ว่าด้วยเรื่องของพีทมอส
   อาทิตย์ก่อนเพิ่งไปลองซื้อมาเพื่อใช้เพาะเมล็ดดิกเกียแทนขุยมะพร้าวตามที่คุณ Q เคยแนะนำว่าดีกว่าขุยมะพร้าว ตอนไปซื้อคนขายก็เปรียบเทียบให้ฟังว่าเจ้านี่เขาจะชื้นในตัวไม่อมน้ำให้แฉะเหมือนขุยมะพร้าว จริงๆที่ผ่านมาก็ใช้ขุยมะพร้าวเพาะครับเมล็ดนีโอ ดิกเกีย รวมไปถึงชำใบแอฟริกันไวโอเลต ก็ขึ้นกันใช้ได้ แต่ก็ลองเปลี่ยนเป็นแนวไฮโซดูเผื่อจะมีเมล็ดงอกมากขึ้นกว่าเดิม หรือใบที่ชำจะเน่าน้อยลง ข้อเสียของขุยมะพร้าวอีกอย่างคือมันจะเสืือมสภาพเร็ว ยิ่งถ้าแฉะนานๆด้วย
แต่ผมก็เอามาผสมดิน ผสมใบก้ามปู ปุ๋ยคอกกับพวกมะพร้าวสับเก่าๆจากการรื้อเปลี่ยนสับปะรดสี(แต่ถ้ามีเชื้อราก็ทิ้งนะครับ) เอามาปลูกพวกบีโกเนียต่อครับไม่เสียของตามประสาคนรักษ์โลก รักษ์สิ่งแวดล้อมsmile

โดย: bvet51@gmail.com [23 ต.ค. 55 22:02] ( IP A:101.109.184.196 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   เปิดกระสอบ อ้อแพงเพราะเป็นของนอกอิอิ เข้าไปดูเพิ่มเติมได้ https://www.legro.nl/uk
ส่วนผสมหลักเป็น Black peat กับ peat moss มีความเป็นกรดเล็กน้อย ผสมปุ๋ยไว้ให้ด้วยให้เป็นอาหารกับต้นไม้ได้นาน 6-9 สัปดาห์ มีความโปร่งและอุ้มน้ำ
เพิ่งจะเห็นตอนนี้ว่าให้ปิดถุงหลังเปิดใช้จะได้ไม่แห้ง ไม่ได้ปิดมาสองสามวันแล้ว อิอิblink

โดย: bvet51@gmail.com [23 ต.ค. 55 22:15] ( IP A:101.109.184.196 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   มาดูหน้าตากันชัดแบบไม่ชัดมากเพราะมือถ่ายไม่นิ่ง อิอิ
ดูตอนแรกก็อ้าวเป็นของผสมหรือ ผมนึกว่ามันจะมีแต่พีทมอสอย่างเดียว นึกไม่ถึงว่ามันหน้าตาเหมือนดินผสมขุยมะพร้าวมาก 555

ใครเคยใช้ลองมาแชร์ประสบการณ์กันได้นะครับ ผมเพิ่งเคยใช้ครั้งแรกนะครับ

โดย: bvet51@gmail.com [23 ต.ค. 55 22:19] ( IP A:101.109.184.196 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ว่ากันว่าพีทมอสมีความสะอาด เหมาะกับการเพาะเมล็ด ลองค้นหาความรู้ทางอินเตอร์เนท ได้ความว่ามันเป็นการทับถมของซากพืชซากสัตว์ โดยเฉพาะพวกสแฟกนั่มมอส ในหนองน้ำแถบขั้วโลกเหนือ ที่อุณหภูมิหนาวเย็นถึงขั้นมีหิมะ (เย็นติดลบจนเชื้อโรคเติบโตไม่ได้ มันจึงสะอาดไงครับ) ทับถมหลายพันหลายหมื่นปี (เราผลาญทรัพยากรธรรมชาติกันมากมายจริงๆ) จนย่อยสลายกลายเป็น Peat ที่คล้ายดินร่วนสีดำๆ
ผมกำลังจะทดลองใช้ขุยมะพร้าวมาเพาะเมล็ดดูบ้าง ทั้งสองสิ่งนี้เป็นอินทรีย์วัตถุ แต่ขุยมะพร้าวมีอายุห่างกับพีทมอสราวกับอยู่คนละมิติเวลา

โดย: หน่อง [24 ต.ค. 55 16:11] ( IP A:61.7.146.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ขุยมะพร้าวเป็นส่วนหนึ่งของเปลือกผลมะพร้าว ที่เขาเอาเข้าเครื่องตีปั่น แยกเส้นใยออกไป เหลือเนื้อของเปลือกที่แหลกเกือบเป็นผง ในกาบมะพร้าวสับที่เราใช้เป็นวัสดุปลูก ก็ประกอบด้วยเนื้อของเปลือก (ขุย) เส้นใย และผิวเปลือกสีน้ำตาลครับ
ผมเอาขุยมะพร้าวจากโรงใยมะพร้าว มาร่อนผ่านตะแกรง แยกเส้นใยที่เหลือกับเศษชิ้นโตออก ให้เหลือขุยละเอียดๆ ใกล้เคียงกับพีทมอส

โดย: หน่อง [24 ต.ค. 55 16:16] ( IP A:61.7.146.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ผมคิดว่าขุยมะพร้าวจะอมน้ำมากกว่าพีทมอส จึงจะทำการทดลองให้ชม ด้วยการเอาใส่กระถางเล็กแบบนี้

โดย: หน่อง [24 ต.ค. 55 16:18] ( IP A:61.7.146.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   ใช้มือเป็นเครื่องตรวจวัดความชื้นครับ กำดูแล้วรู้สึกว่าชื้นพอๆกัน ไม่น่าจะได้เปรียบเสียเปรียบเรื่องน้ำคงค้างในวัสดุก่อนทดสอบสักเท่าไหร่

โดย: หน่อง [24 ต.ค. 55 16:20] ( IP A:61.7.146.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ใช้ถ้วยพลาสติกตามภาพเป็นตัวรองรับน้ำ

โดย: หน่อง [24 ต.ค. 55 16:21] ( IP A:61.7.146.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   ตักน้ำให้ได้ระดับขีดขอบถ้วย ไม่ต้องวัดปริมาตรเป็นCC. เป๊ะๆหรอกนะครับ เอาแบบมั่วๆนี่แหละ สนุกดี

โดย: หน่อง [24 ต.ค. 55 16:23] ( IP A:61.7.146.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   เอากระถางใส่พีทมอสกับขุยมะพร้าว วางลงในถ้วยเปล่า เทน้ำที่ตวงตามภาพข้างบน ผ่านวัสดุแต่ละอย่างลงไป

โดย: หน่อง [24 ต.ค. 55 16:24] ( IP A:61.7.146.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   เคยบอกแล้วว่าเวลาที่พีทมอสมันแห้ง จะไม่ค่อยยอมให้น้ำซึมผ่าน ดังนั้นจึงต้องค่อยๆรินน้ำจากถ้วยลงไป ไม่งั้นพีทมอสจะไหลล้นออกจากถ้วย

โดย: หน่อง [24 ต.ค. 55 16:26] ( IP A:61.7.146.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   ผิดกับการเทน้ำไหลผ่านขุยมะพร้างครับ เทพรวดรวดเดียวได้เลย ไหลปรู๊ดออกหมด สงสัยว่าเส้นใหญ่จะใหญ่กว่า หยาบกว่าพีทมอส และยังมีความชื้น มีน้ำหนักมากกว่า

โดย: หน่อง [24 ต.ค. 55 16:28] ( IP A:61.7.146.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   ยกกระถางใส่วัสดุทั้งสองอย่างขึ้นจากถ้วยใส ดูปริมาตรน้ำในถ้วยว่ามีมากน้อยต่างกันแค่ไหน

โดย: หน่อง [24 ต.ค. 55 16:29] ( IP A:61.7.146.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   น้ำสีดำ ถ้วยขวามือคือน้ำที่ไหลผ่านพีทมอส จะมีมากกว่าน้ำสีส้ม ถ้วยซ้ายมือ ที่มีน้อยกว่า เพราะสะสมอยู่ในขุยมะพร้าว
ซตพ. ว่าขุยมะพร้าวมีคุณสมบัติดูดซับน้ำเอาไว้มากกว่าพีทมอสครับ จะทำให้แฉะมากกว่า

โดย: หน่อง [24 ต.ค. 55 16:32] ( IP A:61.7.146.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   ผมทดลองขั้นต่อไปด้วยการเอาเชื้อชีวภาพยี่ห้อหนึ่ง ที่เขาโฆษณาว่าเป็นเทคโนโลยี่ชีวภาพป้องกันเชื้อราเชื้อแบคทีเรีย แบบที่ต้องผสมน้ำหมักเชื้อก่อนเป็นชั่วโมง มาลองคลุกับวัสดุทั้งสองชนิด เพื่อจะดูว่าช่วยลดปัญหาเชื้อราในการเพาะเมล็ดของผมได้หรือไม่

โดย: หน่อง [24 ต.ค. 55 16:35] ( IP A:61.7.146.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   ดูน้ำที่ไหลซึมออกมาจากขุยมะพร้าวเมื่อคลุกเคล้ากับผงเชื้อชีวภาพสิครับ

โดย: หน่อง [24 ต.ค. 55 16:37] ( IP A:61.7.146.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   หมักเชื้อไว้ก่อนครับ เพิ่งจะได้เพาะเมล็ดเมื่อวานนี้เอง ถ่ายภาพเอาไว้ แต่ยังไม่ได้Load ออกจากกล้องครับ โปรดติดตามตอนต่อไปขอขอบคุณคุณมานิตที่เปิดกระทู้ไว้ให้คนขี้โม้มาต่อนะครับblink

โดย: หน่อง [24 ต.ค. 55 16:40] ( IP A:61.7.146.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 17
   กำลังอ่านเพลินๆ เลยครับอาหน่อง ขออนุญาตเรียกอานะครับ เพราะเท่าที่ได้ดู ได้ชม ขอมูลมา ผมคงจะอยู่รุ่นลูกของอาหน่องได้มั้งครับ
ด้วยความเคารพครับ.....เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะมาเฝ้าคอยดูนะครับ ภาค2
ของ พีทมอส และ ขุยมะพร้าว
โดย: sansab [24 ต.ค. 55 19:40] ( IP A:118.173.154.114 X: )
ความคิดเห็นที่ 18
   เขียนเรื่องราวและทำการทดลองให้ได้น่าติดตาม อ่านเพลินๆ..อ้าว เจอข้อความ "โปรดติดตามตอนต่อไป" ซะนี่

วันนี้ไปรื้อตู้หนังสือเก่าๆ เจอของดี..หนังสือบรอมมีเลียดของ รศ. ม.ล. จารุพันธ์ ทองแถม คงเป็นพี่ศักดิ์ที่ซื้อเอาไว้เมื่อช่วงที่เริ่มเลี้ยงสับปะรดสีใหม่ๆ

ใจจริงแล้วอยากให้คุณหน่องเขียนหนังสือเกี่ยวกับสับปะรดสีสักเล่ม ประสพการณ์และความรู้มากมายอย่างนี้ ถ้านำมาเรียบเรียงเขียนเป็นหนังสือสักเล่ม จะเป็นประโยชน์ต่อคนรุ่นหลังมากมาย ไม่รู้ว่าจะจุดประกายแนวคิดนี้ได้บ้างมั้ย

โดย: pongpan [24 ต.ค. 55 20:18] ( IP A:110.77.226.81 X: )
ความคิดเห็นที่ 19
   พีทมอสที่ผมเคยเห็นสีจะออกดำๆเหมือนของคุณหน่อง ไม่เหมือนของคุณ bvet51 เลย หรือว่าปัจจุบันนี้..มีหลายแบบ

โดย: pongpan [24 ต.ค. 55 20:44] ( IP A:110.77.226.81 X: )
ความคิดเห็นที่ 20
   นั่นนะสิครับพี่ป๋องแป๋ง ผมก็ว่าของผมหน้าตาดูเหมือนดินผสมปลูกมากเลย ผมก็คาดหวังไว้ว่าหน้าตาจะเป็นแบบคุณหน่อ นี่ผมซื้อแถวจัตุจักรกระสอบนี้ราคา 450 บาท
แบบของคุณหน่องราคาอย่างไร ผมจะลองเปรียบเทียบ แล้วยี่ห้ออะไรครับ
โดย: bvet51@gmail.com [24 ต.ค. 55 22:20] ( IP A:101.109.180.219 X: )
ความคิดเห็นที่ 21
   ซื้อที่ JJ 800บาท เขาบอกว่ามาจากเยอรมัน ส่วนของจีน 600 บาท ไม่เคยใช้แต่อยากให้แน่ใจว่าจะเพาะเมล็ดรุ่นแรกให้ได้ดี เลยเลือกแพงกว่าหน่อยคะ ถุงชั้นในเป็นภาษาอังกฤษ แต่ยกออกมาไม่ไหวคะ สีเดียวกับของคุณหน่องคะ ดำเล็กละเอียด ไม่มีเศษรากไม้มากและยาวปะปน เพิ่งใช้ครั้งแรก

โดย: มาลี2545 [25 ต.ค. 55 7:39] ( IP A:124.121.230.103 X: )
ความคิดเห็นที่ 22
   มารอภาคต่อไปเช่นกัน..พี่ Pongpan คะขอร่วมโหวตให้คุณหน่อง เขียนเป็นหนังสือเช่นกัน..คะ จะได้ไม่ขายเหมาต้นไม้ที่บ้าน..

..อยากอ่านตอนต่อไปของคุณหน่องให้ต่อเนื่อง เพราะมีความคิดพื้นๆที่เคยได้มาหลังจากเห็นเครื่องปลูกของค่ายป้ายเหลือง..ขอรอคุณหน่องต่อให้จบภาค 2 ก่อนดีกว่าคะจะได้ต่อเนื่อง..
โดย: มาลี2545 [25 ต.ค. 55 7:47] ( IP A:124.121.230.103 X: )
ความคิดเห็นที่ 23
   เรียกพี่ก็พอมั๊งครับคุณsansab ผม(เคย)เป็นนักเรียนป.7 รุ่นสุดท้ายเท่านั้นเองครับ แล้วก็ไล่เก็บหลักสูตรม.ศ. 1 ยัน ม.ศ.5 เป็นรุ่นสุดท้ายมาเรื่อยเลยครับ
พีทมอสที่พี่มาลีซื้อมาน่าจะเป็นยี่ห้อ KLASMANN จากเยอรมันที่ว่ามีคุณภาพดีครับ ส่วนของผมฝากเขาซื้อมา จำราคาไม่ได้แล้ว ตอนนั้นจะเอามาผสมเครื่องปลูก Dyckia เป็นหลัก แล้วก็ลองเพาะเมล็ด หน้าตายี่ห้อก็แบบซ้ายมือของภาพครับ ผมขอคัดลอกภาพของผู้ที่ใช้นามว่า tum_rabbit@hotmail ที่เคยนำเสนอไว้ในบอร์ดไม้หนาม (แคคตัส) เมื่อ15 พ.ค. 2551 มาให้ดูต่อนะครับ ข้อความในภาพที่เขาบอกไว้ จึงทำให้ผมรู้ว่ามันมีหลายอย่าง
ส่วนเรื่องการเขียนหนังสือ ผมรู้ตัวดีครับว่ายังไม่มีความสามารถขนาดนั้น เอาแค่คุยสนุกๆแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันแบบนี้ดีกว่าครับ การเขียนหนังสือให้คนรุ่นหลังใช้ศึกษา อ้างอิงข้อมูลได้นั้น จะต้องเป็นผู้มีความรู้แตกฉานในสิ่งที่จะเขียนอย่างดี และมีการศึกษาค้นคว้าให้ครอบคลุมมากที่สุด ผมยังไม่มีความวิริยะ อุตสาหะขนาดนั้นครับ มีแค่ใจที่อยากจะทำ ถ้าเราสนใจและตั้งใจที่จะทำอะไรสักอย่างที่เราชอบมากๆ มันไม่มีคำว่า"ไม่มีเวลา"หรอกครับ มันจะหาเวลาทำจนได้แหละครับ เมื่อเรารักที่จะทำ แต่วันที่เราหมดไฟที่จะทำแล้วนั่นแหละครับ คำว่า"ไม่มีเวลา" จะเป็นข้ออ้างที่ดูมีเหตุผลดีครับ ผมพยายามจะพิมพ์เรื่องของการปลูกเลี้ยงสับปะรดสีเอาไว้ที่กระทู้ 421 ถ้าเจ้าบ้านพอจะเห็นว่าเนื้อหายังใช้ได้อยู่ จะกรุณาย้ายขึ้นมาให้ผู้ที่เพิ่งจะเคยผ่านเข้ามาได้ลองอ่านกันดูเล่นๆ ก็ตามใจท่านนะครับ ผมเคยคิดว่าจะรวบรวม ปรับปรุงใหม่ ไว้ในห้องบูรณาการ แต่ถึงวันนี้ ชักจะหมดแรงแล้วครับ

โดย: หน่อง [25 ต.ค. 55 14:36] ( IP A:61.7.146.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 24
   เกี่ยวกับการใช้ขุยมะพร้าวและพีทมอสในการเพาะเมล็ด เพิ่งจะลองลงมือครับ อีกนานกว่าจะได้ข้อสรุปมาโม้ต่อ พอดีเห็นคุณbvet51 นำเสนอเรื่องพีทมอส เลยขอผสมโรงหน่อยนึงครับ
หลังจากขยำกับเชื้อชีวภาพแล้ว (ไม่ใช่ไตรโคเดอร์มานะครับ) พอเปิดกล่องจะเอามาใช้ ก็เจอว่ามีเชื้อราปุกปุย และเป็นเม็ดสีขาวขึ้นบนพีทมอสบ้าง

โดย: หน่อง [25 ต.ค. 55 16:58] ( IP A:61.7.146.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 25
   ขุยมะพร้าวยังไม่ขึ้นรา ดูเหมือนน้ำพริกเละๆ กลิ่นหืนคล้ายมะพร้าวบูด ส่วนพีทมอสกลิ่นอับๆ สรุปว่าไม่หอมทั้งคู่

โดย: หน่อง [25 ต.ค. 55 17:01] ( IP A:61.7.146.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 26
   เตรียมถ้วยเพาะเหมือนเคย

โดย: หน่อง [25 ต.ค. 55 17:02] ( IP A:61.7.146.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 27
   ควักขุยมะพร้าวขึ้นจากถ้วย บีบน้ำออกซะหน่อย

โดย: หน่อง [25 ต.ค. 55 17:04] ( IP A:61.7.146.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 28
   ขยำพีทมอสสนุกกว่า ขอบอก

โดย: หน่อง [25 ต.ค. 55 17:05] ( IP A:61.7.146.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 29
   ยังต้องทดลองหลายๆแบบครับ
คราวนี้เมื่อเอาพีทมอสหรือขุยมะพร้าวใส่ถ้วยแล้ว ก็ยังต้องแช่น้ำให้ซึมเข้าเนื้อ ให้เปียกทั่วถึง เพราะเคยเจอปัยหาว่าเนื้อในที่ยังแห้ง เวลารดน้ำในวันหน้าจะไหลล้น ไม่ซึมลงล่าง หรือความชื้นในการเพาะเมล็ดไม่เพียงพอครับ
กำลังคิดว่าถ้าเอาขุยมะพร้าวที่ผ่านมาหมักให้ย่อยสลายบ้าง คล้ายๆจะเป็นดิน เอามาคลุกหินภูเขาไฟก้อนเล็ก ทรายหยาย หรือเพอร์ไลท์ เพื่อลดการอมน้ำ น่าจะใช้ได้ดีเหมือนกัน

โดย: หน่อง [25 ต.ค. 55 17:09] ( IP A:61.7.146.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 30
   โรยเมล็ด Neo. ลงบนวัสดุเพาะน้อยกว่าทุกที เพราะสังเกตุว่าเมล้ดที่กองทับกันมากๆ มันที่ไม่งอกหลายเมล็ด อาจจะเน่าเสีย เป็นบ่อเกิดของเชื้อราด้วยหรือเปล่า ?

โดย: หน่อง [25 ต.ค. 55 17:11] ( IP A:61.7.146.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 31
   ลองเพาะในชามใหญ่บ้าง (ขี้เกียจ)

โดย: หน่อง [25 ต.ค. 55 17:12] ( IP A:61.7.146.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 32
   ลองเล่นไปเรื่อยๆครับ จะได้ไม่เบื่อ

โดย: หน่อง [25 ต.ค. 55 17:13] ( IP A:61.7.146.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 33
   ได้โอกาสเพาะเมล็ดดิ๊กเกียที่เก็บไว้หลายเดือนแล้วด้วยเลย ไม่รู้จะงอกแค่ไหน

โดย: หน่อง [25 ต.ค. 55 17:14] ( IP A:61.7.146.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 34
   เช้านี้ลองเปิดกล่องพลาสติกดู ยังไม่เจอรา แต่กลิ่นนี่หืนมะพร้าวบูดสุดยอด กลัวมันจะขึ้นราง่ายแล้วระบาดไปPot อื่นเหมือนกันครับ ค่อนรายงานความคืบหน้า (ถอยหลังลงคลอง) ต่อไปครับ

โดย: หน่อง [25 ต.ค. 55 17:16] ( IP A:61.7.146.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 35
   เมื่อกี้พิมพ์ตั้งนาน สุดท้าย กดผิดปุ่ม เลยหายวับไปหมด..ขอบคุณเจ้าบ้านมากมายคะ ...ที่ย้ายกระทู้ขึ้นไปด้านบน หาง่ายขึ้นคะ และขอบคุณ คุณหน่องในความมีน้ำใจที่ทั้งถ่ายภาพ และเขียนเล่าประสบการ์ณมาแบ่งปันกันทุกขั้นตอน ยอมแพ้ในความมานะ และเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ

ขออณุญาติเจ้าของกระทู้ และคุณหน่องออกนอกเรื่องจากเครื่องเปรุง เพาะเมล็ด มาเป็นเครื่องปลูกนะคะ แต่ยังอยู่ในเรื่องของมะพร้าวคะ
โดย: มาลี2545 [25 ต.ค. 55 18:19] ( IP A:124.121.231.245 X: )
ความคิดเห็นที่ 36
   ผมใช้สีส้ม บวกปุ๋ย กรสอบใหญ่ตอนนั้น800 ตอนนี้เท่าไหร่ไม่ทราบ เห็นบอกจะขึ้นราคาอีก
...เพาะกี่ทีๆก็เจอราในพีสมอส คงเกิดจากหลังเราเปิดถุงแล้วใช้ไม่หมด ปิดปากถุงไม่ดี อาจทำให้เชื้อราเข้าไปเจริญได้
...ปัจจุบันใช้พีสมอสเข้าปีที่5 เทียบกับวัสดุอื่น คิดเอาเองว่า มีเปอร์เซ็นรอดสูง
เมล็ดพันธุ์ที่ใช้เพาะ มีชวนชม สับปะรดสี หน้าวัวใบ เฟิน และใช้ชำ ชวนชม บีโกเนีย พรมกำมะหยี่ได้ผลดี
....การเชียนหนังสือ ติดต่อเจ้าอาศรมได้ มีประสบการณ์ชี้ช่องทำง่ายขึ้น และเสียเปรียบน้อยลง
....ผมป.7 รุ่นก่อนสุดท้าย1ปี ครับคุณหน่อง รุ่นใกล้ๆกัน
....เรื่องความมานะ เห็นด้วยกับคุณมาลีครับ
...เรื่องเครื่องเพาะมะพร้าวสับลัเอียด(ไม่ใช่ขุยมะพร้าว) ผมจะเตรียมโดนรดน้ำเหมือนล้างฝาดมะพร้าวออกสัก3วัน
จากนั้นนำมาเพาะ สับประรดในระบบปิด ก็งอกดีครับ
...เรื่องเชื้อรา ก้ใช้ยากันเชื้อราผสนมน้ำลงในเครื่องปลูก ลดการเป็นเชื้อราได้มากครับ

...
โดย: กฤตย์ ลูกไม้ไทย [25 ต.ค. 55 23:34] ( IP A:115.67.230.128 X: )
ความคิดเห็นที่ 37
   เมื่อคืนโพสต์ไม่ได้ มาต่อวันนี้คะ ขออณุญาตินำภาพ คห.4 ของคุณหน่องมาตัดเฉพาะส่วน คำถามคือว่า เศษชิ้นเล็กๆที่เห็นในภาพนี้ใช่ส่วนของกะลามะพร้าวไหมคะ..หากใช่น่าจะนำมาใช้แทนเปลือกสนนอกได้ไหมคะ..

เรื่องเทียบรุ่นนี่..เข้าตัว..เดี๋ยวถูกเรียกป้า..555..ขอผ่านคะ
โดย: มาลี2545 [26 ต.ค. 55 9:33] ( IP A:171.96.40.206 X: )
ความคิดเห็นที่ 38
   ลืมภาพ ขอโทษคะ
โดย: มาลี2545 [26 ต.ค. 55 9:38] ( IP A:171.96.40.206 X: )
ความคิดเห็นที่ 39
   ภาพไม่มา ขอเป็นว่าเศษชิ้นเล็กๆที่เห็นในภาพคห.4 ที่อยู่ทางด้านซ้ายของตระกร้านะคะ วันนี้เน็ตรวนเหลือเกินแต่เช้าเลยคะ
โดย: มาลี2545 [26 ต.ค. 55 9:53] ( IP A:171.96.40.206 X: )
ความคิดเห็นที่ 40
   ผมเพาะแบบไม่ใส่ถุงอบพอไม้เริ่มโตได้สักหน่อยก็จับออกแดดใส่ถาดแช่น้ำไว้เลย ในรูปเป็นneo. leviana ติดฝักเอง แช่น้ำมา2-3เดือนได้ ไม่มีเรื่องเชื้อราไม่ใส่ยากันรา ฉีดปุ๋ยใบจางๆบ่อยๆ

โดย: Ou [26 ต.ค. 55 11:04] ( IP A:171.7.89.30 X: )
ความคิดเห็นที่ 41
   รูปนี้เป็นae. chantinii เป็นแม่ใช้ ae. lueddemannianเป็นพ่อ แต่ก็อาจจะเป็นแม่ที่ติดเองก็เป็นไปได้ต้องรอดูดอกสถานเดียว เลี้ยงประคบประหงมมาหลายปีเพิ่งได้แค่นี้ เมื่อก่อนตะไคร่หรือราขึ้นถุงไหนถึงกับต้องทิ้งยกพอทกันเลย เสียหายไปหลายชุดจนขี้เกียจทำต่อกันเลยทีเดียว55
เห็นเค้าเพาะสปอร์เฟินเค้าเอาพีทมอสเข้าไมโครเวฟก่อนนะครับ วีธีทำยังไงลองหาดูเผื่อประยุกต์ใช้ได้ครับ

โดย: อู [26 ต.ค. 55 12:53] ( IP A:171.7.89.30 X: )
ความคิดเห็นที่ 42
    เศษชิ้นเล็กๆที่เห็นในภาพคห.4 ที่อยู่ทางด้านซ้ายของตระกร้า คือกาบมะพร้าวสับเล็กๆขนาดประมาณ 2-3 ม.ม.ครับพี่มาลี ที่ผมคิดคล้ายกับพี่กฤตย์ว่ามันน่าจะเอามาเป็น เครื่องเพาะสับละเอียด(ไม่ใช่ขุยมะพร้าว) โดยเตรียมด้วยการแช่น้ำเหมือนล้างฝาดมะพร้าวออกสัก3วัน จากนั้นนำมาเพาะ สับปะรดในระบบปิด
กาบมะพร้าวหรือเปลือกของผลมะพร้าวแก่ที่เอามาตีแยกเส้นใย จะไม่มีกะลาติดมาด้วยครับ กะลาจะถูกแยกในขั้นตอนการผ่าผลมะพร้าว เพื่อแคะเอาเนื้อข้างในไปขูดด้วยเครื่อง หรือเอาไปตาก ย่าง ทำเนื้อมะพร้าวแห้ง ถ้าไม่แคะเนื้อเป็นชิ้นเล็ก ก็ผ่าผลที่มีกะลาหุ้มเป็นสองซีก เอาไปขูดด้วยมือกับเหล็กขูดที่ตอกติดกับปลายด้านหนึ่งของม้านั่งไม้ตัวเตี้ยๆ ที่เรียกว่า"กระต่ายขูดมะพร้าว"ครับ
กะลาจะแข็งมาก เอาไปเป็นเชื้อไฟได้ดี น่าจะมีน้ำมันในเนื้ออยู่บ้าง หรือเอาไปเผาทำถ่านกะลา ก็เป็นเชื้อเพลิงได้ดี
ผมเคยเอาเศษชิ้นเล็กๆมาผสมวัสดุปลูกสับปะรดสี แต่คิดว่าไม่ค่อยดีเท่าไหร่ครับ
1. ทำความสะอาด ขูดเอาเส้นใยและขุยมะพร้าวออกจากกะลาให้เกลี้ยงยาก ยังไม่คิดถึงเศษเนื้อมะพร้าว สำหรับการขูดด้วยมือกับกระต่ายขูดมะพร้าว กะลาที่ใช้เหล็กแคะเนื้อออกหรือทุบให้แตก เอาเนื้อเป็นชิ้นๆไปขูดกับเครื่อง จะไม่ค่อยเหลือเนื้อขาวๆติดกะลาครับ เนื้อมะพร้าวที่ติดอยู่นี้แหละ จะเน่าเสีย และทำให้เชื้อแบคทีเรีย เชื้อราเติบโตได้ดี
2. กะลามีเนื้อละเอียด แข็งมาก ไม่อมน้ำ ลองเอากะลาผ่าซีกใส่น้ำทิ้งไว้สิครับ ถ้าไม่ระเหยเพราะแดดเผา รับรองว่าน้ำไม่ซึมออกมาแน่ๆ ดังนั้นผมคิดว่ากะลาจะไม่มีความชื้นพอที่รากไม้จะเกาะติดครับ
3. น้ำมันในเนื้อกะลาอาจจะมีผลกระทบกับระบบราก
4. กะลาค่อนข้างจะบาง ถ้าทุบชิ้นใหญ่ ก็เรียงตัวให้กระชับกับต้นไม้ยาก เพราะมีความโค้งเว้า ถ้าทุบชิ้นเล็กๆ ก็จะกองรวมกันจนแน่นเกินไป
5. ยังไม่เห็นมีใครใช้เครื่องทุบกะลาเป็นชิ้นเล็กมาใช้งานนะครับ ชิ้นใหญ่ที่เอาไปเผาทำถ่านกะลาก็มีไม่มาก เพราะความบางของกะลา เผาแล้วได้มวลน้อย กว่าจะได้แต่ละกระสอบ เหนื่อยนานกว่าครับ
โดย: หน่อง [26 ต.ค. 55 17:14] ( IP A:61.7.146.26 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน