การใช้งานเบื้องต้น โปรแกรมควบคุม Dxdrive
   หลังจากที่ท่านได้ทำการติดตั้งไดร์เวอร์ และลงโปรแกรมจนสามารถเชื่อมต่อคอมพิวเตอรกับตัว Dxdrive ได้แล้ว ต่อไปนี้จะเป็นการสาธิตวิธีการใช้งานโปรแกรมควบคุมแบบเบื้องต้น

1. ทำการคลิกที่ไอค่อนโลโก้ AJ ที่หน้าเดสทอป เพื่อเข้าสู่โปรแกรม จะเห็น หน้าตาโปรแกรมดังรูปด้านล่าง

โดย: เจ้าบ้าน [9 ธ.ค. 53 18:07] ( IP A:58.11.62.214 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   2. คลิกเลือกที่รูป Dxdrive รุ่นที่ท่านต้องการใช้โปรแกรมเพื่อควบคุม ในที่นี้จะเลือกตัว Dxdrive480 เพื่อการสาธิต จะปรากฎหน้าต่างโปรแกรมควบคุมตามรูป

โดย: เจ้าบ้าน [9 ธ.ค. 53 18:09] ( IP A:58.11.62.214 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   การสาธิตในเบื้องต้น จะยังไม่ทำการคอนเนคโปรแกรม เข้ากับตัว Dxdrive แต่จะอธิบายถึงปุ่มควบคุมต่าง ๆ ว่ามีวิธีการใช้งานอย่างไร

โดยจะเริ่มจากด้านซ้ายมือของหน้าต่างโปรแกรม ซึ่งเป็นด้านอินพุทของ Dxdrive480 ท่านจะเห็นว่าจะมีอินพุทอยู่ทั้งหมด 4 อินพุทคือ CH.A B C และ D และในแต่ละอินพุท จะมีปุ่มสั่งงานอยู่ 5 ปุ่มดังนี้

- ปุ่ม On/Mute ใช้เพื่อกำหนดให้อินพุทเปิดหรือปิด โดยคลิกที่ปุ่มนี้แต่ละครั้ง ก็จะเปลี่ยนสถานะจาก On เป็น Mute หรือจาก Mute เป็น On ดังรูป

โดย: เจ้าบ้าน [9 ธ.ค. 53 19:23] ( IP A:58.11.62.214 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   - ปุ่ม Gain ใช้เพื่อกำหนดค่า Level ของสัญญาณอินพุท ซึ่งปกติจะกำหนดไว้ที่ 0dB เมื่อท่านคลิกปุ่มนี้โปรแกรมจะเปิดหน้าต่างย่อยขึ้นมาเพื่อให้กำหนดค่า Level ดังรูป

โดย: เจ้าบ้าน [9 ธ.ค. 53 19:31] ( IP A:58.11.62.214 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ในหน้าต่างย่อยนี้ ยังมีฟังก์ชั่นในการกำหนด Group ให้กับแต่ละอินพุทโดยใช้เม้าท์คลิกเลือก Group ให้แต่ละ CH เพื่อที่เวลาเราทำการปรับค่าพารามิเตอร์ต่าง ๆ ของ Ch หนึ่ง Ch ใดในแต่ละกรุ๊ป Ch ที่อยู่ใน Group เดียวกันจะปรับค่าพารามิเตอร์ตามไปด้วย

โดยในที่นี้ผมจะลองกำหนดอินพุท CH A กับ CH B เป็น Group 1 และ CH C กับ CH D เป็น Group 2 ดังรูป

โดย: เจ้าบ้าน [9 ธ.ค. 53 19:38] ( IP A:58.11.62.214 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ลองคลิกทำการปรับ Level ของอินพุท CH A ลงมาอยู่ที่ -1dB ท่านจะเห็นว่า Level ของอินพุท CH B จะลดลงมาอยู่ที่ -1dB ด้วยโดยอัตโนมัติ เพราะอยู่ใน Group เดียวกัน

โดย: เจ้าบ้าน [9 ธ.ค. 53 19:43] ( IP A:58.11.62.214 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   - ปุ่ม POL (POLARITY) เป็นปุ่มคำสั่งเพื่อกำหนดเฟสให้กับสัญญาณเสียงที่เข้ามาที่แต่ละอินพุท ว่าจะให้เป็นเฟสบวก (POL +) หรือ เฟสลบ (POL -) โดยการคลิกเลือก เป็น + หรือ -

ปุ่มนี้ใช้สำหรับทำการลองกลับเฟสสัญญาณเพื่อเช็คดูว่าระบบต่อพ่วงของเราที่ต่อเอาไว้เฟสถูกต้องหรือไม่ โดยค่าปกติจะอยู่ที่เฟสบวก (POL +)

โดย: เจ้าบ้าน [9 ธ.ค. 53 20:32] ( IP A:58.11.62.214 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   - ปุ่ม Delay ใช้กำหนดค่า Delay time ให้กับสัญญาณของอินพุท เมื่อทำการคลิกปุ่มนี้ โปรแกรมจะขึ้นหน้าต่างย่อยให้เพื่อทำการกำหนดค่า Delay time ตามรูป

** ปกติเราจะไม่ทำ Delay time ให้กับอินพุท ยกเว้นในกรณีที่เราทำลำโพงต่อระยะแล้วนำเอาคอนโทรลเลอร์ไปไว้ที่ตำแหน่งของลำโพงต่อระยะ

โดย: เจ้าบ้าน [9 ธ.ค. 53 20:41] ( IP A:58.11.62.214 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   - ปุ่ม EQ เป็นปุ่มคำสั่งในการกำหนดค่า EQ ให้กับอินพุท ซึ่งตัว EQโปรแกรมจะเป็นแบบ PEQ 6 BAND ในแต่ละอินพุทแยกกันอิสระ เมื่อคลิกที่ปุ่มนี้โปรแกรมจะขึ้นหน้าต่างย่อยขึ้นมา เพื่อให้กำหนดค่าพารามิเตอร์ดังรูป

ให้ลองคลิกกำหนดค่า EQ ตามรูป ท่านจะเห็นว่า กราฟเส้นสัญญาณ ได้เปลี่ยนแปลงไปเช่นไร ? เสร็จแล้วลองกำหนดค่าเองเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของเส้นกราฟสัญญาณ ท่านก็จะเข้าใจยิ่งขึ้น

โดย: เจ้าบ้าน [9 ธ.ค. 53 21:19] ( IP A:58.11.62.214 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   จบช่วงแรก สำหรับปุ่มคำสั่งทางด้านอินพุท ผมจะพยายามหาเวลามาโพสสาธิตการทำงานของโปรแกรมควบคุมต่อในวันพรุ่งนี้ครับ

ในช่วงต่อไปจะเป็นปุ่มคำสั่งทางด้านเอ้าท์พุท ซึ่งหากเป็นไปได้จะพยายามให้จบภายในวัน สองวันนี้ครับ ต้องขออภัยหากล่าช้าไปบ้าง

ขอบคุณครับทุกท่านที่สนใจ และสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ AUDIO JOCKEY ไปใช้งาน

A&J ชื่อนี้คุณมั่นใจ

โดย: เจ้าบ้าน [9 ธ.ค. 53 21:26] ( IP A:58.11.62.214 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   ในช่วงที่ 2 นี้ เราจะมาเริ่มทำความรู้จักกับปุ่มควบคุมต่าง ๆ ของตัวโปรแกรมทางซีกขวากันครับซึ่งเป็นส่วนควบคุมของเอ้าท์พุท ท่านจะเห็นว่ามีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 8 เอ้าท์พุท โดยเราจะเริ่มทำความเข้าใจไปทีละปุ่มคำสั่งดังนี้

- Mixer เป็นปุ่มคำสั่งสำหรับกำหนดต้นแหล่ง (Source) ของสัญญาณที่จะมาออกที่แต่ละเอ้าท์พุท ซึ่ง Dxdrive480 จะมีต้นแหล่งสัญญาณอยู่ด้วยกันทั้งหมด 4 อินพุท โดยเราสามารถกำหนดได้อย่างอิสระว่าจะให้อินพุทไหนไปออกที่เอ้าท์พุทไหนตามที่เราต้องการ

เมื่อเราทำการคลิกที่ปุ่มคำสั่งนี้โปรแกรมจะแสดงหน้าต่างย่อยขึ้นมาเพื่อให้เราทำการกำหนดค่า ด้วยการคลิกเลือกเครื่องหมายถูก หรือ ผิด ดังที่ผมแสดงในรูปเป็นการสาธิตโดยกำหนดให้ เอ้าท์พุท CH 1, 2, 3, และ 4 มาจากอินพุท CH A และเอ้าท์พุท CH 5, 6, 7 และ 8 มาจากอินพุท CH B เพื่อทำระบบเสียงแบบ 4 ทาง

ซึ่งเมื่อเราทำการกำหนดค่าในหน้าต่างย่อยแล้ว ตัวหน้าต่างหลักก็จะแสดงเส้นเชื่อมโยงระหว่างอินพุท และเอ้าท์พุทให้เราเห็นไปพร้อมกันด้วย

โดย: เจ้าบ้าน [10 ธ.ค. 53 11:00] ( IP A:58.9.215.61 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   - Gain เป็นปุ่มคำสั่งสำหรับกำหนดระดับ Level ของสัญญาณที่จะไปออกในแต่ละเอ้าท์พุท โดยค่าที่ควรจะเป็นนั้นขึ้นอยู่กับว่าเอ้าท์พุทนั้นถูกกำหนดโดยปุ่มคำสั่ง XOver ให้เป็นย่านความถี่อะไร ? ซึ่งจะต้องพิจารณาประกอบกับค่าความไว(Sensitivity) ของดอกลำโพงที่เราใช้ในระบบเพื่อทำการกำหนดค่าที่ควรจะเป็น

เมื่อเราทำการคลิกที่ปุ่มคำสั่งโปรแกรมจะแสดงหน้าต่างย่อยขึ้นมาเพื่อให้เรากำหนดค่าของ Level สัญญาณ พร้อมกับมีฟังก์ชั่นย่อยในการกำหนด Group ให้กับแต่ละเอ้าท์พุทด้วย โดยก่อนที่เราจะทำการปรับค่า Level ของสัญญาณ ให้เราทำการกำหนด Group ของแต่ละเอ้าท์พุทให้เรียบร้อยเสียก่อน

ผมจะสาธิตการกำหนด Group และ Gain ในระบบเสียงแบบ 4 ทาง โดยกำหนดให้เอ้าท์พุท 1, 2, 3 และ 4 เป็น Low, Midlow, Mid และ High (ซ้าย) ตามลำดับ ส่วน 5, 6, 7 และ 8 เป็น Low, Midlow, Mid และ High (ขวา) ตามลำดับ

โดยกำหนดให้ Low มี Level อยู่ที่ 0dB, Mid Low -2dB, Mid -6dB และ High -10dB ตามลำดับ

โดย: เจ้าบ้าน [10 ธ.ค. 53 11:40] ( IP A:58.9.215.61 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   - POL เป็นปุ่มคำสั่งในการกำหนดเฟสสัญญาณว่าจะให้เป็นเฟส + หรือ - ผมจะไม่อธิบายเพิ่มเติมเนื่องจากได้อธิบายหน้าที่และการใช้งานไปแล้วในช่วงที่ 1 (ให้ลองย้อนกลับไปอ่านอีกครั้ง)
โดย: เจ้าบ้าน [10 ธ.ค. 53 11:57] ( IP A:58.9.215.61 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   - Delay ใช้กำหนดค่า Delay time ให้กับสัญญาณของแต่ละเอ้าท์พุท โดยค่าที่ควรจะเป็นนั้นขึ้นอยู่กับว่าเอ้าท์พุทนั้นถูกกำหนดโดยปุ่มคำสั่ง XOver ให้เป็นย่านความถี่อะไร ? ซึ่งจะต้องพิจารณาประกอบกับตำแหน่งการวางตู้ลำโพง และสูตรของตู้ลำโพงที่เราใช้ในระบบเพื่อทำการกำหนดค่าที่ควรจะเป็น ตลอดจนการ Delay จากการส่งผ่านสัญญาณออกจากตัวคอนโทรลเลอร์เอง (ซึ่งรายละเอียดในเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องอธิบายกันยาวมาก จึงจะยังไม่ขออธิบายในที่นี้ก่อน)

เมื่อทำการคลิกปุ่มนี้ โปรแกรมจะขึ้นหน้าต่างย่อยให้เพื่อทำการกำหนดค่า Delay time โดยระบบทั่วๆ ไปเอ้าท์พุทที่เป็นความถี่ย่าน Low มักจะถูกกำหนดค่า Delay time เป็นตัวตั้ง คือที่ค่า 0

ตามรูปด้านล่างผมจะสาธิตการกำหนดค่า Delay time ให้กับระบบเสียงแบบ 4 ทาง โดยที่เอ้าท์พุท 1 + 5 เป็นความถี่ Low, 2 + 6 เป็น Mid Low, 3 + 7 เป็น Mid และ 4 + 8 เป็น High เหมือนระบบที่ได้ทำการสาธิตไปในคำสั่งก่อนหน้านี้

โดย: เจ้าบ้าน [10 ธ.ค. 53 14:02] ( IP A:58.9.215.61 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   - EQ เป็นปุ่มคำสั่งในการกำหนดค่า EQ ให้กับแต่ละเอ้าท์พุท ซึ่ง EQ ของตัวโปรแกรมจะเป็นแบบ PEQ 6 BAND ในแต่ละเอ้าท์พุทแยกกันอิสระ

โดยเมื่อคลิกที่ปุ่มนี้โปรแกรมจะขึ้นหน้าต่างย่อยขึ้นมา เพื่อให้เรากำหนดค่าพารามิเตอร์ต่าง ๆ เหมือนกับ EQ ของอินพุทที่ได้เคยสาธิตการใช้งานไปในช่วงที่ 1 ให้ท่านคลิกเรียกคำสั่งขึ้นมาลองปรับดูตามรูปด้านล่างครับ และเพื่อความเข้าใจมากยิ่งขึ้นลองกำหนดค่าเองแล้วปรับเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของเส้นกราฟความถี่ที่โชว์อยู่ในหน้าต่างโปรแกรมหลัก

โดย: เจ้าบ้าน [10 ธ.ค. 53 14:22] ( IP A:58.9.215.61 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   - XOVER ปุ่มคำสั่งซึ่งเป็นหัวใจหลักในการทำงานของตัวคอนโทรลเลอร์ ซึ่งตัว Dxdirve สามารถปรับตั้งค่า XOVER ได้อย่างอิสระในทุกเอ้าท์พุท จึงสะดวกและให้ความคล่องตัวสูงในการทำงาน

การปรับตั้ง XOVER นั้นนอกจากค่าความถี่ที่จะตั้งค่าแล้ว เรายังต้องมาทำความเข้าใจในเรื่องของวงจรความลาดชันด้วย และเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นผมจะสาธิตวิธีการปรับตั้งและให้ข้อสังเกตุไปด้วยเพื่อความชัดเจน

1. ให้ท่านคลิกที่ปุ่มคำสั่ง XOVER โปรแกรมจะแสดงหน้าต่างย่อยขึ้นมา
2. ที่เอ้าทพุท 1 ซึ่งในคำสั่งก่อนหน้านั้นเรากำหนดให้เป็นเอ้าท์พุทของความถี่ย่าน LOW ไว้ ทีนี้เราจะลองกำหนดค่า XOVER ให้เอ้าท์พุท 1 เป็นย่าน LOW โดยกำหนดความถี่เริ่มต้นที่ 30Hz ค่าความลาดชันแบบ BTWorth 12dB และความถี่สิ้นสุดที่ 80Hz ค่าความลาดชันแบบ BTWorth 12dB ตามรูป (ให้สังเกตุเส้นกราฟของช่วงความถี่ที่ได้และความลาดชันของเส้น)

โดย: เจ้าบ้าน [11 ธ.ค. 53 11:52] ( IP A:58.9.68.2 X: )
ความคิดเห็นที่ 17
   3. ลองปรับค่าความลาดชันเป็นแบบ BTWorth 18dB โดยคงค่าความถี่ไว้เช่นเดิม แล้วดูเส้นกราฟที่ได้ ท่านจะเห็นได้ว่าเส้นกราฟที่ได้จะมีความลาดชันที่สูงขึ้นทั้ง 2 ด้าน ตามรูป

โดย: เจ้าบ้าน [11 ธ.ค. 53 12:30] ( IP A:58.9.68.2 X: )
ความคิดเห็นที่ 18
   4. ให้ท่านลองปรับเปลี่ยนรูปแบบของความลาดชัน ซึ่งมีอยู่ 3 รูปแบบคือ

- L_R (Linkwitz-Riley)
- Bessel
- BTWorth (Butterworth)

และทั้ง 3 รูปแบบยังมีค่าความลาดชันตั้งแต่ 12, 18, 24 และ 48dB ให้เลือกใช้งาน เพื่อดูความเปลี่ยนแปลงของเส้นกราฟความถี่ที่ได้ ซึ่งเส้นกราฟความถี่ที่เปลี่ยนแปลงไปตามรูปแบบของความลาดชันก็จะส่งผลให้โทนเสียงที่ได้จากตู้ลำโพงแตกต่างกันไปด้วย ถึงเราจะกำหนดจุดตัดค่าความถี่เดียวกันก็ตาม

นี่จึงเป็นจุดเด่นและความแตกต่างระหว่างครอสแบบอนาล็อกเดิม ๆ ที่เรา ๆ ท่าน ๆ ใช้กันอยู่ เมื่อเทียบกับครอสแบบดิจิตอลในตัวคอนโทรลเลอร์ ส่วนค่าความความถี่เท่าใดและรูปแบบของความลาดชันแบบไหนที่เหมาะสมกับตู้ลำโพงของท่านนั้น คงต้องต่อคอนโทรลเลอร์เข้ากับระบบแล้วทดลองปรับจนได้เสียงที่เราต้องการครับ

โดย: เจ้าบ้าน [11 ธ.ค. 53 13:13] ( IP A:58.9.68.2 X: )
ความคิดเห็นที่ 19
   ให้ท่านสังเกตุดูที่เอ้าท์พุท CH 5 ที่เราทำ Group ไว้เป็น Group 1 เช่นเดียวกับเอ้าท์พุท CH 1 ค่าพารามิเตอร์ของความถี่ และรูปแบบความลาดชันจะเปลี่ยนตามเอ้าท์พุท CH 1 ไปด้วย ตามรูปด้านล่าง

** หมายเหตุ รูปในข้อ 2, 3 และ 4 ที่เห็นค่าพารามิเตอร์ของเอ้าท์พุท CH 5 ไม่เปลี่ยนแปลง เพราะผมลืมไม่ได้ทำ Group เอาไว้ครับ

โดย: เจ้าบ้าน [11 ธ.ค. 53 13:28] ( IP A:58.9.68.2 X: )
ความคิดเห็นที่ 20
   ต่อไปเราจะมาลองตั้งค่า XOVER ของเอ้าทพุท CH 2 ซึ่งก่อนหน้านั้นเราเคยกำหนดให้เป็นเอ้าท์พุทของเสียงย่าน MID LOW ลองปรับตั้งค่าตามรูปด้านล่าง แล้วสังเกตุดูเส้นกราฟของสัญญาณเสียง

โดย: เจ้าบ้าน [11 ธ.ค. 53 13:38] ( IP A:58.9.68.2 X: )
ความคิดเห็นที่ 21
   ขั้นต่อไปเราจะมาลองตั้งค่า XOVER ของเอ้าทพุท CH 3 ซึ่งก่อนหน้านั้นเราเคยกำหนดให้เป็นเอ้าท์พุทของเสียงย่าน MID ลองปรับตั้งค่าตามรูปด้านล่าง แล้วสังเกตุดูเส้นกราฟของสัญญาณเสียง

โดย: เจ้าบ้าน [11 ธ.ค. 53 14:23] ( IP A:58.9.68.2 X: )
ความคิดเห็นที่ 22
   และสุดท้ายเราจะมาลองตั้งค่า XOVER ของเอ้าทพุท CH 4 ซึ่งก่อนหน้านั้นเราเคยกำหนดให้เป็นเอ้าท์พุทของเสียงย่าน HIGH ลองปรับตั้งค่าตามรูปด้านล่าง แล้วสังเกตุดูเส้นกราฟของสัญญาณเสียง

โดย: เจ้าบ้าน [11 ธ.ค. 53 14:24] ( IP A:58.9.68.2 X: )
ความคิดเห็นที่ 23
    มาถึงตรงนี้เราก็ได้ทดลองทำการตั้งค่าให้กับระบบเสียงในรูปแบบ 4 ทางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (เป็นแค่ตัวอย่างสมมุตินะครับ) ซึ่งในความเป็นจริงค่าพารามิเตอร์ต่าง ๆ จะเป็นเช่นไรนั้น ก็ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ต่าง ๆ ในระบบเสียงที่มีเราอยู่โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ ตู้ลำโพง กับ เพาเวอร์แอมป์

หลาย ๆ ท่านเคยโทรมาสอบถามผมว่า แล้วมันมีค่าพารามิเตอร์แบบสูตรสำเร็จเลยมั้ย ก็ขอถือโอกาสตอบ ณ.ที่ตรงนี้ว่า มี ครับ แต่เป็นสูตรสำเร็จโดยมีข้อกำหนดในเรื่องของยี่ห้อ + รุ่นของตู้ลำโพงและแอมป์ที่ใช้ ซึ่งในความเป็นจริงจะมีซักกี่ท่านที่มีอุปกรณ์เหล่านั้นใช้งานอยู่
โดย: เจ้าบ้าน [11 ธ.ค. 53 14:33] ( IP A:58.9.68.2 X: )
ความคิดเห็นที่ 24
   - Limit เป็นปุ่มคำสั่งที่ใช้กำหนดค่าความแรงสูงสุดของสัญญาณเสียงที่จะสามารถผ่านออกไปในแต่ละเอ้าท์พุท โดยเมื่อใดที่ระดับสัญญาณเสียงขึ้นสูงถึงค่าที่ตั้งไว้ ตัวคอนโทรลเลอร์จะทำการควบคุม (limter) ให้ระดับสัญญาณเสียงไม่เกินจากค่าที่เราตั้ง

เมื่อเราทำการคลิกที่ปุ่ม Limit โปรแกรมจะแสดงหน้าต่างย่อยขึ้นมาให้ทำการตั้งค่า โดยจะมีค่าพารามิเตอร์ย่อยทั้งหมด 3 ค่าคือ

1. Threshold หน่วยเป็นระดับความแรงสัญญาณ dBu
2. Attack หน่วยเป็นคาบเวลา Ms
3. Release หน่วยเป็นตัวคูณของคาบเวลา

วิธีการตั้งค่า Limiter ในคอลโทรลเลอร์ก็เหมือนกับการตั้งค่า Limiter แบบอนาล็อกทั่วไป จึงจะไม่ขออธิบายเพิ่มเติมในที่นี้

โดย: เจ้าบ้าน [12 ธ.ค. 53 14:29] ( IP A:58.9.250.159 X: )
ความคิดเห็นที่ 25
   - On/Mute ใช้เพื่อกำหนดให้แต่ละเอ้าท์พุทเปิดหรือปิด โดยคลิกที่ปุ่มนี้แต่ละครั้ง ก็จะเปลี่ยนสถานะจาก On เป็น Mute หรือจาก Mute เป็น On ดังรูป

โดย: เจ้าบ้าน [12 ธ.ค. 53 14:40] ( IP A:58.9.250.159 X: )
ความคิดเห็นที่ 26
    ผมขอจบการสาธิตในช่วงที่ 2 เกี่ยวกับปุ่มคำสั่งต่าง ๆ ทางด้านเอ้าท์พุท อยากให้ท่านลองทบทวนและลองตั้งค่าต่าง ๆ ดูตามที่ผมได้ทำการสาธิตไว้เพื่อทำความเข้าใจให้มากยิ่งขึ้น ก่อนที่จะไปในช่วงที่ 3 เกี่ยวกับคำสั่งอื่น ๆ ครับ

ขอขอบคุณทุกท่านที่ได้อุดหนุนผลิตภัณฑ์ AUDIO JOCKEY Dxdrive260 & 480 ไปใช้ในระบบเสียงของท่าน

ด้วยความขอบคุณ

สมโภช


โดย: เจ้าบ้าน [12 ธ.ค. 53 14:49] ( IP A:58.9.250.159 X: )
ความคิดเห็นที่ 27
    สำหรับบางท่านที่ยังไม่มี Manual ฉบับภาษาไทย Download ได้จากลิงค์ด้านล่างนี้ครับ

https://upload.one2car.com/download/download.aspx?pku=153F0D7DF8DAQZ1H9JHLPWKPTAVQRF
โดย: เจ้าบ้าน [12 ธ.ค. 53 18:01] ( IP A:58.9.250.159 X: )
ความคิดเห็นที่ 28
   ในช่วงที่ 3 นี้ผมจะมาสาธิตการใช้งานปุ่มคำสั่งที่เหลือด้านล่างของหน้าต่างโปรแกรมหลักอีก 9 ปุ่มซึ่งประกอบด้วยปุ่มคำสั่งดังนี้
1. Connection
2. Program
3. Ch setup
4. Signal gen
5. Copy
6. All Program
7. Password
8. Data Display
9. Device

โดย: เจ้าบ้าน [13 ธ.ค. 53 19:24] ( IP A:115.87.166.1 X: )
ความคิดเห็นที่ 29
   ผมจะเริ่มจากปุ่มคำสั่งที่ 3 ก่อน โดยปุ่มคำสั่งที่ 1 และ จะเก็บไว้ท้ายสุด

- ปุ่ม Ch Setup มีไว้สำหรับทำการกำหนดชื่อแต่ละอินพุท และเอาท์พุทเพื่อให้แสดงชื่อที่เราต้องการในหน้าต่างโปรแกรมหลัก โดยเมื่อคลิกที่ปุ่มคำสั่งนี้ โปรแกรมจะแสดงหน้าต่างย่อยขึ้นมาเพื่อให้เรากำหนดชื่อดังรูป

โดย: เจ้าบ้าน [13 ธ.ค. 53 19:35] ( IP A:115.87.166.1 X: )
ความคิดเห็นที่ 30
   จะเห็นได้ว่าชื่อของแต่ละอินพุทและเอ้าท์พุท ที่แสดงอยู่ในหน้าต่างย่อยจะเป็นชื่อเดียวกับในหน้าต่างหลัก เราจะมาลองกำหนดชื่อให้กับแต่ละอินพุทและเอ้าท์พุทเพื่อให้สอดคล้องกับการสาธิตก่อนหน้านี้โดยกำหนดให้

อินพุท
CHA เป็น Left
CHB เป็น Right

เอ้าท์พุท
CH1 เป็น Low L
CH2 เป็น MLow L
CH3 เป็น Mid L
CH4 เป็น High L
CH5 เป็น Low R
CH6 เป็น MLow R
CH7 เป็น Mid R
CH8 เป็น High R

เมื่อเรากำหนดเสร็จ ชื่อของแต่ละอินพุทและเอ้าท์พุทในหน้าต่างหลักก็จะเปลี่ยนไปเป็นชื่อตามที่เรากำหนดดังรูป

โดย: เจ้าบ้าน [13 ธ.ค. 53 19:43] ( IP A:115.87.166.1 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน