David Oistrakh
    David Oistrakh
David Oistrakh (Fyodorovich) ยอดนักไวโอลินชาวรัสเซีย ครูดนตรี และวาทยากรที่มีชื่อเสียงได้รับการยอมรับอย่างสูง เขาเกิดเมื่อวันที่ 30 กันยายน 1908 ที่เมือง Odessa และเสียชีวิตที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอเเลนด์เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 1974

เขาเริ่มเรียนไวโอลินตั้งแต่อายุยังน้อย โดยเรียนกับ Pyotr Stoliarsky ที่เมือง Odessa และออกแสดงต่อหน้าสาธารณชนเป็นครั้งแรกเมื่ออายุเพียง 6 ขวบเท่านั้น หลังจากนั้นได้ศึกษาต่อกับ Stoliarsky ที่สถาบันการดนตรี Odessa Conservatory ในช่วงปี 1923-1926 หลังจากนั้นเขาได้นำบทประพันธ์ไวโอลินคอนเเชร์โตของ Glazunov ออกแสดงที่เมือง Kiev เมื่อปี 1927 ภายใต้การอำนวยเพลงของตัวผู้ประพันธ์เอง ในปี 1928 เขาเดินทางไปยังกรุงมอสโคว์ หลังจากนั้นในปี 1934 เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอาจารย์ที่สถาบันการดนตรี Moscow Conservatory ในปี 1937 ชื่อของเขาดึงดูดความสนใจในระดับสากลเมื่อเขาได้รับรางวัลชนะเลิศในการเเข่งขันไวโอลิน Ysaye Competition ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงบรัสเซลส์ โดยมีนักไวโอลิน 68 คนจาก 21 ประเทศเข้าร่วมการแข่งขัน นั่นเป็นจุดเริ่มต้นการเป็นนักยอดไวโอลิน Virtuoso ที่มีชื่อเสียงของเขา

Oistrakh ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในการแสดงที่ปารีสและลอนดอนในปี 1953 หลังจากนั้นในปี 1955 เขาได้แสดงคอนเสิร์ทที่สหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรกในฐานะนักเดี่ยวไวโอลินร่วมกับวงออร์เคสตร้าของอเมริกาหลายๆ วง รวมถึงการแสดงรีไซทัลอีกหลายครั้ง ได้รับเสียงชื่นชมแสดงความยินดีอย่างล้นหลาม Oistrakh เริ่มการเป็นวาทยากรตั้งแต่ปี 1962 เป็นต้นมา เขาเสียชีวิตในขณะเดินทางไปยังกรุงอัมสเตอร์ดัมเพื่อเป็นวาทยากรรับเชิญให้กับวง Concertgebouw Orchestra

การแสดงของ Oistrakh มีความโดดเด่นมาก นอกเหนือจากเทคนิคที่ยอดเยี่ยมมหัศจรรย์แล้ว เขายังเข้าถึงในสไตล์เพลงที่แตกต่างกันของคีตกวีแต่ละท่านที่ต่างยุคสมัยอย่างถ่องแท้ นักประพันธ์เพลงชาวรัสเซียหลายๆ คนได้รับคำแนะนำเรื่องการแก้ปัญหาเทคนิคการเล่นไวโอลินที่เป็นประโยชน์จากเขา Prokofiev มีโอกาสได้ร่วมงานกับ Oistrakh ในการเรียบเรียงเสียงประสานไวโอลินและเปียโนในบทประพันธ์ Flute Sonata ของเขาเอง นักไวโอลินรุ่นใหม่ๆ ของสหภาพโซเวียต หลายๆ คนล้วนเป็นลูกศิษย์ของเขา

ลูกศิษย์คนแรกและคนสำคัญที่สุดคือบุตรชายของเขานั่นเอง Igor (Davidovich) Oistrakh เขาเกิดเมื่อวันที่ 27 เมษายน 1931 ที่เมือง Odessa ซึ่ง Igor ได้เลือกเส้นทางการเป็นนักดนตรีตามวิถีทางของเขาเอง เขาได้รับรางวัลชนะเลิศในรายการแข่งขัน International Festival of Democratic Youth ที่เมือง Budapest ในปี 1949 และชนะเลิศการเเข่งขันไวโอลินในรายการ Wieniawski Competition ที่เมือง Poznan เมื่อปี 1952 นักวิจารณ์บางคนยกย่องว่าฝีมือของเขามีความยอดเยี่ยมและทัดเทียมกับความสามารถของผู้เป็นบิดา Igor ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอาจารย์สอนไวโอลินที่สถาบัน Moscow Conservatory ตั้งแต่ปี 1958 เป็นต้นมา

Oistrakh มีไวโอลิน Antonio Stradivari ในครอบครองคือ Berou, Thibaud ปี 1714, และ Ex-Oistrakh ปี 1671, Conte de Fontana, Peterlongo, (Ex-Oistrakh) ปี 1702 และ Marsick ปี 1705 ซึ่ง Igor บุตรชายของเขาเป็นผู้ที่ได้รับมอบสืบต่อมาเมื่อปี 1974

โดย: - [23 ม.ค. 49 14:00] ( IP A:202.12.74.8 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
    Igor (Davidovich) Oistrakh บุตรชายและลูกศิษย์ของเขา

โดย: - [23 ม.ค. 49 14:02] ( IP A:202.12.74.5 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
    Conte de Fontana, Peterlongo, Ex-Oistrakh ปี 1702
ข้อความบนฉลากเป็นของเดิมเขียนว่า Antonius Stradivarius Cremonensis / Faciebat anno 1703 ด้านหลังเป็นไม้แผ่นเดียวมีลวลลายแคบๆ แต่ไม่จัดนัก ลายไม้ที่ด้านข้างจะชัดเจนกว่า หัวไวโอลินเป็นไม้เรียบๆ ส่วนไม้แผ่นบนด้านฝั่งเสียงสูงมีลายที่สวยมาก แต่ลายไม้ฝั่งเสียงต่ำจะกว้างกว่าเล็กน้อย Charles Beare กล่าวว่า เเม้ว่าฉลากไวโอลินจะระบุปี 1702 แต่ตัวงานกับคล้ายคลึงกับไวโอลินที่ทำในปี 1690

โดย: - [23 ม.ค. 49 14:09] ( IP A:202.12.74.5 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   

โดย: - [23 ม.ค. 49 14:10] ( IP A:202.12.74.5 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   

โดย: - [23 ม.ค. 49 14:10] ( IP A:202.12.74.6 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ผมชอบ Oistrakh ตรงที่ musicality ของท่าน การตีความเพลง ในยุคคลาสสิคและโรแมนติกนั้นถูกใจผมอย่างยิ่ง มีหลายเพลง ผมฟังแล้วเฉยๆ แต่พอฟัง Oistrakh เล่นกลับหลงใหลเพลงนั้นอย่างมาก
นี่แหละครับพลังของยอดนักไวโอลินท่านนี้

สิ่งที่ยอดเยี่ยมอีกอย่างของท่านคือน้ำเสียงไวโอลินที่ท่านเล่นเต็มไปด้วยพลัง แต่สามารถเล่นให้นุ่มนวลอ่อนหวานได้ โทนเสียงที่กลม วิบราโต้ที่สวยงามทำให้ท่านได้รับการยกย่องว่ามีน้ำเสียงที่สวยงามคนหนึ่งในบรรดานักไวโอลินร่วมสมัย(หมายถึงยังหา record ฟังกันได้)

ผมชอบที่สุดตรงที่ลูกชายท่านคือ Igor Oistrakh เล่าเกี่ยวกับพ่อของเขาว่า พ่อเขามี Stradivari หลายตัวแต่ว่าตอนที่สอนนักเรียนท่านหยิบไวโอลินของนักเรียนขึ้นมาเล่น ไม่ว่าตัวไหนก็เสียงเพราะไม่ต่างกันเลย เหมือนกับที่ Itzhak Perlman เล่าไว้ใน DVD the art of violin ว่า Oistrakh มี strad หลายตัวไม่ใช่ตัวที่เสียงดีเป็นพิเศษอะไรนัก แต่สามารถนำเสียงอันบรรเจิดมาสู่ผู้ฟังได้

นั่นคือสรุปว่า ถ้าเก่งจริงๆแล้วเล่นเพราะไม่เพราะไม่ได้ขึ้นกับเครื่องมือที่ใช้เท่าไหร่เลย

อ้อ มีอีกเรื่องเล่า อันนี้ไม่ยืนยัน แต่มีการเล่ากันว่า ครั้งหนึ่ง Fritz Kreisler (อีกแล้ว) โดนนินทาลับหลังว่าโทนเสียงอันกลมกล่อมของเขานั้นเนื่องมาจาก Del Gesu หรือ Bergonzi ของเขาต่างหาก ไม่ได้มาจากฝีมือ Kreisler เลยเล่นคอนเสิร์ตในคืนนั้น ด้วยไวโอลินที่ซื้อมาจากร้านขายของเก่า แล้วมาเฉลยให้คนดูรู้เทีหลังว่าไวโอลินที่เขาใช้ไม่ได้เป็นไวโอลินพิเศษอะไรเลย
โดย: Kreisler [31 ม.ค. 49 1:13] ( IP A:61.91.161.72 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน