สนดำดูทรุดโทรม มาก
   ท่านผู้รู้รบกวนแนะนำการรักษาหน่อยครับ cry
1.ที่โคนใบมีอาการสีเหลืองและหลุดร่วง
2. การแตกใบใหม่ช้ามาก
ขอบคุณครับ
หลักชัย ลำลูกกา 10
โดย: lakchai_s@hotmail.com [27 มิ.ย. 56 20:04] ( IP A:110.169.185.74 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 2
   ผมก็เล็งอยากลองเลี้ยงเหมือนกันครับ แต่เคยได้ยินว่ามันเลี้ยงบ้านเราในเขตภาคกลางจะรอดยากอะครับ ขนาดสวนบอนไซใหญ่ๆบางสวนแถวราชบุรีเลี้ยงได้ไม่กี่ปีก็ไม่รอดครับ
โดย: สนใจเหมือนกันครับ [27 มิ.ย. 56 23:22] ( IP A:110.164.144.68 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   รากเน่าครับ

สวนบอนไซใหญ่ๆเลี้ยงไม่รอดเพราะหัวแข็งครับ ใช้ดินถูงปลูกยังไงก็ตาย ภาคกลางเลี้ยงได้แน่นอนครับ
โดย: อู๋ เชียงใหม่ [28 มิ.ย. 56 7:36] ( IP A:118.172.2.106 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   จริงอย่างคุณอู๋บอกครับ ผมใช้ดิน+ก้ามปูที่ผสมใส่ถุงขายจากไหนก็ตายบ้างถุงต้นไกรยังตายเลยบางต้นไม่ตายรากก็ไม่แตกใบอ่อนแสดงว่ารากไม่เดิน ของแบบนี้คนขายชอบ สนดำเลี้ยงง่ายไว้กลางแดดแต่ต้องมีสแลน2ชั้นช่วยน้ำอย่าขาดเช้าเย็น จะเขียวพุ่งมากและใบจะยาว
โดย: อจ [28 มิ.ย. 56 7:58] ( IP A:202.28.7.113 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   สวนบอนไซที่ราชบุรี ถ้าเป็นสวนเดียวกับที่ผมเคยไป เจ้าของไม่ได้รดน้ำเองใช้งานงานครับ
โดย: ริมกลอง [28 มิ.ย. 56 10:50] ( IP A:49.49.198.206 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   ขอโทษครับพิมผิด เค้าใช้คนงานรดน้ำครับ เจ้าของสวนอยุ่ กทม วันหยุดถึงจะมาราชบุรีครับ
โดย: ริมกลอง [28 มิ.ย. 56 10:52] ( IP A:49.49.198.206 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ขอบคุณคนตั้งคำถาม และขอบคุณมากกกับคำตอบของทุกท่าน เพราะผมกำลังสนใจ สน มาก
โดย: คน ท่าตะโก [28 มิ.ย. 56 13:29] ( IP A:202.29.177.90 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   ถ้าเข้าใจไม่ผิดพี่อู๋ และพี่ริมกลอง อยู่ภาคเหนือ แถวๆเชียงใหม่ใช่มั้ยครับ

พอจะมีพี่ๆที่อยู่ภาคกลางแล้วเลี้ยงรอดเกิน 5 ปี ให้อุ่นใจได้บ้างมั้ยครับ
โดย: สนใจสนเช่นกันครับ [28 มิ.ย. 56 15:31] ( IP A:115.67.4.238 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   ถ้าเข้าใจไม่ผิดพี่อู๋ และพี่ริมกลอง อยู่ภาคเหนือ แถวๆเชียงใหม่ใช่มั้ยครับ

พอจะมีพี่ๆที่อยู่ภาคกลางแล้วเลี้ยงรอดเกิน 5 ปี ให้อุ่นใจได้บ้างมั้ยครับ
โดย: สนใจสนเช่นกันครับ [28 มิ.ย. 56 15:32] ( IP A:115.67.4.238 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   ผมอยู่ราชบุรีครับ เลี้ยงสนดำ ชินปากุ เมเปิ้ล สนแดง ฮิโนกิ เกือบปีครับมชินปากุกับสนดำ ไม่ต้องสนใจไรมากทนแดดทนฝนบ้านเราสบาย ส่วนเมเปิ้ล ดูแดดนิดนึงหลบๆแดดหน่อน ที่ตายไปก็ มีฮิโนกิกับสนแดง ตอนนี้ได้ฮิโนกิต้นใหญ่กว่าที่ตายไปมาใหม่2ต้นและJapanese elm อีก2ต้น ถ้าถามว่าอะไรเลี้ยงได้ผมขอตอบว่าไม่รู้ครับ ดินและปุ๋ย อะไรที่ทำให้พวกเค้าอยุ่รอดได้ จัดไปครับ เริ่มแรกหาต้นเล็กๆมาลองก่อนครับ ตัดเล่นได้ตายไปจะได้ไม่เสียดาย ถ้าสนใจเรื่องสนโทรคุยกับพี่อู๋เลยครับสุดยอดแล้วคนนี้ ^^
โดย: ริมกลอง [28 มิ.ย. 56 16:14] ( IP A:49.49.198.206 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   ขอบคุณทุกคำตอบและทุกความเห็นครับ
หลักชัย ลำลูกกา 10
โดย: lakchai_s@hotmail.com [28 มิ.ย. 56 21:54] ( IP A:110.168.6.159 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   พี่ริมกลองครับ อยากชมรูปสนดำ กับเมเปิล ของพี่มากมาย พอจะลงให้ชมได้มั้ยครับ
โดย: รบขอชมคร้าบ [29 มิ.ย. 56 6:37] ( IP A:115.67.37.140 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   แต่คุณริมกลองก็ยังเลี้ยงไม่ถึง 5 ปี อยู่ดี แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าสนดำสามารถเลี้ยงในภาคกลางได้ละครับ ?
โดย: สงสัยครับ [29 มิ.ย. 56 12:36] ( IP A:49.231.103.82 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   น่าจะอ่าน คห10 ดีดีอีกรอบนะครับ
โดย: จะได้หายสงสัยครับ [29 มิ.ย. 56 17:39] ( IP A:203.113.113.212 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   สนดำเลี้ยงภาคกลางได้ไม่นานหรอกครับ นับเวลากลับบ้านเก่าได้เลย

ไม่งั้นต้องพวกคุณริมกลองต้องมีต้นที่เลี้ยงมาเกิน 5 ปี ในภาคกลาง มาโชว์กันแล้วครับ
โดย: เลี้ยงภาคกลางได้ไม่นานครับ [29 มิ.ย. 56 20:06] ( IP A:115.67.194.150 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   ที่สวนโคเอนนำเข้าสนดำมานานแล้วที่สวนเขาต้องมีต้นเอาเข้ามาเกินห้าปีแน่นอนครับ ผมว่าคุณขี่สงสัยน่ารองสอบถามทางสวนเขาดูนะครับ
โดย: Chang [29 มิ.ย. 56 21:42] ( IP A:171.7.86.192 X: )
ความคิดเห็นที่ 17
   ถ้าเล้ียงไม่ได้เจ้าของสวนเค้าคงไม่เอาเข้ามาครับต้นละเป็น แสน เลี้ยงไม่เกิน5ปีตายเค้าคงโดนลูกค้าตำนิแย่เลย คนที่จะกล้าซื้อไม้ราคาหลักแสนเค้าคงไม่ธรรมดา และคงไม่มีแค่ต้นเดียว สวนเค้าก็อยุ่ กทม ถ้าเกิดขายไม่ออกเกิน5ปีแล้วตาย เงินหายหลายแสนเจ้าของสวนเค้าคงไม่กล้านำเข้ามาจริงไหม ? เปิดโลกให้กว้างรับสิ่งใหม่ๆเข้ามา ควรศึกษาหรือสอบถามนิสัยของต้นไม้นั้นๆอย่างละเอียดจากผู้รู้จริง เลี้ยงภาคกลางได้แน่นอน!!! ลองดูนี่ครับ
http://www.bonsai-thailand.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=539324978
โดย: จะได้หายสงสัย [29 มิ.ย. 56 22:31] ( IP A:203.113.113.212 X: )
ความคิดเห็นที่ 18
   ลึกลับซับซ้อนซ่อนเงื่อน

ถ้ามีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ความจริงก็ต้องถูกบิดเป็นธรรมดา
โดย: Conflict of interest? [30 มิ.ย. 56 9:52] ( IP A:115.67.166.75 X: )
ความคิดเห็นที่ 19
   สงสัยมากก็ไม่ต้องเลี้ยงครับ ประหยัดตังค์ดีด้วย สำหรับคนที่เลี้ยงเฉยๆยังตายยิ่งไม่ต้องเลี้ยงครับ เพราะต่อไป decandling ยิ่งยากกว่าเลี้ยงให้รอดอีกครับ และยากมากด้วย
โดย: อู๋ เชียงใหม่ [30 มิ.ย. 56 9:55] ( IP A:118.172.174.45 X: )
ความคิดเห็นที่ 20
   ผมอยู่เชียงใหม่ครับ เลี้ยงสนมาเกิน 5 ปีแน่ๆ เริ่มจากซื้อblcak pineของคนจีนครับ อยู่ครบทุกต้นจนปัจจุบัน เนื่่องจากเพื่อนบ้านผมเป็นคนญี่ปุ่น แกก็มาช่วยเลี้ยงช่วยตัดแต่ง จนไปเที่ยวเนอสเซอรี่บอนไซที่ญี่ปุ่นกับแกเกือบทุกปีถ้ามีเวลาว่าง ขนไม้เมืองหนาวมาทุกชนิดมาทดลอง จนปัจจุบันผมมีสนที่หลายคนว่าเลี้ยงไม่รอดในเมืองไทยครบทุกชนิด และก็รอดผ่านหน้าร้อนมาได้ไม่มีปัญหา ปัญหาที่ส่วนใหญ่นำมาแล้วตายเท่าทีผมพบคือ เราไม่ค่อยศึกษาวิธีเลี้ยง สนแต่ละพันธฺุ์เลี้ยงและตัดแต่งไม่เหมือนกันเลย สนดำกับแดงใกล้เคียงกัน สนขาวไม่เหมือนเลย สนอื่นๆก็ต่างกันไป สนบางพันธุ์เช่นสนขาว ที่ญี่ปุ่นก็เลี้ยงยากกว่าสนดำครับ แต่มีข้อดีคือการตัดแต่งน้อยมาก แทบจะไม่ต้องยุ่งอะไรเค้ามาก แค่ตัดใบเก่าออกปีละครั้ง ไม่ต้องเด็ดยอดเพราะเด็ดแล้วตายแน่ แต่ก็มีข้อเสียคือไม่ทนทานเท่าสนดำ จึงมีการนำสนดำมาเป็นตอแล้วเสียบยอดด้วยสนขาวตั้งแต่เล็กๆ ทำให้เลี้ยงง่ายขึ้น วัสดุปลูกก็เหมือนกัน สนแต่ละพันธุ์วัสดุมีสัดส่วนต่างกันมากไม่เหมือนกันเลย ในญี่ปุ่นเองตอนเหนือ ตอนกลาง ตอนใต้ ก็ใช้วัสดุปลูกต่างกันตามอากาศครับ หน้าร้อนเค้าก็ร้อนตับแลบเหมือนกัน เค้ามีสแลนดึงปิดเวลาอากาศร้อนจัด พ่นละอองน้ำเพื่อลดอุณหภูมิด้วย ไม่ใช่ตั้งที่เดียวตลอดปีตลอดชาติ มีการเปลี่ยนที่ไปตามแดด ตามฤดู แต่สนเกือบทุกชนิดไม้ชอบน้ำแฉะรากจะเน่าตาย ชอบวัสดุปลูกที่โปร่งอากาศแทรกผ่านได้สะดวก แต่ก็ต้องกักความชื้นไว้ได้พอสมควร ผมเคยเสียสนขาวไปเพราะรากไปกระจุกแน่นอยู๋ที่รูระบาย กว่าจะตัดใจเปลี่ยนวัสดุปลูกก็โคม่าแล้ว ดึงขึ้นมาได้กลิ่นเน่าเลย เพราะบ้านเราฝนชุกและอากาศร้อนชื้นกว่า วัสดุปลูกเสื่่อมสภาพเร็วกว่าที่ญี่ปุ่น จึงต้องเปลี่ยนสัดส่วนใหม่ กว่าจะหาได้ลงตัวก็เสียของไม่หลายต้น ผมเห็นเถียงกันอยู่เลยขออนุญาตแบ่งประสบการณ์ส่วนตัวมาเล่าให้ฟัง ผมเป็นคนรักต้นไม้ครับ ไม่อยากเห็นต้นไม้ตาย จะถูกหรือแพงเราก็รัก มีเค้าแล้วก็ควรเลี้ยงเค้าให้ดีที่สุดครับ
โดย: ไพฑูรย์ [1 ก.ค. 56] ( IP A:118.172.48.54 X: )
ความคิดเห็นที่ 21
   White pine( Hiroshima white pine) ตอเป็น black pine สูง 75ซม.

โดย: ไพฑูรย์ [1 ก.ค. 56] ( IP A:118.172.48.54 X: )
ความคิดเห็นที่ 22
   ความรู้และประสบการณ์ของคุณไพฑูรย์มีประโยชน์มากเลยครับ อยากให้เอามาเล่าให้พวกเราฟังอีกอะครับ เพราะทุกวันนี้ยังขาดความรู้เรื่องสนทั้งสามชนิดอีกมากครับ
โดย: Chang [1 ก.ค. 56 8:37] ( IP A:115.67.195.139 X: )
ความคิดเห็นที่ 23
   มาถึงตรงนี้ผมจะรบกวนขอสัดส่วนดินปลูกหน่อยคับ
คือผมมีสนดำอยู่สองต้น และสนแดงอยู่สี่ต้น เพาะเม็ดเอง อายุได้ประมาณ สองปีละ
และสุดท้าย จะความรู้ เรื่องการแยกระหว่างสนแดง กับสนดำหน่อยคับ
คือพอนานวันเข้าผมชักจะลืมไปแ้ล้วว่าอันไหนแดง อันไหนดำ (มันเหมือนกันเลย)
โดย: aleef_idear [1 ก.ค. 56 9:30] ( IP A:115.87.77.9 X: )
ความคิดเห็นที่ 24
   คุณไพฑูรย์ ขอเบอร์ติดต่อ หรือ email ได้มั้ยครับ ถ้าได้ส่งมา email ผมก็ได้ครับ somjet.somjet@gmail.com
โดย: dipp (เจ้าบ้าน ) [1 ก.ค. 56 11:14] ( IP A:103.9.96.227 X: )
ความคิดเห็นที่ 25
   คุณไพฑูรย์ เป็นเจ้าของไม้ทั้งหมดในลิงค์ด้านล่างนี้รึเปล่าครับ ผมเห็นแต่ละต้นงามๆทุกต้นเลยครับแถมบางต้นเลี้ยงมานาน สุดยอดมากๆครับ เห็นแล้วนึกว่าสวนในยี่ปุ่น ขอบคุณสำหรับประสบการณ์ดีดีเอามาเล่าให้ฟังอีกนะครับ
http://www.pantown.com/board.php?id=2804&area=4&name=board8&topic=11362&action=view
โดย: ริมกลอง [1 ก.ค. 56 11:47] ( IP A:110.49.243.161 X: )
ความคิดเห็นที่ 26
   ครับรูปที่น้องประสิทธิ์ลงทั้งหมดเป็นของผมเอง ประสิทธิ์น่าจะเป็นพยานในการปลูกและเลี้ยงสนได้เป็นอย่างดี ผมเองก็ได้ความรู้จากน้องประสิทธิ์มากทีเดียว ผมวานให้แกช่วยตัดแต่งและเข้าลวดให้ เพราะน้องเค้าใจเย็นกว่าผมเยอะ ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญครับ แต่ผมเป็นนักทดลอง หนังสือฝรั่งหลายเล่มที่อ่านก็เขียนขัดแย้งกันเองก็มี สนแดงกับดำจำนวนใบเท่ากันครับ คือมีสองใบเป็นส่วนใหญ่ แต่บางช่อก็มีเกินบ้างไม่แปลก แต่สนแดงนั้นเปลือกลำต้นจะแดงกว่า ใบจะบางและอ่อนกว่าสนดำครับ เห็นบ่อยๆก็แยกได้เองครับ ผมอยู่กับสนมากกว่าภรรยาผมอีก จนเธอบ่นๆให้ผมไปนอนกับต้นไม้แทน สัดส่วนเครื่องปลูกนั้น ที่ผมใช่คำว่าเครื่องปลูกเพราะผมไม่ใช้ดินเลย ใช้อกาดามะกับทราบแม่น้ำเม็ดหยาบๆคมๆเท่านั้น อัตราส่วนนั้นมันเป็นเรื่องผกผันตามภูมิอากาศ สถานที่ตั้งของต้นไม้ และอุปนิสัยและวิธีการให้น้ำ เช่นทีญี่ปุ่นบริเวณที่อากาศติดลมมีหิมะตก จะใช้อากาดามะล้วนๆ หรือผสมทรายบ้างเป็นส่วนน้อย ส่วนทางใต้ที่อากาศอุ่นกว่า ใช้ทรายมากกว่าอากาดามะ เพราะน้ำจะไม่แข็งตัวเป็นน้ำแข็ง บ้านเราอากาศร้อนชื้น และผมเชื่อว่าคนเลี้ยงส่วนใหญ่ชอบให้น้ำมาก สนดำผมใช้ทราย70%อากาดามะ30% สนขาวทรายเพิ่มเป็น 80% อากาดามะแนะนำให้ใช้แบบแข็ง เพราะย่อยสลายตัวช้ากว่า ยืดเวลาการเปลี่ยนดินได้ ผมเคยใช้พัมมิส+ทราย ก็อยู่ได้ครับ แต่ต้องรดน้ำบ่อยกว่าอากาดามะ ระวังอย่าให้แห้งครับ สัดส่วนทุกอย่างเปลี่ยนไปตามองค์ประกอบผู้เลี้ยงได้ครับ เครื่องปลูกอยากให้หาวัสดุในท้องที่เพื่อประหยัดงบ แต่ต้องมีคุณสมบัติไม่อมน้ำ แต่ต้องเก็บความชื้นได้ ผมเอาถ่านกรองน้ำมาผสมก็ได้ผลครับ ผมให้น้ำไม่เหมือนชาวบ้าน เพราะครูสอนมา ลองทำแล้วก็ดีครับ ให้เมื่อดินแห้งครับ แต่ไม่ใช่แห้งผาก ผมใช้สังเกตสีวัสดุปลูก บางทีก็ใช้มิเตอร์วัดความชื้น เพราะฉะนั้นเช้าๆดินยังชื้นผมไม่รดน้ำเลย ไปให้สายๆ บางทีก็10โมง บางทีก็เที่ยง หน้าร้อน8โมงเช้าก็เคยให้ บางวัดรดหนเดียว บางช่วงสองวันรดที บางทีรดวันละสองเวลา ศิลปการรดน้ำนี่เป็นเรื่องละเอียดครับ สำคัญมากด้วยแต่คนไม่ค่อยสนใจ ผมขออภัยที่เข้ามาแทรกในเวป ส่วนใหญ่จะอ่านเก็บความรู้มากกว่าครับ แต่เห็นหลายคนชอบสนและเสียไปอย่างน่าเสียดาย เลยขอออกความเห็นเท่าที่รู้เพื่อจะเป็นประโยชน์กับผู้อื่นได้บ้างครับ
โดย: ไพฑูรย์ [1 ก.ค. 56 13:48] ( IP A:118.172.150.166 X: )
ความคิดเห็นที่ 27
   สุดยอดมากเลยครับพี่ไพฑูรย์ ผมไม่ได้ไปเยี่ยมพี่นานมากแล้ว ถ้ามีโอกาสขอเข้าไปดูไม้ญี่ปุ่นหน่อยนะครับ มีงานที่ผมทำค้างไว้ด้วยถ้าอยากให้ทำต่อยังไงติดต่อมาได้นะครับผม
โดย: อู๋ เชียงใหม่ [1 ก.ค. 56 15:13] ( IP A:118.172.170.244 X: )
* ขณะนี้พี้นที่เต็ม ไม่สามารถโพสต์กระทู้เพิ่มได้ *

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน