Pablo de Sarasate
    Pablo de Sarasate (1844-1908)
ในช่วงเดือนกรกฎาคมของทุก ๆ ปี ณ เมือง Pamplona ในประเทศสเปนจะมีเทศกาลที่สนุกสนานและตื่นเต้นเร้าใจนั่นคือเทศกาล Fiesta de San Fermin ผู้คนมากมายต่างเดินอยู่บนถนนสายสำคัญในเมืองหรือไม่ก็นั่งอยู่ตามระเบียงบ้าน ในขณะที่เบื้องล่างนั้น บรรดาเด็กหนุ่ม ๆ ต่างวิ่งไปตามถนนเพื่อหนีฝูงวัวที่โกรธเกรี้ยว และที่เมืองนี้เองที่เป็นบ้านเกิดของบุคคลที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของเมืองนี้ นักประพันธ์เพลงและไวโอลินเอกแห่งศตวรรษที่ 18 ชาวเสปน Pablo de Sarasate

Pablo de Sarasate หรือ Pablo Martin Meliton de Sarasate y Navascuez เขาเกิดเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 1844 ที่เมือง Pamplona ในจังหวัด Navarre ทางตอนเหนือของประเทศสเปน เริ่มเรียนไวโอลินตั้งแต่อายุ 5 ขวบกับบิดาซึ่งเป็นหัวหน้าวงดุริยางค์ทหารปืนใหญ่ ต่อมาได้เรียนกับครูไวโอลินในเมืองนั้น และเริ่มแสดงคอนเสิร์ทครั้งแรกที่ La Caruna เมื่ออายุเพียง 8 ขวบเท่านั้น

คอนเสิร์ทในครั้งแรกๆ ได้รับการต้อนรับจากผู้ชมเป็นอย่างดียิ่ง Sarasate ได้รับการอุปถัมภ์ด้านการเงินจากผู้มีฐานะ ทำให้บิดาและมารดาสามารถส่งเขาไปศึกษาต่อที่กรุงแมดริดเพื่อศึกษากับ Manuel Rodriguez Saez ได้ หลังจากที่เขาไปถึงแมดริดไม่นาน นักไวโอลินหนุ่มจากเมือง Pamplona ก็ได้กลายเป็นนักดนตรีที่มีชื่อเสียงในราชสำนักของพระราชินีอิสเบลที่ 2

เมื่ออายุได้ 12 ขวบ มารดาของเขาตัดสินใจที่จะส่งเขาไปยังกรุงปารีสเพื่อศึกษาต่อกับครูที่มีชื่อเสียงคือ Jean Alard ที่วิทยาลัยการดนตรีกรุงปารีส Sarasate และมารดาเดินทางด้วยรถไฟไปยังกรุงปารีส เมื่อรถไฟผ่านเข้าพรมแดนฝรั่งเศสได้เกิดเรื่องที่น่าเศร้าขึ้น มารดาของเขาเสียชีวิตลงด้วยอาการหัวใจวาย และเมื่อเขาไปพักอยู่กับเจ้าหน้าที่ของเสปนที่เมือง Bayonne เขาได้ล้มป่วยลงด้วยโรคอหิวาต์ตกโรค

แต่โชคยังดีอยู่บ้างที่ท่านกงสุลแห่งเมือง Bayonne ได้พาเขากลับไปพักฟื้นที่บ้านจนกระทั่งหายเป็นปกติและได้มอบทุนให้เดินทางต่อไปยังกรุงปารีส ที่นั่นเขาได้มีโอกาสแสดงฝีมือให้มองซิเออร์ Jean Alard ได้ชมและมองเห็นพรสวรรค์ด้านดนตรีจากหนุ่มน้อยชาวสเปนผู้นี้

นักไวโอลินหนุ่มสามารถชนะเลิศรางวัลต่าง ๆ ของวิทยาลัยการดนตรีกรุงปารีสได้อย่างง่ายดายแม้ว่าพึ่งจะเข้าเรียนได้ไม่นานนัก แต่ Alard ผู้เป็นอาจารย์กลับเห็นว่าเขายังเด็กเกินไป แต่เมื่อเขาอายุได้ 17 ปี อาจารย์เห็นว่าเขาสามารถเข้าแข่งขันดนตรีในรายการ Premiere Prix ได้แล้ว เขาชนะเลิศรางวัลเกียรติยศสูงสุดของสถาบันได้อย่างง่ายดาย และเป็นใบเบิกทางในอาชีพนักดนตรีของเขาได้เป็นอย่างดี

โดย: - [20 ม.ค. 49 11:20] ( IP A:202.12.74.5 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   ในช่วงแรกของอาชีพนั้นเขาได้แสดงบทเพลง Opera fantasy (ส่วนใหญ่เป็นผลงานที่มีชื่อเสียงจาก Carmen fantasy) และผลงานอื่น ๆ ที่เขาเป็นผู้ประพันธ์ขึ้นเอง ผลงานที่เขาประพันธ์ขึ้นส่วนใหญ่จะมีกลิ่นอายของเพลงสเปน ซึ่งได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เขาเป็นผู้บุกเบิกร่วมกับนักประพันธ์เพลงที่มีชื่อเสียงของยุโรปในยุคนั้น เช่น บทเพลง Symphonie espagnole ของ Lalo ซึ่งอุทิศให้กับ Sarasate บทเพลง Carmen ของ Bizet และ Introduction and Rondo Cappriccioso ของ Saint-Saens ที่ต่างก็อุทิศให้กับ Sarasate เช่นกัน ผู้ฟังจะได้ยินอิทธิพลของดนตรีสเปนอย่างชัดเจนในผลงานของนักประพันธ์ที่มีชื่อเสียงเหล่านี้

George Bernard Shaw นักประพันธ์ที่มีชื่อเสียงชาวไอริชกล่าวว่า มีนักประพันธ์บทเพลงสำหรับไวโอลินอยู่มากมายแต่มีนักประพันธ์ดนตรีไวโอลินอยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น อัจฉริยะภาพของ Sarasate มีทั้งในฐานะนักไวโอลินและนักประพันธ์

Sarasate กล่าวว่าสิ่งที่อยู่เบื้องหลังเขาก็คือนักวิจารณ์ที่ยืนตกตะลึงอ้าปากค้างด้วยความทึ่งในผลงานของเขา ผลงาน Spanish dances for violin and piano ที่มีชื่อเสียงของเขาทั้ง 4 บทเป็นที่นิยมฟังกันในทุกยุคทุกสมัย เพลง Zigeunerweisen ได้กลายเป็นบทเพลงมาตรฐานที่นิยมบรรเลงในคอนเสิร์ทต่าง ๆ จวบจนปัจจุบัน

Sarasate นั้นถือว่าเป็นสุภาพบุรุษสเปนขนานแท้เขามักจะแต่งกายหมดจดงดงามและปราณีตอยู่เสมอ แม้ว่าเขาจะได้รับจดหมายรักจากสุภาพสตรีนับเป็นพัน ๆ ฉบับตลอดช่วงชีวิตของเขาก็ตาม แต่เขาก็ปฏิเสธบรรดาสุภาพสตรีเหล่านั้นและครองตัวเป็นโสดเรื่อยมา แต่เขาเป็นคนที่ช่างเอาใจและปฏิบัติตนอย่างสุภาพต่อสตรีเพศได้เป็นอย่างดีตามธรรมเนียมของสุภาพบุรุษชาวสเปน กล่าวกันว่าหลังคอนเสิร์ทเขามักจะพบปะกับแฟนเพลงสุภาพสตรีที่ชื่นชอบในตัวเขาเสมอ

แม้ว่าเขาจะกลายเป็นคนที่มีฐานะดีแล้วก็ตาม แต่เขายังเป็นคนที่มีจิตใจเมตตาอีกด้วย เขาได้ซื้อวิลล่าที่เมือง Biarritz เอาไว้ ในทุก ๆ ปีเขาจะเดินทางกลับไปยังบ้านเกิดเพื่อร่วมเฉลิมฉลองในเทศกาลดังกล่าว เขาจะนั่งอยู่บนระเบียงบ้านที่สามารถมองดูวัววิ่งไล่ขวิดผู้คนอย่างอลหม่านบนท้องถนน ผู้คนต่างโห่ร้องเชียร์ลูกหลานของตน เมื่อเขาเสียชีวิตลงด้วยโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังที่วิลล่า Biarritz ในปี 1908 เขาได้ทิ้งทรัพย์สินจำนวนมากให้กับเมือง Pamplona บ้านเกิด ทางสภาเมืองได้สร้างพิพิธภัณฑ์ขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่เขา แต่ความทรงจำและดนตรีเขาได้มอบไว้ให้เป็นสมบัติของโลก

โดย: - [20 ม.ค. 49 11:23] ( IP A:202.12.74.7 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
    Zigeunerweisen (Gypsy air)
Pablo Sarasate เป็นทั้งนักดนตรีและนักประพันธ์ที่มีชื่อเสียง Leopold Auer อาจารย์สอนไวโอลินที่มีชื่อเสียงชาวฮังกาเรี่ยนได้กล่าวถึงบุคลิกของ Sarasate เอาไว้ว่า เป็นคนสนุกสนานและยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่เสมอ มีจิตใจงดงาม ซึ่งถ่ายทอดผ่านบทประพันธ์ Zigeunerweisen ของเขา ด้วยท่วงทำนองที่สดใสและมีสีสันที่หลากหลายของบทเพลงยิปซีพื้นเมือง และอาจจะเป็นบทเพลงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการบรรเลงด้วยไวโอลินและวงออร์เคสตร้า เมื่อได้ฟังเพลงนี้คุณสามารถที่จะสัมผัสได้ถึงจินตนาการของผู้ประพันธ์ ดังเช่นที่ Leopold Auer ได้กล่าวไว้ว่า “เป็นบทเพลงซึ่งมีท่วงทำนองที่ดูผ่อนคลาย แต่มีโทนเสียงที่เปี่ยมเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขา ที่ยืนหยัดอย่างโดดเด่นคล้ายรูปปั้นหินอ่อน ความมีชีวิตชีวาทั้งหมดของเขาล้วนแสดงออกอยู่ในดวงตาคู่นั้น บ่อยครั้งที่นิ้วมือของเขาเคลื่อนไหวไปมาอย่างคล่องแคล่วสร้างความประหลาดใจให้กับผู้ฟัง”

Pablo de Sarasate
(Pamplona 1844 - Biarritz 1908)
นักไวโอลินเอกแห่งศตวรรษที่ 20 เขาเกิดที่เมือง Pamplona ประเทศสเปนหลังจบการศึกษาที่สถาบันการดนตรีแห่งกรุงปารีส (Paris Conservatory) เขาอุทิศเวลาส่วนใหญ่ให้กับการแสดงคอนเสิร์ททั้งในทวีป ยุโรป อเมริกา และเอเซีย ผลงานของเขาที่มีชื่อเสียง เช่น "Bohemian Melodies" ที่ประพันธ์ขึ้นในปี 1863 ซึ่งต้องอาศัยทักษะในการเล่นขั้นสูง

โดย: - [30 มี.ค. 49 21:58] ( IP A:210.86.142.216 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
    Boissier ปี 1713
ปี 1713 เป็นปีที่ Stradivari ได้สร้าง Boissier ขึ้น มันคือไวโอลินชั้นยอดที่เคยอยู่ในครอบครองของ Sarasate ซึ่ง Fetis ได้กล่าวว่านี่คือหนึ่งในไวโอลินที่ดีที่สุดของ Stradivari ที่ตกทอดมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเราสามารถยืนยันได้ถึงคำกล่าวนี้ ลำตัวของไวโอลินตัวนี้มีความยาว 14 กับอีก 1/16 นิ้ว เป็นแบบที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่เล็กน้อย และคล้ายคลึงกับไวโอลินที่ชื่อ Parke ตัวไวโอลินนี้อยู่ในสภาพสมบูรณ์มาก ขอบ (Edge) มุม (Corner) และเส้นขอบ (Purfling) ที่ทำออกมาได้อย่างประณีตสวยงาม ช่องเสียง (F-hole) ที่ตัดได้อ่อนช้อยกว่า รวมถึงวานิชที่สวยงามเช่นกัน แต่สีของมันออกแดงกว่าไวโอลินชื่อ Parke

โดย: - [3 ก.ย. 49 18:22] ( IP A:202.12.74.5 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   

โดย: - [3 ก.ย. 49 18:23] ( IP A:202.12.74.6 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
    Sarasate ปี 1724
ไวโอลิน Sarasate สร้างขึ้นในปี 1724 ฝีมือของ Stradivari ไวโอลินตัวนี้มีความโดดเด่นทั้งในเรื่องน้ำเสียงและรูปลักษณ์ของมัน ใครก็ตามที่มีโอกาสได้ฟังน้ำเสียงไวโอลินที่เกิดจากการสร้างสรรรค์ของสุดยอดช่างทำไวโอลินผู้นี้ ซึ่งให้น้ำเสียงที่บริสุทธิ์และงดงาม ผู้ที่ได้ฟังจะรู้สึกราวกับต้องมนต์คุณภาพเสียงที่ละเอียดอ่อนและเปล่งประกายสดใสของไวโอลินของ Sarasate ที่ชัดเจนและแจ่มใส แม้ในโน้ตที่รวดเร็วและละเอียดอ่อนมากแค่ไหนก็ตาม แต่มันยังสามารถถ่ายทอดน้ำเสียงออกมาได้อย่างดีเยี่ยมเช่นเดิม

โดย: - [4 ก.ย. 49 22:03] ( IP A:202.12.74.8 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน