ศิลปะการรดน้ำ
   มีคนโทรถามข้อมูลบ่อยเรื่องสนช่วงนี้ วันนี้ผมว่างเลยขอตอบในนี้เลยแล้วกันครับ จะได้สะดวกไม่ต้องเล่าหลายครั้ง สิ่งที่ผมคิดว่ายากที่สุดในการเลี้ยงบอนไซ ไม่ว่าจะไม้ชนิดอะไรคือการรดน้ำครับ หลายคนอาจจะหัวเราะแต่จนถึงทุกวันนี้ผมก็ยังยืนยันว่าเป็นเรื่องที่ยากที่สุด บอนไซอยู่ในที่จำกัด จึงต้องการทั้งน้ำและอากาศสำหรับราก ดังนั้นสิ่งที่ดีที่สุดคือการให้น้ำเมื่อต้นไม้ต้องการ และต้องปล่อยให้เขาแห้งได้รับอากาศด้วย แต่ไม่ใช่แห้งผากครับ แล้วเราจะรู้ได้ยังไง ไอ้จุดนี้และครับ ที่ต้นไม้แต่ละต้นต้องการไม่เท่ากัน กระถางใหญ่เล็กก็จุเครื่องปลูกไม่เท่ากัน การระเหยก็ไม่เท่ากัน โดนแดดโดนลมมากน้อย ชนิดของไม้ที่ต้องการน้ำมากน้ำน้อย วัสดุปลูกใหม่กับเก่าชนิดเดียวกันก็ซับน้ำและระเหยน้ำไม่เท่ากัน ยิ่งต่างชนิดกัน ก็ยิ่งไม่เท่ากัน ดังนั้นการทิ้งช่วงเวลาในการให้น้ำ ต้องอาศัยการสังเกตเป็นต้นๆไป บางต้นอาจจะให้วันละ2-3ครั้งในกรณีเปลี่ยนเครื่องปลูกใหม่และยังไม่ค่อยอุ้มน้ำ ส่วนที่เครื่องปลูกเสื่อมสภาพแล้วอาจจะอุ้มน้ำได้มากเกิน อาจต้องทิ้งเวลาถึง 2 วันถึงจะให้น้ำอีก ดังนั้นการรดน้ำจึงเป็นศิลปะที่ต้องอาศัยความเข้าใจสิ่งแวดล้อมของท่านเองและต้นไม้ประกอบเข้าด้วยกัน ประสิทธิ์เคยเห็นผมรดน้ำตอนบ่าย 1-2โมง เลยถามผมว่าไม่กลัวต้นไม้ตายนึ่งหรือ ผลเลยถามกลับว่าแล้วฝนตกตอนบ่ายๆต้นไม้ตายหรือเปล่า ผมไม่รดน้ำตอนเช้าเพราะเดินดูแล้ว ดินยังเปียกอยู่ไม่จำเป็นต้องรดน้ำให้เปลืองแรงเปลืองน้ำ และที่บอกไว้ต้องให้เขาแห้งเพื่อให้อากาศแก่รากด้วย พอบ่ายเครื่องปลูกแห้งและแดดร้อนแล้ว ผมจึงรดน้ำ แต่ต้องรดจนน้ำที่ไหลออกจากกระถางเย็น ตอนรดใหม่ๆน้ำที่ไหลออกมาจะร้อนเท่าอุณหภูมิของเครื่องปลูก ถ้าเรารดไม่ทั่ว มันจะกลายเป็นน้ำร้อนที่ทำให้ต้นไม้ตายอย่างที่กลัวกัน แต่ถ้าเรารดจนอุณหภูมิเครื่องปลูกเย็นลง ก็จะมีเหมือนฝนตกนั่นแหละ ต้นไม้กลับสดชื่นด้วยได้น้ำและลดความร้อนในกระถางลง
โดย: ไพฑูรย์ [27 ก.ย. 56 15:30] ( IP A:118.172.164.175 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   บางทีผมก็รดน้ำตอนซักช่วงสายๆหรือบ่ายถ้าเช้านั้นหน้าดินยังชื้นๆอยุ่เพราะบางกระถางมันเล็กแค่6นิ้วสูงแค่2นิ้ว แต่ส่วนมากจะรดเช้าเย็นช่วงเย็นจะรดแบบผ่านๆแค่ใบเปียกๆ ไม่ถึงกับน้ำไหลออกกระถางหรือแค่สเปย์ใบแค่นั้น

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีดีแบบนี้ครับ
โดย: ริมกลอง [27 ก.ย. 56 16:21] ( IP A:125.27.165.196 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   เปินการเปิดมุมมองที่ดีมีประโยชน์มากครับสิ่งที่เรามองข้ามคาดไม่ถึงอาจทำให้ไม้รักเราลาจากได้ ขอบคุณพี่มากๆ
โดย: นาย อติ จ. ประจวบ [27 ก.ย. 56 16:24] ( IP A:110.77.142.218 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ขอบคุณมากครับ
โดย: กล้วยจิ๋ว สาย7 [27 ก.ย. 56 20:11] ( IP A:101.108.199.165 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ไมเคิล เฮดด้อน บอกเอาไว้ใน โพสเดส ว่า การรดน้ำ คือสิ่งแรกที่หัดทำ แต่เป็นสิ่งสุดท้ายที่จะเข้าใจ
โดย: อู๋ เชียงใหม่ [27 ก.ย. 56 20:12] ( IP A:118.172.46.165 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   การตายของบอนไซ กว่่า 90%มาจากการรดน้ำมากเกินไป โดยเฉพาะสนทุกชนิด แม้กระทั่งในญี่ปุ่นเองก็เหมือนกัน อันนี้เป็นคำยืนยันจากชาวญี่ปุุ่นหลายๆคน เพราะคนญี่ปุ่นรุ่นใหม่ไม่ค่อยสนใจบอนไซเท่าที่ควร หลายคนรู้ว่าแพง แต่ก็ไม่สามารถแยกชนิดของสนญี่ปุ่นได้ วิธีเลี้ยงตัดแต่งก็ไม่รู้ครับ ตอนผมไปเมืองsekiเพื่อดูดาบและแวะซื้อเครื่องมือบอนไซ เมืองนี้มีชื่อเสียงเรื่องดาบและอุปกรณ์เหล็กเช่นกรรไกรครับ เจ้าของร้านอายุมากๆกันทั้งนั้น หลายร้านแทบไม่มีคนเดินเลย เจ้าของร้านต้อนรับดีมาก และเล่าให้ฟังว่าอีกหน่อยคงต้องปิดร้าน เพราะคนรุ่นใหม่ไม่มีใครซื้อ และของจีนแดงก็ถูกกว่ามาก แกดีใจและบ่นเสียดายที่จะไม่มีใครทำต่อไป ผมซื้อเยอะมาก แกก็ดีมากแถมมาเพียบ ลดให้อีก ไม่ต้องขออะไรเลย ยัดใส่กล่องมาให้เพียบ เล่ามาซะยืดยาวเพียงจะบอกว่าอย่าคิดว่าคนญี่ปุ่นจะรู้เรื่องบอนไซดีทุกคน เพื่อนผมอายุ60กว่าแล้ว พึ่งได้กรรไกรตัดบอนไซที่ผมซื้อให้จากเมืองseki เป็นอันแรก และกำลังหัดเลี้ยงอยู่ครับ มันตลกตรงที่เขาเป็นคนญี่ปุ่นแท้ๆครับ
โดย: ไพฑูรย์ [27 ก.ย. 56 20:56] ( IP A:118.172.155.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   รบกวนถามคุณไพฑูรย์ ถ้าหน้าดินแห้งแต่โคนต้นดูเปียกอยู่(ตอนเช้า) ควรจะรดน้ำตอนไหนครับ (หินภูเขาไฟกับดินญี่ปุ่น60/40)ต้นสนshimpaku ขอบคุณครับ
โดย: race150 [27 ก.ย. 56 21:43] ( IP A:171.7.206.25 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   คุณraceหมายถึงพัมมิส กับอากาดามะใช่หรือเปล่าครับ ถ้าใช่ แยกสี อกาดามะตอนชื้นกับแห้งออกนะครับ การรดน้ำต้องปรับตัวให้เข้ากับตัวคุณด้วย ถ้าคุณทำงาน 8 โมง เลิก 5 โมง ช่วงกลางวันไม่มีใครช่วยคงต้องปรับเปลี่ยนไปไม่มีทางเลือกครับเช่นตั้งกระถางที่แดดเลียครึ่งวันเป็นต้น แต่ถ้ามีเวลา ผมสังเกตว่าสายๆพอแดดเริ่มร้อนหน่อย ประมาณ10โมงก็รดได้ครับ อย่างที่บอกผมรดให้ชุ่มโชกจนน้ำไหลออกจากก้นกระถางเลย จากนั้นตอนบ่ายๆก็สังเกตครับว่าดินเริ่มแห้งผากตอนไหนก็รดตอนนั้น แต่ต้องรดให้ทั่วเหมือนเดิมนะครับ ต้องดูเป็นฤดู เป็นวันครับ แต่ถ้าเที่ยงๆบ่ายแดดร้อนจัดมาก แต่ดินยังชื้นอยู่ก็Sprayใบลดอุณหภูมิเพิ่มความชื้นให้ต้นไม้ แต่อย่าให้เปี่ยกหน้าดินมากนะครับ แค่รดผ่านๆฝอยๆ ทุกอย่างไม่มีอะไรตายตัวครับ ถ้าปลูกบอนไซใช้สูตรตายตัวก็ตัวตายเหมือนกันครับ ผมว่าคนเลี้ยงบอนไซน่าจะมีติดไว้ประจำบ้านคือ เทอร์โมมิเตอร์ ที่บอกอุณหภูมิและความชื้นในอากาศด้วยครับ คุณมานพเล่าให้ผมฟังว่าหน้าร้อนของญุี่ปุ่นที่ผ่านมาเช็คแล้วอยู่ที่ 70% ผมสังเกตตามวัดของเขาจะมีมอสขึ้นคลุมตามสนามแทนหญ้า ความชื้นในการเลี้ยงบอนไซจึงมีส่วนสำคัญมากครับ สถานที่เลี้ยงส่วนใหญ่เราละเลยเรื่องอุณหภูมิกับความชื้น ใช้ความรู้สึกจะพลาดได้ครับ
โดย: ไพฑูรย์ [27 ก.ย. 56 22:30] ( IP A:118.172.155.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   ผมแนะนำอีกอย่างครับ ผมใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดความชื้นแบบแทงลงไปในดิน จะบอกว่า เปียกมาก เปียก ปานกลาง แห้ง ผมซื้อจากกทม.ครับ ไม่แพงมาก เพราะบางครั้งกระถางลึกเราไม่รู้ว่าก้นกระถางแห้งหรือเปล่า แม่นยำดีกว่าครับ แต่ถ้าเครื่องปลูกเปลี่ยนใหม่จะคลาดเคลื่อนได้ครับ เพราะมีช่องว่างอยู่มาก วัดกรด ด่าง ด้วย เพราะผมใช้ทรายผสม ผมจะล้างน้ำเช็คก่อนทุกครั้งว่าเครื่องปลูกสภาพกรดด่างเหมาะสมหรือเปล่า เดี๋ยวเจอทรายทะเลจะตายกันหมดครับ ใช้ซุ่มตรวจเอาครับ
โดย: ไพฑูรย์ [27 ก.ย. 56 22:39] ( IP A:118.172.155.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   ขอบคุณมากๆครับ สำหรับเทคนิกที่แนะนำ ตามอ่านทุกหัวข้อของคุณไพฑูรย์
โดย: race150 [27 ก.ย. 56 22:50] ( IP A:171.7.206.25 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   เป็นประโยชน์มากๆเลยครับ
จริงจังกับการอธิบาย ละเอียดมากๆ เข้าใจเลยครับ
ขอบคุณมากๆครับ คุณ ไพฑูรย์
โดย: โดนัส [28 ก.ย. 56 20:51] ( IP A:27.55.138.194 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   เทอร์โมมิเตอร์วัดความชื้นแบบแทงลงไปในดิน หาซื้อที่ใหนครับเคยเก็นแต่ในเวปนอกน่าสนมากครับหามานานแต่ยังไม่เคยเจอในไทยครับ

ขอบคุณมากครับพี่ไพฑูรย์
โดย: ริมกลอง [28 ก.ย. 56 21:28] ( IP A:1.10.242.168 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   ขอบคุณครับพี่ไพฑูรย์สำหรับข้อชี้แนะคำอธิบายที่สามารถเข้าใจในหลักการของเครื่องปลูกน้ำและต้นไม้ให้งดงามอยู่ให้ชื่นชมขอบคุณครับ
โดย: สิทธิ์ ขุนเส [29 ก.ย. 56 11:31] ( IP A:61.19.199.143 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   ผมจำเวปไม่ได้ครับ แต่ร้านอยู่แถวประเวศ ลองใช้ google หาดูก็ได้ครับ มีหลายรุ่น หลายราคา ยินดีที่บทความจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นได้บ้างครับ มีเพื่อนเลี้ยงหลายๆคนสนุกกว่าเลี้ยงอยู่คนเดียว ความจริงที่เรากลัวกันเรื่องสนก็เพราะความไม่รู้ เมื่อรู้แล้วก็ไม่น่ากลัวครับ ผู้ที่อยากทดลองเลี้ยงสนญึ่ปุ่น ผมแนะนำสนดำครับ ทนทานมาก ผมเห็นสนดำขึ้นตั้งแต่ริมทะเล ชายฝั่ง บนภูเขา ไม้ที่ทนน้ำเค็มไอเค็มได้ผมว่าทนมากนะครับ เพียงแต่ไม่ชอบเปียกแฉะหรือน้ำขังที่ราก เราไปซื้อไม้จีนมาเลี้ยงกันแล้วตายเพราะเป็นไม้ที่ไม่ค่อยมีคุณภาพ การขนส่งส่วนใหญ่เหมาตู้คอนเทนเนอร์มากับเรือ ต้นไม้อบและขาดน้ำอยู่เป็นอาทิตย์สองอาทิตย์ คนมาขายก็ไม่ใช่ผู้ปลูกไม่ค่อยมีความรู้แนะนำผู้ซื้อ ผมเคยซื้อสนดำแกแนะนำให้เลี้ยงในร่มครับ แล้วสังเกตตุ้มดินที่ติดมาจะแข็งมาก รดน้ำยากมากถ้าหน้าฝนดินก็จะอุ้มน้ำเละรากเน่าตายหมด แต่ถ้าหน้าร้อนก็รดน้ำไม่ผ่าน ส่วนใหญ่รอดเพราะล้างดินทิ้งและเปลี่ยนเครื่องปลูก สนทนก็จริงแต่ระบบเมตาโบลิซึ่มช้ามาก บางครั้งกิ่งหักใน หรือมีปัญหากว่าจะแสดงอาการให้เห็นเช่นใบเหลืองก็ใช้เวลาเป็นเดือนๆ กว่าจะรู้ก็สายเสียแล้ว และถึงรู้ การฟื้นสนที่สุขภาพไม่ดีใช้เวลาเป็นปีๆครับ มีอยู่ต้นหนึ่งผมใช้เวลา2ปีแต่ก็ไม่แข็งแรงเหมือนสนที่นำเข้าจากญี่ปุ่นโดยตรงทางเครื่องบินครับ ไม้ไม่ช้ำและแข็งแรงกว่ามาก สนจากญี่ปุ่นผมก็เคยทำตายเหมือนกัน เพราะกลัวว่าจะเปลี่ยนดินเร็วไปไม่กล้าเปลี่ยน พอไม้มีอาการถอดออกมากลิ่นเหม็นเน่าเลย ตอนหลังถ้าน้ำไหลไม่สะดวก ผมจับเปลี่ยนหมดทุกต้น ผมว่าหลายท่านน่าจะเข้าใจกรณีที่ท่านมีไม้ชนิดเดียวกันหลายๆต้น บางต้นจะเลี้ยงง่ายแข็งแรง บางต้นก็งอแงเหลือเกิน ดังนั้นเวลาซื้ออย่าเห็นแก่ถูกแพงครับ ขอให้เลือกไม้ที่แข็งแรงไว้ก่อน ประเภทไม้มีปัญหาเลลังถูกๆซื้อมาแล้วกลุ้มใจครับ แต่ถ้าคิดว่ามีฝีมือ เอาอยู่ ก็ลองดูครับ ส่วนผมไร้ฝีมือครับ กลัวมากด้วย เพราะภรรยาว่าทุกครั้งที่ต้นไม้ตาย แกบ่นเสียดายตังค์
โดย: ไพฑูรย์ [30 ก.ย. 56 1:11] ( IP A:118.172.162.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   สนดำผมยังลองเลี้ยงต้นเล็กๆอยู่เลยครับ พี่ไพฑูรย์
เพราะผมยังไม่รู้เรื่องการตัดยอด มากนัก ตอนนี้ลองเลี้ยงพวก จูนิเปอร์อยู่ครับ
ขอบคุณครับสำหรับขอมูลดีๆ
โดย: โดนัส [30 ก.ย. 56 9:47] ( IP A:27.55.42.214 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   ขอบคุณครับ สำหรับคำแนะนำดีๆ บางทีเรามองข้ามเรื่องที่คิดว่าง่าย

อย่างการรดน้ำ และนำเสนอรายละเอียดปลีกย่อย เปิดมุมมองการเลี้ยงไม้ต่างประเทศ ไม่ยากอย่างที่บอกต่อกันมา ขอบคุณครับ
โดย: ปอง สายห้า [30 ก.ย. 56 19:59] ( IP A:58.9.3.109 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   ผมสั่งไปแล้วครับเทอร์โมมิเตอร์วัดได้4อย่าง วัดค่ากรดด่าง, วัดความชื้น, วัดอุณหภูมิ, ความเข้มแสง สั่งจากเวปนอกครับรวมค่าส่งแล้วยังถูกว่าสั่งในไทยครับ เลี้ยงไม้นอกผมเห็นด้วยกับพี่ไพฑูรย์ครับซื้อไม้ที่นำเข้ามาทางเครื่องบินดีกว่า และซื้อจากผู้ขายที่รู้จริงและให้คำแนะนำต่างๆได้อย่างถูกต้องทั้งวิธีการเลี้ยงดูและสายพันธ์ุ
โดย: ริมกลอง [1 ต.ค. 56 12:19] ( IP A:171.5.251.25 X: )
* ขณะนี้พี้นที่เต็ม ไม่สามารถโพสต์กระทู้เพิ่มได้ *

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน