ฉีดยากันรา นี่ต้องโดนทุกใบไหมครับ ความฉ่ำแค่ไหนครับ และ จะตวงยายังไงครับ
   วันนี้ โดนฝนวันแรกบางต้นย้ายไม่ทันรับน้ำจากหลังคาเต็มๆ น้ำดำปี๋

เห็นเคยอ่านเจอว่า ฝนวันแรกให้ลง ยากันราทันที
ผมเลยผสม เมทาแลคซิล กับ คาร์เบนดาซิม เข้าด้วยกันและฉีดพ่น
พอฉีดไปชัก งง

1. มันต้องฉีกโดนทุกใบไหม และ ความฉ่ำแค่ไหนเป็นละอองโดนก็พอหรือเปียกเลย

2. สมมติข้างซองให้ผสมยา 1g ต่อ น้ำ 1 ลิตร
ผมจะตวง 1 กรัมยังไงครับ ???
โดย: Broms [14 เม.ย. 56 21:25] ( IP A:171.4.168.42 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   คำถามดีจังคะ เดี๋ยวรอท่านอื่นๆมาช่วยเสริมนะคะ คงไปเที่ยวสงการ์ณ อ่านแก้ขัดไปก่อน ตอบตามประสบการ์ณชั้นอนุบาลส่วนตัวที่ทำคะ
1.ฉีดทั่วๆ โดนทุกใบคะ ปกติของตนเองเปียกเยอะแต่ก้ไม่มากจนเกิน แต่ผสมอ่อนกว่าที่เขาบอกนิดหนึ่ง คือเตืมน้ำเพิ่มเพิ่มเพีราะมือหนัก
2.พอดีเครื่องตวงที่มีอยู่เริ่มที่ 10 กรัมเลยกะให้ไม่ถูกคะ คิดว่าประมาณ 1 ช.ซ.ะ แต่รอท่านอื่นก่อนนะคะ ข้อควรคิดที่คุณหน่องแนะนำไว้เสมอคือ ควรรดยาฆ่าแมลงช่วงเย็นๆนะคะ เลยบ่าย 3 โมงเป็นต้นไปยิ่งดีคะ เหตุผลคือว่า เมื่อเรารดน้ำที่ผสมยาและรดช่วงเช้า ผ่านแดดเที่ยง ถึง บ่าย เย็น ที่ปลายใบของสับปะรดสีบางต้นหากสังเกตุดู จะงองุ้ม ไม่เรียบราด ทำให้น้ำที่ผสมยาานั้นจับตัวเป็นหยดเล็กๆที่ปลายใบเหมือนน้ำนอง ผลคือว่าหากแดดยังจัดอยู่ (รดตั้งแต่ช่วงเช้า) จะเกิดอาการไหม้ยาได้คะ ชมภาพคะ

..ขอยืนยันคะ หากคุณหน่องแนะไว้อย่างไรให้ทำตาม โดยเฉพาะไม้ดีๆ สวยๆ ที่เรารักเป็นพิเศษจะได้ไม่เสียโฉมคะ มีภาพให้ดูคะ เกิดจากความใจร้อน และคิดว่าบ่าย 3 โมงใน ก.ท.ม.น่าจะพอไหว สมน้ำหน้าตัวเองคะ ต้องเจ็บแล้วถึงจำคะ ฮิ..ฮิ.. ไม้นำเข้าด้วย มาที่อาศรมข้้มูลที่ได้รับค่อนข้าง ฝันธงว่าทำตามจะประสบผลสำเร็จ ได้เรียนลัดจากคุณหน่องและทุกๆท่านที่มีน้ำใจมาแบ่งปันกันคะ ในประสบการ์ณของตนเอง หลายครั้งใจร้อนก็เจ็บตัวเอง..555 อยู่ชั้นเดิมไปเรื่อยๆคะ

โดย: มาลี2545 [15 เม.ย. 56 6:36] ( IP A:72.184.239.13 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ตารางการเปรียบเทียบมาตราส่วน เป็นดังนี้ค่ะ

1 ช้อนชา = 1/3 ช้อนโต๊ะ
1 ช้อนชา = 5 กรัม

1 ช้อนโต๊ะ = 3 ช้อนชา
1 ช้อนโต๊ะ = 15 กรัม
1 ช้อนโต๊ะ = 0.5 ออนซ์
2 ช้อนโต๊ะ = 1 / 8 ถ้วยตวง
4 ช้อนโต๊ะ = 1/ 4 ถ้วยตวง
12 ช้อนโต๊ะ = 3/ 4 ถ้วยตวง
16 ช้อนโต๊ะ = 1 ถ้วยตวง

1 ถ้วยตวง = 16 ช้อนโต๊ะ
1 ถ้วยตวง = 240 กรัม
1 ถ้วยตวง = 8 ออนซ์

1 ออนซ์ = 2 ช้อนโต๊ะ
1 ออนซ์ = 30 กรัม (เอาให้เป๊ะๆเลย 1 ออนซ์ = 28.3495 กรัม)
2 ออนซ์ = 1/4 ถ้วยตวง
8 ออนซ์ = 1 ถ้วยตวง = 226.796 กรัม

1 ไพนท์ = 32 ช้อนโต๊ะ
1 ไพนท์ = 480 กรัม
1 ไพนท์ = 2 ถ้วยตวง
1 ไพนท์ = 16 ออนซ์

1 ควอท = 4 ถ้วย
1 แกลลอน = 4 ควอท
1 ปอนด์ = 16 ออนซ์ หรือ 453.59 กรัม
1 กิโลกรัม = 2.2 ปอนด์
.................
คุณ มาลียังโชคดีคะที่เป็นใบล่างๆ ดูแลใบต่อๆไปให้ดีๆนะคะ
โดย: maya [15 เม.ย. 56 13:21] ( IP A:180.183.241.243 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ขอบคุณ คุณmaya คะ สงสัยชอบทำขนมแน่เลย มาตรา ชั่ง ตวงทำมาครบ
โดย: มาลี2545 [15 เม.ย. 56 17:35] ( IP A:72.184.239.13 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ผมว่ายา เขามีอัตราส่วนที่ข้างฉลากนะครับ
เคยใช้แบบกะเอาเอง ถ้าอ่อนไปก็อาจไม่มีผล แต่ถ้าแรงไป มีผลข้างเคียงเห็นทันตา
...แม้แต่ยาชื่อเดียวกัน หรือสารเดียวกัน แต่เปอร์เซ็นหรือความเข้มข้นอาจมีแตกต่างกันได้
ดังนั้นอย่าถือเอาเป็นบันทัดฐานว่าต้องเท่าเดิมนะครับ อ่านฉลากกำกับให้ละเอียดดีกว่า
...เท่าที่ทราบ ยาบางชนิดต้อมใช้เดี่ยว หีือใช้สลับกัน มีช่วงว่างฉีดหรือมีระยะฉีดที่ห่างกัน
หรือยาบางชนิดผสมกันอาจเกิดปฏิกริยาต่อต้านกัน หรืออาจไปเสริมฤทธิ์ให้แก่กัน หรือสร้างความเป้นกรดหรือเบสมากขึ้น
...สำหรับสับปะรดสี ช่วงที่มีอากาศชื้น ฝนชุกแบบนี้ผมว่าเมทาเล็กซิลฉีดพ่นที่ต้นและเครื่องปลูก เป้นการป้องกัน
และอาจใช้เชื้อไตรโคเดอร์ม่า (เชื้อราฆ่าเชื้อรา) ใส่เป็นภูมิคุ้มกันร่วมด้วยช่วยกันอีกแรง
...ส่วนสวนผม ไม่ค่อยได้ใช้ เพราะเลี้ยงแบบแห้งแล้งครับ เชื้อราทนไม่ไหวตายหมด หรือไม่เพราะผมเค็ม
เชื้อราชอบกรด มาเจอเจ้าของเค็มๆแบบนี้เลยหนีไปอยู่สวนอื่น5555
โดย: กฤตย์ ลูกไม้ไทย [15 เม.ย. 56 21:25] ( IP A:115.67.196.73 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ประมาณที่บ้าน มีไม่เย่อะเท่าไหร่ครับ ใช้กระบอก 1 ลิตร พ่น 2 รอบครับ
ข้างซองเขียนไว้ 10 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร

เทียบกับกระบอกฉีดของผม ก็ 0.5 กรัม ต่อน้ำ 1 ลิตร
ให้เจือจางลงอีก มันตวงยากจริงๆ ครับ ^ ^"

ขอบคุณทุกท่านมากครับ เอาเป็นว่าประมาณ 1 ช้อนชา = 5 กรัม
ก็เอาซะ 1/5 ชอ้นชาได้ = 1 กรัม
โดย: Broms [17 เม.ย. 56 22:08] ( IP A:223.205.48.137 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   พอดีอ่านเจอมาเรื่องผสมยา 2 ชนิดครับ

ขออนุญาติแป่ะอ้างอิง
===============================
เมทาแลคซิล กับ คาร์เบนดาซิม สามารถใช้ผสมกันในการฉีดพ่นครั้งเดียวเลยได้ครับ โดยไม่ต้องลดอัตราการใช้
ตัวอย่างคือ ปกติแล้ว โดยทั่วไป
เมทาแลคซิล ใช้อัตรา 40 กรัม ต่อน้ำหนึ่งถัง (20 ลิตร)
คาร์เบนดาซิม ใช้อัตรา 30 กรัม ต่อน้ำหนึ่งถัง (20 ลิตร)
เมื่อใช้สารฯ ทั้งสองอย่างในการฉีดพ่นครั้งเดียวกัน ก็ใช้สารทั้งสองอย่างรวมกัน (รวม 70 กรัม) ผสมในน้ำหนึ่งถัง (20 ลิตร) แดพ่นได้โดยที่ไม่ทำให้เกิด burn บนใบพืชครับ
(หมายเหตุ อัตราที่ใช้ที่ผมยกตัวอย่างนี้ ผมจำมาคร่าวๆ นะครับ อย่างไรลองตรวจสอบกับที่ฉลากกำกับสารเคมีฯ อีกทีครับ)

ส่วนใหญ่ก็นิยมใช้ทั้งสองอย่างนี้ผสมกันฉีดพ่นเพื่อป้องกันกำจัดครอบคลุมทั้งเชื้อราโรคพืชชั้นต่ำและเชื้อราโรคพืชชั้นสูง ที่ได้ผลค่อนข้างดีในระดับหนึ่งอยู่แล้วครับ แต่ถ้าหากกังวลว่าเชื้อจะดื้อยา (โดยเฉพาะกับเชื้อราโรคพืชชั้นสูง ที่มักเกิดขึ้นได้) ก็สลับกันใช้ระหว่างคาร์เบนดาซิมสารตัวอื่น เช่น ออร์โธไซด์ (แคปเทน) หรือ แมนโคเซ็บ เป็นต้น ในการฉีดพ่นแต่ละครั้งก็ได้ครับ (ทั้ง ออร์โธไซด์ (แคปเทน) และ แมนโคเซ็บ สามารถผสมกับเมทาแล็คซิล ในการฉีดพ่นครั้งเดียวกันได้ครับ)
https://www.pantown.com/board.php?id=40508&area=4&name=board1&topic=896&action=view
===============================
โดย: Broms [17 เม.ย. 56 22:09] ( IP A:223.205.48.137 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   โรคจากเชื้อราคล้ายจะเป็นโรคประจำตัวของสับปะรดสี มีสองตัวที่สร้างความเสียหายบ่อยๆ
1. โรคจากเชืิ้อราไฟทอปธอร่า ที่ทำให้เกิดอาการเน่าเป็นสำคัญ เช่นต้นเน่า โคนเน่า
2. แอนแทรคโนส ที่ทำให้ใบเสียหาย เป็นแผลบนใบ ปลายใบ
การป้องกันรักษาได้แก่
1.รักษาต้นพืชที่เป็นโรค หรือจุดที่เกิดโรคโดยตรง ด้วยการใช้ยาเคมี
2. บำรุงพืชให้สมบูรณ์แข็งแรง มีภูมิต้านทานมากขึ้น โดยอาจจะดพิ่มการให้ปุ๋ยสูตรเสมอ เช่น 15-15-15 หรือ 16-16-16
3. จัดการกับสภาพแวดล้อมไม่ให้เชื้อราเติบโตได้ดี เช่น ขยายระยะห่างของต้นไม้ ให้อากาศถ่ายเทได้ดี กำจัดวัชพืชหรือใบเสียใบแห้งของสับปะรดสีทิ้ง ลดการสะสมความชื้นและเชื้อโรค อีกทั้งเป็นที่อยู่ของสัตว์ที่จะเป็นพาหะนำโรคด้วย งดการให้น้ำ พยายามระบายน้ำออกจากสถานที่ปลูกเลี้ยงให้แห้ง เป็นต้น
4. ให้สับปะรดสีอยู่ในที่แสงรำไร หรือไม่มีความแตกต่างของอุณหภูมิแสงมากเกินไป ไม้ที่อยู่ที่โล่ง ผ่านการตากฝนพรำๆ แล้วเจอแสงแดดของฟ้าหลังฝนที่จัดจ้า ทำให้ปรับตัวไม่ทัน หรือเกิดแผลใบไหม้ จะทำให้เชืิ้อราโจมตีได้ง่าย โดยเฉพาะโรคแอนแทรกโนส
ส่วนยาเคมีที่ใช้ก็มีทั้งแบบออกฤทธิ์จากการสัมผัสยา จุดที่เป็นโรคถ้าไม่โดนยา ก็ไม่หาย
อีกชนิดก็ออกฤทธิ์แบบดูดซึม พวกนี้ให้ผลที่ดีกว่าเพราะออกฤทธิ์ตั้งแต่สัมผัสแรก และดูดซึมเข้าเนื้อเยื่อของพืชไปรักษากับส่วนอื่นๆที่ไม่โดนยาตอนฉีดพ่นใหม่ๆ
แต่ก็ควรจะใช้ทั้งสองอย่างสลับกันไป และใช้ยาต่างชนิดกันด้วย การใช้ยาชนิดใดชนิดหนึ่งซ้ำๆหรือติดต่อกัน จะทำให้เชื้อดื้อยาครับ
โดย: หน่อง [20 เม.ย. 56 9:23] ( IP A:103.10.230.22 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   การกะปริมาณยาที่จะใช้ ถ้าน้อยไปก็ไม่ค่อยได้ผล ถ้ามากไป ได้ผลแน่ๆแต่เปลือง และบางทีก็สร้างความเสียหายกับพืชได้ เช่นสับปะรดสีที่เราให้ธาตฟอสฟอรัส เพื่อเร่งสีมากๆ จะทำให้ปลายใบไหม้แห้งได้เหมือนกัน
อัตราส่วนการผสมยากับน้ำที่ระบุบนฉลากมักจะบอกส่วนผสมสำหรับการใช้ปริมาณมากๆ ตามแบบชาวไร่ชาวสวนที่ฉีดพ่นแต่ละครั้งเป็นไร่ๆ ทำให้พวกเราที่ฉีดพ่นครั้งละไม่กี่ลิตร ต้องปวดหัวกับการลดทอนสูตรกันใหม่
ภาชนะตวงวัดไม่ว่าจะเป็นช้อน ถ้วย ฯลฯ บางทีก็ทำให้สับสน เช่น 1 ช้อนชา มันควรจะเป็นแบบตักพูนๆ หรือปาดเรียบ ?
ผมคิดว่าการตวงวัดด้วยภาชนะคงจะต้องปาดเรียบเสมอขอบ
ภาพนี้เป็นช้อนตวงยาขนาด 2 กรัม (สีขาว) และขนาด 5 กรัม (สีเขียว) ที่ผมวางเทียบกับวัสดุอื่นๆที่เห็นบ่อยๆในชีวิตประจำวัน ก็ลองกะๆดูนะครับ ว่าปริมาณยาครึ่งกรัมควรจะเป็นเท่าไหร่ ตัวผมเองกะๆด้วยปลายนิ้วก้อยของผมเองครับ ว่าเท่ากับ0.5 กรัม แต่ปลายก้อยท่านอื่นๆ ก็คงต่างๆกันไป

โดย: หน่อง [20 เม.ย. 56 9:32] ( IP A:103.10.230.22 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   เทียบมิติความลึกของช้อนตวงบ้างครับ

โดย: หน่อง [20 เม.ย. 56 9:33] ( IP A:103.10.230.22 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   ทีนี้ก็มาถึงคำถามที่ว่า"ควรจะฉีดพ่นยาให้ฉ่ำแค่ไหน"กันครับ
ผมคิดว่าคนที่มีสับปะรดสีไม่กี่ต้นอย่างเราๆนี่ เวลาฉีดพ่นปุ๋ยหรือยา คงจะพ่นกันจนฉ่ำทั่วตลอดทั้งต้นและใบ หรือพยายามพ่นยาให้เปียกทั่วให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ถ้าเป็นผู้ที่มีสับปะรดสีจำนวนมากๆ เป็นไร่ คงจะไม่เสียเวลาพ่นยาแบบเราแน่ และการฉีดพ่นแบบนั้นมันก็สิ้นเปลืองเกินความจำเป็น พืชมันดูดกินได้เท่าที่จะกินได้แหละครับ ส่วนที่เหลือ กินไม่ทัน กินไม่หมด ก็ไหลลงพื้น ทิ้งไปเปล่าๆ หรือเลี้ยงต้นหญ้าแถวนั้นไปแทน
ดังนั้นผมจึงชอบที่จะใช้ยาแบบดูดซึมเป็นส่วนมาก เพราะหวังจะให้ตกค้างตามยอดใบหรือในแอ่งน้ำที่ยอด ที่ซอกกาบใบ ค่อยๆให้สับปะรดสีดูดซับไปใช้ และการฉีดพ่นยาตอนเย็น ก็ยังช่วยไม่ให้ปุ๋ยหรือยาระเหยไปกับแสงแดด ความร้อนของอากาศตอนกลางวันด้วยครับ
ผมคิดว่าฉีดพ่นปุ๋ยและยาบ่อยๆดีกว่าให้มากๆ แต่นานๆครั้งครับ และที่ดีที่สุดคือเลี้ยงแบบเลียนแบบธรรมชาติ ไม้ในแหล่งธรรมชาติมันก็อยู่ได้แบบไม่ง้อสารเคมี แต่เวลาเราเอามาเลี้ยงเป็นไม้ประดับ ไม้กระถาง ก็จะต้อง"ขุน"กันบ้างครับ โดยเฉพาะเวลาเข้าคอร์สเตรียมส่งประกวดหรือเอาไปโชว์
ผมรู้สึกว่าไม้ที่เราบำรุงมากๆ จะติดเป็นนิสัย คล้ายเสพยา พอติดแล้วเลิกไม่ได้ พาลจะลงแดงตาย

โดย: หน่อง [20 เม.ย. 56 10:43] ( IP A:103.10.230.22 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   รอตั้งนาน นึกว่าคุณหน่องจะไม่มาซะแล้ว
ขอบคุณมากครับ เข้าใจละครับ
เด่วจะไปซื้อ starkle g มั่งจะเอา ช้อน 2กรัม ครับ ฮาาาา

ขอบคุณคุณมาลี คุณmaya คุณกฤตย์ มากๆครับสำหรับคำแนะนำตักเตือนดีๆ
โดย: Broms [20 เม.ย. 56 23:04] ( IP A:171.6.69.73 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   คุณหน่อง ถามเพิ่ม..........

ฉีดยาแนว "ป้องกันโรค" นี่

ต้องสลับไหมครับระหว่าง ตัวดูดซึม กับ ตัวสัมผัส
ส่วนใหญ่อ่านเจอแต่แนวรักษาครับ
หรือว่าเอาแค่ตัวดูดซึมสลับประเภทกันเดือนละครั้ง

ขอบคุณครับ
โดย: Broms [20 เม.ย. 56 23:07] ( IP A:171.6.69.73 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   ผมคิดว่าการฉีดพ่นยาจะเป็นทั้งการรักษาสำหรับไม้ที่เกิดอาการแล้ว และเป็นการป้องกันไม้ที่ยังดีอยู่ไปด้วยพร้อมกันเลยครับคุณ Broms โดยการไปยังยั้งการเติบโตของเชื้อรา หรือทำลายเชื้อรา เพื่อไม่ให้ระบาดต่อ
ส่วนการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับพืชด้วยการจัดการสภาพแวดล้อมให้ดี และบำรุงต้นไม้ให้แข็งแรง ก็เป็นการป้องกันที่ดีกว่าครับ แต่ไม้ที่มีอายุมาก ใกล้จะหมดอายุขัยแล้ว การต้านทานโรคก็จะลดลง เชื้อโรคเชื้อรามันมีอยู่ในอากาศหรือสภาพแวดล้อมอยู่แล้ว คล้ายคนเราที่เป็นไข้หวัด ยามได้รับเชื้อไวรัสและร่างกายอ่อนแอนั่นแหละครับ
การใช้ยาสลับกัน อาจจะใช้แต่แบบดูดซึมก็ได้ครับ แต่เปลี่ยนชนิดของสารออกฤทธิ์หรือตัวยา เช่นใช้เมทาแลคซิล สลับกับคาร์เบนดาซิม เป็นต้น ช่วงที่เชื้อระบาดมาก อาจจะฉีดพ่นทุกสัปดาห์ แต่ถ้าฉีดเพื่อป้องกัน เดือนละครั้งก็น่าจะเอาอยู่ครับ ผมว่าถ้าพ่นเดือนละครั้ง ใช้ยาตัวเดิมติดต่อกัน2-3 เดือน ก็น่าจะได้นะครับ แต่ถ้าอาทิตย์ละครั้ง ก็น่าจะเปลี่ยนยาสลับกัน
โดย: หน่อง [22 เม.ย. 56 8:38] ( IP A:103.10.230.22 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   รับทราบครับ
ขอบคุณมากๆครับ คุณหน่อง
เรื่องสภาพแวดล้อมนี่ สบายครับปรับปรุงตามที่คุณหน่องแนะนำไปแล้ว
ผมไล่อ่านกระทู้ของคุณหน่อง ทั้งหมดจนจบแล้วครับ

ต้นไม้ที่บ้านโปร่งสบาย ลมพัดสบายครับ
โดย: Broms [23 เม.ย. 56 8:45] ( IP A:182.52.58.13 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   

รบกวนถามเรื่องการฉีดพ่นสารทางใบอัตราการฉีดพ่นที่แนะนคือกี่ลิตรต่อต้นค่ะ รบกวนหน่อยนะค่ะcrying

 

โดย: พนิดา ทานประสิทธิ์ [6 ก.พ. 58 12:35] ( IP A:110.169.126.95 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   

รบกวนถามเรื่องการฉีดพ่นสารทางใบมันสัมปะหลัง อัตราการฉีดพ่นที่แนะนำคือกี่ลิตรต่อต้นค่ะ รบกวนหน่อยนะคะcrying

โดย: พนิดา ทานประสิทธิ์ [6 ก.พ. 58 12:38] ( IP A:110.169.126.95 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน