บทสนทนาระหว่างชาย-หญิง คู่หนึ่ง ก่อนแต่งงาน
   ที่มา - ฟอร์เวิร์ดเมลล์

แล้วอีก ๑๐ ปี คุณจะเปลี่ยนไปไหม?









ก่อนแต่งงาน....!!


. . .

'''ช.''' ผมจะรีบทำทุกอย่างให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุดเลย เพื่ออนาคตของเราทั้งสอง

'''ญ.''' คุณอยากจะไปจดทะเบียนฯ กับฉันที่อำเภอมั้ยคะ?

'''ช.''' แน่นอนที่สุด ผมภาวนาให้ได้ยินคำนี้จากปากคุณมานานแล้ว

'''ญ.''' แล้วคุณจะเลิกกับฉันมั้ยนี่?

'''ช.''' ไม่มีทางเด็ดขาดเลย ต่อให้ผมตายก็เถอะ

'''ญ.''' ถ้าฉันงอนคุณขึ้นมา คุณจะง้อฉันหรือเปล่า?

'''ช.''' สำหรับคุณแล้ว ผมจะพยายามทำทุกวิธี ที่คิดได้เลยเชียวแหละ

'''ญ.''' แล้วคุณคิดจะรังแกฉันบ้างมั้ยคะ?

'''ช.''' ผมคงต้องฆ่าตัวตายแน่ๆ ถ้าจะทำอย่างนั้นกับคุณ

'''ญ.''' จูบฉันสักครั้งซิคะ

. . .



หลังแต่งงานแล้ว 10 ปี...ให้อ่านย้อนขึ้น
โดย: SC [9 ก.ค. 52 9:38] ( IP A:115.31.139.77 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   5555
ต้องถามคนที่แต่ง 10 ปีแล้วครับ
ช่วยบอกที
โดย: ปุ๊กครับ [9 ก.ค. 52 13:11] ( IP A:125.26.97.250 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   รุ่น 9 คงไม่ต้องอ่านย้อนมั๊งครับ

มีแต่รักเมียกันทั้งน๊านนนนนนน



*************************

กลัวเมีย
กิร ดังได้สดับมา



เศรษฐีคน หนึ่งเป็นคนกลัวเมียมาก เมื่อเมียพูดอะไรจะต้องนิ่งฟังและต้องทำตามนั้น จึงคิดว่าโลกนี้จะมีคนที่กลัวเมียอย่างตนบ้างหรือไม่ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นแจ้งจึงสั่งให้คนใช้หาม้ามา ๒ ตัว สีขาวตัวหนึ่ง สีดำตัวหนึ่ง และไก่อีก ๑๐๐ ตัว ด้วยตั้งใจว่าถ้าบ้านไหนกลัวเมียจะให้ไก่ตัวหนึ่ง บ้านไหนไม่กลัวเมียจะให้ม้าตัวหนึ่ง ได้ครบแล้วจึงให้พวกคนใช้หามกรงไก่ออกเดินทางไปยังหมู่บ้านใกล้เคียง

ถึง บ้านแรกก็ถามผัวเมียที่อยู่หน้าบ้านพอดีว่า “บ้านนี้กลัวเมียไหม” ผัวยังไม่ทันอ้าปาก เมียรีบตอบทันทีว่า “ลองไม่กลัวฉันสิ จะได้เฉาะกบาลเสียเลย” เป็นอันว่าบ้านแรกได้ไก่ไปเป็นรางวัลฐานกลัวเมีย

ไป อีกบ้านหนึ่งแล้วถามเหมือนเดิม ผัวตอบว่า “เมียเขาเป็นคนเก่ง เขาคิดเขาทำอะไรถูกต้องดีหมด ผมงี้สบายที่สุด แทบจะไม่ต้องทำไม่ต้องพูดอะไรเลย เมียเขาออกหน้าหมด” ผัวตอบอย่างนี้ เมียก็ยิ้มแก้มแทบปริ เลยได้ไก่เป็นรางวัลไป

ถัด มาอีกบ้านหนึ่ง เมียไม่อยู่บ้าน ผัวตอบว่า “ไม่กลัวไม่ได้หรอก เมื่อวานยังเหยียบผมแทบแย่ แค่ผมกลับบ้านเย็นไปหน่อยเท่านั้น หาว่าผมมัวไปเกาะแกะผู้หญิงอื่นจึงกลับบ้านเย็น ผมงี้เข็ดจนตาย” เลยได้ไก่ไปตามกติกา

เศรษฐี ชักท้อใจ หลายบ้านแล้วกลัวเมียทั้งนั้น ไปอีกหมู่บ้านหนึ่งก็อีหรอบเดียวกัน กลัวเมียกันทั้งบาง ไก่เกือบจะหมดร้อยตัวแล้วยังไม่มีวี่แววผู้ที่สมควรจะได้รับม้าไปเป็นรางวัล เลย

ข่าว เศรษฐีแจกไก่แจกม้าดังไปถึงท้ายหมู่บ้าน ผัวเมียคู่หนึ่งคิดหาอุบายอยากได้ม้า จึงนัดแนะกันว่าบ้านตนผัวเป็นใหญ่เมียเชื่อฟังเสมอ ไม่เคยโต้แย้งเถียงทะเลาะกัน ตกลงกันดิบดีแล้วก็นั่งคอยอยู่หน้าบ้าน เศรษฐีไปถึงบ้านนั้นก็ซังกะตายถามไปแบบที่เคยถามมาทุกบ้าน “บ้านนี้ผัวกลัวเมียไหม”

ผัวรีบตอบทันทีตามที่ตกลงกันไว้กับเมีย “ผมน่ะรึกลัวเมีย ไม่มีวันเสียหรอกท่าน ผมว่าอะไรต้องว่าตามผมทุกอย่าง”

เศรษฐีตื่นจากภวังค์ รู้สึกตื่นเต้น พบแล้วคนที่ไม่กลัวเมียมีจริง ๆ จึงถามเมียว่า “จริงอย่างที่ผัวเอ็งพูดหรือเปล่า”

“จริงค่ะ พี่เขาเป็นคนเก่ง เอาจริงเอาจัง เป็นผู้นำครอบครัว ฉันเองก็ต้องทำตามเขาทุกอย่างแหละ” ว่าไปโน่นเลย

“งั้นก็เอาม้าไปเลย จะเอาตัวดำหรือตัวขาว เลือกเอาไปเลยตัวหนึ่ง” เศรษฐีบอกอย่างดีใจที่ได้เห็นคนไม่กลัวเมีย

สอง ผัวเมียเห็นม้าสองตัวล้วนงามทั้งคู่ ผัวอยากได้สีดำ แต่เมียอยากได้สีขาว ต่างก็เถียงกันต่อหน้าเศรษฐี ต่างฝ่ายต่างก็ไม่ยอมกัน ท้ายที่สุดผัวคงรำคาญจึงตอบเมียไปว่า “งั้นสีขาวก็ได้”

เศรษฐี ได้ฟังดังนั้นถึงกับอุทานว่า “อ้าว ไหงเป็นยังงี้ไปล่ะ ไหนว่าไม่กลัวเมียไง ตามใจเมียแบบนี้ก็เข้าข่ายกลัวเมียเหมือนกัน” สองผัวเมียเลยอดได้ม้า ได้แค่ไก่ตัวเดียวเป็นรางวัลไป ฐานเล่นละครไม่สมบูรณ์ เศรษฐีหมดแรง หมดความสงสัย กลับบ้านพร้อมกับม้าสองตัว ไก่อีก ๑๐ กว่าตัว


เรื่องนี้สื่อความให้เห็นว่า

ธรรมดา ของชาวโลก สามีเป็นใหญ่นอกบ้าน ภรรยาเป็นใหญ่ในบ้าน เรื่องภายในบ้านทั้งหมดไม่ว่างานดูแลตกแต่ง งานครัว งานจับจ่ายใช้สอย ตลอดถึงการปกครองคนในบ้านต้องยกให้แก่แม่บ้าน ไม่เกี่ยวกับการกลัวหรือไม่กลัวกัน แต่เป็นธรรมเนียม เพราะแม่บ้านย่อมมีความละเอียดอ่อนและย่อมพอใจเมื่อได้ทำอะไรในบ้านได้อย่าง อิสระและตามใจชอบ สามีที่ฉลาดย่อมยอมให้ภรรยาเป็นใหญ่ในบ้าน ครอบครัวที่เป็นอย่างนี้ย่อมเป็นครอบครัวที่อบอุ่น

ตรง กันข้าม ถ้าสามีทำตัวเป็นใหญ่ในบ้านเสียเอง และภรรยาเป็นใหญ่นอกบ้านไม่เว้นแม้แต่ที่ทำงานของสามี หรือทั้งสองคนอยากเป็นใหญ่ด้วยกัน อยากมีอำนาจเหนืออีกฝ่ายหนึ่ง อยากให้อีกฝ่ายหนึ่งยอมสิโรราบให้แก่ตน ต่างคนต่างไม่ยอมกัน รับรองได้ว่าไม่แคล้ววุ่นวาย จะมีเรื่องเถียงทะเลาะกันไม่หยุดหย่อน และจะหาความสุขในชีวิตคู่ไม่ได้เลย

ที่มา หนังสือ กิร ดังได้สดับมา โดย พระธรรมกิตติวงศ์

โดย: SC [9 ก.ค. 52 15:59] ( IP A:115.31.139.77 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   พ่อแม่พี่น้องครับ ตัวผมหนะแน่ไม่แน่คิดดูดิ!!! คือเมียผมนะเวลาจะเข้ามาหา ถึงขนาดว่าต้องคลานเข้ามาเลยหละคุณเอ๊ยยยยย เชื่อ..อ๊ะ..ป่าว ? ไม่ได้โม้!!!

โปรดติดตามตอนต่อไป...........
โดย: ต้า โซล่อย [10 ก.ค. 52 11:40] ( IP A:125.26.93.141 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ไม่กลัวครับ แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์

ปล.คนไม่มีเมีย
โดย: เห็ดจัง [10 ก.ค. 52 12:24] ( IP A:202.57.137.157 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   เห็นไหมล่ะ รุ่น 9 ไม่มีใครกลัวเมีย

ถ้าหือนะ เดี๊ยะๆๆ ประมาณนั้นเลยใช่ไหมครับ พี่ต้า โซล่อย


******************************************

นิทานของท่านดร.อาจอง อีกเช่นเคย..เชิญติดตามได้ครับ

นิทานเรื่อง " พระราชากับมเหสีทั้งห้า"


กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพระราชาองค์หนึ่ง มีมเหสี ๕ องค์.. มเหสีทั้ง ๕ องค์นี้ ต่างก็เรียกร้องเอานั่นเอานี่จากพระราชา พอไปเห็นอะไรสวยงาม ก็ทูลขอกับพระราชา พระราชาเป็นผู้ที่กลัวมเหสี ก็เลยตามใจ แต่สุดท้ายพระองค์ก็ไม่มีความสุขเลย....

วันหนึ่งพระราชา ก็เลยไปปรึกษากับคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้ชายล้วน "นี่แนะนำเราหน่อยเถิด ทำอย่างไรเราถึงจะไม่กลัวเมีย"


พวกคณะรัฐมนตรีก็กราบทูลว่า "พวกข้าพระองค์ไม่มีอะไรจะแนะนำพระองค์ได้ เพราะพวกข้าพเจ้าก็กลัวเมียเหมือนกัน"

พระราชาคิดแผนการได้แผนหนึ่ง จึงตรัสว่า "เอาอย่างนี้ เราจะเชิญผู้ชายมาทั้งแผ่นดิน ในวันนั้นเราจะตั้งเต้นท์สำหรับคนกลัวเมียให้ไปอยู่ตรงโน้น" "ส่วนคนที่ไม่กลัวเมีย เราจะตั้งเต้นท์ไว้ตรงนี้"

"ด้วยวิธีการอย่างนี้เราก็จะได้ไปปรึกษากับคนที่ไม่กลัวเมีย แล้วก็ขอคำแนะนำจากเขาว่าเขามีเคล็ดลับอย่างไรถึงไม่กลัวเมีย จะได้นำมาปรับปรุงตัวของเรา"

พอถึงวันนัดหมาย เต้นท์ของผู้ชายที่กลัวเมีย ล้นออกมาเลย ไม่มีที่ยืนในเต้นท์
ในขณะที่เต้นท์คนไม่กลัวเมีย ไม่มีใครมาเลย..พระราชาก็ทรงกลุ่มพระทัย "อะไรกันทั้งแผ่นดิน ไม่มีคนที่ไม่กลัวเมียเลยเหรอ"


ในที่สุดนาทีสุดท้าย มีผู้ชายคนหนึ่งมาที่เต้นท์คนไม่กลัวเมีย


กษัตริย์ทรงดีพระทัย เสด็จพระราชดำเนินโดยเร็วไปหา "ไหนบอกเราซิว่า เธอมีเคล็ดลับอย่างไรจึงไม่กลัวเมีย"

ผู้ชายคนนี้ก็ตอบว่า "ข้าพระพุทธเจ้าก็กลัวเมียเหมือนกันพระจ้าค่ะ"

พระราชา "อ้าวแล้วมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ต้องไปอยู่ที่เต้นท์โน้นซิ"

ชายไม่กลัวเมีย "ข้าพระพุทธเจ้าไม่ไปหรอกพระเจ้าค่ะ จะทำอย่างไรกับข้าพระพุทธเจ้าก็ได้ แต่ข้าพระพุทธเจ้าไม่ยอมไป"

พระราชา "ทำไมล่ะ"

ชายไม่กลัวเมีย "ก็เพราะเมียของข้าพระพุทธเจ้า สั่งให้มาอยู่ที่เต้นท์นี้พระเจ้าค่ะ"

โดย: SC [10 ก.ค. 52 16:36] ( IP A:115.31.139.77 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   แถ่แลน-แถ่แลน-แถ่แลน
แถ่แลน-แถแหล่น-แทนแท้น
แถ่น-แทน-แทน-แท้น
555555555555555555555
โดย: บรรดา มอ-สระ-เอีย อยู่หนายหนอ [11 ก.ค. 52 13:53] ( IP A:125.26.89.65 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ความเดิมจากความคิดเห็นที่6
เมียผมนะเวลาจะเข้ามาหา ถึงขนาดว่าต้องคลานเข่าเข้ามา
ความจริงที่เล่าให้ฟังยังไม่จบก็คือว่า...ภรรเมียของผมเธอเล่นเอาไม้กวาดเข้ามาเขี่ยให้ผมออกมาจากการหลบซ่อนคดีอยู่ใต้เตียง เธอก็เลยมีความจำเป็นที่จะต้องคลานเข่าเข้ามา ก็เท่านั้นเองไม่เห็นว่าจะมีอะไรที่จะต้องเกียมัวเลย จิงปะ?
อ้าววว พ่อแม่พี่น้องชาวM-9ขอเสียงคนไม่เกียมัวหน่อย (มีเต๊นท์คนไม่กลัวเมียว่างอยู่เยอะ!)
โดย: ต้า โซล่อย [13 ก.ค. 52 9:59] ( IP A:125.26.93.143 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   อย่าบอกว่าหลบสิครับ บอกว่าของตกไปใต้เตียง
โดย: SC [22 ก.ค. 52 13:46] ( IP A:119.42.70.165 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน