1. ความหมายของ "ยุคบาโร้ค" (The Baroque Era)
   1. ความหมายของ “ ยุคบาโร้ค ” (The Baroque Era)

คำว่า บาโร้ค ( Baroque ) เป็นคำภาษาฝรั่งเศส มีที่มาจากภาษาอิตาเลี่ยน คำว่า บะร็อคโค่ ( Barocco ) ซึ่งมีความหมายว่า “ความหรูหราอลังการ หรือฟุ่มเฟือยเกินกว่าความจำเป็น” เป็นคำที่นักประวัติศาสตร์ศิลปะในช่วงปี ค.ศ.1860 ใช้เรียกช่วงระยะเวลาของรูปแบบศิลปะยุโรปในยุคคริสต์ศตวรรษที่ 17-18 เพื่อการแบ่งแยกช่วงระยะเวลาในทางประวัติศาสตร์ศิลปะ ในช่วงระยะเวลาที่อยู่ระหว่างยุคเรอแนสซองส์ ( Renaissance ) และยุคสมัยใหม่ (Modern) โดยการใช้คำเรียก บาโร้ค นั้น แต่แรกจะจำกัดเฉพาะการเรียกงานศิลปะ ประเภทจิตรกรรม ประติมากรรม และสถาปัตยกรรม เท่านั้น ซึ่งในเวลาต่อมาในทางสถาปัตยกรรม ก็ยังมีการแบ่งแยกออกเป็นศิลปะในยุคบาโร้ค และศิลปะในยุค ร็อคโคโค่ (Roccoco) เพื่อจำแนกความแตกต่างในรายละเอียดเกี่ยวกับการตกแต่งในทางสถาปัตยกรรมในฝรั่งเศสยุคคริสต์ศตวรรษที่ 17 และ 18 ออกจากกัน

อย่างไรก็ดี มีข้อควรสังเกตว่า คำว่า “ยุคบาโร้ค” ( The Baroque Era ) นั้น เป็นคำเรียกในทางประวัติศาสตร์ศิลปะ (The History of Arts) เท่านั้น แต่จะไม่ใช้เรียกในทางประวัติศาสตร์สากล (The Political History) ซึ่งคำว่า “ประวัติศาสตร์และอารยธรรมยุโรปในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 17-18” ดูจะเป็นคำที่เป็นทางการมากกว่า

โดย: Barrister-at-Law [11 ม.ค. 49 15:41] ( IP A:203.185.152.152 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   ศิลปะในยุคบาโร้คนั้น แรกเริ่มถือกำเนิดขึ้นในประเทศอิตาลี ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 16 แล้วต่อมาค่อยแพร่หลายเข้าไปในประเทศฝรั่งเศส และมีพัฒนาการจนประเทศฝรั่งเศสกลายเป็นศูนย์กลางของศิลปะในยุคบาโร้ค ภายใต้พระบรมราชูปถัมภ์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ซึ่งทรงมีพระราชประสงค์จะให้ฝรั่งเศสเป็นศูนย์กลางของศิลปะวัฒนธรรมของยุโรปทั้งปวง จนถือได้ว่าศิลปะในยุคบาโร้ค เป็นเอกลักษณ์ของฝรั่งเศส จนถือเป็นแบบฉบับที่มีอิทธิพลแพร่หลายไปสู่ประเทศอื่น ๆ จนเรียกกันทั่วไปว่า French Baroque Arts

โดย: Barrister-at-Law [11 ม.ค. 49 15:43] ( IP A:203.185.152.152 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   โดยเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมในยุคบาโร้ค คือ การแต่งเติมลวดลายต่าง ๆ นานาให้แลดูวิจิตรอลังการ โดยลวดลายที่ใช้ส่วนใหญ่ คือ ลายใบไม้ ดอกไม้ ช่อดอกไม้ เส้นสายที่ใช้ ส่วนมากจะใช้เส้นโค้งที่อ่อนช้อย แต่จะใช้การจัดวางให้มีลักษณะสมมาตร มีการใช้ลวดลายประดับประดาจนดูหนา และรกเกินความจำเป็น สีที่ใช้ประดับตกแต่ง มักจะเป็น สีทอง เพื่อตัดกับสีอื่น ๆ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมั่งคั่ง โอ่อ่า หรูหรา ขนาดของสิ่งก่อสร้าง ก็มักจะออกแบบให้มีลักษณะเช่นเดียวกัน คือ ให้มีขนาดกว้างขวาง เพดานสูงโปร่ง และประดับลวดลายปูนปั้นวิจิตรบรรจง ประดับด้วยศิลปวัตถุที่ล้ำค่า เช่น ภาพวาดสีน้ำมันประดับกรอบสีทอง เครื่องกระเบื้องเคลือบประดับด้วยทองคำ หรือเครื่องแก้วเจียระไนประดับด้วยทองคำ เป็นต้น ตัวอย่างของสถาปัตยศิลป์ในสมัยบาโร้ค ที่สมบูรณ์แบบและสำคัญ ได้แก่ การตกแต่งภายในมหาวิหารนักบุญเปโตร นครวาติกัน ฝีมือของ แบร์นินี่ ( Bernini ) และการออกแบบตกแต่งพระราชวังแวร์ซายส์ของมองซาร์ท ( Mansart ) และ เลอ โว ( Le Vau)

ภาพ : Le Galerie des Glaces ; Le Chateau de Versailles

โดย: Barrister-at-Law [11 ม.ค. 49 15:45] ( IP A:203.185.152.152 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ส่วนศิลปะด้านอื่น ๆ เช่น จิตรกรรม ประติมากรรม วรรณกรรม เริ่มหลุดพ้นจากการครอบงำทางความคิดจากศาสนาคริสต์ ซึ่งเป็นผลมาจากการปฏิรูปศาสนาในช่วงปลายคริสตศตวรรษที่ 16 ทำให้ผู้คนหลุดพ้นจากกรอบความคิด และแนวความคิดทางศาสนา หันมาสนใจเรื่องนอกศาสนามากยิ่งขึ้น ดังจะเห็นได้จาก ความนิยมในการนำเอา เทวปกรณัมกรีก-โรมัน ซึ่งเคยถือว่าเป็นเรื่องนอกรีต ( Heretic ) มาศึกษาและนำมาใช้เป็นพื้นฐานของการสร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะในยุคบาโร้คกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งศิลปะบาโร้คในรูปแบบทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ ก็เป็นไปเพื่อแสดงให้เห็นถึงความหรูหรามั่งคั่งทางวัตถุ และเป็นเครื่องแสดงฐานะทางสังคมในยุคสมัยนั้น ซึ่งนับได้ว่าเป็นช่วงระยะเวลาที่มีช่องว่างทางสังคมและเศรษฐกิจระหว่างชนชั้นมากที่สุด

ภาพ : Francois Boucher's "The Kidnapping of Europa"

โดย: Barrister-at-Law [11 ม.ค. 49 15:48] ( IP A:203.185.152.152 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ส่วนการนำคำว่า บาโร้ค มาใช้ในทางการดนตรีนั้น ผู้ที่นำคำว่า บาโร้ค มาใช้เป็นคำเรียกชื่อยุคหนึ่งในทางประวัติศาสตร์ดนตรี เป็นคนแรก คือ คุต ซาชส์ ( Curt Sachs ) ศาสตราจารย์ทางการดนตรีชาวเยอรมันในยุคต้นคริสตศตวรรษที่ 20 โดยในปี ค.ศ.1919 เขาได้ใช้คำว่า บาโร้ค ในตำราประวัติศาสตร์ดนตรีที่เขาประพันธ์ขึ้น เพื่อเป็นการระบุถึงยุคของดนตรียุคหนึ่ง ในช่วงคริสตศตวรรษที่ 17-18 หรือ โดยเฉพาะเจาะจง คือ ในช่วง ปี ค.ศ.1600 – 1750 เพื่อประโยชน์ในการแบ่งแยกช่วงว่างของเวลา ระหว่างดนตรีในยุคก่อนหน้า (คือยุคเรอแนสซองส์ ) และดนตรีในยุคต่อมา (คือยุคคลาสสิค) จนในเวลาต่อมา ราว ค.ศ.1960 คำว่า ดนตรีในยุคบาโร้ค ( Baroque Music ) จึงเป็นที่ยอมรับกันทั่วไป ว่า หมายถึง ยุคสมัยหนึ่งในประวัติศาสตร์การดนตรี ที่เฉพาะเจาะจงว่าเป็นดนตรีสากลที่มีเอกลักษณ์ซึ่งเป็นที่นิยมในยุโรป ในช่วงประมาณ ค.ศ.1600 – 1750 โดยทั้งนี้ก็มีความสอดคล้องกันกับพัฒนาการทางศิลปะแขนงอื่น ๆ ในช่วงยุคเดียวกัน ซึ่งเราจะเห็นได้ว่า ดนตรีในยุคบาโร้คนั้น เปี่ยมไปด้วยความหรูหรา โออ่า สง่างาม อลังการ และวิจิตรบรรจงในรายละเอียดมาก อันเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากดนตรีในยุคอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด

โดย: Barrister-at-Law [11 ม.ค. 49 15:52] ( IP A:203.185.152.152 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   เพิ่มเติมข้อความที่ตกหล่นครับ :

คำว่า บาโร๊ค ( Baroque ) ในทางประวัติศาสตร์ศิลปะ มีความหมายเป็นสองนัย คือ

1. เป็นคำเรียกชื่อยุคของศิลปะ ยุคหนี่ง ที่อยู่ระหว่างยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ ( Renaissance) และยุคสมัยใหม่ ( Modern Age)

2. เป็นคำเรียกสไตล์ของผลงานทางศิลปะ ในช่วงระยะเวลา ประมาณคริสตศตวรรษที่ 17-18

ทั้งนี้ คำว่า บาโร๊ค ( Baroque) เป็น คำภาษาฝรั่งเศส ที่มาจากคำนาม ในภาษาโปรตุเกส ว่า บะโรโค่ ( Barroco ) ซึ่งรากศัพท์เดิม หมายถึง ไข่มุกที่มีสันฐานบิดเบี้ยว ไม่สมส่วน ในเวลาต่อมา เมื่อเกิดศิลปะสไตล์หนึ่งในอิตาลี ในช่วงคริสตศตวรรษที่ 17-18 นักประวัติศาสตร์ศิลปะชาวอิตาเลียน ในช่วงยุค ค.ศ.1860 ที่ต้องการจะเรียกชื่อยุคของศิลปะให้มีความเฉพาะเจาะจง จึงได้ยืมคำว่า Barroco ในภาษาโปรตุเกส ซึ่งในภาษาอิตาเลียน เท่ากับคำว่า บะร๊อคโค่ ( Barocco ) มาเป็นคำนาม ในความหมายที่หมายถึง “ความหรูหราอลังการ หรือฟุ่มเฟือยเกินกว่าความจำเป็น”
โดย: Barrister-at-Law [31 ม.ค. 49 10:36] ( IP A:203.185.152.152 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
    ขอขอบ คุณข้อมูลดีๆนะคะทำให้ได้ใช้ประโยชน์มากๆเลยคะ
music เด็กประถมนะคะได้นำไปใช้นำเสนอ อ. ด้วยคะ
โดย: ploy [18 พ.ย. 49 21:06] ( IP A:124.120.28.252 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน