near view and far view
   สืบเนื่องจาก กระทู้ของพี่อิดนะคับ https://www.pantown.com/board.php?id=2804&area=4&name=board8&topic=3646&action=view จากกระทู้ผมเข้าใจว่าหลายคนคงมีความเห็นต่างๆกัน เรื่องความสูงของต้นไม้ ว่าจะจบที่ความสูงเท่าไหร่ดี... สมัยก่อน(2 ปีก่อน)ตอนผมเริ่มเล่นบอนไซไหม่ๆ สิ่งแรกที่ได้เรียนรู้จากผู้ใหญ่หลายๆท่านคือเรื่องตำแหน่งกิ่งและสัดส่วนของโคนต้นกับยอด ว่าโคนเท่านี้ต้องจบสูงเท่านี้..... แถมยังบอกอีกว่าไม้ที่ดูเก่าแก่และสวยงามจะต้องเตี้ยเข้าไว้ ซ้ำร้ายผมเชื่อสนิทเลยคับ ได้ไม้มากี่ต้นๆตัดเตี้ยหมด คิดแล้วก็อนาถใจตัวเอง555
ผมว่าเราเรียนรู้กันมาแบบไม่รู้ลึกถึงที่มาที่ไป ว่าทำไมบอนไซถึงต้องมีความสูงเท่านั้นเท่านี้........
เท้าความถึงกระทู้ที่อาจารย์เรวัตไปดูงานประกวดที่ญี่ปุ่น ก็ได้สังเกตว่าไม้ส่วนมาก จะโนมยอดเข้าหาผู้ดูเล็กน้อย แต่ อ.เรวัต ไม่ได้บอกไว้ว่าทำไม นี่ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจอีกเรื่องนึงคับ เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟังเท่าที่ความสามารถจะมีนะคับ ว่าทำไม........
โดย: ไจ๋ [23 ก.พ. 52 17:11] ( IP A:125.26.128.189 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   มาเริ่มกันเลยนะคับ
ขอให้ดูรูปไม้ต้นนี้แล้วสังเกตุเรื่องสัดส่วนของโคนต้นกับความสูงนะคับ

โดย: ไจ๋ [23 ก.พ. 52 17:14] ( IP A:125.26.128.189 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   แล้วเปรียบเทียบกับไม้ต้นเดิมแต่ เราเดินเข้ามาใกล้ขึ้นอีก

โดย: ไจ๋ [23 ก.พ. 52 17:16] ( IP A:125.26.128.189 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   และเมื่อเราเดินเข้าไปไกล้(ใต้ต้นไม้)อีก

โดย: ไจ๋ [23 ก.พ. 52 17:17] ( IP A:125.26.128.189 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   คห.3 ให้ดูเรื่องกิ่งและยอดนะคับ ไม่ต้องดูเรื่องความสูง
พอจะมองออกไหมคับว่า ธรรมชาติบอกอะไรเรา.....
มันเป็นเรื่องของ visual illusion(ประมาณว่าสายตาเราถูกหรอกให้เห็นต่างจากความเป็นจริงคับ) ถ้าอยากรู้ลึกต้องไปหาอ่านพื้นฐานของศิลปะเองนะคับ ผมจะขอพูดถึงว่าเราจะเอาไปใช้ยังไงก็แล้วกัน
ถ้าดูรูปแล้วยังไม่เข้าใจ ขอให้ดูภาพวาดข้างล่างนี้คับ
โดย: ไจ๋ [23 ก.พ. 52 17:26] ( IP A:125.26.128.189 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   รูปข้างล่างนี้ มองจากระยะใกล เราจะเห็นต้นไม้ในลักษณะสูงผม สัดส่วนของความสูงกับโคนจะมาก และลำต้นจะค่อยๆเรียงลงช้าๆ

โดย: ไจ๋ [23 ก.พ. 52 17:30] ( IP A:125.26.128.189 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   ถ้าเราเดินเข้ามาใกล้ต้นไม้อีก เราก็จะเห็นสัดส่วที่ต่างไป และการเรียวของลำต้นจากโคนถึงยอด จะเรียวลงเร็ว

โดย: ไจ๋ [23 ก.พ. 52 17:32] ( IP A:125.26.128.189 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ถ้าเดินใกล้เข้ามาอีก ก็จะเป็น ทรงซุโม่ที่นิยมกันนั่นล่ะคับ
และเมื่อเราอยู่ใกล้ต้นไม้มากๆ(ตามรูป คห.3) เราก็จะรู้สึกว่าต้นไม้โนมยอดเข้ามาหาเรา.....

โดย: ไจ๋ [23 ก.พ. 52 17:35] ( IP A:125.26.128.189 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   การออกแบบบอนไซเป็นงานศิลปะนี่เป็นแค่ส่วนลำต้นเท่านั้น เรายังไม่ได้พูดถึงเรื่อง กิ่ง ราก ใบ กระถาง และมอส จะขอยกตัวอย่างทิ้งท้ายไว้สักตัวอย่างนะคับ
จากรูปเป็นไม้โชว์(ของใครผมไม่รู้ต้องขออภัยนะคับ) ดูลัดษระของลำต้นแล้วจะเห็นว่าคนเลี้ยงต้องการจะสื่อให้เรามองจากมุมใกล้ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม(ลำต้นเรียวลงเร็วและสัดส่วนของควมสูงกับความกว้างของฐานน้อย) แต่พอเรามาดูพุ่มใบแน่นจนปิดบังรายละเอียดของกิ่งหมดซึ่งมันผิดธรรมชาติ ไม่เชื่อลองเดินออกไปมองไม้ใหญ่สักต้นจากระยะใกล้ เราก็จะเห็นรายละเอียดของกิ่งก้าน และพุ่มใบ รวมทั้งช่องว่างระหว่างพุ่มใบอย่างเป็นธรรมชาติ(เพราะมันคือธรรมชาติ555) กรณ๊แบบนี้จะทำให้เกิด ความขัดแย้งในสายตาคนมอง(จะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม) เรียก cognitive dissonace ก็จะไม่ขัดแย้งได้ยังไง ต้นสื่อว่ามองจากระยะใกล้แต่ใบบอกว่ามองจากไกลๆๆๆ.....

โดย: ไจ๋ [23 ก.พ. 52 17:51] ( IP A:125.26.128.189 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   นี่เป็นแค่ตัวอย่างเรื่องต้นกับใบนะคับ จริงเรืองยังมีอีกเยอะ แต่ถ้าเราศึกษาพื้นฐานให้ดีก่อนเรื่องมันก็จะง่ายขึ้นนะคับ ที่สำคัญต้องจำไว้ว่า
Art = communication เราต้องรู้พืนฐานก่อนเราถึงจะสื่อสารได้(ดี) ก็เหมือนเราจะแต่งเพลงซักเพลงถ้าเราไม่รู้เรื่องตัวโน๊ตเลยเพลงที่แต่งออกมาก็คงไม่เพราะเท่าที่ควรจะเป็นคับ
หากอ่านแล้วสงสัยคุยกันเป็นการส่วนตัวได้นะคับ ผมคงตอบไม่ได้ทุกคำถามแต่ก็จะพยายามหาคำตอบให้คับ ติชมตามสบายนะคับ.......
โดย: ไจ๋ [23 ก.พ. 52 18:00] ( IP A:125.26.128.189 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   ไม่ติครับ จะขอชมว่าเป็นคนที่หมั่นค้นคว้าหาความรู้ใส่ตัว วิเคราะห์สร้างเหตุ หาผลมาหักล้างลองผิดลองถูกเห็นเป็นรูปธรรม ดีกว่าไปนั่งฟังคนอืนโม้แล้วมาโม้ให้ชาวบ้านฟังคนอื่นไม่รู้ก็คิดว่าเก่ง บอนไซสร้างด้วยมือกับจินตนาการครับ ไม่ได้สร้างด้วยปาก ยังไงคุณไจ๋ฝึกมือมากๆนะครับเมืองไหยจะได้มีคนสร้างบอนไซที่มีคุณภาพครับ
โดย: เสก สายห้า [23 ก.พ. 52 18:42] ( IP A:125.24.48.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   นี่ละครับเค้าถึงบอกว่า บอนไซคือการฝืนธรรมชาติให้เป็นธรรมชาติ ยอดเยี่ยมทั้งคุณไจ๋และคุณเสกครับ ขอบคุณครับ
โดย: เชิด [23 ก.พ. 52 20:18] ( IP A:58.10.102.15 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   คุณไจ๋ครับ..หลักการที่กล่าวมามันก็ถูก ผมไม่เห็นแย้ง แต่ปัญหาของผมคือว่า ถ้ามันเป็นภาพวาด เราสามารถกำหนดได้ดังใจ ไม่ว่าจะให้ออกมาในรูปแบบใด...แต่เมื่อมันเป็นต้นไม้ ที่มีโครงสร้างเดิมอยู่ก่อนแล้วที่เราจะนำมาทำบอนไซ มันไม่ง่ายอย่างใจนึก อยากให้โคนใหญ่กว่านี้ ก็ยาก อยากให้มีก่งตรงนี้..ต้องการให้ข้อยาว,สั้น ฯลฯ จิปาถะ ปัญหาแบบนี้จะแก้ได้อย่างไรครับ สุดท้ายวิธีของผมก็คือทำเท่าที่มันจะเป็นได้...ให้ดูดีกว่าปล่อยมันโตของมันเอง ผมคิดได้แค่เนี้ยะ จะแนะนำผมอย่างไรครับ....
โดย: พี [23 ก.พ. 52 20:20] ( IP A:125.24.164.160 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   เพราะต้นไม้ทุกต้นทำบอนไซไม่ได้ หน่ะสิครับ คุณพี

คงต้องคัดเลือกเฟ้นเพื่อหาต้นที่เหมาะสมพอเหมาะพอดี
ไม่ใช่จับอะไรมาก็ทำได้หมดครับ

แต่ถ้าอยู่ในเกณท์ที่ว่าทำเท่าที่มันจะเป็นได้ เราก็จะได้ไม้ในแบบเท่าที่มันจะเป็นบอนไซได้เหมือนกัน
โดย: โต่งสุดกู่ [23 ก.พ. 52 21:02] ( IP A:203.156.69.65 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   ขอบคุณครับ...สำหรับความรู้และข้อมูล

ช่วยให้การทำไม้มีสุนทรียศาสตร์มากขึ้นครับ
โดย: ช่วย [23 ก.พ. 52 21:22] ( IP A:58.9.228.214 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   หมอไจ๋ให้ข้อมูลเปิดสมองอีกแล้ว ขอบคุณมากครับ
โดย: Noo BST [23 ก.พ. 52 21:32] ( IP A:58.64.63.192 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   ท่านทั้งหลายครับ ผมเองก็มีแง่มุมที่จะร่วมเสวนาประสาคนคอเดียวกัน เถียงกันได้แนะกันได้และส่งเสริมกันได้ ถ้าเราไม่ต้องไป
สมมุติหรือถกเถียงกันให้ยุ่งยากละก็ ขอให้เข้าใจตรงกันว่าบอนไซเป็นศิลปะ นะครับ ย้ำอีกครั้งว่าเป็นศิลปะจริงแท้แน่นอนไม่มีการสมมุติหรือข้อแม้ใดๆ ความหมายของศิลปะที่คนยอมรับมากที่สุด(ข้อสอบวิชาศิลปะระดับมัธยมต้น)คือ ศิลปะคือผลงานของมนุษย์ นั่นก็หมายถึงถ้าหากมันเกิดขึ้นเอง(ตามธรรมชาตินั่นแหละ)ย่อมไม่ใช่ศิลปะแน่นอน (ถึงแม้จะเป็นผลงานที่สวยสดงดงามขนาดไหนก็ตาม)
คราวนี้เรามาจัดคำพูดเสียใหม่ดังนี้ บอนไซ เป็นศิลปะที่เกิดจากผลงานของมนุษย์ ที่ล้อเลียนความงามตามธรรมชาติและจินตนาการของมนุษย์เอง จะพอเข้าเค้าไหมครับ
ท่านทั้งหลายครับ ปัญหาที่ทางวิชาศิลปะยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ ก็มีรากฐานใกล้เคียงกันคือ ความงามคืออะไรกันแน่ มีหลักเกณฑ์อย่างไร ความงามเป็นสากลหรือไม่ ศิลปะสร้างความงาม หรือความงามตะหากที่สร้างศิลปะ (ไก่งามเพราะขน หรือ คนงามเพราะแต่ง นั่นดูนักปรัชญาไทย)คำถามและคำตอบไปหาอ่านเอาเองในวิชาสุนทรียศาสตร์ ถ้าคิดว่าได้คำตอบที่โดนใจก็เผยแพร่ออกไป หากมีการยอมรับมากขึ้นกกลายเป็นเจ้าของทฤษฎีนั้นๆไป
ในการสอนศิลปะให้กับเด็กๆเราว่าทำ ทำ และทำเข้าไป ทักษะจึงจะเกิด ถ้ายังไม่สนใจเหตุผลและความหมายของมัน ความงามเกิดขึ้นจากความพากเพียรจริงใจ ครั้นโตขึ้นเริ่มมีวุฒิภาวะสูงขึ้นเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับความหมายและเหตุผล รวมทั้งหลักเกณฑ์ทางศิลปะมากขึ้น ถึงตอนนี้คุณจะเห็นว่าเรื่องมันชักจะยุ่ง (อ้าว ยังไงกัน)
ยุ่งสิครับ เพราะเมื่อมีกฎกติกามากขึ้น ความหลากหลายยิ่งมากมายซับซ้อนก็ขาดหายจากธรรมชาติไปเพี้ยนไปหลุดไปจนบางคนรับไม่ได้ คือดูไม่รู้เรื่องไปเลย หนักเข้าก็ต้องไปศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมกันวุ่นเลย หรือไม่ก็โทษว่าฝืนธรรมชาติ
ถ้าเช่นนั้นผมขอยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าในอนาคตเรามีเมล็ดพันธ์บอนไซใส่ซองขายพิมพ์รูปบอนไซสวยงามให้เลือกตามใจชอบทั้งขนาดและสายพันธ์(และโคนขา อิอิ )แค่ใส่กระถางรดน้ำพรวนดินอย่างเดียวหกเดือนเห็นผล จะเกิดอะไรขึ้น
อย่ากระนั้นเลย ความหลากหลายทางศิลปะเป็นของดีมีค่า เกมที่เราเอาชนะมันได้ ไม่มีอะไรท้าทายให้แก้ปัญหา และคิดค้นอะไรใหม่ได้อีก การไปหาคำตอบที่มีหนึ่งเดียวเพื่อชนะการแข่งขัน มันสอบแคบและอึดอัด เปิดใจกว้างแบ่งที่ทางให้พี่น้องร่วมสนุกกันถ้วนหน้าจะมันส์กว่านะครับ
บอนไซเมื่อว้นวานสะท้อนวิถีชีวิตคติความเชื่อของคนในอดีต
บอนไซวันนี้คือภูมิปัญญาและเทคโนโลยีกับแนวคิดหลากหลาย
บอนไซวันหน้าจะต้องเป็นผลพวงของมรดกทางสังคมและจิตวิญญานของอนุชนรุ่นถัดไป
ขอบคุณทฤษฎีของคุณไจ๋ ข้อท้วงติงของทุกๆความเห็นที่มีค่ายิ่ง
ยังคงต้องทุ่มเถียงกันไปอีกนานครับเพื่อเวทีเสรีภาพนี้ นิรันดร์
โดย: ชนิน ประโคนชัย [23 ก.พ. 52 22:58] ( IP A:125.26.107.160 X: )
ความคิดเห็นที่ 17
   สงสัยเป็นเพราะผมแท้ๆเลยที่ว่ามะสังดูสูงๆ จริงๆแล้วมะสังต้นนั้นภาพรวมดูดีมากๆ บ่งบอกถึงการเลี้ยงดูที่ดีจากเจ้าของ

สำหรับการมองไม้แต่ละคนจะมีจินตนาการและความชอบที่ไม่เหมือนกัน บางคนชอบทรงต้น บางคนชอบไม้ตกกระถาง บางคนชอบชลูดบางคนชอบซูโม่ นานาจิตตตังก็ว่ากันไปจะบังคับกันไม่ได้ การสร้างบอนไซก็เหมือนกกันที่บอกต้นนี้โคนขนาดนี้ควรสูงเท่านั้น เป็นเพียงการกำหนดสัดส่วนว่าทำออกมาแล้วมันจะดูสมส่วนเหมือนเป็นกฎเกณท์ และทฤษฎีสำหรับไว้อ้างอิง ใครจะแหกตำราก็ไม่ว่ากันมันเรื่องส่วนตัว เพราะบอนไซเกิดจากการสร้างของผู้เลี้ยงว่าจะให้ออกมายังไงตามจินตนาการ ไม่มีถูกผิด เหมือนการมองผู้หญิง Spec ใครกก็ Spec มันครับ

สำหรับผมถึงแม้จะไม่ใช่คนเก่งหรือคนมีชื่อ เวลาสร้างต้นบอนไซตามที่ได้ศึกษามาจากนักเล่นรุ่นเก่าๆสรุปได้ว่า ทำยังไงก็ได้ให้ไม้ออกมาดูดีไม่ขัดตา ดู Balance ได้สมดุลในทุกส่วน (แต่ว่าทำยากชะมัด)
โดย: Mo ครับ [24 ก.พ. 52 10:25] ( IP A:114.128.144.212 X: )
ความคิดเห็นที่ 18
   กระทู้นี้ดีจัง
โดย: ชุมพร [24 ก.พ. 52 11:23] ( IP A:125.24.80.163 X: )
ความคิดเห็นที่ 19
   พออ่านข้อความของคุณไจ๋แล้วรู้สึกอยาก เสนอแนวคิดของตัวเองขึ้นมาบ้างเลย ผมใช้วิธีการทำบอนไซโดยมองหลักการง่ายๆๆแบบนี้ครับถูกผิดยังไงคงต้องว่ากันอีกที่ครับ
ข้อที่หนึ่ง คำถามในใจคำถามที่ว่า ไม้ทำไมต้องมีโคนผายรากออกรอบๆๆก็เพราะเราต้องการเลียนแบบธรรมชาติคือไม้เวลาที่มันงอกจากเมล็ดแล้วรากแก้วมันจะหยั่งลงไป.ให้ลึกที่สุดเพื่อยึดลำต้น ให้แน่น หลังจากนั้นมันจะออกรากฝอยรอบๆๆรากแก้วเพื่อหาอาหาร ดังนั้นไม้ที่เราเพาะเมล็ดมักจะโตช้าในช่วงปีแรก รากส่วนใหญ่จะออกมากที่ผิวดินลึกไม่เกิน 50 ซ.ม เป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากผิวดินจะมีธาตุอาหารที่สะสมไว้มากที่สุด หลังจากนั้นเมื่อต้นไม้ใหญ่ขึ้นจะผ่านฝนมากหลายๆๆครั้งทำให้ผิวดินส่วนใหญ่ถูกชะล้างไป แต่บริเวณโคนที่มีรากแตกออกมากจะไม่ถูกชะล้างไป ทำให้เราเห็นรากที่โคนต้นไม้ใหญ่ส่วนมากมีสันรากออกรอบ ในขณะเดียวกัน รากเหล่านี้ก็โตขึ้นและเกิดเป็นสันรากขึ้นไปถึงลำต้น ทำให้โคนผานออกมา ในขณะเดียวกันรากบางส่วนก็ติดกันจนกลายเป็นโคนต้นนานวันเราก็แยกไม่ออกว่าโคนหรือรากกลายเป็นโคนต้นกันแน่
ข้อที่สอง คำถามในใจเกี่ยวกับการทำกิ่งว่าแล้วเราจะทำอย่างไรให้กิ่งที่ทำดูเป็นธรรมชาติ และทำไมต้องเห็นท้องกิ่ง คำตอบในใจก็คือ เพราะว่าต้นไม้ส่วนใหญ่จะออกกิ่งพุ่งขึ้นฟ้าไปเรื่อยๆๆ พอน้ำหนักมากๆๆเข้ามันจะทิ้งตัวต่ำลงแต้โคนกิ่งแก่เกินกว่าที่จะถูกกดลงมาได้มันจึงลงแต่ส่วนปลาย และเมื่อกิ่งขนานกับพื้น มันก็จะแทงกิ่งตามส่วนต่างๆๆที่ขนานกับพื้น ขึ้นไป ใบที่เคยมีอยู่จนดูทึบก็ร่วงลงไป เหลื่อแต่ใบที่ด้านบนแทน หลักการนี้เราก็เลยเอามาทำไม้ที่เปิดท้องกิ่งโดยยกกิ่งรายละเอียดไว้ด้านบนและไม่สร้างกิ่งแต่ละชั้นซ้อนกันเพื่อไม่ให้เกิดการทิ้งกิ่งในภายหลัง
ข้อที่สาม กับคำถามที่ว่าทำไม้เตี้ยๆๆหรือสูงดี ไม้โดยธรรมชาติมันมีทั้งที่เตี้ยและสูงครับขึ้นอยู่กับชนิดของพันธ์ไม้ และสถานที่ที่มันขึ้นอยู่เป็นหลักครับ แต่ไม้ที่เตี้ยและโคนที่ผายๆๆจะให้ความ รู้สึกว่าไม่มีอายุมากว่าครับ ถึงแม้นว่าวันนี้เราจะตัดสูงแต่เมื่อไม้มีอายุมากขึ้นโคนมันก็จะใหญ่มากขึ้นมันก็จะดูเตี้ยลงไปเอง ถ้าเราตัดเตี้ยวันนี้ก็เลยดูมันมีอายุไปเลยครับ โดยธรรมชาติไม้ที่อายุน้อยจะมีกิ่งก้านชี้ขึ้น และมีกิ่งและใบมาก แต่กิ่งเล็กครับ ส่วนไม้ใหญ่ที่มีอายุจะมีกิ่งใหญ่ลดหลั่นกันออกไป แต่ใบน้อย ไม้ที่มีอายุพอถึงหน้าฝนจะแทงกิ่งออมกมามากใบดก แต่มักจะหักลงมาเมื่อ กิ่งได้รับน้ำฝนมากๆๆ ดั้งนั้นกิ่งของไม้ใหญ่จะลู่ลง
ข้อที่สี่ กับคำถามที่ว่าไม้ที่สร้างควรมียอดทิ่มมาข้างหน้าหรือไม่ นั้น ตามความคิดของผมนะครับเห็นว่าควรทิ่มมาข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อให้เกิดความรู้สึกเช่นเดียวกับเวลามี่เราไปยืนมองไม้ใหญ่ในธรรมชาติ เพราะต้นเขาจะใหญ่มากจนมีความรู้สึกว่ายอดเขาจะเอนมาด้านที่เรามองนะครับ
แต่ความคิดเห็นเป็นมุมมองส่วนตัวที่สังเกตธรรมชาติที่เราเห็นนะครับ มันไม่ใช้กฎตายตัวที่จะทำให้ไม้เราสวยหรือไม่สวยหลอกครับ เพียงแต่เผมอยากจะแชร์ความคิดเห็นนะครับ
โดย: โต้ง [24 ก.พ. 52 11:41] ( IP A:203.113.1.130 X: )
ความคิดเห็นที่ 20
   ขอบคุณ คุณหมอไจ๋มากเลยครับ... เป็นการเปิดมุมมองให้ผมได้ดีมากๆเลยครับ ได้ความรู้ใหม่ๆเสมอๆ เอาอีกๆๆๆ ชอบๆๆ...
โดย: เชน [24 ก.พ. 52 12:42] ( IP A:125.27.219.113 X: )
ความคิดเห็นที่ 21
   ยอดที่เอียงมาด้านหน้า เพื่อให้ไม้ดูมีมิติ มีความลึกมากขึ้นครับ
มันก็เหมือนกิ่งหน้า และกิ่งหลัง ไม่อย่างนั้นก็จะเป็นก้างปลา
ดูไม่เป็นธรรมชาติ แต่ที่สำคัญ กิ่งไม่ควรจะโน้มเข้าหาคนดูตรงๆ
ให้ออกไปด้านข้างๆ ทั้งสองครับ อันนี้ได้ฟังผู้ใหญ่ท่านนึงเล่ามา
โดย: เมย์ ch_snk@hotmail.com [24 ก.พ. 52 13:26] ( IP A:58.181.137.130 X: )
ความคิดเห็นที่ 22
   ผมไม่อยากให้คิดว่าเป็นเพราะใครคนใดคนหนึ่งถึงมีกระทู้นี้เกิดขึ้นนะคับ เพราะความตั้งใจของผมคือต้องการแบ่งปันกันเรียนรู้ ไม่ได้ต้องการจะblame ใครจริงๆ และขอขอบคุณทุกๆความเห็นและทุกๆกำลังใจนะคับ ผมอยากให้พี่ๆน้องๆที่มีความรู้มาร่วมแบ่งประสบการณ์กันเยอะๆ จะผิดจะถูกก็ไม่เป็นไรคับ ผมมองว่ามันเป็นการเปิดมุมมองให้กันและกันมากกว่า จะได้สนุกๆคับ เพราะสุดท้ายจริงก็เราเองนั่นเหละคับที่เป็นคนตัดสินว่าแบบไหนที่เราชอบ ขอบคุณคับ
อ้อ...สำหรับคุณพีผมจะให้แนะนำวิธีเอาชนะข้อจำกัดต้นไม้ผมคงทำได้ไม่ดี แต่เทคนิคต่างที่มีในwebนี้ก็น่าจะช่วยได้มากคับ ยังไงลองอ่านดูให้หมดทุกกระทู้เลยนะคับ....
โดย: ไจ๋ [24 ก.พ. 52 15:11] ( IP A:125.26.129.243 X: )
ความคิดเห็นที่ 23
   ความคิดผมๆว่ามันต้องมีนิยามครับ"บอนไซ"เมื่อมันถูกเอ่ยขึ้นมาเป็นนามธรรม มันก็หนีไม่พ้นที่จะต้องมี สิทธิ หน้าที่ และขอบเขตครับ
โดย: วุ้น [24 ก.พ. 52 15:42] ( IP A:125.27.247.57 X: )
ความคิดเห็นที่ 25
   การให้ความสำคัญกับโคน ราก กิ่ง 1-2 มากเกินไปทำให้บอนไซไทยย่ำอยู่กับรูปแบบเดิมๆ และดูน่าเบื่อมาก โมกในความเห็น 8 ผมว่าเตี้ยตันน่าอึดอัดผิดสัดส่วน ขออภัยถ้าคห.นี้ไม่ถูกใจ
โดย: 8662 [28 ก.พ. 52 12:02] ( IP A:202.129.10.218 X: )
ความคิดเห็นที่ 26
   มาพร้อมกับความรู้เสมอเลยนะครับพี่ไจ๋

ชอบทุกกระทุ้ เลย คัรบพี่ไจ๋

ขอบคุณ คัรบ
โดย: เป้ noka [28 ก.พ. 52 20:04] ( IP A:58.9.208.244 X: )
ความคิดเห็นที่ 27
   ความเห็น 23 ผมอ่านไม่รู้เรื่องเลยครับ ทำไมต้องมีนิยาม และอะไรคือนามธรรม สิทธิหน้าที่และขอบเขตทำไมต้องมี ช่วยขยายความหน่อยเถอะครับ และผมเห็นด้วยกับ ค.ห. 25 แต่เห็นแย้งในข้อที่ว่า ต้นโมก ค.ห. 8 เตี้ยผิดสัดส่วน ผมเห็นว่าถ้าต้นเตี้ยแล้วกิ่งก้านได้สัดส่วน ย่อมแสดงถึงความเก่าแก่ของต้นไม้อายุมาก หากลำต้นเล็กหรือต้นสูง ก็จะแลดูเหมือนต้นไม้อายุน้อย
โดย: ส.พ.ส. 1234 [28 ก.พ. 52 20:07] ( IP A:222.123.111.118 X: )
ความคิดเห็นที่ 28
   ตอบ คห.27 ครับ
ทำไมถึงไม่ต้องมีนิยามละครับ? กฏ กติกา ระเบียบ แบบแผน ฯลฯ ทำไมถึงไม่จำเป็น คำว่า"บอนไซ"เป็นนามธรรม ส่วนต้นไม้ที่ถูกเลี้ยงในกระถาง.........มีลักษณะคล้ายต้นไม้ใหญ่ในธรรมชาติ.......ย่อส่วน.....เป็นรูปธรรม(ของบอนไซ) ทุกคนคุยกันในเวป ก็คุยกันถึงเรื่องบอนไซที่เป็นนามธรรม(ในเวป) ทำไมกฏ กติกา ระเบียบ แบบแผนจึงไม่สำคัญ ไม่ทราบมันไปจำกัดความหลากหลายทางศิลปะได้อย่างไร
ผมเคยบอกว่า กฏฯ(การเล่นบอนไซ)เปรียบเสมือนแบบหัดคัด ก ข ค (ที่นักเรียนอนุบาลใช้) แต่ในความเป็นจริงทุกคนเขียนตัวหนังสือด้วยลายมือที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง แล้วแบบหัดคัดมันก็ยังคงต้องมีใช่ไหมครับ ...นิยามเป็นสิ่งที่เราควรทำให้แคบหรือกระชับ ส่วนจินตนาการเป็นสิ่งที่เราควรเปิดให้กว้างที่สุด ไม่สลับกัน...ผมชมเชยคุณหมอไจ๋ทั้งกระทู้นี้และอีกหลายๆกระทู้ที่พยายามเปิดประเด็นและกระชับความรู้ด้านต่างๆของบอนไซด้วยวิธีที่ชี้ให้เห็นเป็นรูปธรรมและที่สำคัญมันเป็นวิธีที่ ง่าย ในการเรียนรู้ ... สิทธิ หน้าที่ ขอบเขต เป็นเครื่องมือในการตรวจสอบนามธรรม ถ้ามีเวลาหรือประเด็นจะมาอธิบายครับ...ขอบคุณครับ
โดย: วุ้น [1 มี.ค. 52 14:39] ( IP A:125.27.247.16 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน