มะเร็งเป็นได้ไม่ยากเลย
   มันฝรั่งทอดวันละถุง เนื้อแดดเดียวทุกวัน ...

กินจานด่วนแถมมะเร็ง! [5 มี.ค. 51 - 04:05>

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร เปิดเผยว่า ในเบื้องต้นสถาบันอาหารได้วิเคราะห์หาสารอะคริลาไมด์ ที่หน่วยงานวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศ (IARA) จัดเป็นสารกลุ่มที่มีความเป็นไปได้สูงในการก่อให้เกิดมะเร็งในคน ซึ่งปนเปื้อนมากับอาหารจานด่วนและขนมขบเคี้ยว ทั้งมันฝรั่งทอดกรอบ ขนมปังกรอบ บิสกิตเครกเกอร์ อาหารเช้าจากธัญพืช และกาแฟผง ในสหภาพยุโรปและสหรัฐฯ ในมันฝรั่งทอดกรอบ (แผ่นบาง) ขนมปังกรอบและบิสกิตหลายยี่ห้อในไทย พบว่ามีสารอะคริลาไมด์ปนเปื้อนทุกตัวอย่าง โดยเฉพาะในมันฝรั่งทอดกรอบพบปนเปื้อนในปริมาณสูง แต่ยังมีระดับต่ำกว่าปริมาณที่ตรวจพบในต่างประเทศ

“จากผลวิจัยความเสี่ยงสารอะคริลาไมด์ของสหภาพยุโรป ปลายปี 2550 ทำให้ทราบว่าคนจะได้รับสารอะคริลาไมด์เข้าสู่ร่างกายมากขึ้นจากการบริโภคอาหารพวกธัญพืช มันฝรั่ง อาหารที่มีแป้งสูงและกาแฟที่ถูกให้ความร้อนสูงๆ (สูงกว่า 120 องศาเซลเซียส) ได้ด้วย จากเดิมที่ผ่านการดื่มน้ำและการสูบบุหรี่”

นายยุทธศักดิ์กล่าวต่อว่า แม้ในต่างประเทศจะยังไม่มีการกำหนดปริมาณอะคริลาไมด์ที่ก่ออันตราย และในปัจจุบันไทยยังมีข้อมูลปริมาณการปนเปื้อนอะคริลาไมด์ในอาหารจานด่วนที่คนไทยนิยมบริโภคไม่มากนักและยังไม่มีการศึกษา หรือการประเมินความเสี่ยงถึงการได้รับสารอะคริลาไมด์จากการบริโภคอาหารจานด่วนและขนมขบเคี้ยวเหล่านี้ อีกทั้งประเทศไทยยังมีห้องปฏิบัติการไม่กี่แห่งที่สามารถวิเคราะห์ สารอะคริลาไมด์ในอาหารได้ จึงน่าเป็นห่วงคนไทยอย่างยิ่ง เพราะธุรกิจอาหารจานด่วนและขนมขบเคี้ยวในไทยได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารของคนไทยเปลี่ยนไปจากเดิมที่บริโภคอาหารไทยแบบดั้งเดิมเป็นหลัก มาเป็นบริโภคอาหารต่างชาติและอาหารจานด่วน.

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
https://www.thairath.co.th/news.php?section=economic&content=81245
โดย: SC [5 มี.ค. 51 11:42] ( IP A:122.154.7.77 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   การก่อตัวของสารอะคริลาไมด์
ปัจจุบันเท่าที่มีข้อมูลพบว่า สารอะคริลาไมด์ จะพบได้ในอาหารที่ผ่านการปรุง หรือผ่านการแปรรูปโดยการให้ความร้อนที่อุณหภูมิสูง หรืออาหารที่ใช้เวลาในการทอด (ทั้งการทอดแบบน้ำมันท่วมอาหาร หรือแบบไม่ท่วมอาหาร ) ย่าง ปิ้ง เป็นระยะเวลานานๆ ซึ่งระดับของสารนี้ในอาหารจะเพิ่มขึ้นตามเวลาที่ใช้ในการให้ความร้อน ทั้งนี้ในปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลที่ระบุถึงกลไกการก่อตัวของสารอะคริลาไมด์ในอาหารที่ชัดเจน

ความเป็นพิษ และอันตรายของสารอะคริลาไมด์

เป็นพิษต่อระบบประสาททั้งในคน และในสัตว์
เป็นสารที่มีผลต่อระบบสืบพันธุ์ในสัตว์
เมื่อสารอะคริลาไมด์เข้าสู่ร่างกายมันจะถูกเมตาบอไลซ์เป็นสาร Glycidamide ซึ่งจะเข้าไปจับกับดีเอ็นเอ อาจมีผลทำให้ยีนถูกทำลาย
หากคนและสัตว์ได้รับสารอะคริลาไมด์เข้าสู่ร่างกายในระดับสูงๆ จะมีผลต่อการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง และหากได้รับในระดับต่ำๆ เป็นระยะเวลานานๆ จะมีผลต่อประสาทส่วนปลาย
เป็นสารก่อมะเร็งในหนูทดลอง ทำให้สัตว์ทดลองเป็นมะเร็งเช่นเดียวกันกับสารก่อมะเร็งชนิดอื่นๆ ที่พบในอาหาร แต่หนูจะต้องได้รับสารอะคริลาไมด์เข้าสู่ร่างกายในปริมาณที่มากกว่าสารก่อมะเร็งชนิดอื่นๆ จึงจะทำให้เกิดมะเร็ง


--- อ่านข้อมูลฉบับเต็ม ---
https://www.nfi.or.th/current-trade-issues/acrylamide-thai.html

อย.เผยข้อมูลเกี่ยวกับสารอะคริลาไมด์ หลังจากสวีเดนและอังกฤษค้นพบสาเหตุของการเกิดสารนี้ ยืนยัน อาหารที่มักพบสารอะคริลาไมด์ในปริมาณสูง เป็นอาหารที่ได้รับความร้อนสูงและเป็นเวลานาน โดยเฉพาะอาหารที่เป็นแผ่นบาง ทอด เนื่องจากมีพื้นผิวที่สัมผัสความร้อนมากกว่า แนะ ผู้บริโภคไม่ควรปรุงอาหารโดยใช้ความร้อนสูงหรือนานเกินไป อีกทั้งให้เด็กลดของทอดและมัน เพราะมีโอกาสได้รับสารนี้มากกว่าผู้ใหญ่ 2-3 เท่า

น.พ.วิชัย โชควิวัฒน เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยถึงข่าวกรณีที่นักวิทยาศาสตร์สวีเดน ค้นพบกระบวนการเกิดสารอะคริลาไมด์ (Acrylamide) ในอาหาร ว่าเกิดจากปฏิกิริยาเมลลาร์ด (Maillard Reaction) นั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ขอรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องสารอะคริลาไมด์ ดังนี้

1. ผลการตรวจสารอะคริลาไมด์ในอาหาร

ประเทศสวีเดนและสหราชอาณาจักรได้รายงานผลการตรวจสารอะคริลาไมด์ในอาหารชนิดต่างๆเพิ่มเติม รายละเอียดตามตารางที่แนบ ผลการตรวจทั้งสองรายการนี้ยืนยันว่า

1.1 อาหารที่ได้รับความร้อนสูง และเป็นเวลานาน มักพบสารอะคริลาไมด์ในปริมาณที่สูงกว่า เช่น มันหั่นทอดที่ทอดจนเกรียม พบปริมาณสูงถึง 12,800 พีพีบี

1.2 มีข้อสังเกตด้วยว่า อาหารที่เป็นแผ่นบาง ทอด มีโอกาสพบสารอะคริลาไมด์ในปริมาณสูง ซึ่งอาจเนื่องจากมีพื้นผิวที่สัมผัสกับความร้อนมากกว่า

4. ข้อแนะนำสำหรับประชาชน ยังเป็นข้อแนะนำเดิมคือ

1) ไม่ควรปรุงอาหารโดยใช้ความร้อนสูงเกินไป หรือนานเกินไป อย่างไรก็ดี อาหารทุกชนิดโดยเฉพาะเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ต้องปรุงให้สุก เพื่อกำจัดเชื้อโรค

2) ควรบริโภคอาหารให้ครบทุกหมู่อย่างได้สมดุลกัน ไม่ควรรับประทานอาหารทอดหรือไขมันมากเกินไป

3) เด็กมีโอกาสได้รับสารอะคริลาไมด์ในปริมาณต่อน้ำหนักตัวมากกว่าผู้ใหญ่ราว 2-3 เท่า จึงควรลดอาหารประเภทของทอดและอาหารมันลง โดยเฉพาะเด็กที่ชอบอาหารประเภทนี้

การค้นพบว่าสารอะคริลาไมด์เกิดจากปฏิกิริยาเมลลาร์ดนับเป็นข่าวดีที่นักวิทยาศาสตร์จะสามารถหาวิธีควบคุมการเกิดสารนี้ได้ในอนาคต

https://webdb.dmsc.moph.go.th/ifc_toxic/a_tx_1_001c.asp?info_id=285
โดย: SC [5 มี.ค. 51 11:47] ( IP A:122.154.7.77 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ภัยร้ายที่มากับขนมขบเคี้ยว
ชัชวิน เพชรเลิศ
ภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

ภาวะการเกิดโรคต่างๆ ของแต่ละบุคคลมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการบริโภคอาหาร เรียกง่ายๆ ว่ากินอย่างไรก็ได้อย่างนั้น เช่น ถ้านิยมรับประทานอาหารฟาสต์ฟูดที่อุดมไปด้วยแป้งและไขมันซึ่งจัดว่าเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานสูงก็จะส่งผลให้เกิดโรคอ้วน และ เป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อ การเกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง ดังนั้นการปลูกฝังพฤติกรรมการบริโภคที่ถูก ต้องจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพที่ดีของคนเรา

เมื่อกล่าวถึงธุรกิจอาหารประเภทฟาสต์ฟูดในปัจจุบัน เห็นได้ว่ามีการขยายตัวอย่างรวดเร็วและ ต่อเนื่องควบคู่ไปกับอุตสาหกรรมขนมแป้งอบกรอบ (ขนมขบเคี้ยว) ซึ่งส่วนมากทำมาจากแป้งข้าวโพด ข้าวสาลี หรือ มันฝรั่ง นำมาทอดแล้วปรุงแต่งรสต่างๆ ลงไป

การขยายตัวของอุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวดังกล่าว เกิดเนื่องมาจากนิสัยการบริโภคอาหารระหว่างมื้อของผู้บริโภคมีมากขึ้น และที่น่าเป็นห่วงคือ มีการโฆษณาขนมขบเคี้ยวอย่างมากมายทางสื่อต่างๆ โดยเฉพาะโทรทัศน์ซึ่งมีอิทธิพลต่อเด็กเป็นอย่างมากจนอาจจะถึงขนาดไม่สนใจการรับประทานอาหารหลักที่จะทำให้ได้รับสารอาหารต่างๆ อย่างครบถ้วน ทำให้เด็กเกิดภาวะการขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อความแข็งแรงของร่างกาย
นอกจากการรับประทานอาหารประเภทนี้ทำให้ได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วนแล้ว รายงานวิจัยเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้วของนักวิจัยชาวสวีเดนได้สร้างความไม่สบายใจแก่ผู้บริโภคที่นิยมรับประทานอาหารจําพวกแป้งไปทั่วโลก โดยงานวิจัยดังกล่าวได้ระบุว่า อาหารประเภทแป้งที่ผ่านกระบวนการให้ความร้อนสูงมากกว่า 160 องศาเซลเซียส มีสารพิษที่เรียกว่า “อะคริลาไมด์” เกิดขึ้น
อะคริลาไมด์เป็นสารพิษที่ไม่มีสี ละลายน้ำได้ดี มีฤทธิ์ทำลายระบบประสาท รบกวนการทำงานของระบบสืบพันธุ์ และทำให้เกิดการตายของลูกสัตว์ทดลองหลังการคลอด ที่สำคัญสำนักพิทักษ์สิ่งแวดล้อมของสหรัฐอเมริกา (USEPA) ได้ระบุว่า สารอะคริลาไมด์น่าจะเป็นสารก่อมะเร็ง
มีความเข้าใจกันมาแต่เดิมว่า การได้รับอะคริลาไมด์พบได้เฉพาะในบุคคลที่ทำงานในโรงงานพลาสติกที่มีสารนี้เกี่ยวข้องเท่านั้น ไม่มีใครคาดมาก่อนว่าอะคริลาไมด์จะเกิดได้ในกระบวนการผลิตอาหาร จนกระทั่งมีรายงานวิจัยของชาวสวีเดนดังกล่าวที่ตรวจพบสารอะคริลาไมด์ในอาหารบางชนิด เช่น มันฝรั่งทอดกรอบ เฟรนช์ฟราย ขนมปังกรอบ ขนมปังปอนด์ นอกจากนี้ยังพบว่าในอาหารชนิดเดียวกันแต่คนละผู้ผลิตมีปริมาณของอะคริลาไมด์แตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกรรมวิธีการผลิตเป็น สำคัญ ส่วนอาหารที่ผ่านกรรมวิธีต้มยังไม่มีรายงานว่าพบอะคริลาไมด์
กลไกของการเกิดสารอะคริลาไมด์ในอาหารถูกตั้งสมมุติฐานว่า เกิดมาจากปฏิกิริยาระหว่างน้ำตาลและกรดอะมิโน (ปฏิกิริยานี้ทำให้ผลิตภัณฑ์มีสีน้ำตาล) หลังจากนั้นจึงเข้าทำปฏิกิริยากับกรดอะมิโนแอสพาราจีน (เป็นกรดอะมิโนอิสระที่พบมากในมันฝรั่งและธัญพืช) จนได้สารอะคริลาไมด์ในที่สุด
ในการศึกษาวิจัยยังพบว่ากระบวนการปรุงอาหารที่มีโปรตีนสูงแป้งน้อย เช่น เนื้อสัตว์ต่างๆ ก็สามารถทำให้เกิดสารอะคริลาไมด์ได้เช่นกันแต่อยู่ในระดับปานกลาง ส่วนอาหารที่มีโปรตีนปานกลาง แต่แป้งสูง เช่น มันฝรั่ง จะเกิดสารอะคริลาไมด์ปริมาณที่สูงกว่า
สารอะคริลาไมด์ไม่ได้ถูกตรวจพบเฉพาะในกระบวนผลิตอาหารเท่านั้นอะคริลาไมด์ถูกพบในน้ำดื่มด้วย เนื่องจากสารอะคริลาไมด์ที่อยู่ในรูปของโพลีเมอร์ (ไม่มีความเป็นพิษ) ถูกนำมาใช้ผลิต เป็นไส้กรองเพื่อนำเอาสารที่ไม่ตองการออกจากน้ำดื่ม ซึ่งทางสหภาพยุโรปได้กําหนดมาตรฐานความปลอดภัยว่า ต้องมีสารอะคริลาไมด์ระดับความเข้มข้นไม่เกิน 0.1 ไมโครกรัมต่อน้ำดื่ม 1 ลิตร นอกจากนี้สารอะคริลาไมด์ยังปนเปื้อนสู่เนื้ออาหารได้จากพลาสติกที่ห่อหุ้ม อาหารบางชนิดสหภาพยุโรปได้กำหนดให้ระดับของอะคริลาไมด์ที่ปนเปื้อนสู่อาหารต้องไม่เกิน 0.01 มิลลิกรัมต่ออาหาร 1 กิโลกรัม

https://www.uniserv.buu.ac.th/forum2/topic.asp?TOPIC_ID=1317
โดย: SC [5 มี.ค. 51 11:49] ( IP A:122.154.7.77 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน