อัพเดทมะสัง หนึ่งต้นครับ...
   นำมาฝากเพื่อนๆที่ชอบมะสังกันนะครับ...เผื่อเป็นกำลังใจ หรือมีมุมมองที่พอจะเป็นประโยชน์ได้บ้าง นิดหน่อยก้อยังดี...

สำหรับผมแล้ว ก่อนหน้านี้ 4-5ปีที่แล้ว ชอบมะสังมาก... แต่พอ เลี้ยงไปๆ ๆ ความชอบค่อยๆลด ลง จนเหลือ เฉยๆ กับไม้ชนิดนี้ซะแล้วล่ะครับ แถมขนาดที่นำมาทำเป็นวัตถุดิบ ดูจะระห่ำเกินตัวผมไปหน่อยอ่ะครับ เลี้ยงไปเหนื่อยไปครับ ^_^ ... แต่ ก้อต้องเลี้ยงกันต่อไป ....

ให้ดูสภาพปัจจุบันของมะสังต้นนี้ก่อนนะครับ ... หลังจาก เลี้ยงต่อยอดในกระถางมา 5 ปีเต็ม ...เทียบขนาดกับยาฝาส้ม น่าเหนื่อยมั๊ยล่ะค้าบบ 555

โดย: เชน [30 มี.ค. 53 17:39] ( IP A:180.180.153.14 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   ย้อนอดีตกันนะครับ ...สภาพตอนที่ได้มาใหม่ๆ ในปี 48ครับ ..

ผมเริ่มเลี้ยง ต้นปี 48.... ตอนแรกไม้ต้นนี้ มีสภาพหัวเขียงเรียบร้อย มีเปลือกเรียบเสมอเต็มหัวตอ ไม่ได้เป็นอย่างที่เห็นนะครับ...

สภาพที่เห็น เกิดจากเชื้อราเข้าหัวตอ...
หลังจากผมเริ่มเลี้ยงไปซักระยะ เริ่มสังเกต... แผลบริเวณหัวตอ ดูดำๆ บริเวณรอบๆแผลระหว่างเนื้อไม้กับเปลือก ต้นไม้ก้อไม่สร้างเนี้อเยื่อมาหุ้ม คิดว่า เป็นเรื่องละ เชื้อราเข้าหัวตอแน่ๆ ลองใช้มือกดๆ ปรากฎว่ามันนิ่มๆ อืมมมม งานเข้าจิงๆด้วย...

ตัดสินใจใช้สิ่ว ค่อยๆสกัดเปลือกที่ถูกเชื้อราเล่นงานทิ้งไปจนหมด จนถึงเนื้อไม้ดี ที่ยังดูสดอยู่ แล้วใช้ยาฝาส้มทาบริเวณแผล แถมด้วยอคิลิคซีเลนท์สีน้ำตาล ทาทับอีกหนึ่งชั้น.... สภาพก้อเลยเป็นอย่างที่เห็นในภาพครับ เยิน สุดๆ

โดย: เชน [30 มี.ค. 53 17:43] ( IP A:180.180.153.14 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ผ่านมาได้หนึ่งขั้น ไม้ไม่มีเชื้อราเล่นงานอีก...ค่อยๆเลี้ยง ต่อเขียงด้วยใจรัก กันต่อไป...
รูปเดือน ธันวาคม ปี 49 ครับ

โดย: เชน [30 มี.ค. 53 17:47] ( IP A:180.180.153.14 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ปลายปี 50 หลังจากเลี้ยงมาได้สองปี...เจอปัญหาอีกแล้วค้าบบ ...

เนื้อไม้ บริเวณหัวเขียงเริ่มผุ....
ผมต้องใช้สิ่วสกัดออกจนหมด แล้วใช้ปูนซีเมนต์ขาวอุดทดแทนเนื้อไม้เดิมจนเต็ม... จุดประสงค์เพื่อ เป็นที่พักตัวของเปลือกไม้ ที่เดินมาหุ้มบริเวณเขียง...

โดย: เชน [30 มี.ค. 53 17:50] ( IP A:180.180.153.14 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   รูปเดือน ธันวาคม ปี 50... อุดปูนเรียบร้อย...

โดย: เชน [30 มี.ค. 53 17:52] ( IP A:180.180.153.14 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ปลายปี 51... เขียงแรกยังไม่ได้ขนาด.... รอ ๆ ๆ

โดย: เชน [30 มี.ค. 53 17:54] ( IP A:180.180.153.14 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   4 ปี เต็ม... สำหรับเขียงแรกครับ

แถมได้ตัดรากที่ เกะกะขวางตามานานซะที... อดใจมานาน...

โดย: เชน [30 มี.ค. 53 17:57] ( IP A:180.180.153.14 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ความเห็นบน.. ตัดเขียงในเดือน เมษายน ปี 52...


ภาพปัจจุบัน 5 ปีเต็ม... เดือน มีนาคม ปี 53 ครับ... ตั้งยอด ยังต้องรอ และเลี้ยงไปเรื่อยๆครับ สำหรับไม้ต้นนี้... ขอบคุณครับ... ^_^

โดย: เชน [30 มี.ค. 53 18:01] ( IP A:180.180.153.14 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   นับถือในความพยายามเลยครับ

ผมหมดกำลังใจกะมะสังมานานแระ ผมคงมือไม่ขึ้นกะมัน
โดย: อู๋ เชียงใหม่ [30 มี.ค. 53 19:13] ( IP A:118.172.29.106 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   อลังการงานสร้าง จบเมื่อไหร่ดูกันเต็มๆตาไปเลยครับ ผมว่าเป็นแบบอย่างที่ดีมากครับ ในเรื่องความอดทนรอคอย การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเรื่อยๆ ...ติดตามผลงานครับพี่เชน
โดย: พงศ์ [30 มี.ค. 53 19:15] ( IP A:125.27.175.28 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   รักแล้วรอหน่อย
โดย: ช่วย [30 มี.ค. 53 20:19] ( IP A:58.9.143.152 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   สวยจนจำไม่ได้เลย ติดตามต้นนี้มาตั้งแต่แรกที่คุณเชนโพสแรกๆ ต้องขอบอกว่ามะสังของคุณเชนหลายๆต้นรวมต้นนี้จุดประกายให้ผมมาเล่นมะสังด้วยเช่นกัน แต่ไม่กล้าเล่นต้นใหญ่ขนาดนี้ กล้าไม่พอครับ
ช่วยเชียร์ครับ
โดย: ไชย [30 มี.ค. 53 21:11] ( IP A:125.25.229.108 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   มะสังเป็นไม้ผมชอบมากที่สุดและก็เป็นไม้ที่ทำให้ผมสูญเสียมากที่สุด (ไม้ตายเยอะมาก สูญเงินไม่ตำกว่าสองแสนบาท) ปํญหาเยอะ
รากเน่า โคนเน่า เชื้อราเข้าลำต้น,กิ่ง,ใบ หนอนเจาะลำต้น,กิ่ง หนอนกินใบ ...แต่ก็เป็นแรกพบของผม...เดียวนี้ผมตัดใจยังไม่ลง ก็ยังรัก ยังชอบอยู่ คุณเชนยังโชคดีที่ไหวตัวทัน ยอมเฉือนส่วนไม่ดีทิ้งไปไม่งั้นเขาคงจากคุณเชนไปแล้วหละครับ
โดย: สุพจน์ วงษ์นิล [30 มี.ค. 53 21:11] ( IP A:125.26.135.234 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   ผมชอบมะสังเพราะได้ดูไม้ของคุณเชน
โดย: ริด [30 มี.ค. 53 21:28] ( IP A:117.47.184.248 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   มะสังที่แสนสวยและยาวนาน ผมก็มีปํญหากับเจ้ามะสัง เอามาทุกที ไม่รอดเลย
รบกวนคุณเชนแนะนำวิธีการเลี้ยงที่ถูกวิธีให้ด้วยซิครับ ขอบคุณครับ
โดย: ่jew sadao [30 มี.ค. 53 22:14] ( IP A:119.31.121.72 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   โอ้.... พี่สุพจน์ ไม่เข้ามาเสียนาน สวัสดีครับ สบายดีนะครับ รอดูพี่มาอัพไม้อยู่นะครับ

ใครไม่เคยต่อเขียงใหญ่ ๆ จะไม่รู้ว่ามันสุขใจแค่ไหนเวลาได้ขนาดแล้วตัดตอนที่คนอื่นมายืนดูอยู่ด้วย....เนอะ
โดย: Ohm [31 มี.ค. 53 9:23] ( IP A:203.146.186.2 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   มะสังสวยดีอยู่แล้วครับ เลี้ยงไม้ใหญ่ต้องใจเย็น ๆนะครับ เพราะต่อเขียงแต่ละเขี้ยงต้องใช้เวลาหลายปี แต่ถ้าจบแล้วเราจะมีสุขมาก ๆ เลยนะครับ ดูอย่างเซียนใหญ่ ๆ หลายต่อหลายท่าน กว่าไม้ของท่านจะจบใช้เวลาเป็น 10 - 20 ปี อย่าท้อนะครับ เอาใจช่วยครับ
โดย: ปั่น [31 มี.ค. 53 9:42] ( IP A:123.242.156.81 X: )
ความคิดเห็นที่ 17
   เล่นด้วยใจรักจริงๆครับ นับถือๆ นี่ล่ะเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับหลายๆคน รวมถึงผมด้วย ถ้าใจมันรัก เราก็ไม่จำเป็นต้องรอ ทำไปเรื่อยๆ ศึกษา สังเกตุ ไม้เราเรื่อยๆ แต่ถ้ารอเราก็จะรู้สึกช้านะ ไม้ที่อยู่บ้านนี้ต้องคุณภาพจริงๆถึงจะได้เข้าไปอยู่ ติดตามต่อนะครับ
โดย: รุจ ระยอง [31 มี.ค. 53 11:54] ( IP A:119.42.70.74 X: )
ความคิดเห็นที่ 18
   เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยจะเห็นมะสังใหญ่ๆแบบนี้ในเวบเลย ผมเองก็ชอบมะสังรู้สึกว่ามันมีเสน่ห์แบบไทยๆดี เริ่มต้นเลี้ยงบอนไซ(ตอนเด็กๆแบบไม่มีประสบการณ์)ก็มีมะสังนี่แหละครับ ทุกวันนี้มีเหลือรอดมาต้นนึง อายุ31ปีแล้ว แต่ต้นยังแค่เหรียญสิบอยู่เลย แต่ต้นของคุณเชนดูแล้วน่าจะอีกซัก3ปี ก็น่าจะจบแล้วมั๊งครับ
โดย: อ.สท. [31 มี.ค. 53 12:01] ( IP A:125.25.230.17 X: )
ความคิดเห็นที่ 19
   ใหญ่ยักษ์แบบนี้ผมคนนึงละครับต้องขอยอมแพ้ ขอชื่นชมในความพยายามและความอดทนของคุณเชนครับ
โดย: เชิด [31 มี.ค. 53 12:39] ( IP A:58.8.202.205 X: )
ความคิดเห็นที่ 20
   งานคุณภาพ ขอปรบมือดังฯ
โดย: อาคม [31 มี.ค. 53 12:47] ( IP A:113.53.0.35 X: )
ความคิดเห็นที่ 21
   สุภาพ สุขุม เยือกเย็น หนักแน่น รอได้เสมอในสิ่งที่เรารัก...
โดย: ปุ๊บอนไซ [31 มี.ค. 53 12:48] ( IP A:125.27.170.59 X: )
ความคิดเห็นที่ 22
   ขอบคุณครับ เป็นการให้กำลังใจมือใหม่อย่างผมมากเลย

ขอชื่นชมในความพยายาม

จะติดตามต่อน่ะครับ
โดย: แทน หาดใหญ่ [31 มี.ค. 53 13:00] ( IP A:222.123.183.157 X: )
ความคิดเห็นที่ 23
   อดทน ใจเย็น นี่หละคุณค่าของบอนไซ สู้ๆพี่เชน
โดย: Noo BST [31 มี.ค. 53 15:10] ( IP A:203.155.122.1 X: )
ความคิดเห็นที่ 24
   ต้องขออภัยเพื่อนๆ ที่ตอบช้านะครับ เนื่องจาก งานยุ่งอยู่หลายวัน... และต้องขอขอบคุณ ทุกๆความเห็น ทุกๆกำลังใจครับผม ^_^
โดย: เชน [5 เม.ย. 53 11:20] ( IP A:125.27.225.160 X: )
ความคิดเห็นที่ 25
   ขอแชร์วิธีการเลี้ยงมะสัง จากประสบการณ์ส่วนตัวนะครับ...

อันที่จริง ข้อมูลนี้ เป็นส่วนนึง ของโครงการทำหนังสือบอนไซในอนาคตของผมเอง ซึ่งขณะนี้ ผมได้เตรียมข้อมูล-แก้ไข เรียบเรียงไว้ เป็นบางส่วนแล้วล่ะครับ... แต่ กว่าจะเป็นรูปเป็นร่างตามที่ผมคิดไว้ คงจะอีกนานเลยครับ ^_^

วิธีการเลี้ยงมะสังในที่นี้ ผมจะหมายถึงเฉพาะ... มะสังขุดตอ-ขนาดใหญ่ (มะสังขนาดเล็กเลี้ยงค่อนข้างง่าย) ที่เราขุดขึ้นจากดินมาปลูกเลี้ยงในกระถาง ในระยะปลูกใหม่ๆนะครับ...

ไม่ว่าจะเป็น ไม้เพาะเมล็ด-ไม้จัดรากเลี้ยงทำขนาดในดิน หรือจะเป็นไม้จากป่า-จากพื้นที่ทั่วๆไป ที่ต้องขุดเป็นไม้ตุ้มก่อน แล้วนำมาเลี้ยงเป็นบอนไซในกระถาง..... มะสังกลุ่มนี้ เมื่อขุดขี้นจากดิน จะมีการตัดรากซึ่งมีขนาดใหญ่ แผลที่รากเนี่ยล่ะครับ เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้มะสังตายในภายหลัง...
โดย: เชน [5 เม.ย. 53 11:40] ( IP A:125.27.225.160 X: )
ความคิดเห็นที่ 26
   จากประสบการณ์ที่พบ...

ระยะแรกๆของการปลูก มะสังจะปริตา แตกกิ่งก้าน ออกมา 100 เปอร์เซ็นต์ ทุกต้นเลยล่ะครับ แข็งแรงบ้างไม่แข็งแรงบ้าง ก้อสุดแล้วแต่ บุญเก่าที่มะสังสะสมมา... ขอย้ำว่าทุกต้นนะครับ ที่ต้องย้ำ ก้อเพื่อให้ เพื่อนๆระวัง ในการเลือกซื้อตอมะสัง... แค่เห็นว่า ต้นมะสังที่คนขายเค้าปลูกอยู่ในกระถาง(ในระยะใหม่ๆ) แตกกิ่งก้านแข็งแรง ก้อยังไม่แน่นะครับว่าไม้ต้นนั้นจะรอดมาเป็นบอนไซได้รึป่าว ซึ่งบางตอมีราคาสูงมาก...

เมื่อเลี้ยงไปซักพัก มะสังส่วนใหญ่ที่แตกตา แตกกิ่งก้านงามแข็งแรง จะมีอาการ ที่ภาษาบอนไซเรียกว่า “ยุบ” คือ กิ่งที่งามๆ จะหยุดโต ยอดเฉา กิ่งเหี่ยว โคนต้นเน่า แถมมาด้วยอาการ เชื้อราเข้าหัวตอ เปลือกล่อน ผุลามไปเรื่อยๆ ให้เราแน่ใจได้ว่า ไม่รอดแง๋มๆ ...

แต่ ก้อจะมีบางต้น ที่ปลอดอาการแบบนั้น รอดมาได้ครับ...
โดย: เชน [5 เม.ย. 53 11:44] ( IP A:125.27.225.160 X: )
ความคิดเห็นที่ 27
   เรามาดูปัญหาของมะสังกัน...

ปัญหาใหญ่ ที่ทำให้มะสังในระยะปลูกใหม่ตาย มีกลุ่มอาการอยู่ 2อย่างคือ...

1.) รากเน่า ...อาการนี้ เป็นตัวการใหญ่ที่ทำให้ ต้นไม้สุดรักของเรา จากไปก่อนเวลาอันควร เมื่อเป็นแล้ว แก้ไขได้ยากมากๆ.... ทางที่ดีที่สุด คือป้องกัน... มีวิธีครับ...

2.) เชื้อราเข้าต้น เริ่มจากหัวตอ เปลือกค่อยๆล่อน ผุ ลามลงไปหาโคนต้น อาการแบบนี้ เมื่อเป็นแล้วต้องแก้ไขให้ทันกาล.... ถ้าขืนปล่อยทิ้งไว้ เชื้อราจะเล่นงานไปทั่วต้น ทำให้ต้นไม้ ตายได้... แต่ยังเด็กๆครับ เมื่อเทียบกับอาการรากเน่า...... มีวิธีแก้ไข และป้องกันครับ....

อาการทั้งสองสาเหตุ... ตัวการร้าย ที่สุด คือ... น้ำ .... ครับ น้ำเป็นสื่อที่ทำให้รากเน่า น้ำเป็นตัวชักชวนให้เชื้อราเข้าหัวตอ... น้ำให้ความชุ่มชื้นเป็นผลดีกับต้นไม้ แต่ถ้าความชื้นในดินมีมากและนานเกินไป จะเป็นอันตรายกับมะสังครับ...
โดย: เชน [5 เม.ย. 53 11:48] ( IP A:125.27.225.160 X: )
ความคิดเห็นที่ 28
   เมื่อทราบปัญหา...

เรามาดูวิธีปลูกกัน... ผมเรียก มันว่า เป็นการควบคุมปัจจัย-ป้องกันปัญหาครับ..

เมื่อได้ตอมะสังมาหนึ่งตอ หลังจากเลือกหน้าไม้ได้แล้ว... ขั้นตอนต่อไปคือวิธีการปลูก ขั้นตอนนี้ถือเป็นขั้นตอนสำคัญ เป็นการควบคุมปัจจัยที่จะทำให้มะสังของเรา ไม่ด่วนจากไปก่อนเวลาอันควรซะก่อน... วิธีที่ผมใช้ คือ..



-เตรียมเครื่องปลูก-ดินปลูก… อะไรก้อได้ โดยอยู่บนหลักการ... ระบายน้ำดีมาก เก็บความชื้นได้... ผมใช้หลายอย่าง... ทรายหยาบ อิฐมอญทุบ มะพร้าวสับ ขุยมะพร้าว ใบก้ามปูผุ อะไรก้อได้ครับ ผสมๆกันเป็นเครื่องปลูกหลัก.... โดยใช้ดินร่วน เป็นตัวประกอบ ไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ของส่วนผสมทั้งหมดครับ... ดินร่วน ถ้าเราใช้มากเกินไป(สำหรับมะสังระยะปลูกใหม่) จะเป็นตัวการเก็บน้ำไว้ในเครื่องปลูกจนทำให้เครื่องปลูก มีความชื้นเยอะและนานเกินไป เป็นสาเหตุทำให้รากเน่าได้ครับ ..

-ขนาดกระถางที่ใช้ปลูก... ต้องมีขนาดใกล้เคียงกระถางจริง... กระถางที่พอดีทำให้เราสามารถควบคุมความชื้นได้ค่อนข้างง่าย... หลักคิดคือ เป็นการชำไม้เพื่อให้รอดก่อน แล้วค่อยๆขยายขนาดกระถางให้ใหญ่ขึ้น เมื่อต้นไม้ มีรากฝอยแข็งแรง แตกแน่นทั่วทั้งกระถางดีแล้ว ... กระถางที่ใหญ่และลึกเกินไป จะทำให้ความชื้นสะสมอยู่ในเครื่องปลูก นาน เกินไป เป็นสาเหตุทำให้รากเน่าได้ครับ...
โดย: เชน [5 เม.ย. 53 11:53] ( IP A:125.27.225.160 X: )
ความคิดเห็นที่ 29
   หลังจากเตรียมดินปลูก กับกระถางเรียบร้อย...

คราวนี้ เรามาเตรียมต้นตอกันครับ..
เริ่มจาก...
-เช็ครากทุกเส้น ถ้าพบว่าปลายรากเส้นไหนมีอาการช้ำ-แตก ให้ใช้กรรไกรคมๆ หรือมีดคมๆ ปาดแผลให้เรียบ...
ตัดทดรากใหญ่ๆที่ดูยาวเกินไป เพื่อให้ลงกระถางจริงได้ โดยที่ไม่ต้องมาตัดซ้ำอีกครั้งเมื่อไม้จบ... ทายาส้มให้ครบทุกๆรอยแผล รอให้ยาแห้ง หรือพอหมาดๆก่อนทำการปลูกนะครับ...


-นำต้นไม้ลงกระถางปลูก
... รองก้นกระถางด้วยอิฐมอญทุบ โรยทราบหยาบ หรือเครื่องปลูกที่เราผสมก้อได้ ให้เต็มช่องว่างของอิฐมอญ
...แล้วใช้อิฐมอญทุบล้วนๆโรยหน้าทับเครื่องปลูกอีกหนึ่งชั้น
...นำตอมะสังวางลงบนอิฐมอญ
...นำอิฐมอญทุบ วาง รอบๆ ปลายรากทุกเส้น ที่มีแผล (เหมือนเราใช้ อิฐมอญ ห่อตุ้มมะสัง) เป็นการป้องกันปลายรากเน่า จากความชื้นที่เกิดจากเครื่องปลูก
...หลังจากนั้นเติมเครื่องปลูกจนเต็มหน้ากระถาง เป็นอันเสร็จขั้นตอนการปลูก
โดย: เชน [5 เม.ย. 53 12:03] ( IP A:125.27.225.160 X: )
ความคิดเห็นที่ 30
    -วิธีรดน้ำ... ในช่วงแรกสำคัญมากๆ

...เน้น รดแต่ดินปลูก ไม่ต้องรดต้น.... รดต้น เป็นสาเหตุที่ทำให้ เชื้อราเข้าหัวตอ
... รดดินปลูกครั้งแรก ต้องให้ชุ่มๆๆ เครื่องปลูก ต้องได้รับน้ำเต็มที่.... แล้ว รอให้หมาดๆ อาจจะผ่านไปซัก หนึ่งชั่วโมง ใช้ น้ำยาเร่งราก+กันเชื้อรา ผสมน้ำรดดินปลูกให้ชุ่มๆ ทั่วๆทั้งกระถางอีกหนึ่งรอบ...
...รดครั้งต่อไป ต้องรอให้หน้าดินปลูกดูแห้งๆ หรือดูหมาด ชื้นๆนิดหน่อย จึงจะรดน้ำได้อีกครั้งนึง .... (ส่วนตัวผม ผ่านไปสามหรือสี่วันก้อมี ต้องสังเกตุดูนะครับ )
...และรดน้ำครั้งต่อๆไป เมื่อหน้าดินปลูกแห้งๆเท่านั้น ให้สังเกตหน้าดินทุกๆครั้งก่อนรดน้ำ และทุกๆครั้งจะใช้น้ำยาเร่งรากรดดินก้อได้ ถ้าไม่ห่วงเรื่องเปลืองสตางค์... รดแบบนี้จนกว่ามะสังจะแข็งแรง สังเกตได้จากรากฝอย จะพบว่ารากฝอยจะแตกจนแน่นกระถาง จึงจะรดน้ำได้เต็มที่ เช้า-เย็น ตามปรกติเหมือนไม้ทั่วๆไปครับ...

-เลือกฤดูกาลปลูก... มะสัง ขุดตอในช่วงฤดูหนาวกำลังจะผ่านเข้าสู้ฤดูร้อน เป็นช่วงที่ดี ที่สุด ไม้จะพักตัวสะสมอาหารไว้ในต้นเยอะ และเรายังสามารถควบคุมปริมาณน้ำ-ความชื้นได้ง่าย...... หลีกเลี่ยง ฤดูฝน เพราะควบคุมน้ำ-ความชื้นได้ยากมาก ถ้าเป็นต้นเล็กยังพอไหว... แต่ถ้าเป็นตอใหญ่ๆ ไม่ควรนำมาปลูกเลี้ยง เพราะเราไม่สามารถควบคุมปริมาณน้ำได้ครับ...

ด้วยวิธีการทั้งหมด ผลที่ได้คือ...ต้นไม้ได้รับน้ำในปริมาณที่เหมาะสม-ไม่มากไม่น้อยเกินไป... เครื่องปลูกจะระบายน้ำดีมาก-เก็บความชื้นได้พอดีๆ ไม่มากและไม่นานเกินไป... มีช่องว่างในเครื่องปลูก เพียงพอที่จะทำให้มีออกซิเจนไหลเวียนได้ดีเป็นผลดีกับต้นไม้ มะสังจะแตกรากฝอยได้ดี... ถือเป็นการควบคุม-ป้องกัน...
แต่ ... ก้อต้องลุ้นครับ ว่าจะรอดหรือไม่รอด... ภายใน 6 เดือนก้อน่าจะทราบผลแล้วล่ะครับ.

ขอบคุณครับ...
โดย: เชน [5 เม.ย. 53 12:07] ( IP A:125.27.225.160 X: )
ความคิดเห็นที่ 31
   ได้ความรู้ล้วน ๆ เลยครับท่านปรมาจารย์ แต่ผมได้รับคำเตือนจากท่านอาจารย์เรวัตร ฯ ว่า ดินปลูกมะสัง ไม่ให้มี มะพร้าวสับ และขุยมะพร้าว อย่างเด็ดขาดเลยครับ เพราะวันก่อน ท่านเข้าไปที่สวนกู ผมกำลังปลูกมะสังอยู่พอดี ท่านก็เลยบอกความรู้ให้นะครับ ท่านบอกว่ามะสังไม่ชอบครับ
โดย: ปั่น [5 เม.ย. 53 14:39] ( IP A:125.27.209.252 X: )
ความคิดเห็นที่ 32
   ขอบพระคุณพี่ปั่นมากๆครับสำหรับความรู้ และข้อมูลที่แบ่งปันกันน่ะครับ... แต่ ผมขออนุญาติ เรียนชี้แจง เพิ่มเติม ด้วยเหตุที่ข้อมูลนี้ เป็นข้อมูลสาธารณะน่ะครับผม...

...เนื่องจากวัสดุปลูกทั้งสองชนิดนี้ ผมได้ทดลองใช้กับต้นมะสังของผมเอง ในหลายๆต้น หลายๆโอกาส เป็นระยะเวลาหลายปี โดยใช้ร่วมกับวิธีต่างๆที่ได้กล่าวไปก่อนหน้า จนแน่ใจว่า เป็นผลดีกับมะสัง ทำให้ปัจจุบันผมใช้วัสดุปลูกแบบนี้กับต้นมะสังของผมทุกต้นเลยครับ...

เหตุผลที่ใช้มะพร้าวสับและขุยมะพร้าวผสมเป็นเครื่องปลูกหลัก(ผมใช้มะพร้าวสับชิ้นเล็กหน่อย ประมาณ 1-2 เซนติเมตร) เพราะคิดว่า จะทำให้มีช่องว่างในเครื่องปลูก ทำให้ดินปลูก โปร่ง ไม่แน่น ... และเมื่อใช้ร่วมกับวิธีรดน้ำที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้า พบว่ามะสังไม่มีอาการรากเน่าเลยครับ...
โดย: เชน [8 เม.ย. 53 12:44] ( IP A:125.27.219.203 X: )
ความคิดเห็นที่ 33
   สาเหตุที่มาที่ไป... ของการเลือกใช้มะพร้าวสับผสมดินปลูก และใช้อิฐมอญทุบวางรอบตุ้ม รอบๆรากที่มีแผล..
เกิดจากข้อสังเกต ที่ผมพบว่า มะสังหลายๆต้นที่ตายเพราะรากเน่า จะเริ่มเน่ามาจากปลายรากใหญ่ๆที่อยู่ในดินปลูกก่อน แล้วค่อยๆลามขึ้นไปหาโคนต้น... โดยที่สันรากที่อยู่พ้นเหนือระดับดินปลูก ไม่พบอาการเน่า แต่เปลือกจะล่อนในภายหลัง จากการเน่าลามมาจากรากที่อยู่ใต้ดินปลูก... ผมไม่เคยเห็นรากเส้นไหนที่อยู่เหนือดิน เน่าก่อนอาการ กิ่งเหี่ยว ยอดหยุดโตเลยครับ...ทำได้ข้อคิดข้อสังเกตว่า รากมะสัง ถ้าอยู่ในที่โปร่งๆ รากอาจจะไม่เน่า...
และสังเกตได้จาก... มะสังขุดตุ้มบางต้น ถ้าวางตั้งไว้บนพื้นนานๆ โดยที่ยังไม่ได้ปลูกในกระถาง... มะสังจะมีการสร้างเปลือก มาหุ้มแผลตรงปลายราก ได้เร็ว และไม่พบอาการรากเน่า...ทำให้ผมคิดต่อไปอีก ว่า การปลูกตอมะสังใหญ่ๆ น่าจะต้องมีเครื่องปลูกโปร่งๆ เพื่อให้อากาศไหลเวียนได้บ้าง ในระยะแรก...

ก้อเลยเป็นที่มา ..ของการใช้เครื่องปลูกแบบนี้ บนหลักการ... เน้นโปร่ง ระบายน้ำดีมาก เก็บความชื้นได้ น่ะครับผม ^_^ ... แถมเครื่องปลูกแบบนี้ใช้ได้นานมาก ดินไม่แน่น มะสังผมทุกต้น ต่อเขียงในกระถาง เลี้ยงไปนานแค่ไหนก็ตาม เมื่อลองใช้มือกดหน้าดิน จะพบว่าดินปลูกยังสามารถคืนตัวได้ทุกครั้งที่ผ่อนแรงกดเลยล่ะครับ แต่ต้องกดตอนดินแห้งนะครับ ... ขอบคุณครับ...
โดย: เชน [8 เม.ย. 53 12:49] ( IP A:125.27.219.203 X: )
ความคิดเห็นที่ 34
   แก่นตะวัน"ป้องกันเบาหวาน หัวของแก่นตะวันมีสารอินนูลิน (Inulin) เป็นสารเยื่อใยอาหารที่ให้ความหวาน จะไม่ถูกย่อยในกระเพาะ และลำไส้เล็ก อยู่ในระบบทางเดินอาหารเป็นเวลานาน ทำให้ไม่รู้สึกหิว กินอาหารได้น้อย ช่วยลดความอ้วนและป้องกันโรคเบาหวาน และหัวแก่นตะวันเป็นวัตถุดิบแปรรูปเป็นเอทานอลได้

เมื่อรับประทานหัวแก่นตะวันจะรู้สึกอิ่ม กินอาหารน้อยลง ระบบขับถ่ายดี ไม่มีปัญหาท้องผูก และช่วยลดอาการจุกเสียดแน่น และแก้อาการท้องเสียได้ ส่วนผลทางอ้อม ทำให้สุขภาพในช่องปากดี ลดกลิ่นปากจากเชื้อแบคทีเรียในช่องปากและในระบบลำไส้ได้ ผลก็คืออุจจาระมีกากมากขึ้น ทำให้ถ่ายสะดวก แก้อาการท้องผูก ทำให้กลิ่นเหม็นของอุจจาระไม่มี หากใช้แก่นตะวันเลี้ยงสัตว์ อุจจาระจะไม่มีกลิ่นด้วย และจะช่วยป้องกันมะเร็งของลำไส้ใหญ่สนใจติดต่อ 0819879841
โดย: ณัฐ [27 ก.ย. 53 17:36] ( IP A:125.24.35.122 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน