ไม่ใช่ทางออกของปัญหา....
   ตั้งแต่ช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา หลายๆท่านคงจะได้ยินกันบ่อยๆถึงปัญหาเมล็ดพันธุ์ชวนชมยักษ์ล้นตลาด บางท่านเสนอแนะให้ลดปริมาณการผลิตลงเพื่อไม่ให้เกิดการแข่งขันดั๊มราคากันเมื่อถึงฤดูการขาย.... ผมว่านี่ไม่ใช้ทางออก เพราะ"ผมจะลดปริมาณการผลิตลงเพื่อให้สวนอื่นขายได้เพิ่มทำไม" ท่านว่าผมคิดถูกไม๊???

การควบคุมปริมาณผลผลิตชวนชมยักษ์(ในที่นี่ขอรวมถึงกลุ่มที่เรียกว่าไทยโซโคด้วย) จะทำให้วงการชวนชมกลับมาคึกคักเหมือนเดิมหรือเปล่า??? ถ้าของหายากขึ้นคนจะกลับมาซื้อหากันมากๆอีกหรือเปล่า??? และจะเกิดอะไรขึ้นหากปีนี้ผลผลิต(เมล็ด) ออกมามากเกินความต้องการของกลุ่มนักเล่นชวนชม???

คำถามหลักมี3ข้อครับ....
1.การควบคุมปริมาณผลผลิตชวนชมยักษ์จะทำให้วงการชวนชมกลับมาคึกคักเหมือนเดิมหรือเปล่า???
2.ถ้าของหายากขึ้นคนจะกลับมาซื้อหากันมากๆอีกหรือเปล่า
3.และจะเกิดอะไรขึ้นหากปีนี้ผลผลิต(เมล็ด) ออกมามากเกินความต้องการของกลุ่มนักเล่นชวนชม???


และอีก1ข้อรองคือ....
1."ผมจะลดปริมาณการผลิตลงเพื่อให้สวนอื่นขายได้เพิ่มทำไม" ท่านว่าผมคิดถูกไม๊???

ขอทุกท่านแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพและตรงไปตรงมาครับ....
โดย: พลภัทร [1 มี.ค. 52 20:08] ( IP A:124.121.139.2 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   หุหุหุ ขายซะเดี้ยงไป 1 วัน ปวดหัว ตั้งแต่เมื่อคืน เพิ่งจะพื้น 6 โมงเย็นวันนี้
....ไม่มีเวลาทานข้าวกลางวัน-เย็น ดื่มแต่น้ำ จนธาตุปั่นป่วน ไม่เคยเป็นอย่างนี้เลยในอบ 10 ปี
....เข้าเรื่องเลยครับ
ประเด็นยักษ์ อาราบิคั่ม ในเรื่องตลาด ผมว่าวันนี้ จุดขายของเขา กลับมาอีกครั้ง และการตลาดทำง่ายกว่าเก่ามากมาย
ด้วยเหตุผลคือ
1. หาโปรดักส์ ที่เป็นตัวโชว์ที่ได้ขนาด และเป็นจุดเด่นจุดขายที่ลูกค้ามองเห็นภาพ และตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น
2. ราคาไม้ขนาด 10 ปี ราคายังไม่แรงเหมือน ก่อน ปัจจุบัน ไม้ราคา5-6หมื่น ซื้อได้ครับ
3. ควรทำตลาดราคา 50-100-150 สำหรับไม้อายุไม่เกิน 1 ปี
4. ราคาขนาดนี้ ผู้ที่มีรายได้น้อย และชอบชวนชม ซื้อได้ไม่ยาก
5. ควรหาตลาดใหม่ จังหวัดที่ยังไม่มีคนสนใจชวนชม
6. การทำการตลาด เน้นแบบ ปากบอกต่อ จากกลุ่มสู่กลุ่ม

...ผมกำลังเปิดสาขา 2 ที่พระนครศรีอยุทธยา เฉพาะสายอาราบิคั่ม เน้นตลาดชาวบ้าน เริ่มจากทำให้คนรู้จักจากกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งก่อน จากนั้นค่อยสร้างกระแสชวนชมฟีเวอร์ ซึ่งตอนนี้วางแผนการตลาดไว้แล้ว รอแค่ทำสถานที่ ให้ครบวงจร ผมว่า งานนี้ เป็นการนำชวนชมยักษ์ มาสร้างกระแสตลาดล่าง น่าจะเป็นผลดี ถ้าจะปล่อยทิ้งเพราะคิดว่า ชวนชมยักษ์หมดความนิยมแล้ว ผมเห็นว่าหลายจังหวัดยังไม่รู้จักชวนชมประเภทนี้ด้วยซ้ำไป
...ทำวิกฤติเพื่อเปิดทางเป็นโอกาส รับรองปีนี้เป็นปีทองของชวนชมยักษ์และไทยโซโคแน่นอนครับพี่น้อง

โดย: กฤตย์ ลูกไม้ไทย [1 มี.ค. 52 20:38] ( IP A:124.122.166.146 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ในฐานะผู้ซื้อมีของถูกก็ดี แต่วงการชวนชมจะคึกคักหรือไม่คงไม่ได้อยู่ที่ปริมาณหลอกครับ
และผู้ที่มีเมล็ดหรือเพราะลูกไม้ก็ไม่แน่ว่าจะได้ลูกไม้ที่สวยๆ คงขึ้นอยู่กับฝีมือและความเอาใจใส่ของผู้เลี้ยงดูเองซึ่งเป็นความท้าทายของผู้เล่นชวนชมด้วยใจรักครับ
โดย: มะเฟือง [1 มี.ค. 52 20:40] ( IP A:119.31.62.122 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ขอออกความเห็นในมุมมองของผู้ซื้อครับ
ผมว่าการที่จะซื้อไม้สักต้นคงไม่ใช่แค่เรื่องของราคาอย่างเดียว แต่อยู่ที่คุณภาพของไม้ด้วยครับ ไม้จะแพงขนาดไหนหากถูกใจก็ซื้ออยู่ดีตรงกันข้ามถ้าไม้ไม่มีคุณภาพถูกขนาดไหนก็ไม่เอาอยู่ดี ดังนั้นการควบคุมปริมาณคงไม่ใช่การแก้ปัญหา ไม้จะราคาดีหรือไม่ดีอยู่ที่คุณภาพครับ
โดย: toto 2747-B [1 มี.ค. 52 20:52] ( IP A:125.26.150.58 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   คุมการผลิตยาก และเชื่อว่าควบคุมไม่ได้..สายยักษ์ติดฝักง่าย เพิ่มจำนวนเร็ว แค่สวนที่มีอยู่แถบโคราช ก็มีจำนวนมหาศาลแล้ว..

เป้าหมายปีนี้ที่ตั้งไว้คือ ผลิตไม้เล็ก ขายตลาดล่าง ตามตลาดนัดรายวัน ในราคาถูก ..ไม่เกินร้อยบาทต่อต้น ให้ชาวบ้านซื้อเล่นได้..เนื่องจากมีสหายขายต้นไม้ตามตลาดนัดหลายท่าน..

ตั้งแต่ชฎาเพชร บ้านนา บางคล้า คาดว่าน่าจะขายได้ และขยายฐานคนเล่นเพิ่มได้มากขึ้น..
โดย: อรรถพล [1 มี.ค. 52 21:09] ( IP A:125.27.114.217 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ทำเหมือนกับกลุ่มโอเปคเลยนะครับ ตลาดเป็นของคนขายสามารถกำหนดราคาได้ด้วยการผลิต แต่เดี๋ยวนี้เศรษฐกิจแบบนี้จะซื้อแพงๆทั้งทียังคิดหน้าคิดหลังนะครับ

ผมไม่อยากให้ตลาดชวนชมเป็นเหมือนกับโป๊ยเซียนเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งปั่นราคากันแบบปวดหัว นับใบขายกันเลยยังมี แล้วตอนนี้เป็นยังงัยครับ

ถ้าคนขายคิดควบคุมการผลิตเพื่อหวังผลเรื่องราคา ผมว่าเล่นแบบผมดีกว่าครับ ปลูกเอง เพาะเอง ลุ้นเอง เหลือก็แจก
โดย: อูBBK374 [1 มี.ค. 52 21:46] ( IP A:124.121.130.35 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นด้วยนะครับ

การที่จะควบคุมปริมาณผลลิต ไม่มีทางที่จะเป็นไปได้เลย......หรือเป็นไปได้ยากยิ่ง

เพราะตั้งแต่วิชาการเขี่ยดอกเพื่อให้ได้ฝัก ได้แพร่กระจายออกไปสู่มวลหมู่สมาชิก และตามสวนต่างๆแล้ว

ทุกท่าน ทุกสวนต่างก็ตั้งหน้าตั้งตาผลิตฝักกันออกมา .......เพาะเมล็ด....เลี้ยงจนได้ขนาดที่ต้องการ

แล้วก็ขาย........ใครจะได้มากได้น้อยก็ว่ากันไปตามฝีมือ.....

ผลผลิตจะทวีคูณขึ้นตลอดเวลา......แต่ขณะเดียวกันปริมาณคนที่จะมาบริโภคชวนชม

ไม่ได้เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนของชวนชมเลย

เมื่อสินค้าเพิ่มแต่กำลังซื้อไม่ได้เพิ่ม กลยุทธ์การห้ำหั่นราคาซึ่งเป็นวิธีที่ได้ผลเร็วที่สุด

จึงต้องเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้.........

การวางแผนการตลาดที่ดีและเหมาะสม น่าจะเป็นวิธีที่มีโอกาสประคับประคองพาชวนชมของพวกเราไปตลอดรอดฝั่งได้

การหากลุ่มลูกค้าเพิ่ม การสร้างโครงข่าย การประชาสัมพันธ์ น่าจะเป็นกลยุทธ์ที่ควรจะนำมาใช้ในสถาณการณ์แบบนี้

บางท่านคิดว่าการสร้างไม้สวย จึงจะอยู่รอด ผมกลับคิดว่านั่นเป็นพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ...........

การตลาดต่างหาก ที่ผมมองว่าสำคัญเป็นอันดับต้นๆเลย

คงจะต้องงัดยุทธการ 4P (ยุทธการแสตนดาร์ด) ออกมาใช้แล้วหละ

P ที่ 1 Product ตัวสินค้า คือต้นชวนชม ต้องให้ดีมีคุณภาพ อันนี้คงไม่ต้องอธิบาย เป็นฝีมือของแต่ละสวน

P ที่ 2 Price ราคา ตั้งราคาให้เหมาะสมกับสภาพตลาด ลดต้นทุนให้มากแต่ก็รักษาคุณภาพเอาไว้

P ที่ 3 Place สถานที่ หรือ Location ว่าจะเอาสินค้าไปนำเสนอขายที่ไหน ที่สวน วางจำหน่ายตามร้านขายต้นไม้ ฝากขาย หรือขายทางอินเทอร์เนต
หรือจะมีช่องทางไหนบ้างที่จะเอาสินค้าไปวางจำหน่ายได้ เรียกว่าต้องมองช่องทางขาย...ให้ออก

P ที่ 4 Promotion การจัดส่งเสริมการขาย จะมีการนำเสนออย่างไร มีรายการพิเศษอย่างไร ลด แลก แจก แถม อย่างไร ทำอย่างไรที่จะให้คนได้รู้จักสินค้าของเรา

เมื่อมีปัญหา แล้วมองปัญหาให้ออก พร้อมกับคิดวางแผนรับมือแก้ปัญหาเหล่านั้นอย่างถูกวิธี

ผมว่าไม่มีอะไรยากเกินกว่าความสามารถของเราหรอกครับ....

ขอให้ทุกท่านสอบผ่านปัญหาที่รออยู่ข้างหน้า แล้วได้คะแนนสูงๆกันทุกท่าน .........
โดย: สุกิจ [1 มี.ค. 52 22:06] ( IP A:125.26.101.91 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ...ข้อแรก การควบคุมปริมาณการผลิตชวนชม...ผมว่าควบคุมไม่ได้ครับ...และใครจะเป็นคนคุม...ตลาดจะคึกคักหรือไม่ปัจจัยอื่นมีผลมากกว่าการควบคุมปริมาณการผลิตครับ...อันนี้หมายถึงชวนชมรวมๆที่ต่างคนต่างมี...ต่างคนต่างเขี่ย...ต่างคนต่างเพาะออกมาขาย...แต่ถ้าคุณควบคุมตั้งแต่แรก เช่นมงกุฏทอง...คนอื่นไม่มี NSD มีคนเดียว...อันนี้มีผลแน่นอน...ตลาดบูมเพาะออกมาเยอะหน่อยขาย 500...ตลาดวายเพาะออกมาน้อยหน่อย...ก็ยังขาย 500 เหมือนเดิม...
...ข้อสอง ของหายาก ต้องสวยด้วย ไม่เกลื่อน มีคนซื้อแน่นอนครับ...ยิ่งคนอื่นไม่มียิ่งหากันใหญ่...
...ข้อสาม ถ้าผลผลิตออกมามากเกินความต้องการ...คนที่เล่นอยู่แล้ว...หรือพวกมือเก่าก็จะไม่ค่อยสนใจ ไม่ค่อยอยากได้...
...ข้อรอง ถ้าเราไม่ได้ผูกขาดไม้แต่เพียงผู้เดียว...และไม่ต้องการลดการผลิต...ต้องเตรียมตัวรับการแข่งขันตัดราคาซึ่งอาจจะดุเดือด...และต้องหาตลาดใหม่เพิ่มให้มากที่สุด...ทำเร็ว...ขายเร็ว...แล้วหาตลาดใหม่ต่อไปเรื่อยๆ...
...ไม่ทราบว่าไม้ที่คุณพลภัทรได้มาจากคุณศรีราชาดีไลท์ ตอนนี้ตั้งชื่อว่าอะไรครับ...
โดย: nopp18 [1 มี.ค. 52 22:18] ( IP A:125.27.25.141 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   ผมได้ไม้จากพี่ศรีฯหลายต้นเลยครับ และได้ตั้งชื่อไว้เรียก2ต้นคือ เพชรราชินีฯตั้งชิ่อว่าGiant PP. และลูกผสมราชินีฯตั้งชื่อว่าModern Qoeenครับ....

ถ้าให้ดาวกับความคิดเห็นได้ล่ะก็ผมจะให้ทุกๆความคิดเห็นเลยครับ....

ยังต้องการความคิดเห็นจากทุกท่านอยู่นะครับ ทั้งผู้ซื้อ ผู้ขาย และผู้ปลูกเลี้ยงเลยครับ.... ขอบคุณทุกๆท่านไว้ล่วงหน้าเลยครับ....
โดย: พลภัทร [1 มี.ค. 52 22:33] ( IP A:124.121.139.2 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   คำถามหลักมี3ข้อครับ....
1.การควบคุมปริมาณผลผลิตชวนชมยักษ์จะทำให้วงการชวนชมกลับมาคึกคักเหมือนเดิมหรือเปล่า???
ไม่เกี่ยวครับ
2.ถ้าของหายากขึ้นคนจะกลับมาซื้อหากันมากๆอีกหรือเปล่า
อันนี้เกี่ยว แต่นานหน่อย เพราะคุณโอ๋บอกว่ากลับมาคนเราพออะไรผ่านไปแล้วมักจะไม่กลับมาครับ ยกตัวอย่างเช่น ยักษ์ลพบุรี เมื่อก่อนแพงมากตอนนี้ ถึงทำมาจำนวนน้อยแต่ไม่เห็นมีใครกลับมานิยมครับ ยกเว้นบางคน เช่นผมเป็นโอกาสทองที่จะหาซื้อฟอร์มสุดยอดในราคาชาวบ้านครับ
3.และจะเกิดอะไรขึ้นหากปีนี้ผลผลิต(เมล็ด) ออกมามากเกินความต้องการของกลุ่มนักเล่นชวนชม???
อันนี้ไม่น่าถาม ราคาเม็ดก็ถูกสิครับ ยิ่งตลาดต่างประเทศไม่เดิน ก็เพาะเองไปครับ รอตลาดมันกลับมาใหม่หรืองอกมาแล้วคัดฟอร์มขาย จะขายแบบสั่วๆอย่างเดิมคงไม่ได้แล้วครับ

และอีก1ข้อรองคือ....
1."ผมจะลดปริมาณการผลิตลงเพื่อให้สวนอื่นขายได้เพิ่มทำไม" ท่านว่าผมคิดถูกไม๊???
ถูก ถ้าสถานการณ์เป็นแบบปัจจุบัน
ผิด ถ้ารวมกลุ่มกันได้ แต่ไม่มีทางรวมกลุ่มกันได้หรอกครับ มีเงินที่ไหนมีความแตกแยกที่นั่น
โดย: ศรีราชาดีไลท์ 122 [2 มี.ค. 52 8:53] ( IP A:58.147.16.10 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   ต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น งานประกวดก็เหมือนกันหาวิธีให้คนไม่รู้จักชวนชมมาเที่ยวงานให้มากขึ้น เรื่องราคาก็ต้องสมเหตุด้วย
อย่างบางต้นเข้าประกวดบอกราคา500000บาทไม่รู้เหมือนกันว่าไล่แขกหรือเรียกแขกกันแน่ครับ มีคนแนะนำวิธีเลี้ยงให้สวย การทำดอก การดูแลให้สวยอยู่เสมอ และอีกหลายอย่างที่ให้มือใหม่ซื้อไปแล้วไม่ผิดหวัง
โดย: ชัยสระบุรี1174 [2 มี.ค. 52 9:31] ( IP A:58.136.79.3 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   ขอตอบคำถามบ้าง
ข้อแรกตอบเหมือนคุณศรีฯ ไม่ใช่ครับ

ข้อ 2 ข้อนี้ตอบไม่เสมอไปครับ เพราะความนิยมของคนต่างคนต่างเวลาครับ ไม้บางสายพันธ์มีน้อยคนยิ่งอยากแสวงหา แต่บางสายพันธ์คนอาจจะลืมไม่สนใจเลยก็ได้ไม่เกี่ยวกับปริมาณมากน้อยครับ

ข้อ 3 ของล้นตลาดราคาถูกลงเป็นเรื่องแน่นอน แต่บางทีถูกลงแล้วยังไม่มีคนซื้ออีกนี่สิปัญหาใหญ่กว่า

ข้อ สุดท้าย ตอบว่าไม่ถูกเพราะ ตอนนี้แต่ละสวนยอดการขายก็ลดลงกันมากอยู่แล้ว การที่จะมีคู่แข่งผลิตน้อยลงหรือเลิกผลิต คงไม่ได้ช่วยให้ยอดขายของแต่ละสวนดีขึ้นแบบชัดเจนหรอกครับ
โดย: ป๊อบ 233 [2 มี.ค. 52 9:44] ( IP A:58.136.207.146 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   คำถามหลักมี3ข้อครับ....
1.การควบคุมปริมาณผลผลิตชวนชมยักษ์จะทำให้วงการชวนชมกลับมาคึกคักเหมือนเดิมหรือเปล่า???
ความคิดเห็น ควบคุมคุณภาพ สายพันธุ์ถูกต้อง ไม่สวมไม้ น่าจะดีกว่า
2.ถ้าของหายากขึ้นคนจะกลับมาซื้อหากันมากๆอีกหรือเปล่า
ความคิดเห็น เอาแบบหาไม่ยาก ราคาสมเหตุ...สมผล. 3.และจะเกิดอะไรขึ้นหากปีนี้ผลผลิต(เมล็ด) ออกมามากเกินความต้องการของกลุ่มนักเล่นชวนชม???
ความคิดเห็น อันนี้อยู่ที่ใครเป็นคนขายด้วยนะ(เมล็ด)คงไม่แพงเหมือนเมื่อก่อนแล้ว และอีก1ข้อรองคือ....
1."ผมจะลดปริมาณการผลิตลงเพื่อให้สวนอื่นขายได้เพิ่มทำไม" ท่านว่าผมคิดถูกไม๊???
ความคิดเห็น ต้องแบบ เพิ่มคุณภาพการผลิต ขายได้แน่นอน
โดย: ต้ น ร ะ ย อ ง ฮิ [2 มี.ค. 52 9:48] ( IP A:61.19.47.104 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   ผมเห็นด้วยกับพี่กฤตย์ครับ เรื่องการเปิดตลาดต่างจังหวัดที่เน้นตลาดชาวบ้านหรือขายตามตลาดนัด โดยการทำตลาดราคา 50-100-150 สำหรับไม้อายุไม่เกิน 1 ปี และจะต้องมีต้นใหญ่ไปโชว์ให้เห็น ช่วงแรกอาจจะต้องมีอธิบายเรื่องสายพันธ์กันยาวหน่อยเพราะชาวบ้านยังไม่ทราบว่า์ชวนชมยักษ์มีสายพันธ์อะไรบ้าง
เคยมีสวนชวนชมในขอนแก่นไปเปิดตลาดขายชวนชมในจังหวัดหนองคายคนที่มาซื้อชวนชมส่วนใหญ่จะซื้อเฉพาะราชินีพันดอกสายพันธ์ยักษ์ที่ติดตลาด
และมีความหลากหลาย
โดย: คนึง อาศรม124 [2 มี.ค. 52 9:56] ( IP A:118.175.211.61 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   ดีถูกผมชอบ......ใครให้ราคาแพงสุดยอมจ่าย......ผมขาย.......555........หาไม้คัดเลี้ยงต่อขายต่อได้กำไร......เพาะเองมากจัดการอยาก.......สิ้นเปลือง......ต่อสู่เยอะ.........555........ส่งภาพเป็นแรงใจให้.......ครับผม........

โดย: {{{ตอง222}}} [2 มี.ค. 52 9:57] ( IP A:125.25.37.122 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   มือใหม่อย่างผมเล่นชวนชมเพราะรักไม่ได้ทำเป็นธุรกิจ จึงอยากขอร้องผ้ขายทั้งหลาย โดยเฉพาะเจ้าของสวน ให้นำไม้สวยๆในราคาที่ไม่โหดจนเกินไป ออกมาขายบ้าง อย่านำเศษไม้ในสวนที่เหลือจากการคัดเลือกมาขายในราคาสูง สงสารมือใหม่บ้างเหอะเจ้านาย (ห้องโชว์ไม้กับห้องซื้อ-ขายไม้ ต่างกันราวฟ้ากับดิน)
โดย: ส. 376 BBK [2 มี.ค. 52 10:52] ( IP A:202.41.167.246 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   นี่คือความคิดส่วนตัวผมเองนะครับ ผมอยากให้ทุกๆท่านที่รักชวนชม
ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม หันมาหาวิธีการ ทำอย่างไร คนทั่วไปจะรู้จักและเข้าถึงชวนชมให้มากขึ้น(เยอะๆยิ่งดี) เพราะการที่ทุกคนร่วมกันประชาสัมพันธ์ช่วยกันทุกวิถีทาง เมื่อมีคนรู้จักและเข้าถึงมากเท่าไหร่ สิ่งดีๆต่างก็น่าจะตามมาเองโดยธรรมชาติ ยกตัวอย่างการที่สมาชิกอาจจะแจกนามบัตร ใบปลิว หรือ อะไรก็ได้ที่สามารถเชิญชวนคนเข้ามารู้จักและสนใจชวนชมของพวกเรา เพื่อนๆสมาชิกถ้าทุกคนช่วยกันอะไรก็จะดี แน่นอน ฟันเทียม
โดย: ครูเทโร [2 มี.ค. 52 12:11] ( IP A:203.172.199.254 X: )
ความคิดเห็นที่ 17
   ความเห็นผม อาจดูออกแนวขวาจัด

1.การควบคุมปริมาณผลผลิตชวนชมยักษ์จะทำให้วงการชวนชมกลับมาคึกคักเหมือนเดิมหรือเปล่า???
ตอบ. ของที่มีมากจนล้นเกินความต้องการของตลาดอยู่หลายเท่าตัว ก็เข้าข่ายฟองสบู่ คือ เงินเฟ้อ ในที่นี้คือ ต้นไม้เฟ้อ ไม่มีค่า ไม่ควรเข้าไปผ่าตัดหรือแก้ไข เพราะเกินจะเยียวยา หากพยายามจะดันต่อไปก็เหมือนตัดตีนใส่เกือก คือ รองเท้าเล็กแต่พยายามเหลาเท้าให้ใส่ได้ ซึ่งผิดธรรมชาติ กรณีนี้ไม่มีทางเลือก ต้องทำใจตัดขายอย่างเดียว แล้วก็อาจยังขายไม่ได้อีกด้วย เพราะโดยปรกติคนทั่วไปไม่ชอบของถูก ยกเว้นของกินของใช้

2.ถ้าของหายากขึ้นคนจะกลับมาซื้อหากันมากๆอีกหรือเปล่า
ของหายากแต่ไม่มีกระแสความนิยมก็ไม่มีคนสนใจ คำตอยจึง ไม่เสมอไป

3.และจะเกิดอะไรขึ้นหากปีนี้ผลผลิต(เมล็ด) ออกมามากเกินความต้องการของกลุ่มนักเล่นชวนชม???
ตอบได้เลย ต้องทิ้ง เพราะปลูกไปก็เปลืองแรงงาน กระถาง และพื้นที่ จะเก็บก็เฉพาะตัวที่น่าสนใจ

และอีก1ข้อรองคือ....
1."ผมจะลดปริมาณการผลิตลงเพื่อให้สวนอื่นขายได้เพิ่มทำไม" ท่านว่าผมคิดถูกไม๊???
เป็นผมนะ ผมลดการผลิตแล้วเอาเวลาไปคิดทำสิ่งอื่นที่ให้ผลตอบแทนคุ้มกว่า

ผมทำหน้าที่ขายต้นไม้มาเยอะ เริ่มทำชวนชม พอชวนชมเริ่มซบ ผมก็ไปขายหน้าวัว พอหน้าวัวซบผมก็ไปอโกลนีมา ต่อด้วยแซนซิลวาเลีย (ลิ้นมังกร) มาดอกซ้อน แล้วกับมาที่อราบิคัมกับโซโคใหม่ ผมคนขายผมก็ปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลง แต่ผมเปลี่ยนง่ายกว่า คนที่เป็นฝ่ายผลิตมาก ผมเข้าใจความรู้สึกของคนผลิตไม้ พี่แดงบอกผมทุกครั้งที่เจอว่าผมต้องทำไว้บ้าง แต่ผมก็จะพูดทุกครั้งว่าผมไม่เหมาะกับงานตรงนั้นไปแทน แต่จริงๆแล้วผมรู้ว่า คนที่เป็นฝ่ายผลิตปรับตัวยากมากเมื่อพบการเปลี่ยนแปลง

ทุกๆครั้งของขาขึ้นและขาลงของไม้แต่ละชนิด แทบจะออกอาการเดียวกัน ดังกล่าวที่ว่า ประวัติศาสตร์มักจะซ้ำรอยเดิม และทุกครั้งเช่นกัน ที่ผมแนะนำคนผลิตแบบนี้ทุกครั้ง
โดย: พั้ง BBK421 [2 มี.ค. 52 14:01] ( IP A:58.8.107.104 X: )
ความคิดเห็นที่ 18
   คิดว่าหลายๆท่านที่รักและเป็นห่วงสังคมชวนชม(ในอินเทอร์เน็ท) น่าจะได้เข้ามาอ่านและเข้ามาตอบกันพอสมควรแล้วนะครับ....

จริงๆความคิดเห็นของผมและทุกๆท่านก็ไม่ได้แตกต่างกันมากมายเท่าไหร่.... โดยส่วนตัวนั้นยิ่งของมีราคาถูกลงเท่าไหร่ผมก็ยิ่งขายออกได้ง่ายเท่านั้น เพราะชวนชมยักษ์ของเราสวยที่สุดในโลก(ผมการันตีได้ครับ) ติดอยู่ตรงที่ราคามันยังแพงอยู่มาก วันใดที่ความนิยมลดลง คนเปลี่ยนหน้าไม้ใหม่ ราคาของถูกลง ผมจะเป็น1คนที่ยิ้มรับสถานการณ์....

ใจจริงแล้วผมอยากที่จะห่ทางออกให้กับปัญหานี้ แต่ด้วยตัวคนเดียวคงทำได้ยาก หากมีวิธีใดที่คิดได้ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกคนจะช่วยกันเพื่อสังคมของเรานะครับ....

ขอขอบคุณทุกความคิดเห็นครับ....
โดย: พลภัทร [2 มี.ค. 52 18:02] ( IP A:124.121.141.14 X: )
ความคิดเห็นที่ 19
   อ่านข้อคิดหลายๆท่านแล้ว มีตรงใจกับแนวคิดผมหลายท่าน

1.ผมเชื่อทุกพันธุ์ไม้มีช่วงขึ้น-ลง อย่างเฮียพั้งกล่าว
...แต่ผมจะไม่ได้คิดเลยว่า วันสุดท้ายของชวนชม ที่ถึงกาลอวสาน
แล้วผมจะปรับตัวอย่างไร
ผมแค่คิดว่า ก่อนที่ชวนชมอวสาน ผมจะทำอะไรได้บ้างกับวงการนี้

2. ผมเห็นด้วยกับพี่สุกิจ ไม่มีใครพัฒนาลูกค้าเลย มีแต่พัฒนาคุณภาพชวนชม
ทุกท่านไม่เคยหาตลาดเพิ่มขึ้น ไม่เคยที่จะประชาสัมพันธ์
เรื่องราวของชวนชม ให้บุคคลที่ไม่ได้รู้จักชวนชมทราบ

3.การประชาสัมพันธ์
ประชาสัมพันธ์เรื่องราวชวนชม ที่อยู่ในเมืองไทย ที่นิยมต่างๆ
ผมไม่เห็นผู้ค้ารายไหน นำสื่อเหล่านี้ ออกมาใช้เรียกลูกค้า
ไม่ว่าจะเป็นแผ่นพับ แบนด์เนอร์ โปรเจคเตอร์มัลติมีเดีย
สิ่งเหล่านี้ มันเป็นตัวกระตุ้น ให้ผู้ที่สนใจรายใหม่เกิดขึ้นได้
ทุกวันนี้ชวนชมเราโตแบบ การตลาดขายตรง สร้างค่านิยม
หรือตามกระแสแบบบอกต่อ

4.ผู้ใหญ่ในวงการ หรือบุคคลที่มีศักยภาพมากพอควรผลักดันให้เป็นพืชเศรษฐกิจหรือวัฒนธรรมการปลูก
ให้รัฐบาลส่งเสริม การท่องเที่ยวโปรโมท หรือ มีรายการบ่อยๆ เพื่อให้
รู้ว่าคนไทย เมืองไทย เลี้ยงชวนชมเป็นวัฒนธรรมไปแล้ว
โดย: กฤตย์ ลูกไม้ไทย [2 มี.ค. 52 21:35] ( IP A:124.120.67.207 X: )
ความคิดเห็นที่ 20
   ...ผมว่าคุณกฤตย์มองในแง่ดี เพื่อการพัฒนาในภาพรวมของวงการชวนชมอย่างเดียว...แต่คนอื่นส่วนใหญ่มองตัวเองเป็นหลัก...
...ทำไมทุกคนจึงพยายามที่จะพัฒนาคุณภาพชวนชม...ไม่พัฒนาลูกค้า...ตอบง่ายมากครับ...กลัวไปซื้อคนอื่น...เพราะตัวเองยังไม่มีไม้ของตัวเอง...
...ประชาสัมพันธ์ ทำใบปลิวแผ่นพับ ฯลฯ คนอื่นบอกว่ามีเหมือนกัน ขายถูกกว่าไม่ต้องลงทุนอะไรเลย...เผลอๆเอาเอกสารเราไปใช้อีกต่างหาก...ถ้าไม้ไม่แตกต่างกันนะครับ...
...ผู้ใหญ่ในวงการ คนที่มีศักยภาพจริงๆ...อะไรที่มันได้ผลตอบแทนน้อยๆ...ผมว่าเค้าไม่สนใจครับ...
โดย: nopp18 [3 มี.ค. 52] ( IP A:125.27.34.32 X: )
ความคิดเห็นที่ 21
   นกกรงหัวจุก
นกเขาชวจู้กรูก กรู
ไก่ชน
สิ่งเหล่านี้เป็นวัฒนธรรม ส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตของไทยเรา
และชวนชม ก็เริ่มมามีบทบาท เข้ามามีส่วนผสมผสาน
วิถีชีวิตคนไทยเราบ้างแล้ว และขยายตัวออกไป
...ถ้ามีผู้ที่สนใจ ทำรายการทีวี หรือสกรุปข่าว นำสิ่งสวยงาม
ของชวนชมแพร่หลายออกไป ชวนชมจะเป็นที่รู้จักกันทั่วประเทศ
และนานาประเทศตอไป
...ผมจึงเห็นว่า ชวนชมยังมีช่องห่าง เพื่อสำหรับขยับขยาย
การเติบโตได้อีกมาก และยังต้องรอเวลา เพื่อให้ใครสักคน
แย้มประตูบานใหญ่ เปิดกว้าให้ชาวโลกได้มองเห็นชวนชม
...แต่ผมไม่อยากให้ทุกท่านรอใคร ผู้ที่จะเปิดประตูบานใหญ่
ได้ก็คือ พลังเล็กๆ ของพวกเราทุกคนนี่แหละ เป็นพลังมหาศาล
ไม่ต้องมัวรอพึ่งใคร ช่วยกันคิดช่วยกันทำ ก็สามารถบรรลุเป้าหมายได้
โดย: กฤตย์ ลูกไม้ไทย [3 มี.ค. 52 10:30] ( IP A:124.120.67.148 X: )
ความคิดเห็นที่ 22
   การพัตนาการรวมตัวตอ้งเป็นระบบมีการส่งเสริมมีการประชสัมพันมีการตั้งเป็นชมรมหรือสมาคมขึนมาตั้งทะเบียนสวนและสายพันธ์ครับเก็บค่าใช้จ่ายจากการขายไม้มีตลาดกลางมีพื้นที่ในการขายรับผากขายเป็นรูบแบบสหกรณ์ถ้าทำได้จะไม่มีวัน***การส่งไม้ขายไม้จะตอ้งอยู่บนกติกาไม่ใช่อัดปุ๋ยแล้วส่งพอลูกค้านำไปปูลกเน่าตายหมดของก็แพงกำลังใจก็หมดทุกวันนี้ตางคนต่างทำแย่งชิงดีชิงเด่นขนาดออกบูธขายติดกันยังไม่มองหน้ากันเลยครับแล้วจะพัตนาได้อย่างไรต่างคนก็บอกว่าของตัวเองดีของแท้ของคนข้างๆไม่ดีไม่แท้คิดกันอย่างนี้ผมเองเข้ามาได้ปีกว่าไปมาทั้งสวนให่ญสวนเล็กในเว็ปก็จากหลายท่านใครบริการดีไม้มีคุณภาพผมก็ซื้อประจำใครพูดจาไม่ดีเวลาทวงเงินอย่าว่าแตต่ซื้อเลยครับกระทู้นั้นผมยังไม่เข้าไปดูเลย
นี้เป็นเสียงหึ่องของคนซ้อและชอบชวนชมครับ
โดย: 215 [3 มี.ค. 52 13:57] ( IP A:202.183.221.66 X: )
ความคิดเห็นที่ 23
   จริงนะครับที่ต่างจังหวัดบางที่ ไม่ค่อยมีคนรู้จักสายพันธุ์ยักษ์ ผมเคยเจอสวยขนาดไม้ได้รางวัล แต่เจ้าของยังไม่รู้เลยว่าพันธุ์อะไรที่สำคัญหวงซะด้วยสิ ผมว่าตลาดยังพอหาได้นะแต่ก็คงแค่พอได้เท่านั้น
โดย: นิรุต [3 มี.ค. 52 15:32] ( IP A:125.25.122.215 X: )
ความคิดเห็นที่ 24
   ขออนุญาตออกความเห็นบ้างครับ ผมเห็นด้วยกับ คห15 คุณ ส.376 จังเลย เพราะผมเองก็เป็นมือใหม่หัดเล่นเหมือนกัน และก็รักชวนชมตรงที่เป็นไม้ที่มีเสน่ห์มาก ๆ ครับ บางครั้งดูในห้องซื้อขายไม้ มือใหม่อย่างผมก็ไม่รู้หรอกว่าไม้ไหนสวย ไม้ไหนมีอนาคต แต่ที่ซื้อเพราะชอบและอยากเลี้ยงครับ ถ้าแพงมากก็ไม่กล้าซื้อเพราะกลัวจะเลี้ยงเค้าไม่รอดสงสารเค้าครับ ก็เลยอยากให้ท่านเจ้าของสวนทั้งหลายเห็นใจมือใหม่หัดเลี้ยงด้วยครับ
โดย: มือใหม่ [4 มี.ค. 52 19:54] ( IP A:125.26.133.251 X: )
ความคิดเห็นที่ 25
   เรื่องของราคา ผมว่ามันลดลงไปเรื่อยๆตั้งแต่ปลายปีที่แล้วแล้วล่ะครับ และคงจะลดลงอีกตามกลไกของตลาด....

คือ เมล็ดผลิตออกมาได้มากขึ้น ราคาจะต้องลดลง ต้นกล้าและไม้ขนาดต่างๆก็จะมีราคาที่ลดลงตามไปด้วย ทีนี้ใครที่ทำแล้วไม่คุ้มก็จะเลิกทำ รายยิบรายย่อยทั้งหลายก็จะพากันลดกระหน่ำเพื่อ"เททิ้ง"ของในสต๊อก ต่อจากนั้นก็จะเหลือเพียงแค่ตัวจริงที่ต้องแบกความช้ำสู้กันต่อไป....

คุณมือใหม่ครับ.... เจ้าของสวนที่ทำเป็นอาชีพกันจริงๆแถวๆนี้น่ะ มีไม่กี่คนหรอกครับ และแต่ละคนก็ไม่เคยขายของแพงด้วยผมรับประกันได้ ราคาที่ตั้งไว้กับไม้แต่ละต้น เมล็ดแต่ละเมล็ด มันมีเหตุมีผลของมัน ไม่ใช่ว่าได้ข่าวสวนใหญ่เทไม้ราคา 400-500 แล้วไปจับมาขายคนที่ไม่รู้ ไม่ทัน 800 พันนึง อย่างนี้เป็นแนวพ่อค้าครับ เท่าที่รู้ก็มีพี่ทนายหนวดของผมคนนึงแหละครับที่ไม่เคยทำ ทุกผลผลิตมาจากฝีมือล้วนๆ ดังนั้นไม้สวยแบบที่ทั้งโต๊ะ100ต้นมี2ต้น ต้องแพงกว่าต้นอื่นๆที่สวยแบบมาตรฐาน2-3เท่าขึ้นไปเป็นเรื่องธรรมดา ถ้าเกรงจะเสียไม้ก็อย่าไปซื้อครับ เอาไม้ระดับสวยมาตรฐานไปเลี้ยงให้สวยยิ่งขึ้นเป็นการพัฒนาฝีมือดีกว่า กระซิบซักนิดว่า "เจ้าของสวนตัวจริงน่ะเค้าไม่เข็นไม้ไม่สวยออกมาขายให้เสียชื่อหรอกนะครับ คัดมาแล้วทั้งนั้นแหละอย่างแย่ที่สุดก็ต้องดูดีในสายตาลูกค้าครับ"
โดย: พลภัทร [4 มี.ค. 52 21:44] ( IP A:124.121.144.93 X: )
ความคิดเห็นที่ 26
   เพิ่งมีเวลามาอ่านวันนี้....ขอแสดงความคิดเห็นสักเล็กน้อย ชอบค.ห.ของคุณพั้ง ที่ตรงใจ/ตรงความเป็นจริงดี ...แต่ผมก็เห็นด้วยกับคุณพี่กฤตย์และคุณพี่สุกิจ ตรงเรื่องการตลาด ขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น ถ้าทุกๆคนช่วยๆกัน ให้มีคนใหม่ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ตลาดชวนชมก็ยังคงคึกคักหรืออยู่ได้

ยกตัวอย่างกลุ่มพวกผมเอง ...(คุณเป้ง BBK006 / อ๊อด BBK13 /คุณHookBBK14/คุณแป๊บ BBK035/ผม/พี่หนูBBK132/คุณต้น BBK 334 ) ที่หลงเข้ามาสู่วังวนคนเลี้ยงชวนชมไม่ถึงปี แต่คิดว่าพวกผมได้จ่ายเงินเพราะการเข้ามาตรงนี้รวมๆกัน น่าจะเกือบหรือมากกว่า สองแสนบาทแล้ว ( อาจจะไม่มาก แต่ก็ไม่น้อย ) แล้วยังจะอยู่กับวงการชวนชมนี้ไปกันอีกคนละหลายปีหรือตลอดไปสำหรับบางท่าน บางคน....คิดดู ถ้าเราช่วยกันหาลูกค้า สร้างฐานผู้เล่น/เลี้ยงชวนชม กันคนละไม้คนละมือในการหาฐานที่ว่า ดึงๆกันมา เดี๋ยวเขาก็ดึงๆกันต่อๆกันไป ( เหมือนที่พวกผมทุกๆคน โดนดึงมาตรงนี้เพราะคุณอ๊อด เมืองจันท์คนเดียวแท้ๆ น่ะแหละ ) ซึ่งคาดว่าคนเล่นชวนชม เป็นคนไม่ถึง 1 % ของประชากรวัยแรงงาน และทุกๆวัยรวมกัน ยกเว้นวัยเด็กๆ...ซะด้วยละมั้ง?!?!?

ถ้าเราทำอย่างที่คุณพี่กฤตย์คิด/ทำอยู่ ยังงัยวงการนี้ก็น่าจะอยู่ได้สบายๆ ตามสมควร

เริ่มต้นให้เค้าได้รู้จักหรือรักชวนชมสักต้น สักสายพันธุ์ เด๋วสายอื่นๆ ก็จะตามมาเองน่ะแหละผมว่า.......มาช่วยกันครับ เพื่อไม้สวย เพื่อทุกคนในวงการชวนชม เพื่อตัวเรา ....คนเลี้ยงต้นไม้ได้ จะอย่างไร จิตใจเขายังงัยก็ต้องดีพอสมควร เลี้ยงต้นไม้ ยังงัยก็ดีกว่าเลี้ยงเด็กคาเฟ่หรือเด็ก.....นะครับ ผมว่า อิอิ
โดย: นายเข็ม/จันทบูรพา - BBK-039 [5 มี.ค. 52 12:26] ( IP A:222.123.115.250 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน