หลักของเคเนเซี่ยน กับการเมืองไทย
   หลักการที่เหมาะที่สุดสำหรับการเมืองไทย(หรือเปล่านะ)

วันที่ 09 มกราคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11262 มติชนรายวัน


เงาสะท้อน อภิสิทธิ์ กรณ์ WITH THE WIND ยังก้าวไม่พ้น"ทักษิณ"

คอลัมน์ วิภาคแห่งวิพากษ์





ไม่ว่าจะเป็นการแถลงนโยบาย ณ กระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2551 ไม่ว่าจะเป็นการแถลงรายละเอียดแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ ณ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2552

1 รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังก้าวไม่พ้น "ประชานิยม"

หากย้อนไปศึกษาวาทกรรมของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพรรคประชาธิปัตย์ นับแต่การเลือกตั้งทั่วไป สมัย 6 มกราคม 2544 เป็นต้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คำประกาศก่อนการเลือกตั้งทั่วไป สมัย 6 กุมภาพันธ์ 2548 ที่จะคัดค้านและต่อต้านสิ่งที่เรียกว่า "ระบอบทักษิณ"

1 รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ยังก้าวไม่พ้นไปจาก "ระบอบทักษิณ"

เป็นความจริงที่ "ระบอบทักษิณ" ได้จบสิ้นไปแล้วตั้งแต่มีการรัฐประหารโค่นล้มเมื่อเดือนกันยายน 2549

นั่นก็คือ ไม่มี "ระบอบทักษิณ" ดำรงคงอยู่แล้วในทางเป็นจริง

กระนั้น หากมองในแง่ของ "ระบบ" อันเป็นเงาสะท้อนในทางความคิดก็ยังดำรงอยู่อย่างเหนียวแน่นและมั่นคง

เท่ากับว่ารัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังก้าวไม่พ้น "ระบอบทักษิณ"

ขอให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ และ นายกรณ์ จาติกวณิช หาหนังสือ "รัฐบาลของประชาชน" ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มาอ่าน

หนังสือนี้ นายเอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ เป็นประธานคณะทำงาน

ตีพิมพ์ออกมาเมื่อเดือนธันวาคม 2547 และประกอบขึ้นด้วย "รัฐบาลของประชาชน" จำนวน 5 เล่มด้วยกัน

เล่ม 1 แนวคิดและวิธีการบริหารประเทศ

เล่ม 2 ยกระดับของประเทศไทยในเวทีโลก

เล่ม 3 มหัศจรรย์แห่งการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจไทย

เล่ม 4 สร้างข่ายความมั่นคงให้กับประชาชนและจัดระเบียบทางสังคม

เล่ม 5 สร้างไทยให้ทันกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก

อ่านจบแล้วก็จะสรุปได้เหมือนกับที่ ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) คือ

"ยังไม่มีเอกลักษณ์ ไม่มีอะไรที่ทำให้เห็นว่ามีความแตกต่างกับรัฐบาลของพรรคไทยรักไทย"

บทสรุปนี้ของ ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร เหมือนกับเป็นการดูหมิ่นเหยียดหยาม แต่ก็เป็นความจริงที่จำเป็นต้องยอมรับ

พูดอย่างตรงไปตรงมาก็คือ ยังไม่มีอะไรที่บ่งบอกความเป็น "ระบอบอภิสิทธิ์"

เพราะว่าหากพรรคประชาธิปัตย์ต้องการทำลายหรือลดขยี้สถานะแห่ง "ระบอบทักษิณ" ให้จบสิ้นไปอย่างแท้จริง จำเป็นต้องนำเอา "ระบอบอภิสิทธิ์" เข้ามาแทนที่

นั่นก็คือ ต้องสร้างความแตกต่างในเชิงเปรียบเทียบ

แม้ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะมี นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ จะมี นายกรณ์ จาติกวณิช แต่ถามว่ามีอะไรหรือไม่ที่ไม่ได้เป็นการลอกข้อสอบหรือต่อยอดมาจากนโยบาย "ประชานิยม" อันเป็นผลผลิตของรัฐบาลพรรคไทยรักไทย

หรือว่าเพราะอิทธิพลจาก "กลุ่มเพื่อนเนวิน" ทำให้รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จำเป็นต้องรักษาแนวทาง "ประชานิยม" อันริเริ่มในยุค พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เอาไว้

ถามว่า แล้วปรัชญาว่าด้วย "เศรษฐกิจพอเพียง" ดำรงอยู่ตรงไหนของ "นโยบาย"

ถามว่า พลันที่นำเอาหลักของเคเนเซี่ยนว่าด้วยการจัดทำงบประมาณขาดดุลในระดับที่จะนำเงินของงบประมาณปี 2553 มาควบรวมเอาไว้ด้วย นี่มิได้เป็นการแย้งกับหลักของเศรษฐศาสตร์คลาสสิค และนีโอ-คลาสสิค เท่านั้น หากยังท้าทายต่อแนวทาง "เศรษฐกิจพอเพียง" อย่างตรงตัว

บรรดาบัณฑิต พีพีอี แห่งสำนักออกซ์ฟอร์ด จะอธิบายเรื่องนี้ด้วยวาทกรรมอย่างไร

จึงน่าห่วงว่า ไม่ว่าจะเป็น 3 แสนล้าน ไม่ว่าจะเป็น 7 แสนล้าน ทิศทางจะเดินไปสู่หนใด

เพราะว่ากรรมวิธีของจอห์น เมนาร์ด เคนส์ มิได้เป็นการใช้เงินอย่างด้านเดียว หากสิ่งสำคัญเป็นอย่างมากยังอยู่ที่การกระตุ้นอย่างทวีคูณ และยังอยู่ที่กรรมวิธีว่าจะหาเงินอย่างไรด้วย

การใช้เงินนั้นไม่ยากเลย แต่การหาเงินนี่ซิ ยากลำบากเป็นอย่างยิ่ง

หน้า 3
https://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01col01090152§ionid=0116&day=2009-01-09
โดย: SC [9 ม.ค. 52 22:54] ( IP A:58.8.128.47 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน