ถึงกาลอวสาน หรือเพิ่งเริ่มต้นกันแน่ สำหรับวงการชวนชม
   ....ผมจะพูดเชิงปฏิบัติ จากประสบการณ์และแนวคิดส่วนตัวเท่านั้น
ผมไม่รู้ว่าชวนชมเริ่มบูมกันตั้งแต่ปีไหน น่าจะยุคยักษ์ซาอุ เพชรบ้านนา ราชินีพันดอก ประมาณ 12-15 ปี ที่แล้วกระมัง
...ถ้าผมเป็นนักธุรกิจ นักลงทุน ผมคงไม่กล้าที่จะเข้ามาลงทุน เพราะ คงทำสู้และตามพ่อค้านายทุนเก่า ไม่ทันแน่นอน
...แต่เมื่อผมย่างเท้าเข้ามาในวงการครั้งแรก เมื่อ 2 ปีกว่าเกือบ 3 ปี มันทำให้ผมรู้ว่า ตลาดชวนชม มันกว้างพอที่จะแทรก แนวทางและการนำเสนอการตลาดแบบต่างๆได้อีกมากมาย
..บทวิเคราะห์การเดินทางชองชวนชมจากอดีตสู่ปัจจุบัน

ปี 2549 เริ่มขุดขุ้ยเปิดตัวไม้เก่าที่ถูกลืม มาปัดฝุ่นใหม่ เริ่มกันที่ ราชินีพันดอก เมืองคง บ้านวัด ยักษ์ดำ จนเกิดกระแสตามหากิ่งแม่และเจ้าของที่แท้จริง ยุคนี้ความจริงหลายเรื่องถูกเปิดเผย ว่ากิ่งแม่ไหนแท้ไหนจริง และหลายท่านก็เพิ่งรู้ตัวว่า ครอบครองของปลอมมาตั้งแต่แรกเริ่ม
... พอยักษ์เริ่มอิ่มตัว โซโคทรานั่ม เป็นทางเลือกใหม่ และเริ่มปัดฝุ่น ใช้เพชรบ้านนาเป็นตัวเชิด ตามด้วย มงกุฎทอง-เพชร กรุงเก่า เขาหินซ้อน บางคล้า เอส-1 และจบลงที่มีลูกไม้ใหม่ๆ เข้ามา อย่างชฎาเพชร และอีกหลายชื่อ ยุคนี้เป็นยุคที่ทำฝักไม่ได้ ใช้แมลงสถานเดียว ดังนั้น เม็ดที่ได้จึงผิดเพี้ยน มากมาย จึงเกิดกระแสหากิ่งแม่ ด้วยเหตุกลัวลูกเพี้ยนจากการผสมโดยธรรมชาติ และพ่อค้าหัวใสบางท่าน ถือโอกาสจับกิ่งที่ติดฝักง่ายออกมาจำหน่าย แข่งกับกิ่งแม่
โดย: กฤตย์ ลูกไม้ไทย [5 พ.ย. 51 13:48] ( IP A:203.156.81.1 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   ...เมื่อกระแสตามหากิ่งแม่เพิ่มมีดีกรีเข้มข้น จึงเกิดการกว่านซื้อแม่พันธุ์ทุกๆ สายที่คิดว่าน่าจะมีความน่าจะเป็นกิ่งแม่สูง หลายท่านเริ่มเข้าใจมากขึ้นว่ากิ่งแม่แต่ละสายไม่เหมือนกัน สุดท้ายมีความพยายามที่จะเข้าไปดูกิ่งจริงๆ จากเจ้าของ จนเจ้าของแม่พันธุ์ เป็นพระเจ้าใจดวงใจกันเลยทีเดียว
... จากการที่เข้าไปคลุกคลีกับเจ้าของสายพันธุ์ คนสุดท้ายที่มีกิ่งแม่ดั้งเดิมอยู่ในมือ ทำให้เห็นและแยกแยะกิ่งแท้และไม่แท้ออกจากกันได้ระดับหนึ่ง เมื่อหลายท่านดับกระหาย จนได้ครอบครอง กิ่งแม่ ไม่ว่าจะเป็นไปด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม เช่นการรวมตัวกัน หรือการเป็นตัวแทนขาย หรือการทุ่มทุนซื้อ หรือมีเงื่อนไขพิเศษอย่างไร ซึ่งคงต้องการชิง การคลอบครองเป็นเจ้าตลาด และมีส่วนแบ่งในตลาดให้มากที่สุด
...จากที่คิดว่าตนเองมีกิ่งแม่ สามารถต่อรองราคาในตลาดได้ แต่ความจริง หลายท่านก็มีเช่นกัน เมื่อกิ่งแม่หมดความสำคัญที่จะใช้เป็นเครื่องมือกำหนดทิศทางของการตลาด จึงจำเป็นเหลือเกิน ที่จะเน้นจุดขายด้วยตัวบุคคล เรื่องความสามารถ บริการ ฐานะ คุณวุฒิ ตลอดจนพึ่งคนมีบารมี
...และช่วงนี้เองหลายท่านได้สร้างจุดขายของตนขึ้นมา จากฝีมือ จากการพลักดัน หรือจากกองเชียร์ หรือแม้มาจากการสร้างภาพพจน์ หรือการหลอกลวงผู้ซื้อโดยอ้างประสบการณ์อันยาวนาน
โดย: กฤตย์ ลูกไม้ไทย [5 พ.ย. 51 13:48] ( IP A:203.156.81.1 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ...ซึ่งตอนนี้เอง หลายท่านได้มีความพยายามที่จะใช้การผสมเกสรด้วยคน เพื่อให้ลูกเพี้ยนน้อยที่สุด จากความพยายามมาตั้งแต่กลางปีและมาประสบความสำเร็จในต้นปี 2551 และนี่เองผมถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ใหม่ในวงการชวนชมไทย ที่สามารถผสมเกสรในดอกเดียวกันได้สำเร็จ และวิธีการนี้ได้แพร่กระจายสะพัดไปทั่วประเทศไทยในเวลาอันรวดเร็ว แลปีนี้เองเม็ดชวนชมได้ทะลักออกมามากมายจนราคาตกไป 50 % ประจวบกับ แผนการตลาดที่อ้างว่าเม็ดไปพอส่งออก ความจริงเริ่มเปิดเผยว่า ต่างประเทศ ไม่ได้สู้ราคาและรับซื้ออย่างที่ถูกโปรโมทไว้ตั้งแต่แรก
.....เมื่อระยะเวลากว่า 15 ปี ของการเล่นชวนชม มาประสบความสำเร็จในปี 2551 และจุดนี้เอง หลายสวนเริ่ม นำชวนชมมาผสมข้ามสายพันธุ์ เพื่อสรรหาลูกไม้ใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นเพื่อดึงดูดเม็ดเงินของลูกค้า และเพื่อชื่อเสียงของตัวเอง และนับต่อแต่นี้ไปคงจับตาดูสวนคนรุ่นใหม่ มากกว่าสวนเก่าที่มีแนวคิดเดิมๆคือขายไม้หลัก และไม้สร้างชื่อเฉพาะสวนเท่านั้น สำหรับสวนคนรุ่นใหม่ ตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยถึงลูกผสมรุ่นแรก เข้ามาในตลาดเพราะว่า เริ่มรู้เรื่องการเขี่ยฝักเมื่อ ต้นปี 51 ผสมข้ามสายพันธุ์ จนถึงการเพาะและลูกไม้ใหม่โตจนแยกเอามาทำแม่พันธุ์ กินเวลาไปกว่า 10-12 เดือน และต้องลองเทสลูกของต้นแม่อีกอย่างน้อย 1 ครั้ง เท่ากับว่า ลูกไม้ใหม่ทุกสวนที่ผ่านการเทสแล้ว จะออกมาเขย่าวงการในต้นปี 2552
โดย: กฤตย์ ลูกไม้ไทย [5 พ.ย. 51 13:49] ( IP A:203.156.81.1 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   .... แต่สวนไหนล่ะที่ทำ จำนวนคนที่ทำและผลิตลูกไม้ใหม่มีกันกี่คน มีกันกี่สวน ผมจึงมองว่า นายทุนยังสามารถมองช่องว่างของการนำเสนอลูกไม้ใหม่ๆ มาทำตลาดชวนชมได้อีก ที่ผมมองลูกไม้ใหม่มาทำตลาดในปี 2552 เพราะว่า ไม้เก่า ทุกท่านมีครบกันหมดแล้ว ไม้สวย ไม้ขนาด ก็สะสมกันมา 2-3 ปี ก็น่าจะพอเพียงต่อปัจจัยและสถานที่ประกอบกัน ในยุคที่ผ่านมา ไม้ใหม่ๆ ส่วนใหญ่ ยังหาลักษณะเด่นที่ฉีกแนวหรือโด่นเด่นแตกต่างจากของเดิมเท่าไหร่นัก และเป็นการคัดเลือกไม้มากกว่การตั้งใจผสม และปัจจัยเสี่ยงของการผสมใช่ว่าจะประสบความสำเร็จไปเสียทุกท่าน บางท่านผสมได้แต่ไม่มีลูกสวยใช้ได้ออกมาขาย ตรงนี้จึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ว่า ความสำเร็จอาจไม่ง่ายอย่างที่หลายท่านเข้าใจ
.... ปี 2552 จึงเป็นปีที่ชิงความได้เปรียบการตลาดด้วยลูกไม้สายพันธุ์ใหม่ ผู้ที่คิดจะเข้ามาแชร์ตลาดต้องทำความเข้าใจกับผู้บริโภคให้ดีว่า เขาชอบแบบไหน ยิ่งชวนชมไทยโซโคบ้านเราด้วยดอกมีแต่สีชมพู ส่วนสีอื่นอย่างมากก็สีแดง ส่วน สีขาว สีเหลือง สีม่วง ยังไม่มีใครผสมได้ ผมจึงมองว่า ชวนชมเพิ่งจะเริ่มต้น ยังมีเวลาทำอะไรอีกตั้งมากมายหลายอย่าง ยิ่งโซโคแท้ ที่นำเข้ามาชุดแรกเริ่มทยอยกันออกดอกติดฝักกันด้วยแล้ว จากราคาเม็ดละ 200 อาจเหลือราคาเม็ดละ 100 เดียว ดีไม่ดีได้ลูกผสมแปลกๆ ออกซิวกะตังค์คนเป๋าหนักก็ได้
...ถึงบทสรุป แนวทางการขาย กลยุทธการขาย มันจะมีวิวัฒนาการของมันเอง สภาพการขายอาจต้องมีการขยับขับเคลื่อน ในอนาคตอาจการมีการใช้บัตรเครดิตในการซื้อ หรือ การจัดไฟแนนซ์ ชวนชมผ่อนส่ง หรือมีลิขสิทธิ์เฟร์นชายส์ เปิดสาขากันทุกจังหวัด คงต้องเข้มขลังกันมากกว่านี้แน่นอน ถ้าถามผมว่า ยังเหลือที่ว่างให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนหรือไม่ในตอนนี้ ผมตอบได้เลยว่า เชิญครับ ข้างในยังว่างครับพี่
โดย: กฤตย์ ลูกไม้ไทย [5 พ.ย. 51 13:50] ( IP A:203.156.81.1 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ผมว่าในสภาวะเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองเช่นนี้ อะไรก็ดูจะลำบากกันไปหมด ปัจจัยคือแต่ละท่านก็คงยังสนใจกัน แต่การซื้อทีละมากๆ คงยากแล้วครับ ต้องมีการเลือก กันหน่อยต้องสวยแต่เล็กนั้นแหละ สายพันธุ์ใหม่ก็ต้องโดดเด่นสวยงามพอตัวจึงจะมีโอกาสโงหัวขึ้นมาได้ไอ้เรื่องขายแบบเทกระจาดแบบที่เจ้าของสายพันธุ์ต่างๆ เค้าทำกันมันคงยากแล้วครับ ตอนนี้ทำตลาดได้อย่างเดียวคือเอาลูกของสายพันธุ์เก่ามาทำให้เป็นที่รู้จักและขายในราคาที่คนรับได้ คือต้องขยายฐานคนเล่นแต่เป็นรายย่อยได้อย่างเดียว โดยส่งเสริมเรื่องเมื่อคุณมีต้นไม้แล้วทำให้มันสวยได้อย่างไรทำอะไรได้บ้าง ให้คนมีความสุขสนุกกับการเลี้ยงไม้ เป็นงานอดิเรก สำหรับผู้ขาย ต้องมีการปรับปรุงการเลี้ยงให้หลากฟอร์มขึ้น หมดสมัยไปแล้วปลูกมาไงขายงั้น ขายได้ครับแต่ไม่ได้ราคา ทุกคนควรมีไอเดียของตัวเอง ยกตัวอย่างการเปิดร้านกาแฟละกัน ร้านแรกเปิดแล้วขายดี ร้านที่สองเปิดตามทำทุกอย่างคล้ายๆกัน ร้านที่สามตามมาอีกก็แชร์ลูกค้ากันไป การที่จะทำให้ขายของได้ทำไงดีอ่ะ ลดราคาครับ แล้วก็เกิดสงครามลดราคา แล้วไงครับท้านสุดตายหมู่ ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ครับ ของแบบเดียวกัน ทำแพคเก็ท รูปทรงหรือ พรีเซนต์ต่างกัน มันก็ดูหลากหลายครับทำตามกันดุ้นๆ ไม่เวริ์คแน่นอนครับ ลองหาจุดื้ตัวเองอยู่ได้ดูดีไหมครับ แล้ววงการจะมีอะไรพัฒนาอีกแยอะ smile
โดย: Pok [5 พ.ย. 51 15:45] ( IP A:116.68.146.74 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   พี่ทนายหนวดงามพูดได้โดนใจอีกแล้วครับท่าน ของดีแปลกใหม่คงจะออกอวดโฉมต้นปี 2552 แน่นอน แต่ก็อยากให้นักเล่นนักเลี้ยงทั้งหลายพิจารณารูปร่างรูปทรงของชวนชมให้ดี ๆ นะครับ อย่าได้หลงไหลคำพรรณาอวดอ้างสรรพคุณเพราะมันจะทำให้เราได้ไม้มาเลี้ยงไม่ตรงกับใจเรา ถ้าต้นไหนมันสวยสำหรับเราหรือเห็นแววว่าจะสวยเอามาเลี้ยงไว้ยังไงเราก็มีความสุขครับเพราะว่ามีความชอบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ถ้าฟังคำโฆษณาแล้วซื้อมาเลี้ยงอาจจะเศร้าใจได้ครับ...เจ้านายยยยยยยยยยยย (๕๕๕) smile

โดย: ชัช มหาดไทย [5 พ.ย. 51 18:10] ( IP A:124.121.130.245 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   คนที่เดินทางอยู่บนถนนที่สวยงามของต้นไม้ น้อยคนที่จะถอยหลังลงจากถนนเส้นนี้ได้....

และไม่มีใครชื่นชอบต้นไม้อยู่ชนิดเดียว ต้นไม้แต่ละชนิดจะผลัดเปลี่ยนเวียนวนขึ้นมาสร้างความสวบงามตามกระแส แล้วก็จะถอยกลับไปที่เดิม เหมือนกราฟเส้นตรง

เมื่อถึงวันและเวลาที่เหมาะสม เส้นของกราฟก็จะเต้นขึ้น เต้นลงอีกครั้ง มีสูงสุดแล้วก็ต่ำลง..แต่มันก็ไม่ได้สูญหายไปไหน..คนที่ยืนอยู่ตรงกราฟเส้นตรง ยังมีอยู่ในต้นไม้แต่ละชนิด…ใครชอบอะไรก็จะปลูกอย่างนั้น บางคนก็ชอบปลูกหลายชนิด..ส่วนจุดหมายที่ว่าจะเลี้ยงเพื่อขาย หรือ เอาไว้โชว์แขก ก็เป็นเรื่องของบุคคล..

อีกหกเดือนข้างหน้า จำนวนชวนชมเพาะเมล็ด เฉพาะที่เรียกว่า ไทยโซโคฯ จะมีจำนวนมากขึ้นกว่าเดิม..กี่เท่าดีล่ะ..แต่ที่แน่ๆ ชวนชมจากต้นปี ตอนนี้อายุประมาณร่วมปี..ยังมีค้างคาติดมืออยู่กันมิใช่น้อย..ซึ่งก็ต้องดูแลกันไป..ปัญหาเดิมก็คือต่างคนต่างมี...ต่างคนต่างผลิต..และก็ผลิตกันเก่งขึ้นด้วยสิ...

เคยคิดเหมือนกัน ว่าถ้าเศรษฐกิจดี..อาจจะขายชวนชมได้มากขึ้น..แต่กว่าเศรษฐกิจจะดี ชวนชมก็คงมีจำนวนมากมายแล้ว..ส่วนแบ่งการตลาดก็ต้องแบ่งให้ไม้ตัวอื่นด้วย ปัญหามันอยู่ที่จำนวนการผลิตกับตลาด..สำหรับชวนชมต้องขยายฐานครอบคลุมพื้นที่และจำนวนคน เพิ่มให้ได้มากที่สุด..

ส่วนเรื่องไม้ใหม่ ที่ทำกันแล้ว หรือกำลังจะทำ..มันไม่ง่ายเลย..การที่จะพัฒนาชวนชมให้สวยกว่าเดิม ดีและแตกต่างกว่าเดิม มันไม่ง่าย...บางครั้งเห็นมือใหม่ๆ ซื้อไม้แล้วบอกตรงๆว่า เบื่อมาก .. ตั้งชื่อกันมาใหม่ แต่หาจุดเด่นอะไรไม่ได้ บางตัวขี้เหร่กว่าสายพันธุ์เดิมๆอีก แต่รวมกลุ่มกันปั่นชื่อทำราคา..ซื้อแตะมือกัน คนใหม่ๆไม่รู้เรื่อง ก็เหมือนเหยื่อ..ที่แม้ถูกกิน ยังหลงทาง

และมันมีคำตอบอยู่แล้ว ถึงแม้นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของชวนชม แต่มันก็ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย หรือ อวสานของชวนชมแน่นอน..

เราได้ประโยชน์จากต้นไม้มาบ้างพอสมควร วันนี้เรามารับใช้วงการต้นไม้กันบ้างดีกว่าไหม?...

.
โดย: อรรถพล [5 พ.ย. 51 20:33] ( IP A:125.27.114.114 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   จริงๆแล้วผมว่าคำถามพี่กฤตย์ตอบง่ายนะครับ เพราะเรื่องชองชวนชมมันเริ่มมานาน ผ่านร้อนหนาวมาหลายต่อหลายปี ถึงวันนี้ถ้าจะถามว่าจบหรือยังก็คงต้องบอกว่า"จบ"สำหรับบางคน และ"ไม่จบ"สำหรับบางคน เพราะเรื่องของการค้าขายถ้าบทมันจะขายเข้าจริงๆยังไงก็ต้องขาย จะถูกจะแพงยังไงกำไรเท่าทุนก็ว่ากันอีกที วงการไม้ประดับมันอยู่ไปได้เรื่อยๆแหละครับถ้าเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน รู้จังหวะและบทบาทของตัวเราเองว่าเวลานี้เราจะอยู่ยังไง ตรงไหน......

เหมือนที่ใครๆบอกว่าลีลาวดีมันจบไปแล้วเมื่อปีก่อน หลายคนเลิกทำ บางคนโค่นทิ้งเอาที่ไปทำไม้อื่น แต่ผมก็ยังปลูกอยู่ ซื้อ-ขายอยู่ แถมยังเป็นรายได้หลักของครอบครับเสียอีก เรื่องแบบนี้มันไม่แปลกนะครับ ขอแค่รู้เท่านั้นเองว่า จะขายอะไร ให้ใคร เท่าไหร่ดี ชวนชมก็ไม่ต่างกันหรอกครับ เพราะทุกวันนี้ขนาดยักษ์ซาอุธรรมดาที่ราคาไม่สู้จะดี ลดแลกแจกแถมกันได้แบบหน้าตาเฉย ไม่ต้องมานั่งอัดยาให้อ้วนเตี้ย ผมก็จับขายอยู่และมีแนวโน้มว่ากำลังจะขึ้นเป็นรายได้หลักอีกอย่างของผมด้วยซ้ำ....

อย่างที่ผมเคยบอกอยู่บ่อยๆว่า โลกเรามันกว้าง มีทางให้เลือกเดินตั้งมากมาย แค่เราพยายามศึกษาเส้นทางให้ดีก่อนจะเลือกเดินไป และถ้าตัดสินใจแล้วก็อย่าไปหลงแสงสีข้างๆทาง เดี๋ยวมันจะเขว.... เชื่อมั่นไว้นะครับ ถ้าเราศึกษาแล้ว วิเคราะห์แล้วว่าชัวร์ ที่เหลือก็แค่เชื่อใจตัวเองเท่านั้นครับ....

พาครอบครัวไปพักผ่อน ไม่ได้อยู่หน้าตอมซะหลายวัน รู้สึกดียังไงไม่รู้ครับ....อิ.....อิ......
โดย: พลภัทร [5 พ.ย. 51 21:27] ( IP A:124.121.139.126 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   น้องโอ๋ ....ตรงจุดเลย เลือกเดินให้ตรงทาง
น้องป๊อก .... พูดไปก้อถูกอีก เราดึงประโยชน์ จากชวนชมมาใช้
ทิดชัช ...แง่มุมของชื่อและ รูปทรง ยังหาข้อยุติไม่ได้ แต่เลือกของที่สวยถูกใจเรา มองกี่ครั้งก็สุขใจ
พี่เจ้าบ้าน....ผมเชื่อพี่ครับ การทำลูกไม้ใหม่ สวยถูกใจ นั้นยากกว่างมเข็มในมหาสมุทรอีก ใครทำได้ ต้องพึ่งบุญพึ่งโชควาสนาเป็นตัวช่วย

.....ประชาสัมพันธ์ งานประกวดชวนชม ที่ประตูกรุงเทพ ย่านฐานทัพอากาศ สะพานใหม่ ในวันอาทิตย์ที่ 9
และผมจะไปเปิดบูธติดกับคุณโอ๋ พลภัทร สาธิตเทคนิคบางประการของชวนชม ในวันเสาร์-อาทิตย์ ท่านใดสนใจไปแลกเปลี่ยนทัศนะพบปะพูดคุยกันก็เชิญนะครับ
โดย: กฤตย์ ลูกไม้ไทย [6 พ.ย. 51 9:21] ( IP A:203.156.81.1 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   หนทางนี้อีกยาวไกลครับ
ผมว่ามันใช่จุดเริ่มต้นและสิ้นสุดครับ
มันเป็นเพียงการปรับเปลี่ยนรูปแบบเท่านั้นเอง
ปรับตัวได้ก็รอดไป ปรับตัวไม่ได้ก็ตายไป
เป็นวัฏจักร อย่างที่กล่าวเสมอ น้ำมีขึ้นมีลงครับ
และทิศทางการไหลของน้ำก็เปลี่ยนแปลงได้เสมอครับ
โดย: Tor [6 พ.ย. 51 11:47] ( IP A:58.147.85.3 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   พี่กฤตย์ สรุปเรื่องราว 2-3 ปีที่ผ่านมา ได้กระชับทำให้เห็นภาพเป็นลำดับดีครับ ถ้าว่ากันตามความเชื่ออินเดียโบราณก็ไม่มีจุดเริ่มหรือสิ้นสุด มันเป็นวัฏจักรเวียนว่าย เปลี่ยนตัวละคร หัวโขน หน้ากากไปเรื่อยๆ ตามยุคสมัย
แต่ถ้าสมมุติว่ามีเกิดและดับจริง ชวนชมมันเคยรุ่งและนิ่งๆ มาช่วงหนึ่ง แล้วมันก็กลับมารุ่งอีกช่วงหนึ่งและกำลังจะนิ่งๆ.... มือสมัครเล่นอย่างผมคิดว่าชวนชมยังมีอะไรที่น่าค้นหา และพัฒนาอีกเยอะครับ ขี้เกียจก็พักบ้าง สนุกก็ทำต่อไปไม่มีหยุดครับ
โดย: กบ-236 [6 พ.ย. 51 12:39] ( IP A:203.185.133.8 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   สำหรับผมนั้นเพิ่งเริ่มคับ แต่เริ่มแบบมีขั้นตอนจึงมีความสุขในสิ่งที่ได้ทำ และยังสนุกกับเจ้าชวนชมอยู่ตลอดที่มีเวลาอยู่กับมัน และที่สำคัญเริ่มมีพี่ มีเพื่อน มีความรู้ด้านอื่นๆ ก็กับเจ้าชวนชมนี่แหละคับ...วัสสลาม
โดย: รัชต [6 พ.ย. 51 18:54] ( IP A:118.173.202.151 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   ถ้าเป็นละครหลังข่าวก็ละครสุดฮิต แล้วเขียนบทเพิ่มจนคนดูเซ็ง สู้จบแล้วแล้วรอภาค 2 จะดีกว่า
โดย: นิรุต [7 พ.ย. 51 10:21] ( IP A:125.25.125.48 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน