ตามกิ่งก้านใบไปสู่ครก
   เวลาเห็นต้นไม้ผลอยู่ในโรงเรียน ฉันไม่ค่อยมั่นใจในสวัสดิภาพของต้นไม้ว่าจะพ้นมือเด็กนักเรียนไปได้ ครอบครัวที่มีลูกหลานหลายคนโอดโอยถึงความซุกซนของนักสำรวจจอมตั้งคำถาม แต่โรงเรียนไม่ได้มีจอมซนมารวมกันแค่สิบคน ความต่างบอกถึงความวุ่นวายที่ควรจะนึกภาพออก


มะม่วงต้นใหญ่ยืนต้นอยู่ข้างสนามเด็กเล่น เมื่อแรกมาอยู่อีสานฉันตื่นเต้นกับต้นมะม่วงในเขตบ้านเรือนนักหนา เพราะแถวบ้านฉันหาต้นมะม่วงยืนต้นรอดจนออกผลได้น้อยเต็มทน แต่ที่นี่กลายเป็นต้นไม้ธรรมดาที่บ้านไหนๆ ก็มี


นักเรียนประถมตัวจ้อยถือไม้ยาวซึ่งตรงปลายมีถุงพลาสติกใสแบบถุงใส่กับข้าวติดอยู่ สองตาของแต่ละคนแหงนเงยมองดูตามกิ่งก้านมะม่วง ฉันเคยเห็นเขาใช้ตะกร้อสอยมะม่วงแต่ไม่คิดว่านี่จะเป็นวิธีเก็บมะม่วงคนยาก แถมขณะนี้มะม่วงต้นใหญ่ก็แทบจะไม่ติดผล หนูน้อยจะรีบร้อนแย่งกันกินอะไรขนาดนั้น


สุดท้ายอดรนทนสงสัยไม่ไหวต้องออกปากถามเพื่อน คุณเธอหัวเราะความไม่รู้ เฉลยว่าเขากำลังจับจักจั่นกัน

โดย: เพรางาย (เจ้าบ้าน ) [13 มี.ค. 51 10:19] ( IP A:118.175.134.231 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
Counter : 176 Pageviews
ความคิดเห็นที่ 1
   ฉันได้แต่กะพริบตาปริบๆ ไม่ยักรู้ว่ามีวิธีจับแบบนี้ด้วย ก่อนหน้านี้เคยเห็นเด็กที่โรงเรียนไปไล่จับมือเปล่า พาจักจั่นเข้าห้องสอบให้ครูปวดหัวกับเสียงร้องระงมของพวกมัน แต่ที่โน่นนักเรียนเขาไปไล่จับเอาในสวนป่าที่มีแต่ต้นไม้รุ่นๆซึ่งฉันไม่รู้จัก ไม่คิดว่ามันจะอาศัยเกาะตามกิ่งมะม่วงกะเขาด้วย จะว่าไปแล้วโรงเรียนเดิมที่ฉันอยู่มันไม่มีต้นมะม่วงสักกะต้นนี่นา ฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่าจักจั่นมีต้นมะม่วงเป็นตัวเลือกหนึ่งในการดำรงชีวิต


มองตามสายตาหนูน้อยขึ้นไปก็เจอแต่กิ่งก้านมะม่วง ไม่เห็นจักจั่นสักตัว

“จะขอดูที่เขาจับได้แล้วไหมล่ะ” เพื่อนผู้หวังดีถามยิ้มๆ หนูน้อยคนหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกงส่งถุงใสบรรจุจักจั่นสามสี่ตัวให้ดูอย่างว่าง่าย
แมลงตัวอ้วนตาโตนอนครางอยู่ในถุง


จักจั่นไม่ใช่แมลงแปลกตาสำหรับฉัน แต่ที่แปลกคือวิธีการจับจักจั่นของเด็กๆ ที่นี่ต่างหาก


แรกเริ่มเดิมทีฉันรู้จักจักจั่นจากหนังสือ เพราะมันเป็นแมลงที่ถูกกล่าวขานว่าใช้เวลาฟักตัวอยู่ในดินนับสิบปีกว่าจะมุดดินโผล่ขึ้นมาเกาะกิ่งไม้ จับคู่ผสมพันธุ์แล้วก็ตายไป ชีวิตเหนือพื้นดินเป็นเพียงเศษเสี้ยวของชีวิตใต้ดินของพวกมันเท่านั้น นอกจากในรูปภาพ ฉันมีวาสนาแค่ได้เห็นคราบจักจั่นบนล้อจักรยาน และได้ยินเสียงพวกมันร้องส่งสัญญาณบอกว่าฤดูร้อนมาเยือนแล้ว


กระทั่งย้ายมาอยู่แผ่นดินที่ราบสูง ฉันถึงได้รู้เพิ่มเติมว่าที่นี่เขากินจักจั่นกันด้วย


วันหนึ่งของฤดูร้อนฉันชวนเด็กนักเรียนเข้าสวนป่าตามหาจักจั่นมาถ่ายรูปเก็บไว้ดูตามประสาคนชอบถ่ายภาพ จักจั่นที่ร้องระงมเงียบเสียงฉับพลันเมื่อมีคนเหยียบย่างเข้าใกล้ต้นไม้ที่มันอยู่ เด็กๆ ชี้ให้ดู ฉันชะเง้อแล้วชะเง้อเล่า เอียงคอมองหาพร้อมถามตำแหน่งแห่งที่อยู่นาน กว่าจะเห็นร่างสีน้ำตาลเกาะนิ่งกลมกลืนอยู่บนกิ่งไม้ สูงสุดตา ไกลลิบเกินกว่ากล้องราคาถูกจะเก็บภาพได้สำเร็จ ทนเป็นเหยื่อยุงในป่าได้พักใหญ่ก็ล่าทัพกลับห้องพัก เด็กหญิงคนหนึ่งเห็นใจลงทุนจับจักจั่นมาให้ถ่ายภาพถึงโต๊ะ เสียดายที่โฟกัสภาพไม่ได้เรื่อง ภาพจักจั่นที่ออกมาเลอะเลือนเกินกว่าจะดูออก


ภายหลังเมื่อกล้องดิจิตอลออกมาตีตลาด ฉันชวนเด็กๆ ไล่ล่าหาภาพจักจั่นอีกหน และก็ได้แต่มองคุณจักจั่นบนปลายไม้อีกตามเคย สุดท้ายก็จำต้องบันทึกภาพคราบจักจั่นที่มันอุตส่าห์ทิ้งเอาไว้โคนต้นเหมือนเป็นของปลอบใจไปแทน


ขึ้นไปนั่งเบียดกันบนที่นั่งตอนหลังของรถกระบะ เพื่อนคงเห็นว่าฉันสนใจถึงการจับจักจั่นจึงเล่าให้ฟังว่า ปกติเขาจะไปจับจักจั่นกันแต่เช้าตรู่ เพราะเช้าๆ มันจะเกาะอยู่ตามโคนต้นไม้ แต่ถ้าสายหน่อยมันจะค่อยๆ ไต่ขึ้นไปจนสูง เวลาไปจับจักจั่นเขาเรียกว่า ไปติดจักจั่น เพราะจะใช้ไม้ยาวๆ ทาด้วย “ตัง” ตรงปลายไม้ ซึ่งเพื่อนก็บอกได้แค่ว่าน่าจะเป็นยางไม้ชนิดหนึ่ง ตังจะเหนียวมาก เมื่อเอาไปโดนจักจั่นมันจะติดหนึบจนบินหนีไม่ได้ แต่ที่พวกเด็กๆ ใช้ถุงพลาสติกนั้น จะใช้วิธีครอบถุงลงบนตัวจักจั่นที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้ เมื่อถูกถุงครอบลงไปจักจั่นก็จะตกใจดิ้นรนบินหนี ซึ่งก็ทำให้มันยิ่งเข้าไปติดอยู่ในก้นถุง ดึงลงมาจับได้ง่าย


“สูงขนาดนั้น ทำไมเขาถึงมองเห็นจักจั่นได้นะ” ฉันพึมพำ


“โฮ้ย เด็กป่ากับเด็กเมือง ดูแต่เราไปติดจักจั่นกับแฟนสิ เราไม่ได้สักตัว ส่วนเขาน่ะได้เป็นสิบ”


ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ไม่อาจค้าน ลักษณะชีวิตที่แตกต่างกันทำให้เรื่องยากของเรากลายเป็นเรื่องง่ายของบางคน


“แล้ววิธีทำลาบจักจั่นนะ” เพื่อนทำเสียงขู่ขวัญ พร้อมทำตาโตอีกต่างหาก “เขาจะเด็ดปีกมันออกทั้งเป็น แล้วก็ใส่ลงไปในครกตำๆๆ”


“เป็นๆ น่ะนะ” ฉันคงทำหน้าสยดสยองสมกับที่เพื่อนปรารถนาจะเห็น
“ฮื่อ” คนเล่าตอบอย่างมั่นใจ


“เอาไปต้มหรือทอดก่อนมาตำไม่ได้เหรอ” ฉันคิดว่าวิธีนี้คุณจักจั่นน่าจะทรมานน้อยกว่า


“ก็ได้แต่เขาว่ามันไม่อร่อย เราก็เคยลองแต่มันจะเละๆ ไม่อร่อยจริงๆ แหละ แต่ถ้าเป็นจักจั่นทอดต่างหากก็มี”


ปิดฉากบทสนทนาด้วยความเงียบบนรถที่แล่นไปตามถนนดินลูกรังคดเคี้ยว





โดย: เพรางาย (เจ้าบ้าน ) [13 มี.ค. 51 10:25] ( IP A:118.175.134.231 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   “จักจั่นบ่ค่า...” เสียงแม่ค้าร้องถามยามคนเดินผ่านแว่วเข้าหู
ในตลาดก็มีจักจั่นบรรจุถุงพลาสติกใสวางขายอยู่ในถาดกลม ฉันสะดุ้งอยู่ในใจและเลือกที่จะเดินผ่านไป
นึกถึงวิธีทำลาบจักจั่นที่เพื่อนเล่า ชวนให้คิดไปถึงนรกขุมหนึ่งที่นายนิรยบาลจับสัตว์นรกใส่ลงไปในครก แล้วใช้สากขนาดใหญ่โขลกตำท่ามกลางเสียงแผดร้องด้วยความเจ็บปวด
บางทีนรกที่ว่าอาจจะไม่ได้อยู่ใต้ดิน เพียงแต่ปรับเปลี่ยนชีวิตสู่ภพภูมิใหม่เพื่อรับโทษทัณฑ์อยู่บนโลกใบเดียวกันนี่เอง

๙ มีนาคม ๒๕๕๑

โดย: เพรางาย (เจ้าบ้าน ) [13 มี.ค. 51 10:26] ( IP A:118.175.134.231 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ยอดเยี่ยม
โดย: ฉุนชุน (CHUNCHUN ) [14 มี.ค. 51 17:45] ( IP A:118.174.245.45 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ว่าแต่ว่ากินดิบๆนี่น่ากลัวนะ
ในมุมมองของ จั๊กจั่น.. คนก็คือ "ยักษ์" นั่นเอง
ว่าแล้วยักษ์ก็เด็ดปีกจั๊กจั่น แล้ว ใส่ปาก เคี้ยว ตุ้ย...ตุ้ย.......เอี๊อกกก!
โดย: ฉุนชุน (CHUNCHUN ) [14 มี.ค. 51 17:51] ( IP A:118.174.245.45 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ว่าแต่ว่าใช้สากตำทีเดียวจอด น่าจะดีกว่าต้มหรือทอดนา
เพราะต้มหรือทอดจะมีระยะเวลาทรมานนานกว่าน่ะ แฮะ แฮะ
โดย: ฉุนชุน (CHUNCHUN ) [14 มี.ค. 51 17:55] ( IP A:118.174.245.45 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   คิดเหมือนกันเลยอ่ะคุณงาย ประโยคสุดท้ายนั่นน่ะ

และแล้วก็อ่านจบตามที่สัญญาไว้ แม้จะหลายเดือนผ่านไปก็เถอะนะ

อิอิ
โดย: ซาบู [28 ก.ค. 51 15:47] ( IP A:203.150.234.14 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ผมอยู่ที่เขาล้านจังหวัดตราดช่วงนี้จั๊กจั่นเยอะมากเลยมีคนเก็บจั๊กจั่นมากเลยครับโดยเฉพาะทหารแต่ละคนได้คนละถุงใหญ่ๆเลยครับตัวใหญ่มากเลยมีเยอะมากๆๆๆๆๆๆเลยครับ
โดย: ลิง [18 ก.พ. 53 16:12] ( IP A:118.175.177.43 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน