ข้าพเจ้าแปลบทความเรื่อง drum corps คืออะไรมาให้อ่านกันครับ มีประโยชน์มาก คลิกอ่านเลยที่นี่ !!!
   แปลและเรียบเรียงจากบทความใน dci.org หัวข้อ "about dci"
โดย วิศว กนิษฐสวัสดิ์ ลิขสิทธิ์ของ : ACT Band

ตอนที่ 1
วงในไสตล์ Drum corps นั้น ชื่อเต็มๆ ก็คือ Modern junior drum and bugle corps เป็นองค์กรอิสระของคนวัยหนุ่มสาว บางวงมีสมาชิกมากถึง 135 คน อายุตั้งแต่ 14-22 ปี คนเหล่านี้ทำงาน,ซ้อมตลอดช่วงฤดูร้อน เพื่อแสดงสั้น ๆ เพียง 11 นาทีเท่านั้น

เครื่องดนตรีและอุปกรณ์ที่ใช้ในการแสดงก็ได้แก่ Horn (แตร), เครื่องประกอบจังหวะ เช่น กลองหลากหลายชนิด และอุปกรณ์ต่าง ๆ มากมาย เช่น ธง, rifles (ปืน), ดาบ(sabres), และอื่นๆ อีกมากมาย โดยมีการแสดงสนามอเมริกันฟุตบอลล์ (หรือสนามอื่นๆ แล้วแต่กรณี)

สิ่งที่แตกต่างจากวงมาร์ชชิ่งธรรมดาก็คือ วงแบบ drum corps ไม่มี woodwinds (clarinets, flutes, etc.) ในวง, และวงแบบ drum corps มีเครื่องทองเหลืองบางอย่างที่ไม่เหมือนวงมาร์ชิ่งทั่ว ๆ ไปที่เราเห็นๆ กัน (ยกตัวอย่างเช่น drum corps ไม่มี slide trombone: ผู้แปล)

โดย: พี่วะ (เจ้าบ้าน ) [14 ธ.ค. 49 15:22] ( IP A:203.113.0.222 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
    ตอนที่ 2
Drum corps มีความแน่นของดนตรี และมีลีลาสีสันการแสดงจัดจ้าน, มีความยากในการแสดงมากกว่าวงมาร์ชิ่งทั่วไป

นอกจากนั้น ยังมีข้อกำหนดอื่น ๆ (หรือเรียกว่าเป็นพันธะสัญญาร่วมกันของพวกเขาก็ได้)ของdrum corps เช่น : ทุกคนจะต้องซ้อมด้วยกันเป็นเวลา 3-4 อาทิตย์ ทุกวัน และเดินทางเพื่อไปทัวร์(ทั้งแข่งและโชว์) เป็นเวลา 8 อาทิตย์ โดยไม่ได้ทำอย่างอื่นเลย ได้แต่ซ้อมๆๆๆๆๆๆๆ เท่านั้น เชื่อหรือไม่ว่า หลายคน ต้องจ่ายเงิน เพื่อไปเล่นในวงที่ตัวเองต้องการ (ไม่ได้เชิญมาเล่น หรือเล่นให้ฟรีๆ นะ)

จะเป็นสมาชิกของวงได้นั้น โดยทั่วไป ต้องผ่านการกระบวนคัดเลือกอย่างโคตรยาก เพียงเพื่อที่จะได้รับการคัดเลือกเข้าสู่วงที่ตัวเองต้องการ และข้อสุดท้าย แต่สำคัญที่สุด drum corps (ส่วนใหญ่ ไม่ทุกวง) ไม่ได้เป็นวงโรงเรียนหรือวงของมหาลัย (เป็นวงอิสระ ไม่ขึ้นกับใคร)

โดย: พี่วะ (เจ้าบ้าน ) [14 ธ.ค. 49 15:23] ( IP A:203.113.0.222 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
    ตอนที่ 3

Drum corps แบ่งออกเป็น 3 divisions, ซึ่งตัววงเองต้องหาให้ได้ก่อนว่า วงของของตัวเองนั้น เป็นดิวิชั่นไหน จะได้เลือกตารางเวลาในการทัวร์ที่เหมาะสมกับเงินของวง ทรัพยากร และแนวคิดของวงให้ได้เหมาะสมที่สุด

การแบ่ง divisions ขึ้นอยู่กับจำนวนนักดนตรี
- Division I มีนักดนตรีมากถึง 135 คน
- Division II มีนักดนตรี 80-135 คน
- Division III เล็กสุด มีนักดนตรี 30-70 คน


วงที่มีนักดนตรีอยู่ระหว่าง 70 - 80 คน ต้องเลือกว่า ตัวเองอยากอยู่ Division ไหน Division II หรือ III และ สำหรับวงใน Division II ที่ต้องการจะข้ามรุ่นไปแข่งกับ Division I จะต้องมีกระบวนการพิเศษที่จะเลื่อนขั้นขึ้นไปได้

อายุของนักดนตรีก็หลากหลายกันออกไปตามแต่ละ divisions
• Division III เด็กสุดส่วนมากต่ำกว่า 10 ขวบ
• แต่เด็กสุดของ Division I อาจจะอายุน้อยที่สุดแค่ 14- 15 ปี เท่านั้น

ข้อกำหนดของ DCI นั้น อายุสูงสุดคือ ต้องไม่เกินกว่า 21 ปี (คือ 21 ok หรือน้อยกว่าก็ได้) ถ้ามากกว่านี้เรียกว่า อายุเกินแข่งหรือ “aged out”

แต่ละ division ก็มีมาตรฐานการตัดสินที่ไม่เหมือนกัน(คนละ “sheet”หรือคนละข้อสอบนั่นเอง)

โดยที่ Division I จะเป็นการโชว์ที่ยากที่สุด

สำหรับวงใน division ที่ต่ำกว่า บางทีก็เป็นวงในสังกัดของ Division I แต่เป็นวงเด็กๆ รุ่นใหม่ที่กำลังก้าวเข้ามาแทนวงรุ่นพี่ (คือวงใหญ่ๆ เก่งๆ พวกนี้จะมีวงระดับเด็กๆ ชื่อเดียวกัน มาเป็นวงทีม a, b, c ด้วย) , ซึ่งก็ทำให้นักดนตรีรุ่นจิ๋วๆ ประมาณ 8 ขวบสามารถเล่น drum corps และสามารถพัฒนาตัวเองมาเล่นวงจริงได้ และฝังตัวอยู่ในวงนั้นตั้งแต่เด็กจนกระทั่งกลายเป็นสมาชิกรุ่นเก๋าไปเลย (เลยอายุแข่งก็ยังทำงานให้วงได้ต่อ เป็นรุ่นพี่หรือครูฝึก staff ต่อไป ฯลฯ)
โดย: พี่วะ (เจ้าบ้าน ) [14 ธ.ค. 49 15:29] ( IP A:203.113.0.222 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
    ตอนที่ 4
มีหลายวงที่อยู่ในระดับอื่นๆ อีกนอกจาก 3 กลุ่มนี้เช่น วงที่ตั้งในพื้นที่ ตามเมือง วงของตำบล, วงแบบซ้อมกันเวลาว่างๆ เล่นๆ , ซึ่งวงพวกนี้ซ้อมกันแค่อาทิตย์ละสองหรือสามครั้ง และแสดงแค่ตอนวันหยุดสุดสัปดาห์เท่านั้น นี่ก็เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับเด็กที่ไม่สามารถมาซ้อมได้เนื่องจากติดเรียน ติดงาน ติดกวดวิชาฯลฯ และพวกที่ไม่สามารถเดินทางไปไหนไกลๆ ได้

จริงๆ แล้วการทัวร์ไปกับวงเก่งๆ หรือว่าเดินทางไปที่โน่นที่นี่มันก็ดีอยู่แต่ เพียงแค่ได้ไปเล่นในวง drum corps นี่ก็นับเป็นประสบการณ์ที่มีค่าเพียงพอแล้วไม่ว่าจะเล่นกับวงไหน

เค้าบอกว่า it’s not where you march, it’s that you march ไม่สำคัญว่าเล่นกับวงไหนแต่สำคัญที่ว่า คุณได้เล่นวง drum corps แค่นี้ก็ "จงภูมิใจ" ได้แล้ว
โดย: พี่วะ (เจ้าบ้าน ) [14 ธ.ค. 49 15:31] ( IP A:203.113.0.222 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
    ตอนที่ 5
"มีอะไรบ้างใน drum corps ผู้เล่น Drum corps แบ่งออกเป็น 3 ประเภท

1. Brass (เครื่องทองเหลือง)
ในส่วนของเครื่องทองเหลือง หรือ brass line, มีเครื่องดนตรี 5 ชนิดคือ
• trumpet (ให้เสียง soprano ),
• mellophone (ให้เสียง alto )
• baritone (ให้เสียงtenor/baritone )
• euphonium (ให้เสียง baritone voice), และ
• contrabass (ให้เสียง bass )


ยิ่งเสียงต่ำเท่าไหร่ เครื่องก็ใหญ่ขึ้นเท่านั้น trumpet จะหนักประมาณ 2.2 -2.7 กก. , แต่ contra (เบส) , หนักถึงประมาณ 27.2 กิโลกรัมเลยทีเดียว !! เรียกได้ว่าคล้ายๆ จะแบกรถคันย่อมๆ ไว้เลยนะ

โดย: พี่วะ (เจ้าบ้าน ) [14 ธ.ค. 49 15:38] ( IP A:203.113.0.222 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
    ตอนที่ 6

2. percussion (เครื่องประกอบจังหวะ ) มี 2 กลุ่ม ได้แก่ Back battery และ Front ensemble

- back battery (หรือเรียกว่าพวก “drumline”) กลุ่ม back battery คือ
• พวกกลองแต๊กหรือ snare drums
• tenor drums
(หรือพวก quads ซึ่งเป็นกลองที่เป็นชุดอาจจะเป็น 4-6 ลูกเล็ก มีเสียงแตกต่างกัน) และ
• bass drums (หรือกลองใหญ่ เดี๋ยวนี้มีเสียงแตกต่างกันไล่เสียงกันไปและมีขนาดกัน ใช้ผู้เล่นใบละคน)

- front ensemble หรือ pit percussion คือพวกที่เล่นเครื่องดนตรีประกอบจังหวะอยู่ข้างหน้า พวก front ensemble

ขยายความก็คือพวกที่เล่นเครื่องดนตรีที่เรียกว่า คีย์บอร์ดเปอร์คัสชั่น (หมายถึงพวกเครื่องประกอบจังหวะที่มีคีย์บอร์ด เช่น marimba และ xylophone, ซึ่งคีย์ทำด้วยไม้หรือวัสดุสังเคราะห์, และ vibraphone และ bells (คนไทยสมัยโบราณเรียกนิ้งหน่องไง) , ซึ่งคีย์ทำด้วยโลหะ -- รวมถึงพวกกลอง timpani, concert snare drum, concert bass drum, concert toms, chimes (ระฆัง), temple blocks, gongs, ฉาบหลายๆ รูปแบบ, กลองแปลกๆ, และเครื่องดนตรีเล็กๆ ประกอบจังหวะเช่น triangle, tambourine, whip crack – ยังมีอีกมากมาย

พวกที่เล่น front ensemble นี้ แยกออกมาต่างหากจากพวกที่เดินแปลขบวน โดยพวกนี้จะมีที่อยู่ที่เกือบจะเรียกว่าถาวรและถูกกำหนดไว้แล้วแต่ก็อยู่ใกล้ๆ กับพวกที่เดินแปรขบวนอยู่
โดย: พี่วะ (เจ้าบ้าน ) [14 ธ.ค. 49 15:41] ( IP A:203.113.0.222 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
    ตอนที่ 7
3. color guard
พวก color guard ทำให้รูปแบบการแปรขบวนในสนามงดงามยิ่งขึ้น โดยใช้พวกธง, rifles และ sabres

พวกเครื่องมือเหล่านี้ต้องนับย้อนไปสมัยสงคราม (อเมริกัน-อังกฤษ ฯลฯ) วงโยสมัยโบราณต้องมีพวกที่ถือปืนคอยคุ้มกันวงด้วย

สมัยปัจจุบันนี้ พวก color guard พวก rifles และ sabers (ดาบ) ทั้งหลายจะถูกออกแบบให้โชว์การหมุน ควง โยน(spinning) ซึ่งเป็นทักษะอย่างหนึ่งของพวกนี้มากกว่าที่จะยิงคนดู (เออจริงแฮะ)

พวก Color guards ก็ต้องมีท่าทางหรือเต้นประกอบเพลงด้วย รวมทั้งการเต้นแบบใช้ท่าทางทางร่างกาย และก็ออกแนวการแสดงด้วย เพื่อช่วยประกอบเพลงให้ดูดี น่าสนใจขึ้น

โดย: พี่วะ (เจ้าบ้าน ) [14 ธ.ค. 49 15:42] ( IP A:203.113.0.222 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   นอกจากนั้น ก็ยังมี drum majors จำนวน 2-3 คน ทำหน้าที่กำกับเพลงในสนาม และ ทำหน้าที่ที่สำคัญมากก็คือ ดูแลความเป็นอยู่และทำหน้าที่เป็นตัวกลางการสื่อสารระหว่างนักดนตรีในวงกับพวก staff ด้วย
โดย: พี่วะ (เจ้าบ้าน ) [14 ธ.ค. 49 15:43] ( IP A:203.113.0.222 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
    ตอนที่ 8

On the road again และแล้ว เราก็มุ่งหน้าสู่การแข่งขัน..ออกเดินทางกันเลยยย...

แล้วชีวิตของพวก drum and bugle corps ก็เริ่มขึ้นในเดือนพฤศจิกายน, วงส่วนใหญ่จะมีการจัดค่าย audition (แสดงฝีมือเพื่อคัดตัว) ครั้งแรกในช่วงเทศกาล Thanksgiving พอดี.

ทว่าในช่วงนั้น staff, หัวหน้าแต่ละพาร์ทหรือ section/caption กำลังทำงานหนักในการออกแบบโชว์ว่าจะใช้เพลง จะมีไสตล์ รูปแบบการโชว์อย่างไร และเลือกโปรแกรมฝึก ฯลฯ ให้เหมาะสม.

ค่าย Audition นี้ ผู้ที่จะเข้ามาสอบ audition เพื่อจะเข้ามาสู่วง แม้ว่าหลายคนจะไม่ผ่านการคัดเลือก ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ ที่จะได้เข้ามาเรียนรู้ ศึกษาในประสบการณ์ดนตรี

กระบวนการคัดเลือกจะเสร็จสิ้นในช่วงปีใหม่ และมีการเรียนการสอนเรื่องดนตรีนี้ตลอดช่วงหน้าหนาวและฤดูใบไม้ผลิที่เหลือนี้ไปกับการเรียน (ซ้อม) และการขัดเกลาดนตรี. วงส่วนใหญ่จะเริ่มหัดแปรขบวน (drill) ในช่วงท้ายๆ ของ spring, และในช่วงวัน Memorial Day weekend ทุกอย่างก็พร้อมลงตัว

ปลายเดือนพฤษภาคมและช่วงต้นๆ มิถุนายน จะมีการซ้อมหนัก 12 ชั่วโมงต่อวัน, โดยไปฝึกซ้อมที่ที่ตั้งหลักของวง. ช่วงนี้เรียกกันโดยทั่วไปว่า ช่วง “everydays” “move-ins” หรือ “spring training,” และในช่วง 3-4 อาทิตย์นี้, สมาชิกทบทวนและฝึกหัดแบบฝึกหัดต่างๆ และเบสิกต่างๆ ที่จะทำให้ฝีมือดีขึ้นพอที่จะทำให้ทักษะทางดนตรีดีขึ้นพร้อมที่จะไปทัวัร์ตลอดช่วงฤดูร้อนแล้ว, และการฝึกซ้อมภาคสนามก็จบลงแล้ว.

วงอาจจะฝึกเพลงอื่น ๆ บ้างเพื่อเอาไว้เดินพาเหรดหรือการยืนแสดงธรรมดาทั่วๆ ไป ช่วงเวลานี้ทำให้คนในวงรู้จักกันเพิ่มมากขึ้นด้วย

โดย: พี่วะ (เจ้าบ้าน ) [14 ธ.ค. 49 15:45] ( IP A:203.113.0.222 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
    ตอนที่ 9

เมื่อถึง กลางเดือนมิถุนายน, ก็เริ่มการเดินทาง ขนของขึ้นรถและทัวร์ไปตลอด 8 อาทิตย์

คำว่า “ทัวร์” ในที่นี้หมายถึงช่วงการแข่งนั่นเอง

เรียกได้ว่า หนึ่งวันต้องเดินทางไปหนึ่งเมืองหรือมากกว่านั้น มีการแสดงเกือบทุกคืน ในวันที่ต้องโชว์ปกตินั้น จะตื่นประมาณ 8 โมงเช้า, ซ้อมสองสามชั่วโมง, อาบน้ำเก็บของ, โชว์ และขึ้นรถ มุ่งไปโชว์ต่ออีกเมืองหรืออีกสถานที่หนึ่ง

ในวันไหนที่ไม่มีการแสดงก็จะมีการซ้อมทั้งวัน 8-10 ชั่วโมง. นอกจากการแข่งแล้ว. วงจะมีการแสดงแบบเดินพาเหรดและยืนโชว์ด้วย (ไม่เดิน)

โดยทั่วไปวงจะมีการจัดคอร์สการสอนดนตรีพิเศษ (clinics) สองสามครั้งในฤดูร้อน. วงจะมีการให้เวลาสมาชิกในการทำกิจกรรมส่วนตัวเช่น ซักเสื้อผ้า, ซื้อของใช้ส่วนตัว หรือใช้เวลาส่วนตัวแต่ละคน

สมาชิกวงส่วนใหญ่จะใช้เวลานอน (ใช้ชีวิต) บนรถในระหว่างที่รถวิ่งในตอนกลางคืนมากกว่าครึ่งตลอดรายการ นอกนั้นก็นอนบนพื้นโรงยิมหรือที่เรียกว่า “floor time” ที่ใกล้ๆ กับที่แสดงที่วงหาให้ได้ วงจะทานอาหารจากอาสาสมัครผู้ให้การสนับสนุนวง (volunteer) โดยมีรถที่มีครัวทำอาหารโดยเฉพาะ,

การ Tour นี้เป็นช่วงเวลาที่นานที่สุดของ summer, ยาวจนกระทั่งจบการแข่งขัน DCI Championships เลยทีเดียว
โดย: พี่วะ (เจ้าบ้าน ) [14 ธ.ค. 49 15:48] ( IP A:203.113.0.222 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
    ตอนที่ 10

ขบวนของวงๆ หนึ่งก็จะประกอบไปด้วยรถบัสสองสามคัน, รถเครื่องดนตรีหรืออุปกรณ์หนึ่งคันและรถครัวหนึ่งคัน รถขายของที่ระลึกประจำวง, รถเล็กใช้วิ่งไปมาประจำวัน

ส่วนมากแล้วจะเดินทางกันตลอดรายการรวมระยะทางประมาณ 19,300 kilometer เลยทีเดียว!!!

การที่วงต้องเดินทางแบบนี้ นับเป็นอะไรที่วงต้องใช้เงินมาก วงใน Div. I หลายๆ วงมีเงินทุนประมาณ 18 ล้านบาท ถึง 71 ล้านบาท ในขณะที่สมาชิกอาจจะจ่ายเพียงแค่ 23,000 บาท – 70,000 บาท เป็นค่าสมาชิกและค่าอยู่ค่าย,

เงินที่สมาชิกจ่ายนี้รวมๆ กันแล้วน้อยมากได้ประมาณแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ต้องจ่ายให้ต่อคนที่ทำให้วงอยู่ได้

ของที่ระลึกและค่าชมการแสดงช่วยวงได้นิดหน่อย ส่วนใหญ่แล้วรายได้ของวงมาจากการหาบริจาคเงินมาจากผู้คนจากสมาคมและจากผู้มีจิตศรัทธาอื่นๆ ที่ยังพยุงวงให้อยู่ได้ .

เมื่อสมาชิกของวงก็ต้องจ่ายค่าสมาชิกฯลฯ และก็ไม่ได้ทำงานหาเงินในช่วงปิดเทอม (ตามแบบของเด็กอเมริกัน) ก็เลยไม่มีรายได้อะไรในช่วงนี้

ดังนั้น หัวหน้าวง (directors) จึงต้องหาวิธีที่จะทำให้สมาชิกไม่ลำบากด้วย
โดย: พี่วะ (เจ้าบ้าน ) [14 ธ.ค. 49 15:50] ( IP A:203.113.0.222 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
    ตอนที่ 11

The circus is coming to town! ขบวนมหึมาของ drum corps !!!
นอกจากสมาชิกในวงแล้ว วงก็ยังมีเจ้าหน้าที่อื่นๆ อีกส่วนหนึ่งเช่น

staff ที่ทำหน้าที่บริหารวง 2-4 คน, คนขับรถ 8-9 คน อาสาสมัคร 4-8 คน และยังมีครูฝึกอีก 15-30 คน สรุปแล้ววงหนึ่งอาจจะมีเจ้าหน้าที่และนักดนตรีรวมกันถึง 180 คน


เจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่บริหารวงหรือ administrative staff นี้ก็คือ, ผู้อำนวยการวง corps director, ผู้อำนวยการทัวร์ (tour director), และผู้ช่วยหลายคนที่เดินทางไปด้วยและทำงานอยู่ที่บ้านโดยทำงานประสานเรื่องต่างๆ ประจำวันของวง, รวมทั้งเรื่องการเงินการบัญชี, การติดต่อเรื่องที่พัก, การบริหารพลาธิการอาหารต่างๆ และพนักงานขับรถ รวมทั้งเรื่องจุกจิกอื่น ๆ การไปรับคนจากสนามบิน, ซื้อของใช้อาหารประจำวันและพาสมาชิกไปหาหมอเป็นต้น


อาสาสมัครนับเป็นส่วนสำคัญของวงมากในการทำงานวันๆ หนึ่งของวง พวกเขาทำงานหลายอย่างที่จำเป็นในวง ไม่ว่าจะเป็นการขับรถทั้งคืนและการทำงานให้กับคนทั้งวงทุกวันดูแลยานพาหนะ ดูแลเรื่องเสื้อผ้าให้กับวง ดูแลสุขภาพ ยา อนามัย และเป็นที่ปรึกษาทางใจให้กับสมาชิกของวงที่ว้าเหว่เพราะอาจจะจากบ้านมาไกลด้วย

โดย: พี่วะ (เจ้าบ้าน ) [14 ธ.ค. 49 15:54] ( IP A:203.113.0.222 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
    ตอนที่ 12

And you pay to do this? เล่นแล้วได้อะไร

Drum corps ไม่ใช่เพียงแค่การแปรขวบนและการเล่นดนตรีเท่านั้น นักดนตรีจะต้องเดินทางไปหลากหลายเมือง เจอกับคนร้อยพ่อพันแม่ต่างจิตต่างใจ นิสัย รสนิยมและพฤติกรรมต่างๆ ก็แตกต่างกัน

สมาชิกจะได้เรียนรู้การทำงานเป็นทีมและการอยู่ร่วมกับผู้อื่น และพวกเขาก็ต้องมีความรับผิดชอบอย่างมากต่อตัวเองและผู้อื่น การบริหารเวลาและการบริหารเงินด้วย

และก็แน่นอนที่ว่า การซ้อมในสนามทุกวันนั้น เขาจะต้องเจอกับบทเรียนของชีวิตในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวินัย, การปฏิบัติตัว การทำงานที่มุ่งสู่เป้าหมาย ฯลฯ บทเรียนของชีวิตเหล่านี้แหละที่จะติดตัวเขาไปแม้ว่าเขาจะไม่ได้เล่นอยู่ในวงแล้ว


ถ้าเราไปถามคนที่อยู่วง drum corps ว่าทำไมถึงรัก drum corps, ก็อาจจะได้คำตอบต่างกันไปไม่เหมือนกันเลย. หลายคนก็อาจจะบอกว่าได้เพื่อนเยอะแยะมากมาย, ได้รางวัล หรือได้หลีกหนีชีวิตความเป็นจริงที่วุ่นวาย

โดย: พี่วะ (เจ้าบ้าน ) [14 ธ.ค. 49 15:55] ( IP A:203.113.0.222 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
    ตอนสุดท้ายแล้วจ้า

กระนั้น สำหรับคนทั่วไปสิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดก็คือการได้ใส่ชุด และลงแสดงทุกคืนท่ามกลางเสียงปรบมือโห่ร้องชื่นชมยินดี

การที่ได้แสดงถือเป็นรางวัลแห่งชีวิตจากการทำงานหนัก และบำบัดสิ่งร้ายๆ ที่สะสมอยู่ก้นบึ้งของดวงใจของคุณได้.

การได้ประสบการณ์จาก drum corps นั้นถือเป็นรางวัลชีวิตและสายสัมพันธ์แห่งมิตรภาพกับผู้คนอันหลากหลายที่ยั่งยืนนั้น นับเป็นสิ่งที่มากค่าที่คนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนยากที่จะเข้าใจได้

มันเป็นกิจกรรมที่เป็นแรงบันดาลใจ เป็นเสน่ห์เย้ายวน และคุณจะต้องแปลกใจว่า ใครที่ได้ชมแล้วก็ต้องติดอกติดใจอยากชมอีกทุกปี

หมายเหตุ : บทความนี้เป็นทรัพย์สินของวง ACT Band ซึ่งนำไปเผยแพร่ ทำรายงานได้ครับ ไม่คิดตังค์ ให้ฟรีๆ เลย แต่ต้องโทรขออนุญาตข้าพเจ้าก่อนนะครับ

หากท่านต้องการนำไปใช้ (ไม่ว่าจะเป็นการเอาไปแปะ ไปทำรายงาน ไปเสนออาจารย์ ฯลฯ) ช่วยโทรมาขอผมก่อนที่ 081-3450005 หรือ email wissawa@hotmail.com นะครับ อย่าเอาไปโดยพละการ มันไม่ดีเด้อ

โดย: พี่วะ (เจ้าบ้าน ) [14 ธ.ค. 49 15:56] ( IP A:203.113.0.222 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   เยี่ยมครับ
โดย: am_bass@hotmail.com [16 ธ.ค. 49 13:32] ( IP A:202.28.180.201 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน