วิบัติ VS วิวัฒนาการ ของภาษาไทย
   คุยกับหลานบ่อยๆ ก็เคยชินกับภาษาแปลกๆ และก็ติดที่จะใช้เวลาแชทด้วย ก็ไม่แปลกอะไร ชินและสะดวกดีที่จะพิมพ์

...จนมาเจอรุ่นน้องใช้สำนวนแปลกๆ ภาษาวัยรุ่น แปลไม่ค่อยออก ผู้ใหญ่ที่ได้ยินก็สงสัย และคิดว่าไม่เหมาะสม เลยย้อนนึกถึงตัวเองว่า เราทำให้ภาษาวิบัติหรือเปล่า............

ฉานม่ายรู้ว่าเทอจะคิดร์ยางงาน แต่คงม่ายเปงไรอ่ะนะ คิสมากปวดหัวอ่ะ (เรื่องของกรูมานปายหนักหัวไคฟ่ะ.......... เหอๆ)

เอ่อ ข้างบงนี้เปงตัวอย่างอ่ะนะ ม่ายได่ว่าคายนะ ขอบคุงมักๆน๊าที่อ่าน

**** บทความเก่าปี 2549 ของชาวบ้าน
https://news.sanook.com/education/education_06723.php

ตะเองตามปายอ่านด้ายนะ
โดย: SC [15 พ.ค. 51 17:03] ( IP A:122.154.7.77 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   แล่มเลย น่อเชี๊ย ตรึ๊ม ๆ ๆ แล่มเลย
โดย: kltk. [16 พ.ค. 51 16:01] ( IP A:203.146.104.42 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ลูกสาวผมเรียนชั้น ม.4 อยู่ที่โรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์ ย่านประชานิเวศน์ 2 หรือ 3 นี่แหละ ที่ต้องอ้างชื่อโรงเรียนเพราะข้อเขียนเที่ยวนี้อาศัยข้อมูลที่เธอจัดทำเป็นรายงานส่งอาจารย์ในวิชาเรียนวิชาหนึ่ง ผมเห็นว่าน่าสนใจขอมาใช้บ้าง เธอก็บอกว่าต้องให้เครดิตไว้ด้วย ก็ให้ไว้เลยตรงนี้

รายงานชิ้นนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับภาษาวิบัติครับ กำหนดขอบเขตเฉพาะภาษาแชต, ภาษาเอ็มเอสเอ็น หรือภาษาออนไลน์ แล้วแต่ใครจะเรียก เป็นวิธีการเขียนภาษาไทยที่เพี้ยนไปจากภาษาเขียนโดยปกติ เพี้ยนไปจากภาษาพูดทั่วไปด้วย ขอยกตัวอย่างที่เอาจากเว็บบอร์ดแห่งหนึ่งที่เด็กๆ ไปชุมนุมกัน เจ้าของกระทู้ตั้งกระทู้รณรงค์เลิกการใช้ภาษาวิบัติ มีหนึ่งในคำตอบที่สนับสนุน แต่เล่นสนุกโดยเขียนให้มันวิบัติว่า

"เหนด้วยมั่กๆ เรยคร่า พาสาวิบัดพวกเน้ เหนทีรายก้องุงิ อ่านม่ะรุเรื่อง ม่ายรุชั้ยกานปัยดั้ยงัย พอๆ...ครั้งแรกในชีวิตที่พิมพ์แบบนี้ รู้สึกตัวเองปัญญาอ่อนยังไงพิกล"

ครับ ภาษาแชตหรือภาษาออนไลน์ที่ระบาดไปในกลุ่มวัยรุ่นออนไลน์ รวมทั้งไว้ที่เกินวัย เช่น พวกที่จบปริญญาตรีทำงานแล้วก็ยังเห็นมีใช้กันอยู่บนอินเตอร์เน็ต เป็นภาษาแบบที่ยกตัวอย่าง ตามเว็บบอร์ด ตามบล็อคจำนวนหนึ่ง และโปรแกรมสนทนา หรือห้องสนทนา
โดย: https://news.sanook.com/education/education_06723.php [18 พ.ค. 51 16:13] ( IP A:58.8.237.87 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ระยะหลังๆ มันถูกเรียกว่าเป็นภาษาวิบัติในหมู่คนรุ่นใหม่ด้วยกันเอง และรวมไปถึงถูกเรียกว่า "ภาษาปัญญาอ่อน" ด้วย อันนี้เด็กๆ เขาเรียกกันเองนะครับ ซึ่งมีนัยแตกต่างกันค่อนข้างมากจากสมัยแรกๆ ที่ภาษาแบบนี้ถูกผู้ใหญ่ออกมาว่ากล่าว

ลูกสาวผมใช้วิธีถามแบบสอบถามขึ้นบนอินเตอร์เน็ต ผ่านทางเว็บบอร์ดสองแห่ง ซึ่งเป็นแหล่งชุมนุมของวัยรุ่นอีกเช่นกัน ผลที่ได้มาจากแบบสอบถามก็ค่อนข้างน่าสนใจเหมือนกัน โดยกลุ่มตัวอย่างนั้นกำหนดระดับอายุเอาไว้ไม่เกิน 21 ปี ได้รับคำตอบมาทั้งหมด 40 คน มีอายุต่ำกว่า 12 ปีอยู่คนเดียว 12-14 ปี 6 คนที่มากที่สุดคือกลุ่ม 18-20 ปี 13 คน รองลงมาคือ 15-17 ปี และ 21 ปีขึ้นไป เป็นจำนวนเท่ากันคือ 10 คน

ขอสรุปรวบยอดนะครับ รูปแบบารสนทนาที่ใช้บ่อยเรียงตามลำดับคือ กระดานข่าว และโปรแกรมสนทนา สุดท้ายคือ เกมออนไลน์ ซึ่งมีไม่มากนัก จำนวนทั้งหมดนี้ ที่ไม่เคยใช้ภาษาวิบัติเลยมีเพียง 4 เท่านั้น อย่างไรก็ตาม คนใช้เป็นประจำกลับยิ่งน้อยกว่าคือมีแค่ 2 คน นอกนั้นหรือคนส่วนใหญ่อีก 34 คน ใช้บ้างเป็นบางครั้ง

โดยผู้ใช้เป็นบางครั้งส่วนมากจะใช้เพื่อแสดงอารมณ์ความรู้สึกให้หนักและชัดเจนมากขึ้นในการพิมพ์ เช่น คำว่า "ไม่" ก็จะลากเสียงให้ยาวๆ เป็น "ม่าย" เพื่อแสดงถึงอารมณ์ผิดหวัง หรือใช้เพราะพิมพ์ผิดโดยเข้าใจผิดหรือไม่ได้ตั้งใจ พวกนี้จัดเป็นพวกที่ใช้สำนวนวัยรุ่นได้ว่าใช้นิดหน่อยแบบ "ขำๆ" ไม่ใช่ตะพึดตะพือใช้ไม่เลือกกาละเทศะ

น่าสนใจมากยิ่งขึ้นไปอีกอยู่ตรงที่ความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่บอกว่าเห็นด้วยการรณรงค์ให้เลิกใช้ภาษาวิบัติอย่างจริงจัง และคงต้องเน้นย้ำด้วยครับว่ากระดานข่าวสองแห่งที่ใช้เป็นแหล่งเก็บข้อมูแบบสอบถามนั้น เป็นกระดานข่าวเว็บเด็กๆ ที่สนใจในเรื่องการ์ตูน เกม อะนิเมะ มังกะ ชนิดที่ผู้ใหญ่คงไม่แวะเวียนเข้าไปเกะกะ ยกเว้นผู้ใหญ่อย่างผม

ที่จริงมีเว็บไซต์หลายเว็บอยู่เหมือนกันที่ผมเข้าเป็นประจำและสังเกตเห็นการต่อต้านภาษาวิบัติในโลกออนไลน์อย่างชัดเจน ทั้งโดยเว็บมาสเตอร์และสมาชิก ซึ่งไม่ใช่คนแก่งั่กอนุรักษ์ลูกเดียวอะไรเทือกนั้น มันอาจจะสะท้อนปรากฏการณ์อะไรบางอย่างในโลกของภาษาที่มีความผันแปรเปลี่ยนแปลงไปได้ อะไรที่คนไม่ยอมรับก็ไม่สามารถคงทนอยู่ได้ในที่สุด

แต่เรื่องจะห้ามนั้นไม่ต้องไปพูดถึง ห้ามไม่ได้และไม่จำเป็น กระบวนการของสังคมที่ไม่หยุดนิ่งจะจัดการกับปัญหาหล่านี้เองแหละครับ

ที่กระดานข่าวของเว็บแห่งหนึ่ง มีผู้หญิงคนหนึ่งเข้าไปเขียนสอบถามปัญหาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ก็มีคนหนึ่งเข้าไปตอบ ถามตอบกันสองสามที คนตอบที่ช่วยแก้ปัญหาให้ปิดท้ายคำตอบว่า "นี่ถ้าคุณเขียนภาษาเอ็มเอสเอ็นอย่างนี้อีกต่อไป ผมจะไม่ตอบคุณละนะ"

คำตอบสุดท้ายของผู้หญิงคนนั้นเข้ามาอย่างสุภาพดีตรงตามวิธีการเขียนที่ควรเขียนว่า "ขอบคุณและขอโทษค่ะ"
โดย: https://news.sanook.com/education/education_06723.php [18 พ.ค. 51 16:13] ( IP A:58.8.237.87 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน