลง บุตรชายคนโตของเขาได้เล่นต่อ แต่ต่อมาได้ขายให้กับ Murray of Galashiels นักสะสมที่มีชื่อเสียง และเปลี่ยนมือไปอีกหลายครั้ง ก่อนที่ในปี 1991 ธนาคาร Austrian National Bank จะซื้อไวโอลินตัวนี้มาจากร้าน Machold Rare Violins ที่เมืองเบรเมน ประเทศเยอรมัน

โดย: - [13 ส.ค. 51 11:38] ( IP A:202.12.73.19 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ไวโอลิน "Ex-Liebig" ปี 1704 ฝีมือของ Antonio Stradivari ไวโอลินที่เคยอยู่ในครอบครองของ Herr Liebig แห่ง Vienna มาก่อนในช่วงทศวรรษที่ 1800 ต่อมาในช่วงต้นทศวรรษที่ 1900 ได้เปลี่ยนไปอยู่ในครองครองของนักสะสมคนสำคัญอีกคนหนึ่งคือ Walter Hamma แห่ง Stuttgart หลังจากนั้นได้เปลี่ยนไปอยู่กับ Madame Rauer แห่ง Vienna ซึ่งในปี 1937 เธอได้ให้ยืมไปจัดนิทรรศการแสดงไวโอลิน "Bicentenario Stradivariano" ที่ Cremona เนื่องในโอกาสครบรอบมรณะกาล 200 ปีของ Stradivari

ในปี 1952 นั้น Madame Rause ได้ขาย Ex-Liebig ให้กับพ่อค้าไวโอลิน Eugen Tenucci แห่ง Zurich โดยได้ขายต่อให้กับศาสตราจารย์ Wolfgang Schneiderhan ซึ่งเป็นหัวหน้าวง Vienna Philharmonic Orchestra อยู่หลายปี ในช่วงที่เขาครอบครองไวโอลินคันนี้อยู่นั้น Schneiderhan ได้ใช้ออกแสดงคอนเสิร์ททั่วยุโรป และได้ก่อตั้งวงทริโอร่วมกับ Enrico Mainardi และ Edmin Fischer นอกจากนั้นเขายังได้ใช้ไวโอลินคันนี้ในการบันทึกแผ่นเสียงอีกหลายชิ้นด้วยกัน ซึ่งรวมถึงบทเพลงไวโอลินคอนแชร์โตของ Ludwig Van Beethoven ในปี 1962 ร่วมกับบริษัทแผ่นเสียง Deutsche Grammophon ที่ถือว่าตีความบทเพลงดังกล่าวได้อย่างยอดเยี่ยม

ในปี 1991 นั้น Schneiderhan ได้ยุติบทบาทการเป็นนักไวโอลินของเขา (เขาถึงแก่กรรมในปี 2002) ไวโอลิน Ex-Liebig ถูกขายให้กับนายหน้าร้านไวโอลิน Ferdinand Kugler แห่ง Vienna เพื่อขายให้กับตระกูล Rogoff ใน New York ซึ่งได้ครอบครองไวโอลินคันนี้เอาไว้ถึงหนึ่งทศวรรษ หลังจากนั้นจึงได้ขายต่อให้กับนายหน้าอีกคนคือ Claude Lebet ใน Switzerland ต่อมาเขาได้ขายให้กับผู้สนับสนุนของ Nikolaj Znaider นักไวโอลินที่มีชื่อเสียงแห่งยุคอีกคนหนึ่ง ก่อนที่จะมาอยู่ในครอบครองของ Julian Rachlin ซึ่งเขาได้นำออกแสดงไปทั่วโลก

โดย: - [7 พ.ย. 56 20:24] ( IP A:31.205.18.226 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน