จากการที่ผมได้เสนอเเนวคิดเกี่ยวกับความเเต
    จากการที่ผมได้เสนอเเนวคิดเกี่ยวกับความเเตกต่างของการเล่นบอนไซในจีนเเละญี่ปุ่นจนเกิดการเเตกยอดทางความคิดเชิญชวน
เเสดงความคิดเห้นเกี่ยวกับการเล่นบอนไซในเเบบของไทย ต้องขอกล่าวก่อนว่าโดยส่วนตัวไม่ได้เห็นเเย้งหรือมองในเชิงลบของการเลี้ยงบอนไซในเเบบเดิม เเต่ต้องการชี้ชวนให้ท่านผู้รู้ได้เสนอเเง่มุมที่หลากหลายเกี่ยวกับการเล่นบอนไซเเละต้องการนำเสนอข้อมูลจากการที่ผมได้อ่านเเละค้นคว้าในเเง่ประวัติศาสตร์เท่านั้น
ในประการเเรกเราได้พบหลักฐานว่าทั้งจีนเเละญี่ปุ่นเข้ามามีปฎิสัมพันธ์กับดินเเดนที่เรียกว่าไทยในปัจจุบันมาเเต่โบราณอย่างน้อยปรากฎหลักฐานในสมัยสุโขทัย(ความเกี่ยวข้องกับจีน)เเละทวีความเข้มข้นในราวกรุงศรีอยุธยาตอนปลายต่อต้นกรุงรัตนโกสินทร์โดยเฉพาะวรรณกรรมขุนช้างขุนเเผนได้พรรณนาบรรยายเกี่ยวกับไม้ดัดเเบบไทยไว้บ้าง(ราวรัชการที่2ต่อรัชการที่3) หลักฐานบางอย่างปรากฎในภาพสลักรูปไม้ดัด บนอับเฉาประดับที่ลานวัดพระเชตุพน(วัดโพธิ)
เเละในโคลงดั้นการปฎิสังขรณ์วัดพระเชตุพน(พระสมณะเจ้า กรมวชิรญาณวโรรส สมัยรัชการที่2 องค์นิพนธ์)ก็ได้บรรยายเกี่ยวกับอับเฉารูปสลักเเบบจีนต่างๆเเละไม้ดัดที่ปลูกประดับพระอารามหลวง ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าอาจเป็นต้นเค้าของการเล่นไม้ดัดไทยซึ่งได้เเนวความคิดทางฝายจีน พร้อมๆกับศิลปะเเขนงอื่นๆอาทิ งานสถาปัตยกรรมเเบบพระราชนิยมในสมัยรัชกาลที่3 มาผสมผสานเเบบไทยประเพณี งานจิตรกรรม เเละงานปราณีตศิลป์เเขนงต่างๆ ส่วนการเล่นไม้ดัดเเบบญี่ปุ่น(บอนไซ)คงมาทีหลังข้างจีน เเละเป็นที่น่าสังเกตุว่าช่วงรัชการที่5ในยุคการล่าอาณานิคมได้เกิดการรับอิทธิพลการประดับสถานที่ด้วยไม้ดัดเเละไม้ยืนต้นตามเเบบยุโรปเช่นในพระบรมมหาราชวังเเละถนนสำคัญในเขตพระนคร เเต่อย่างไรก็ตามการเล่นไม้ดัดเเละบอนไซก็เป็นที่นิยมโดยเฉพาะกลุ่มเจ้านายเเละขุนนางชั้นสูง มีการประกวดไม้ดัดเเละเครื่องถ้วยทั้งจีนเเละยุโรป(ข้อมูลจาก"ตำนานเครื่องโต๊ะเเละถวยปั้น" พระราชนิพนธ์ในสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ)ส่วนที่มาของการเล่นบอนไซนั้นยังหาที่มาได้ไม่ชัดเจนนัก
ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นการเสนอข้อมูลในเเง่ประวัติศาสตร์ศิลปะว่าการเล่นไม้เเคระ ไม้ดัด หรือบอนไซก็น่าจะเป็นเรื่องเดียวกันเพียงเเต่เรียกให้ต่างกันตามรูปเเบบเเละให้เกิดภาษาเฉพาะกลุ่มขึ้น ส่วนทางยุโรปปรากฎหลักฐานว่ามีความนิยมเล่นบอนไซเมื่อไม่นานมานี้เอง โดยเริ่มเเรกเกิดจากการจัดนิทรรศการเเสดงบอนไซ ในกีฬาโอลิมปิคที่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพจนเกิดความเเพร่หลายในยุโรปนั่นเอง เเต่ยังเป็นที่น่าสังเกตว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่การเลี้ยงไม้เเคระเเบบจีนน่าจะเเพร่
หลายในยุโรปก่อนญี่ปุ่นเพราะปรากฎความนิยมเครื่องลายครามของจีนในราวพระเจ้าหลุยส์ที่14 ปรากฎหลักฐานเด่นชัดบนงานจิตรกรรมภาพสีน้ำมันที่เขียนขึ้นไนยุคนั้น
เรื่องราวข้างต้นสะท้อนให้เห้นว่าวัฒนธรรมไทยนั้นมีความหลากหลายในเรื่องเเรงบันดาลใจทางศิลปะ เเละการเล่นไม้เเคระหรือบอนไซของไทยคงเกิดจากผลพวงของการส่งอิทธิพลทางศิลปะเหล่านี้ไม่มากก็น้อย อย่างไรก็ตามที่มาของการเล่นบอนไซไทยนั้นคงต้องค้นคว้าศึกษากันต่อไปรวมทั้งประวัติการเล่นบอนไซในเเหล่งต่างถิ่นอันจะสร้างความเข้าใจถึงที่มามากยิ่งขึ้น
(โดย นักเรียนประวัติศาสตร์ศิลปะ)

โดย: lannaera@hotmail.com [28 มี.ค. 48 17:09] ( IP A:61.91.116.246 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   เป็นความรู้รอบตัวผมอีกแล้วขอบคุณครับ...
โดย: ดำเมืองช้าง [29 มี.ค. 48 5:22] ( IP A:203.151.140.113 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
    ผมลืมบอกไปว่า เรื่องการจัดชุดศิลป์ก็ปรากฎหลักฐานเป็นงานจิตรกรรมในช่วงรัชกาลที่๓ เป็นรูปไม้ดัดขนาดเล็กวางประดับพร้อมกับภาพสัญลักษณ์มงคลจีนอื่นๆ อาทิ ผลทับทิม ม้วนคัมภีร์ เเจกันดอกไม้ เป็นต้น หาดูตัวอย่างได้ที่ งานจิตรกรรมประดับภายในพระอุโบสถ วัดนางนองเขตธนบุรี จิตรกรรมประดับหอไตรวัดโมฬีโลก(วัดท้ายตลาด) พระอุโบสถวัดสุทัศน์ เป็นต้น เเละยังได้เห็นรูปเเบบกี๋ร)เเบบต่างๆที่ปรากฎในยุคนั้น
ข้อมูลข้างต้นที่เอามาเเทรกก็เพื่อชี้ให้เห็นว่าการเลี้ยงต้นไม้ในกระถางขนาดเล็กเเละวางประดับบนโต๊ะ หรือกี๋ นั้นก็มีหลักฐาน
ปรากฎอยู่ เพราะในช่วงรัชกาลที่๒ เเละ๓นั้นจีนมีอิทธิพลมากต่อภูมิภาคอุษาอาคเนย์เพราะราชวงศ์ชิงมีอำนาจมาก พูดให้ง่ายๆก็คือสมัยนั้นอะไรที่เป็นสินค้ายอดฮิตก็ต้องมาจากจีน ผ้าเเพรจีน เครื่องปั้นดินเผา ประเภทโอ่งเเละอ่างมังกรก็สั่งเข้ามา รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์จีน ถ้าใครอยากดูต้นเเบบโอ่งมังกรที่ใช้กันเเพร่หลายของทางราชบุรีก็ให้ไปดูที่ รอบพระอุโบสถวัดโพธิ หมู่กุฎิสงฆ์วัดโสมนัส วัดราชนัดดาเป้นต้น
บางทีพบว่าลายที่ปรากฎบนอ่างมังกรหรืออ่างบัวเหล่านี้ มีการเลียนเเบบลายที่เขียนบนเครื่องกังไสรูปทิวทัศน์จีนมีรูปต้นไม้สวยๆเเบบไม้ดัดวางเเทรกสลับกับเนินเขา(ข้อมูลบางส่วนจากการศึกษาสถาปัตยกรรมสมัย ร.๓เเละข้อมูลจากรายการสินค้าที่ไทยนำเข้าจากจีนในสมัยร๓)

โดย: lannaera@hotmail.com [29 มี.ค. 48 8:41] ( IP A:61.91.75.81 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   สุดยอด วิชาการจริงๆครับ
ได้รับความรู้มาก อ่านสนุกด้วยครับ
วันหลังผมจะหาข้อมูลวิชาการมา post มั่ง
ขอบคุณครับ
โดย: Mz5 (ปู พานควาย, วิดวะคอม) [29 มี.ค. 48 16:04] ( IP A:65.110.6.34 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ขอบคุณครับ
โดย: ทรงกลด [30 มี.ค. 48 21:54] ( IP A:210.203.181.179 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน