พระราชดำรัสในหลวง
   ขอขอบใจนายกรัฐมนตรีที่ได้กล่าวอวยพรในโอกาสที่จะถึงวันเกิดในวันพรุ่งนี้ ซึ่งก็เข้าใจว่าจะทำให้ทุกคนในที่นี้และนอกที่นี้มีกำลังใจ ว่านายกฯพูดดี ก็ไม่ทราบว่า ที่ชมนายกฯมาพูดนี้อาจจะมีคนไม่เห็นด้วย ที่มาพูดนี้เป็นความเดือดร้อนกับตัวเอง เพราะว่าถ้าชมนายกฯ คนอื่นอาจจะไม่ชม ไม่ชมข้าพเจ้า ว่าชมนายกทำไม แต่นายกมีอยู่ไว้สำหรับให้ชม ถ้ามีนายกฯแล้วไม่ชม นายกฯก็ไม่ค่อยพอใจ แล้วก็ถ้านายกฯไม่พอใจ งานการจะไปได้อย่างไร ถึงต้องชมนายกฯ ชมนายกฯว่า พูดดี เพราะก็คือว่าท่านนายกฯพูดดี เพราะท่านมาชมเรา เป็นของธรรมดาที่ทุกคนชอบ ให้เขาชม เขาไม่ชอบให้ ให้ติ ข้าพเจ้าเองก็ได้ติคนอยู่เรื่อยๆ เขาก็ไม่พอใจกัน แม้จะไม่ติคน บางทีคนเขาไปประกาศในหนังสือพิมพ์ว่าพระเจ้าอยู่หัว ติคนโน้นคนนี้ แท้จริงไม่ได้เคยติใครนะเท่าไหร่ บอกว่าเท่าไหร่เพราะว่า ถ้าจะติแต่ไม่ได้พูดว่าเขามา โจ่งแจ้ง ว่าติ คนเราถ้าอยู่ในที่แจ้งในที่ที่คนเห็นมากๆย่อมถูกติได้ง่ายๆ เพราะว่าคนเห็นมากถ้าเห็นมากแล้ว ก็เราทำอะไรไม่มีดี หรือมีดีก็มีที่ไม่ดี มาก แต่ถ้าสมมติว่ามีดีมาก ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ามีไม่ดีบ้าง แล้วก็คนเขา เขาติ ถ้าเรารู้สึกว่าไม่ดี มีการ แสดงตนว่า รู้ว่าไม่ดีนั้นก็ทำให้เกิด เกิดความรู้สึกแล้วก็ถ้าเกิดความรู้สึก บางทีก็รู้สึกชื่นชม บางทีก็รู้สึก เคือง ถ้าผู้ที่ถูกเล็ง รู้สึกว่าถูกติเตียนแล้วก็แสดงตัวว่า เข้าใจว่าถูกแล้ว เขาติเตียนเรา แล้วเรารู้เราไม่พอใจ ก็เสียหาย ทำให้ส่วนรวมทั้งหมดก็เกิดปั่นป่วน พูดแค่นี้ก็พอแล้ว ถ้าพูดมากกว่าจะทำให้เกิดเรื่องยุ่ง แต่ว่า วันนี้ตั้งใจจะพูดอะไรที่ไม่พาดพิงใครเลย ไม่ติเตียนใครเลย เพราะว่าการติเตียนใครพาดพิงใคร ก็เกิดเคือง เกิดไม่สบายใจ แต่ที่เห็นอยู่ข้างหน้านี่ มีคนที่พูด ก็คงรู้ว่าใครพูด มีคนที่พูดว่า ข้าพเจ้าไม่ดี คือพระเจ้าอยู่หัวไม่ดี ทำอะไรผิด แต่เขาต้องแสดงออกมาว่าพระเจ้าอยู่หัวไม่ผิด ผิดไม่ได้ ซึ่งเป็นตามความจริงในระบอบประชาธิปไตย

ในระบอบรัฐธรรมนูญที่มีพระมหากษัตริย์ เป็นประมุข พระเจ้าอยู่หัวผิดไม่ได้ เขาพูดอย่างนั้น The King can do no wrong เหมือนท่าน ท่านองคมนตรีชอบพูดว่า ต้องอ่านภาษาอังกฤษ แต่ว่าเวลาบอกว่า The King เวลา The King บอกว่า The King can do no wrong ก็เป็นสิ่งที่ลองแล้วที่ผิดแล้ว ไม่ควรจะพูดอย่างนั้น ความจริงเวลาอ่านตำรา กฎหมายรัฐธรรมนูญของอังกฤษ มีตำราที่คนเขาอ้างอยู่เสมอ แล้วคนที่เรียนภาษาอังกฤษ เรียนกฎหมายอังกฤษก็ต้องอ้างถึงเสมอ ไอ้เรื่อง The King can do no wrong นี้ แล้วก็นักกฎหมายแถวนี้เขาพยักหน้าว่าใช่ ความจริงThe King can do no wrong นี้เป็นการดูถูก The King อย่างมาก เพราะว่า The King ทำไมจะ do no wrong ไม่ได้ do wrong ไม่ได้ เพราะว่าแสดงให้เห็นว่าเค้าถือว่าThe King ไม่ใช่คน แต่ว่าThe King ทำ wrong ได้ แต่ข้อสำคัญที่สุด ข้าพเจ้าเป็น The King และก็เขาบอกว่า Do no wrong does no wrong เราก็เห็นด้วยกับเขา เพราะว่าการทำอะไรถ้าคนเราถือว่าต้องมีสติ ก็หมายความว่ารู้ว่ากำลังทำอะไร รู้กำลังคิดอะไร แล้วไม่ปล่อยให้ผิดออกมา มันก็ไม่มีผิด ผิดไม่ได้ อันนี้ก็เป็นการพูดว่า ข้าพเจ้าเอง ไม่ผิด ไม่มีวันผิด ถ้าสมมุติว่าพูดผิดเพราะไม่รู้ก็ยัง แต่ว่าผิดโดยไม่รู้ โดยรู้รู้ว่าผิด การทำผิดโดยรู้รู้ไม่ดี แต่บางทีไม่รู้เพราะว่าไม่มี ขอโทษถ้าพูดว่าไม่มีสติ ขาดสติ คือ ไม่ระวังตัวที่หลังก็เสียใจ

เมื่อก่อนนี้ก่อนที่จะเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ก่อนที่จะเป็น King ก็เสียใจหลายครั้ง แต่ตอนที่เป็นพระเจ้าแผ่นดิน แล้วเป็น King King แบบไทยๆ เนี่ย ซึ่งฝรั่งเขาบอกว่าเป็น The King เข้าใจว่าน้อยครั้งที่จะได้ทำผิด เพราะว่าระวัง ถ้าไม่ระวังป่านนี้ก็คงตายแล้ว ระมัดระวัง ต้องระวัง ถ้าไม่ระวังก็ตาย ไอ้นี้เป็นเรื่องของธรรมชาติ ของที่เรียกว่าการเมืองหรือการที่อยู่ในสายตาของคน สายตาของคนเนี่ยะ มันฆ่าได้ ถ้าเราไม่ระวัง เราตาย ก็เลยถึงบอกได้ว่า ทำไมการที่บอก The King can do no wrong เพราะต้อง do no wrong ถ้าทำ wrong ตาย ทุกคนก็มีสถานะอย่างนี้ ไม่ใช่ว่า The King เก่ง แต่ทุกคนก็มีส่วนที่เป็นที่เก่ง เพราะมีตำแหน่ง มีตำแหน่ง รับตำแหน่งที่สูง ได้รับเหรียญตรา แล้วก็ คนเข้าชี้ว่าคนนี้สูงมาก มียศศักดิ์ The King เป็นยศศักดิ์สูง แต่คนที่อยู่ในที่นี้ยศศักดิ์ทั้งนั้น ไม่ระวังตัวก็ตายเหมือนกัน ถ้าไม่ระวัง ไม่ใช่คนที่นึกว่าคนนั้นเขาจะต้องตายแน่เพราะว่าไม่ระวัง ทุกคนตั้งแต่แถวแรกจนถึงแถวสุดท้ายนู้นจนกระทั่งหลังแถว จนกระทั่งข้างนอก ทุกคนถ้าไม่ระวังก็มีอันตราย ถ้างั้นที่พูดอย่างนี้แปลก แปลกๆ หน่อย ไม่ค่อย จะหาว่าแช่ง แต่ที่จริงไม่แช่ง สงสาร เพราะว่าถ้าไม่ระวังเมืองไทยตาย ฉะนั้นก็ต้องขอร้องอย่างเดียวว่ามาวันนี้ให้ ระมัดระวัง ที่คิดที่พูดที่ทำ ถ้านึกว่าทำถูกต้องก็ทำ เรื่องที่มีแล้วเขาก็บอกในหนังสือพิมพ์ ในวิทยุ ในโทรทัศน์ บอกว่า ที่ The King ทำอะไรเขาไม่วิจารณ์ แล้วเขาบอกอย่าวิจารณ์ ที่จริงอยาก อยากให้วิจารณ์ เพราะเราทำอะไรก็ต้องรู้ว่า เขาเห็นดีหรือไม่ดี ถ้าไม่พูดก็หาว่าทำดีแล้ว แต่แท้จริงที่พูดที่ออกข่าวให้สัมภาษณ์ บอกว่าอย่าไปวิจารณ์ The King ตอนนี้ต้องบอกว่า อย่าไปวิจารณ์พระเจ้าอยู่หัว ไม่ควร ในรัฐธรรมนูญก็มีอยู่ว่าละเมิดมิได้ นักกฎหมายก็พยักหน้าอีกแล้วว่าถูกต้องมาก ไม่ควรจะวิจารณ์ วิจารณ์ไม่ได้ ละเมิดไม่ได้ แต่ว่าถ้าพูดว่าพระเจ้าอยู่หัวทำถูก พูดถูก ไม่ใช่ละเมิด เป็นการถ้าพูดภาษาอังกฤษว่า Approve Approve พระเจ้าอยู่หัวเห็นชอบด้วย แต่ไม่เคยมีใครมาบอกว่าเห็นชอบพระเจ้าอยู่หัว พระเจ้าอยู่หัวพูดดี พูดถูก แต่ว่าความจริงก็จะต้องวิจารณ์บ้างเหมือนกันแล้วก็ไม่กลัวถ้าใครมาวิจารณ์ว่าทำไม่ดีตรงนั้นตรงนั้น จะได้รู้ รู้ว่า ถ้าบอกว่า พระเจ้าอยู่หัวไปวิจารณ์ท่านไม่ได้ ก็หมายความว่าพระเจ้าอยู่หัวไม่เป็นคน ไม่วิจารณ์เราก็กลัวเหมือนกัน ถ้าบอกว่าไม่วิจารณ์ แปลว่าพระเจ้าอยู่หัวไม่ดี รู้ได้อย่างไง ถ้าเขาบอกว่าไม่วิจารณ์พระเจ้าอยู่หัว ไม่วิจารณ์พระเจ้าอยู่หัว เพราะพระเจ้าอยู่หัวดีมาก ไม่ใช่อย่างนั้น

บางคนอยู่ในสมองว่า พระเจ้าอยู่หัวพูดชอบกล พูดประหลาด ประหลาด ถ้า ขอเปิดเผยว่า วิจารณ์ตัวเองได้ว่าบางทีก็อาจจะผิด แต่ให้รู้ว่าผิดถ้าเขาบอกว่าวิจารณ์พระเจ้าอยู่หัวว่าผิด ก็ขอทราบว่าผิดตรงไหน ถ้าไม่ทราบ เดือดร้อน ฉะนั้นก็ ที่บอกว่า การวิจารณ์เรียกว่าละเมิดพระมหากษัตริย์ ละเมิดให้ละเมิดได้ แต่ถ้าเขาละเมิดผิดเขาก็ถูก ถูกประชาชนบอมบ์ คือเป็นเรื่องของขอให้รู้ว่าเขาวิจารณ์อย่างไร แต่ถ้าเขาวิจารณ์ถูกก็ไม่ว่าแต่ถ้าวิจารณ์ผิดไม่ดี แต่เมื่อบอกว่าไม่ให้วิจารณ์ไม่ให้ละเมิดไม่ได้เพราะรัฐธรรมนูญว่าอย่างนั้นก็ลงท้ายก็เลยพระมหากษัตริย์ก็เลยลำบากแย่อยู่ในฐานะลำบาก ก็แสดงให้เห็นว่าถ้าไม่ให้วิจารณ์ก็หมายความว่าพระเจ้าอยู่หัวนี้ไม่ต้องวิจารณ์ต้องละเมิดแล้ว ไม่ให้ละเมิดพระเจ้าอยู่หัวเสีย พระเจ้าอยู่หัวเป็นคนไม่ดี ซึ่งถ้าคนไทยด้วยกันก็ 1. ไม่กล้า 2.ไม่เอ็นดูพระเจ้าอยู่หัว ไม่อยากละเมิดแต่มีการให้ชาวต่างประเทศมีบ่อยๆ ละเมิดพระเจ้าอยู่หัว ละเมิด The king แล้วเขาก็หัวเราะเยาะว่า The king เนี่ย The king ของไทยแลนด์ The king ของยูเพียงพรรคพวก พวกของคนไทยทั้งหลายเนี่ยเป็นคนแย่ละเมิดไม่ได้ ในที่สุดถ้าละเมิดไม่ได้ก็เป็นคนเสีย เป็นคนที่เสีย ฉะนั้นก็บางโอกาสกว่าขอให้ละเมิดจะได้รู้กันว่าใครดีใครไม่ดี นี่พูดเลยเถิดพูดมากไปแต่ว่าคนที่อยู่ข้างหน้าเนี่ยไม่ต้องกลัวเพราะไม่ได้มีความผิด คนที่นึกว่ามีความผิดพยักหน้า พยักหน้าว่ามีความผิดจริงๆ ข้อนี้เขาไม่มีความผิด คนที่มาก่อนน่ะมีความผิด แล้วตัวคนที่พยักหน้านี้ไม่ได้แก้ไข มีผิดตรงนี้ ไม่ได้แก้ไข หลบความรับผิดชอบมันเป็นอย่างนั้น คือมันในเมืองไทยเนี่ย คนไหนที่ทำอะไรไม่ค่อยเข้าร่องเข้ารอยก็ลาออก ลาออกแล้วไม่มีอะไรผิดเลยแม้จะทำอะไรผิดอย่างมากๆ ถ้าเป็นข้าราชการก็เรียกเข้ากระทรวงฯ เข้ากระทรวงฯ เข้ากรุงเทพฯ แล้วก็หมดเรื่อง นาน ๆ ทีมีเข้ากรุ

นี่พูดอย่างนี้ชักจะหนักใจเข้าว่าเรียกเข้ากรุงเทพฯ หรือว่าเข้าคุก แต่มีที่เกิดเรื่องเข้าคุกแต่อย่างไรก็ตามเข้าคุกแล้วถ้าเป็นการละเมิดพระมหากษัตริย์ พระมหากษัตริย์เองเดือดร้อนหลายทาง ทางหนึ่งต่างประเทศก็บอกว่าเมืองไทยนี่พูดวิจารณ์พระมหากษัตริย์ไม่ได้ ว่าวิจารณ์ไม่ได้ก็เข้าคุก มีที่เข้าคุกเดือดร้อนกับพระมหากษัตริย์ต้องบอกว่าเข้าคุกแล้วต้องให้อภัยทั้งที่เขาด่าเราหนักๆ ด่าเราอย่างหนัก ฝรั่งเขาบอกว่าในเมืองไทยนี่พระมหากษัตริย์ถูกด่าเข้าคุก ที่จริงควรจะเข้าคุกแต่ว่าเพราะฝรั่งบอกอย่างนั้นก็ไม่ให้เข้า ไม่มีใครกล้าเอาคนที่ด่าพระมหากษัตริย์เข้าคุก เพราะมหากษัตริย์เดือดร้อน เขาหาว่าพระมหากษัตริย์เป็นคนที่ไม่ดี อย่างน้อยๆที่สุดก็เป็นคนที่จั๊กจี้ จั๊กจี้ใคร มันบอกว่าอะไรสักนิดก็บอกให้เข้าคุก ที่จริงแล้วพระมหากษัตริย์ไม่เคยบอกให้เข้าคุกตั้งแต่สมัยรัชกาลก่อนๆ เป็นกบฏก็ยังไม่จับใส่คุกไม่ลงโทษ รัชกาลที่ 6 ท่านไม่ลงโทษ ไม่ได้ลงโทษพวกที่เป็นกบฏมาจนกระทั่งถึงต่อมารัชกาลที่ 9 เนี่ย ใครเป็นกบฏซึ่งก็ไม่เคยมีแท้ๆ ที่จริงก็ทำแบบนี้ไม่ให้เข้าคุกให้ปล่อย หรือถ้าเข้าคุกแล้วก็ให้ปล่อย ถ้าไม่เข้าคุกก็ไม่ฟ้อง เพราะเดือดร้อนผู้ที่ถูกด่าเป็นคนที่เดือดร้อน อย่างที่ถูกคนที่ละเมิดพระมหากษัตริย์นั่นน่ะแล้วก็ถูกทำโทษไม่ใช่คนนั้นเดือดร้อน พระมหากษัตริย์เดือดร้อน ไอ้นี่ก็แปลกทำให้นักกฎหมายเขาชอบให้เขาฟ้องให้จับเข้าคุก อันนี้นักกฎหมายเขาสอน สอนนายกฯ บอกว่าต้องฟ้อง ต้องลงโทษ ก็เขาสอนนายกฯ ว่าใครบอกว่าให้ลงโทษ อย่าลงโทษเขา ลงโทษไม่ดี ลงท้ายไม่ใช่นายกฯ เดือดร้อน แต่พระมหากษัตริย์เดือดร้อน อาจจะไม่อยากให้พระมหากษัตริย์เดือดร้อน ไม่รู้ด้วยนะเขาทำผิดเขาด่านายกฯ เขาด่าพระมหากษัตริย์เพื่อจะให้พระมหากษัตริย์เดือดร้อนก็เดือดร้อนจริงๆ เพราะว่าใครมาด่าเราชอบไหม ไม่ชอบ แต่ว่าถ้านายกฯ เกิดให้ลงโทษแย่เลย เพราะนักกฎหมายต่างๆ จะให้ลงโทษคนที่ด่าพระมหากษัตริย์ ทำไปทำมาเลยต้องเอาหละ เขาด่านายกฯ ถ้าด่านายกฯ นายกฯ เดือดร้อนแน่ ไม่ควรจะเดือดร้อน แต่ถ้าด่านายกฯ พระมหากษัตริย์ก็ไม่เดือดร้อนเพราะว่าเป็นเรื่องของนายกฯ แต่ถ้าเขาด่าพระมหากษัตริย์ นายกฯ เดือดร้อนเพราะว่าต้องเป็นคนจัดการถึงได้มันยุ่งอย่างนี้กฎหมาย แล้วก็สอนนายกฯ มาอย่างนั้น สอนนายกฯ ว่าใครมาด่าเราก็ต้องด่ากลับ มันไม่ดี ไม่พูด ไม่ดีชักจะไม่ดี เพราะว่าชักจะเป็นส่วนตัว แต่ว่าเราเองก็ไม่ขอ บอกว่าควรจะทำอะไร ควรจะรู้ นักกฎหมายก็ต้องรู้ ว่าทำอะไรถูกอะไรผิดไม่ต้องพูดทุกวันๆ ที่จริงเขาไม่ได้พูดทุกวัน แต่เขาทำเทปเอาไว้ หรือทำดีวีดี แล้วแจกทั่ว แจกทั่วให้ลงท้ายคนก็ฟังดู เขาเอือมกันนะ ที่ไปแก้ตัวแทนนายกฯ

วันนี้เราขึ้นมานี่ เราแก้ตัวแทนนายกฯ เพราะว่านายกฯ ไม่ผิด นายกฯ ทำได้ทุกอย่าง ก็เลยไม่ต้อง ไม่ต้องไปออกทีวีแล้ว ไปออกทีวี ทุกวัน ๆ มีคนเขาบอกมา เขาเอือมที่ออก แต่ว่ามีหน้าที่ที่จะออกก็ออก มีคนที่เขาเดือดร้อนที่อยู่ในนี้ ในรายการ เพราะเขาต้องเป็นคนที่ต้องพูด แล้วก็คนที่พูดนั้นก็เลยถูกลูกหลงไปด้วย แต่อย่างไรก็ตามให้การแก่ตัวครั้งเดียวเอาได้ แต่แก้ตัว ไอ้นี้แก้ตัวมาทำไร 10 ครั้งได้แล้วนะที่ออกทีวี เลยชักจะเอือมคนเขาอยากดูละคร เขาเลยอยากดู ก็ดูอย่างนี้พอแล้ว เสียไฟฟ้า ไม่ใช่เสียไฟฟ้าของคนที่ดู เสียไฟฟ้าคนที่ส่ง เพราะว่าทีวีออกทีมันก็ไฟฟ้าแรงเหมือนกัน เสียน้ำมัน ไอ้นี้ก็เลยนึกว่าควรจะพูดพอแล้ว ที่พูดนี้ก็เสียไฟฟ้ามาก เขาบอก เขาควรจะบอกว่าเลิกซะทีไม่ต้องพูดมากแต่เราก็พูดตอบเพราะว่าเป็นรายการที่อัดเสียงเอาไว้ ใส่เทปเอาไว้ ไม่ได้ออก ไม่ได้ออกโทรทัศน์ ไม่ต้องเสียไฟฟ้าสำหรับโทรทัศน์

วันนี้มาพูดถึงไฟฟ้าและพลังงาน ไฟฟ้าและพลังงานนี้การไฟฟ้าต้องใช้พลังงาน เพราะว่าสำหรับปั่นไฟฟ้าต้องใช้พลังงาน เพื่อให้มีพลังงานไฟฟ้า อันนี้ก็ทำมานานแล้ว กาลเวลาขาดแคลนเชื้อเพลิงก็บอกว่าให้ปิดโทรทัศน์ ให้ปิดโทรทัศน์ ให้ปิดไฟ แล้วบอกว่าได้ผลดี ความจริงเปิดโทรทัศน์ นี้ไม่เป็นไร ไม่ถ้าน้ำมันเชื้อเพลิงหมดใช้เชื้อเพลิงอย่างอื่นได้ มีแต่ต้องขยัน ต้องหาวิธีที่จะทำให้เชื้อเพลิงเกิดขึ้นมาใหม่ ไอ้เชื้อเพลิงเป็นที่เรียกว่าน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นนะมันจะหมด ภายในไม่กี่ปีคือไม่กี่สิบปีก็หมด ถ้าว่าไป 40 ปีหมด เราก็จะอายุ 118 118 เนี้ยเราจะมีชีวิตอยู่อีก 2ปี ไอ้ 2 ปีนั้นนะ เราก็จะใช้ก๊าซโซฮอล์ หรือไม่ใช้ก๊าซโซฮอล์ ก๊าซโซฮอล์นี้ก็ไม่มี เพราะว่าก๊าซโซฮอล์ใส่แอลกอฮอล์เพียงประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ อย่างมากต้องใช้ๆ น้ำมันปาล์ม น้ำมันปาล์มเขาก็ใส่เพียง 10 เปอร์เซ็นต์ ในระหว่างที่จะถึงอายุ 118 หาวิธีได้แล้วที่จะทำ ที่จริงเมื่อ 2 ปีก็ทำ ทำไบโอดีเซลโดยใช้น้ำมันปาล์ม 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่ไม่ใช่เพียง น้ำมันปาล์ม 10 เปอร์เซ็นต์ นายกฯ ก็ได้เห็นรถแล่นมา น้ำมันปาล์ม100 เปอร์เซ็นต์ เรายืนอยู่ที่รถคันหนึ่ง แล้วก็เสร็จแล้วก็มีรถอีกคันหนึ่งถอยหลังมา ได้ยินเสียงปึ่มๆๆ มา นั่นอะไร รถดีเซล รถใช้น้ำมันดีเซล 100 เปอร์เซ็นต์ 100 เปอร์เซ็นต์ น้ำมันปาล์ม แล้วก็นายกฯ ก็บอกว่าหอมดี แล้วก็ถามหอมดี แล้วไม่เดือดร้อน เพราะว่านายกฯ ไม่ต้องกลัวเป็นเคนเซอร์ เพราะว่าอันนี้ไม่เป็นมะเร็ง เราทำแล้วก็หมายความว่าเราไม่เดือดร้อน ถึงเวลาเราอายุ 118 ถ้าอย่างไรเราก็ใช้น้ำมันปาล์มของเราเอง คนอื่นอาจจะไม่ได้ คนอื่นอาจจะไม่มี แต่ว่าเรามีเพราะเราขวนขวาย ขวนขวายหาวิธีที่จะทำเชื้อเพลิงทดแทนได้ ถ้าไม่ได้ทำเชื้อเพลิงทดแทน เราก็เดือดร้อนเราก็เป็นห่วง แต่เราไม่ต้องเป็นห่วง ถ้าคนอื่นเค้าไม่ทำเค้าอาจจะไม่มีน้ำมันไบโอดีเซลใช้แต่ว่าเรามี

เราคือข้าพเจ้าทำเอง คนอื่นอาจจะไม่มีก็ไม่เป็นไร ต้องเห็นแก่ตัว แต่ละคนก็เห็นแก่ตัว ก็รู้ว่าไม่เป็นไร เพราะแต่ละคนก็ต้องพยายามที่จะหาพลังงานทดแทนทั้งนั้น เราเชื่อว่าเวลาเราอายุ 118 นายกฯ นายกฯ ก็บอกว่าแก่แล้ว แต่เราไม่แก่ เพราะเราคิดทำพลังงานทดแทนอยู่เรื่อย แต่นายกฯ บอกแก่ จะถึงอายุเท่าไหร่ 90 จะเอา 94 หรือ 96 นายกฯ จะอายุ 96 อ่ะ 94 ก็ไม่รู้ 94 อาจจะแข็งแรงก็ได้ คงแข็งแรง อาจจะมีความคิดที่จะสร้างโรงงานก๊าซโซฮอล์และไบโอดีเซลสำเร็จแล้ว ก็นายกฯ ก็ไม่เดือดร้อนเอาไบโอดีเซลใส่เครื่องบินได้ เครื่องบินเขาใช้ไบโอดีเซลได้แล้วสมัยนี้ แต่ลำไม่ใช่โตๆ แต่เวลานั้นอาจจะใส่ลำโตๆ สำหรับนายกฯ ได้ อาจจะสามารถที่จะมีแต่ว่าเฉพาะ เฉพาะนายกฯ คนอื่นไม่สามารถที่จะมี ก็ 2 คนละ พระเจ้าอยู่หัวกับนายกฯ มีเครื่องบินใช้ และใช้ไบโอดีเซล ท่านองคมนตรีสั่นหัว ท่านองคมนตรีสั่นหัวว่าไม่มี ว่าท่านเวลานั้นท่านอายุเท่าไหร่ 130 ก็คงไม่อยู่แล้ว เราก็อยู่ 2 คน สุดท้ายเราอยู่ 2 คน มีไบโอดีเซลใช้ แล้วจะไปไหน จะไปเชียงใหม่ ขึ้นเครื่องบินที่สนามบินสุวรรณภูมิ แล้วไป ไปเชียงใหม่ไปดูสวนสัตว์ ก็สวนสัตว์อยู่สบาย เพราะว่าเค้าไม่ต้องใช้ไบโอดีเซล ก็เป็นอันว่าไม่ต้องกลัว เราไม่เดือดร้อน เพราะว่าอีก 40 ปี อีก 40 ปี มีไบโอดีเซลพอสำหรับเราใช้ 2 คน แต่อย่างไรก็ตามที่นี่ ชักเฟื่อง พูดว่าเราอีก 40 ปี เราจะมี 2 คนที่มีพลังงานน้ำมันใช้ได้ เพราะดูทีวีได้ ดูทีวีก็อาจจะโฆษณาอะไร ในทีวีประกาศหา ชี้แจง นายกฯ ก็ชี้แจงได้ เปิดทีวีให้ใช้ ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงมาปั่นไฟฟ้า ก็ป่านนั้นทีวีก็อาจจะมีอะไรใหม่ แล้วก็อาจจะมีข่าวต่างๆ ฉะนั้นก็ไม่ต้องเป็นห่วง

ทีนี้ก็ต้องดูเป็นบุคคลๆ การที่จะบอกว่าเป็นห่วง เป็นห่วงทั้งบ้านเมืองก็เป็นห่วง แต่ว่าถ้าเรางั้นจริงๆ คิดจริงๆ ไม่ต้องๆ เป็นห่วงเพราะแต่ละคนเค้าก็ต้องมีการขวนขวายเหมือนกัน เป็นอันว่าถ้าแต่ละคนขวนขวายของตัว อีก 40 ปี ไม่มีความเดือดร้อน โดยเฉพาะสำหรับประเทศไทยนี่มีคนที่มีความคิดดีๆ ก็คนหนึ่งข้าพเจ้าคนหนึ่งมีความคิดดีๆ และก็นายกฯ อีกคนหนึ่ง มีความคิดดีๆ ไม่จนมุม ฉะนั้นก็ 2 คน เดือดร้อนไม่เดือดร้อน คนอื่นเขาก็ต้องไม่เดือดร้อน ของเขาก็จะต้องหาทางออกได้ เพราะว่าถ้าเดือดร้อนก็ต้องไปดูโครงการพระราชดำริ โครงการพระราชดำรินี่เปิดเผยให้ทุกคนได้ทั้งนั้น แล้วก็ถ้าปฏิบัติตามโครงการพระราชดำริ ทำอย่างเศรษฐกิจพอเพียง ตอนนี้นายกฯ ก็เศรษฐกิจพอเพียง ไม่จ่ายเงิน ไม่ไปจ่ายเงินแล้ว ใช้แบบเศรษฐกิจพอเพียง เพราะว่ามีการโฆษณาคู่สมรสของคณะรัฐมนตรี ก็ชำนิชำนาญในเศรษฐกิจพอเพียงเก่งมาก นี่ก็อีกคนหนึ่งที่ทำได้ก็เลยไม่ต้องเป็นห่วง ไม่ทราบว่าคู่สมรสขององคมนตรีจะทำเศรษฐกิจพอเพียงหรือเปล่า สงสัยว่าไม่ ไม่ทำ แต่อย่างไรก็ตามนี่ก็เปิดให้ความกว้างขวางของเศรษฐกิจจะดีขึ้น

ท่านรองนายกฯทั้งหลายก็อาจจะไม่ทำ เพราะว่าเคยชินกับเศรษฐกิจที่ต้องใช้เงินมาก ไม่ใช่เศรษฐกิจพอเพียง ทั้งนั้นก็นายกฯ อาจจะไป นายกฯ และคุณหญิงอาจจะให้เพื่อนนายกฯ รองนายกฯ ต่างๆ เขาทำเศรษฐกิจพอเพียงซักนิดหน่อย ก็จะทำให้อีก 40 ปี ประเทศชาติไปได้ และนี่ก็มีแต่นายกฯ รองนายกฯ จัดการ รวมทั้งคู่สมรสทำเศรษฐกิจพอเพียง ก็เชื่อว่าประเทศจะมีความประหยัดได้เยอะเหมือนกัน คือถ้าไม่ประหยัดประเทศไปไม่ได้ คนอื่นไม่ประหยัด สำหรับคณะรัฐมนตรีประหยัด คณะไม่ใช่คณะรองนายกรัฐมนตรี จะทำให้ไปได้ดีขึ้นเยอะ ไม่เหลียวมามองทางนี้บ้างว่าสภาเป็นอย่างไร ก็สภาด้วยเหมือนกันก็ขยันอยากทำ เพราะสภาเป็นอาจารย์ของนายกฯ ก็นายกฯ สอนครูหน่อย สอนอาจารย์ว่าเศรษฐกิจพอเพียงทำอย่างไร สอนครูคนเดียวก็พอแล้ว เพราะว่าครูก็ไปสอนคนอื่น ต่อไปก็เหลือแต่ฝ่ายค้าน ฝ่ายค้านไม่ต้องสอน เพราะเขาพอเพียงอยู่แล้ว ฝ่ายค้านเนี่ย หัวหน้าฝ่ายค้านเขาก็ไม่ทราบเขาพอเพียงหรือเปล่า แต่อย่างน้อยอดีตหัวหน้าพรรคเขาพอเพียง พอเพียงอย่างมากๆ เขาทำอะไรที่ ทำให้ประเทศชาติใช้เงินนิดเดียวไม่พอ เขาจึงต้องออก เลยไม่รู้ว่าฝ่ายค้านจะพอเพียงหรือไม่ แต่อย่างน้อยอดีตหัวหน้าพรรคเขาพอเพียงมาก จนกระทั่งต้องออกจากหัวหน้าพรรค

นอกจากนั้นก็ถ้าทุกคนเลื่อมใสว่าจะต้องพอเพียงก็ปฏิบัติเถิด เพราะว่าถ้าปฏิบัติเศรษฐกิจพอเพียงมันใช้ได้จริงๆ ไปได้จริงๆ แต่ว่าอาจจะไม่ค่อยสบาย ทุกอย่างที่นายกฯ พูดตะกี้ ก็มาพูดไม่ได้แต่งเอา ไม่ได้แต่งเอา นายกฯ พูดที่พระเจ้าอยู่หัวฯ พูดอะไร ทำอะไรถูกต้อง ชื่นชมว่าพระเจ้าอยู่หัวฯนี้ ทำให้ประเทศชาติอยู่ได้ เช่นเดียวกับแก้มลิง แก้มลิงเนี่ยเมื่อครั้งก่อนนี้ที่พูดถึงแก้มลิงคนก็หัวเราะ เดี๋ยวนี้ไม่หัวเราะแล้ว เพราะว่าลิงก็ต้องมีแก้ม ถ้าลิงไม่มีแก้มเขาอยู่ไม่ได้ คนเราก็ต้องมีแก้ม เป็นแก้มคน แต่แก้มคนก็เป็นแก้มลิงได้ คือ หมายความว่าต้องระวังรักษาอะไรที่กล้วย ที่กินเข้าไปก็เก็บไว้ได้เป็นการประหยัด จะพูดอะไรก็เก็บไว้ในแก้ม เก็บในแก้มก็ได้ ก็ประหยัด คือแก้มลิงเป็นการประหยัด แล้วก็โครงการอะไรอื่นๆที่ที่พูด อย่างฝายแม้วก็ฝายฝ่ายนายกฯ ฝ่ายนายกฯ นายกฯ ไปดูฝายแม้ว คราวนี้ฝายเรานี้ เราทำฝายแม้วเดี๋ยวนี้ซาบซึ้งหรือเปล่าว่ามีประโยชน์อะไร คือมีประโยชน์ ทำให้ไม่มีน้ำท่วมหรือไม่มีน้ำแล้ง ตอนนี้น้ำท่วมเชียงใหม่ นายกฯเดือดร้อนมาก โกรธมาก ทำไม มีฝายแม้วแล้ว แล้วก็ทำไมน้ำยังท่วม ก็เพราะว่าฝายแม้วทำไม่ถูกต้อง ทำไม่ดี แล้วก็ปล่อยน้ำลงมาผิด ผิดทาง ที่จริงที่ไปดูที่กุยบุรี นั่นน่ะไปขยายเขื่อนที่กุยบุรีที่ยังชุ่มนั่นน่ะ เคราะห์ดีไปทำแล้วก็โครงการพระราชดำรินี้ถ้าไม่ได้ทำถ้าทำตามตามที่ทางชลประทานเขาจะทำ ป่านนี้เขาก็ยังไม่เสร็จ เพราะถ้าไม่เสร็จน้ำท่วมแล้ว ปีนี้ที่น้ำไม่ท่วมกุยบุรี และประจวบ ประจวบคีรีขันธ์ แล้วท่วมบ้าง แต่ว่าไม่ขึ้นมาถึงหัวหิน เพราะว่าเขื่อนกุยบุรี แล้วเขื่อนกุยบุรีทำไม ได้ขยายได้ ขยายเก็บน้ำได้ 9ล้านลูกบาศก์เมตร เพราะว่า บอกว่าเดี๋ยวนี้เรามีโครงการหาพระราชดำริ เราบอกทำเลย อธิบดีชลประทานทำยังไงจะต้องของบประมาณ งบประมาณไม่มี ก็มีโครงการพระราชดำริ ก็เลยทำทันทีแทนที่จะใช้เวลา 3 ปี ก็ใช้เป็น 2 ปี ทำงานได้ ที่เราไปดูนั่นทำงานได้จริงๆ เพราะว่าถ้าไม่มีไอ้น้ำ 9 ล้านลูกบาศก์เมตรมันเต็มแล้ว แต่ว่าน้ำมันก็ล้นไหม ปกติ ตามจำนวนที่ปกติ เลยทำให้น้ำไม่ท่วม ถ้าไอ้ 9 ล้านลูกบาศก์เมตร ฝนมันลงฟู่ๆ มีหวังท่วม ท่วม ท่วมทั้งด้านบนทั้งด้านล่าง แล้วท่วมแล้วน้ำนี่ก็ทำลาย ฉะนั้นก็ถ้าเราทำโครงการที่ใช้งานได้เร็วๆ ประหยัด การท่วมของพื้นดินแล้วก็ถ้าว่าไปประหยัด ประหยัดทรัพย์

ความจริงที่ใช้เงินตอนนั้นใช้เงินร้อยล้านกว่าๆ เดี๋ยวนี้ก็กลับคืนมาแล้ว ถ้าไม่ได้ ไม่ได้ทำ น้ำที่มาท่วมก็ทำลายร้อยล้าน ครบร้อยล้าน ถ้าคนที่พยักหน้านี่น่ะเขาไม่ร้อยล้านนึง ไม่ใช่อะไรต้องพันล้าน หมื่นล้าน แสนล้าน แปดร้อยล้าน เนี่ยชาวบ้านเขารู้สึก ก็หมายความว่าร้อยล้านที่เอาจากจากโครงการพระราชดำริกลับคืนมาแล้ว แล้วกลับคืนมาที่ไหนก็ที่ประชาชน ประชาชนเค้าได้ แต่ถ้าไม่ได้ไม่ได้ใช้เงินนี้ปีหน้าจะต้องใช้ 2ร้อยล้าน เพราะว่าถ้าไม่ ไม่ใช้เงินทันที เงินมีอยู่ คนก็บอกว่าบางทีเขาบอกว่าไม่มีเงินแต่เงินอันนี้มีอยู่ เพราะว่าในงบประมาณมี ถ้าไม่มีก็หมายความว่างบประมาณทำไม่ถูกและอันนี้ 100ล้านใช้ไป ใช้ดีแล้ว ใช้ถูกต้อง ไม่เสียหายทำให้ประชาชนได้กำไร ถ้าไม่ได้ใช้ไปก็ไม่รู้ว่าใครใส่กระเป๋าไปไหน แต่ว่า ประชาชนก็ไม่ได้ ฉะนั้นก็ที่ได้ทำโครงการประหยัดไปหนึ่งปี ที่ไปดูนั่นเห็นประจักษ์ว่าน้ำมันไหลออกจากเขื่อน หรือไม่ใช่ ไม่ใช่พูดหรอก น้ำจริงๆ มันลงมาเต็มเขื่อน แทนที่จะเป็น 38ล้านลูกบาศก์เมตร มันเป็น 40กว่าล้านที่ลงมาทำให้น้ำลงมาเก็บและล้นมาได้ เพราะน้ำยังไม่ทันได้ใช้ เวลาแล่นรถไปข้างล่างก็เห็น ก็ทำนาได้ นาเนี่ยมีประโยชน์เพราะว่าข้าวก็ไม่เสีย ข้าวได้ใช้แล้วก็ ถ้าจะเอาข้าวเนี่ยไป ไปส่งนอก เราก็ได้เงิน หรือได้ของไปแลกเปลี่ยนได้ ฉะนั้นโครงการ 100 ล้านนี้ ทำดีแล้วก็ช่างชลประทานเขาก็มีความรู้พอที่จะทำ ไอ้นี่ไม่ต้องอาศัยช่างจากต่างประเทศ ช่างในเมืองไทยนี่เอง แล้วก็ใช้เครื่องมือในเมืองไทยนี่ได้ ก็เลยรู้สึกว่าปีนี้ที่ได้เห็นการขยายโครงการ กุยบุรีนี้ ก็ได้ผลจริงๆ ได้ไปดูก็ดีใจพอใจ

ฉะนั้นก็นี่ต้องเล่าให้ฟังว่าที่ได้ไปดูโครงการชลประทานที่กุยบุรี ที่หมู่บ้าน ยังชุม เป็นโครงการที่ใช้งานได้ แล้วไม่ใช่ที่ยังชุมเท่านั้นเอง ข้างๆก็มีการสร้าง น้ำ เขื่อนที่จะกักน้ำได้ผลดี ยังต้องทำอีกมาก แต่นั้นเวลามาพูดกับสมาคมนี้ก็พูดถึงชลประทานก็ได้ผลดี แต่ค่อยๆ ทำเพราะว่าไม่ใช่ว่าไม่มีเงินเท่านั้นเอง เงินมันมีไม่พอแต่ว่าที่ๆ จะทำมันไม่มี แล้วก็ทำต้องศึกษาให้ดีถ้าบอกพระเจ้าอยู่หัวบอกให้ทำอย่างนั่นๆๆ เสร็จแล้วไม่มีหลักวิชาที่ดีก็อาจจะเสียก็ได้ แต่ว่าการที่จะทำต้องพยายามหาที่ๆ จะทำ แล้วก็ใช้ความรู้ที่ถูกต้อง โครงการอย่างอื่นก็มีที่จะต้องทำ ไม่ใช่เฉพาะชลประทาน แต่ว่าโดยที่เราเป็นผู้ที่เขาเรียกว่าผู้เชี่ยวชาญชลประทานก็กล้าที่จะบอกว่าควรจะทำ นี่ก็รู้สึกคล้ายๆ กับง่วงแล้ว เดี๋ยวนี้ชักมืดเร็ว ก็ถ้าง่วง เดี๋ยวไปนอนได้ ก็รู้สึกว่าสมควรแก่เวลาก็ขอขอบใจที่ท่านมาให้พร แล้วก็ให้พรนี่ดี เพราะว่าถ้าไม่ให้พรก็ไม่รู้ว่าเราทำอะไร ไม่รู้ว่าเราทำอะไรถ้ามาให้พรเราก็มีกำลังใจที่จะทำ ทำงานด้านต่างๆ เราก็ให้พรกับทุกฝ่าย ฝ่ายรัฐบาล กับฝ่ายค้าน ก็ให้กำลังใจทำอะไรก็ทำ ทำได้ดี แต่วันนี้ไม่พูดให้ทำอะไร เพราะว่าทะเลาะกัน ไม่เอาไม่ให้ทะเลาะ ให้ทำอะไรที่ดูจะดีแล้วคิดให้อย่าเกิน อย่าเลยเถิด แต่ว่าถ้าแต่ละคนทำงานให้เหมาะสมบ้านเมืองจะไปได้ ถึงว่าจะต้องให้พรให้บ้านเมืองไปได้ ให้แต่ละคนไปได้ ไม่ใช่ มีการหัวชนฝา จะทำอะไร ก็ขอให้แต่ละคนมีความสำเร็จ พอสมควร เศรษฐกิจพอเพียง หรือทำให้พอเพียงแต่ไม่พอเพียงก็ไปไม่ได้ ถ้าทำพอเพียงสามารถที่จะนำพาประเทศให้ดี ไปได้ดี ก็ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จ ในความสำเร็จพอเพียง และเพื่อให้บ้านเมืองบรรลุความสำเร็จที่แท้จริง ขอให้รู้ว่า คนที่รับพรก็รับพรก็รับไป คนที่ไม่รับพรก็คิดในใจ ก็ขอขอบใจที่ท่านทั้งหลายมาให้พร เรารับพรของท่าน
โดย: ขอพระองค์ทรงพระเจริญ [5 ธ.ค. 48 21:18] ( IP A:202.57.168.247 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   เป็นกระทู้ที่ดีมาก อยากอ่านมานานแล้วจ้า
โดย: nunn [14 ธ.ค. 48 17:51] ( IP A:61.90.237.168 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน